Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
ผมไม่ "สำนึก"

สัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับผมแล้ว ถือว่าเหนื่อยและหนักพอสมควรกับการเรียน
ส่งรายงาน 1 ฉบับ
พรีเซ็นต์รายงาน 2 เรื่อง
วิจารณ์รายงานเพื่อน 1 ฉบับ
อ่านรายงานเพื่อนเพื่อสัมมนาอีก 10 ฉบับ

ผลสรุป มีอาการไข้ต้องนอนซม

ทำให้ผมอดไปงาน/นัดถึง 4 งาน
1.งานสัมมนาของสมาคมทางวิชาการงานหนึ่ง
2.งานของบ้านรุ่นน้องเกี่ยวกับเสื้อผ้า เขาให้บัตรมาเพื่อให้ชมอะไร xxx (สอบถามจากฮวดแล้ว บอกว่า xxx ทั้งนั้น)
3.งานเลี้ยงแต่งงานพี่ที่ทำงานเก่า
4.เพื่อนนัดไปเอาเลนซ์กล้องมาคืน

ท้ายที่สุด น่าจะเกิดมาจากวันนี้เป็นวันโลกาวินาศ ร่างกายผมเลยสั่งให้ไม่สบายจะได้ไม่ต้องออกไปที่ชุมนุมชน เผื่อเกิดเหตุร้าย ผมจะได้ชีวิตเขียนบล็อกวันต่อๆ ไปได้

เย็นวันพฤหัส เริ่มมีอาการบ่งบอกว่าไม่สบาย ตอนเย็นเพื่อนรุ่นน้องชวนไปดูหนังของผู้กำกับญี่ปุ่นคนหนึ่ง ตอนแรกบอกมันไปว่าไม่ไป เหนื่อยอยากกลับไปนอน มันก็บอกไปเหอะๆๆ เข้าไปถึงต้นเรื่องก็หลับ ตื่นมาอีกทีผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันผ่านมานานแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองดูรู้เรื่อง พอออกจากโรงหนังถามน้องเขาไปว่าพี่หลับไปตอนนี้แล้วตื่นมาถึงตอนนี้ มันนานไหมวะ มันหัวเราะ...แล้วบอกว่านานมากๆๆ พี่ แสดงว่าพี่เหนื่อยจริงๆ เลยคิดว่าจะไปดูเรื่องนี้อีกครั้ง

หลายวันก่อนคิดเรื่องเขียนบล็อก (ขนาดเครียดเรื่องเรียนยังไม่วายจะโหยหาบล็อก) ว่าจะเขียนเรื่องไรดี นึกได้เรื่องที่ชาวไทยบางส่วนกำลังคิดเรียกร้องขอ ศิราภรณ์ทองคำคืนจากมิวเซียมในอเมริกา

ทำไมเราชอบแต่เรียกร้องขอคืน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกี่ครั้งกี่คราวแล้ว เราไม่เคยมองดูเลยว่าสาเหตุจากอะไร ใครที่เป็นคนขาย หรือส่งออกไป ผมจะไม่ขอพูดถึงรายละเอียดหรอกนะ

ผมว่าเราควรจะเอาเรื่องแบบนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปลูกฝังสำนึกให้กับคนในประเทศนี้เมืองนี้ โดยเฉพาะผู้มีเงินและอำนาจ ที่ชอบสะสมแลกเปลี่ยนของเก่าที่เป็นสมบัติของชาติและของมวลมนุษยชาติ ให้รักและหวงเแหนของเรานี้

ไม่งั้นเราก็คงต้องประท้วง ขอคืน ขอซื้อ กันไปไม่รู้จักจบสิ้น เพราะเท่าที่ทราบมายังไม่มีครั้งไหนเลยที่ไปขอเขาคืนแล้วจะได้มาฟรีๆ และก็ยังมีของนับได้ไม่ถ้วนที่อยู่ต่างประเทศ สวยๆ สำคัญกว่าชิ้นนี้อีกเยอะที่อยู่ในคอลเลคชั่นของมิวเซียมและส่วนตัวที่ต่างประเทศ

ในทัศนะผม ผมไม่เห็นด้วยหรอกที่จะเอาคืนมา ตราบใดที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้จริงๆ ว่าเป็นของสมัยไหนและของใคร เพราะจะไม่มีคุณค่าเพียงพอ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าความหมายที่แท้จริงเป็นอย่างไร ไม่สามารถบอกหรือตีความได้มันคืออะไรแน่ๆ ได้มาก็ไม่ต่างกับของที่พวกลักลอบขุดค้นตามแหล่งโบราณคดีขุดขึ้นมาขาย
(ในทางโบราณคดีแล้ว ของที่พวกลักลอบขุดขึ้นมาไม่สามารถนำไปศึกษาต่อได้เนื่องจากไม่ได้ผ่านขุั้นตอนการขุดค้นอย่างเป็นระบบที่จะนำมาศึกษา อาจทำให้เกิดการเคลื่อนในการตีความได้ ถึงแม้ชิ้นนั้นจะมีความสำคัญเพียงใด)

