LEAVES & ME
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
8 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
Extremely Loud & Incredibly Close: เยียวยายิว เยียวยาอเมริกา




พอเป็นหนังว่าด้วยเหตุการณ์ 11 กันยา  มันก็ทำให้บ่นได้ไม่ค่อยถนัดปากเท่าไหร่
นักแต่ถ้าจะให้พูดตรง ๆ  ผมว่าหนังทำออกมาช้าไปหน่อย  เรื่องมันก็นานโขแล้ว
บินลาเดนก็ตายแล้ว  แถม Hollywood ก็เข็นหนังหลัง 9/11 มาให้เราดูไม่รู้กี่เรื่อง
ต่อกี่เรื่อง (United 93 ,The World Trade Center, Fahrenheit 9/11, Reign Over
 Me ฯลฯ)  แต่สำหรับผมแล้ว จะดูหนังอีกกี่เรื่องยังก็คงเทียบไม่ได้กับเสี้ยววินาที
ที่เราเห็นตึกระฟ้าถล่มลงมากับตาหรอก

หนัง Extremely Loud & Incredibly Close เป็นหนังอีกเรื่องที่หยิบประเด็นของ
ญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11  โดยเล่าเรื่องผ่านเด็กชายชาวยิว
ที่เสียพ่อไป  หลงเหลือไว้เพียงปริศนาของลูกกุญแจในซองกระดาษที่เขียนคำว่า
Black เด็กชายเชื่อว่าถ้าเขารู้ว่าลูกกุญแจนี้ใช้ไขอะไร เขาจะพบกับของสำคัญที่
พ่อทิ้งไว้ให้และนั่นก็เป็นจุดเริ่มของปฏิบัติการณ์ตามหาคนชื่อ Black ทั่วนิวยอร์ก

มันก็เป็นสูตรสำเร็จที่เดาได้ไม่ยากว่า เด็กน้อยได้พบปะผู้คนมากมายที่แตกต่าง
กันทั้งเชื้อชาติ ฐานะ อายุ  เพศ ฯลฯ  ซึ่งทำให้เขาค่อย ๆ เรียนรู้วิถีทางข้ามผ่าน
ความโศกเศร้าและดำเนินชีวิตต่อไปได้

เนื้อหาก็สนุกน่าติดตามดี  เหมือนกับเราผจญภัยไปกับตัวละครทั่วนิวยอร์ก น้อง
Thomas Horn ที่รับบทนำก็เล่นได้เยี่ยมมาก ๆ  เรียกว่าเป็นนักแสดงตัวเล็ก ๆ
ที่แบกหนังไว้ทั้งเรื่อง  ทั้งนี้คงต้องให้เครดิต Stephen Daldry ด้วยที่ถนัด
เหลือเกินในการกำกับนักแสดงเด็ก (จากที่เคยทำให้ Billy Elliot ดังกระฉ่อนมาแล้ว)
อีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้  ก็คือ Max von Sydow ผู้ได้ชิงออสก้าร์เป็นครั้งที่สอง
ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เขาไม่ได้พูดแม้แต่ประโยคเดียว

คือถ้าไม่ได้คาดหวังอะไรมาก คุณก็คงดูหนังได้อย่างเพลิดเพลิน แม้หนังออกจะ
พยายามบีบน้ำตาคนดูซะเหลือเกิน  และยังจบเรื่องได้ "โลกสวย" จนน่าหมั่นไส้

แต่ผมสงสัยอยู่ข้อเดียวว่าคือ หนังพยายามดึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์มา
แสดงถึงความเป็นอเมริกัน แต่ทำไมถึงเลือก "คนยิว" เป็นศูนย์กลางของเรื่อง
อีกทั้งยังย้ำภาพของคนยิวที่ "ฉลาด" "มุ่งมั่น" "อดทน" และเป็น "เหยื่อ" ภาพ
ซ้ำ ๆ แบบนี้วนเวียนอยู่ในหนัง Hollywood มากมาย  เคยได้ยินว่าคนยิวนั้นมี
อิทธิพลมากในวงการภาพยนตร์อเมริกัน เมล กิบสันก็ตกงานยาวเพราะดันไปด่า
ชาวยิว จนโดนบอยคอร์ดจากทั้งวงการ

ผมไม่แน่ใจว่า "ความเป็นยิว" ที่ถูกชูขึ้นกลาย ๆ นี้ มันสะท้อนถึงลำดับชั้นของ
คนอเมริกันด้วยมากน้อยเพียงใด?



ถ้ามีใครมาช่วยแชร์ไอเดียก็คงดีไม่น้อย
(หรือไม่ เข้ามาทักสักนิดก็ยังดีครับ ^-^)













Create Date : 08 มิถุนายน 2555
Last Update : 9 มิถุนายน 2555 0:21:16 น. 2 comments
Counter : 1955 Pageviews.

 
ง่ายๆเลยครับ คุณคงมีมุมมองแบบ incredibly close อคติไงครับ


โดย: เอ IP: 110.168.167.243 วันที่: 14 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:59:33 น.  

 
great points altogether, you simply gained a new reader. What may you suggest about your put up that you made some days in the past? Any positive?
Ray Ban Wayfarer http://www.spftransfer.com/


โดย: Ray Ban Wayfarer IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:11:46:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

trufa
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add trufa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.