แล้วที่เรียกร้องขอคืนมาที่ประเทศไทยแห่งนี้ ผมก็ยังสงสัยว่าต้องการคืนมาทำอะไร

เพื่อการท่องเที่ยว? คิดหรือว่าเพียงแค่ศิราภรณ์อันเดียวจะช่วยดึงดูดคนมาเที่ยวได้เยอะขึ้น
การศึกษา? จะศึกษาอะไรในเมื่อยังไม่รู้เลยว่าว่า จริงปลอม อายุเวลาเท่าไหร่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการตีความทางประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะ
ความภาคภูมิใจ? คงจะมีสิ่งนี้แหละที่ผมเห็นว่า เป็นสิ่งที่รัฐจะสร้างค่าความภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติหลอกๆ สร้างสำนึกปลอมๆให้คนในชาติได้

ช่วยตอบได้ไหมว่าเราจะเอาคืนมาทำไม

ผมอาจจะอธิบายได้ไม่ดีมากนักในความคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจเกิดจากความเขลาหรือเมายา

ก่อนที่ผมจะกลับมาบ้านเพื่อนอนซมด้วยฤทธิ์ไข้ แล้วนอนติดต่อกันถึง 16 ชม ผมได้ไปทานมื้อเที่ยงที่ ฮานายะ มาแล้ววว อยากจะเอารูปปลากระพงแล่บางที่อยากกินมานาน มาอวดจังว่าหน้าตาเป็นไง





Create Date : 13 มีนาคม 2548
Last Update : 16 มีนาคม 2548 1:33:44 น. 12 comments
Counter : 189 Pageviews.

 
นั่นสิครับ เห็นด้วยกับน้องทวย เรื่องเรียกของคืนน่ะครับ เหมือนทับหัลงไงที่ได้กลับมานานแล้วแต่เพิ่งมาสงสัยว่าเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่ น่าสงสารจัง

อืม นอนพักเยอะๆ ทานยานะครับน้องทวย จะรออ่านเรื่องหนุกๆอีกครับ


โดย: พ่อน้องโจ IP: 203.156.99.174 วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:0:48:12 น.  

 
เอเพลงนี้ที่บัยองเซ่ร้องในงานออสการ์นี่ครับ เพชรเต็มตัวเลย น่ากลัวมาก


โดย: พ่อน้องโจ IP: 203.156.99.174 วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:0:50:06 น.  

 
เข้ามาเพราะชื่อเลยนะนี่..


โดย: totoh995 วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:1:04:11 น.  

 
น่าทานมากๆๆๆๆ หิวเลยอะ ไปหาอะไรทานก่อนดีกว่า


โดย: พ่อน้องโจ IP: 203.156.99.174 วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:1:06:40 น.  

 
^_______^


โดย: นุทศรี วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:1:50:58 น.  

 
ทวยป่วยบ่อยมากๆเลยอะ แสดงว่า ไม่แข๊งแรง ต้องหมั่นออกกำลังกาย


โดย: Ppnr IP: 68.21.161.231 วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:2:34:38 น.  

 
ไม่ใช่ปลากระพงหั่นบาง

ไม่ใช่ปลากระพงหั่นฝอย

มันคือปลากระพงแล่บาง

ป.ล. นางแบบก้นสวยมาก


โดย: ฮ ฮฮ IP: 61.90.90.240 วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:2:50:08 น.  

 
สร้างความภาคภูมิใจเหรอ? ยุคนี้คงยากแล้วที่จะใช้มุขแบบนี้ เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่สนใจแล้ว เห็นเป็นข่าวอยู่แป๊บเดียวก็เงียบไป ไม่เห็นมีไรเลย

จะได้คืนหรือไม่ก็คงไม่สำคัญไปกว่าทำยังไงที่จะปลูกจิตสำนึกให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ให้ได้ก่อน

ถ้าการได้ของกลับคืนมามันจะทำให้เกิดตรงนี้ขึ้นมันก็ดี (ไม่หวังภาพรวมหรอก มันยากเกินไป แค่คนกลุ่มเล็กๆหรือเด็กรุ่นใหม่บางคนก็นับว่าดีแล้ว)

แต่ถ้าไม่ มันก็เป็นแค่การมีของเพิ่มขึ้นมาในพิดพันอีกชิ้นนึง เป็นข่าวครึกโครมอยู่พักนึงแล้วก็ลืมกันไปแค่นั้น

แต่พูดถึงความพยายามที่จะเอาคืนมา มันก็มีประโยชน์ตรงที่ช่วยกระตุ้นให้เราต้องศึกษาหาข้อมูลมาพิสูจน์ให้ได้ว่ามันใช่ของเราจริงๆไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นอยู่ดีๆจะไปเอาคืนโดยไม่มีหลักฐานอะไรได้ยังไง
...................

รักษาสุขภาพด้วย



โดย: CTL IP: 61.91.144.31 วันที่: 13 มีนาคม 2548 เวลา:12:04:55 น.  

 
ได้ข่าวว่าหายแล้ว แต่ยังมานอนดึกอีก เดี๋ยวก็เป็นอีกหรอก

ไปนอนได้แล้ว


โดย: พ่อน้องโจ IP: 203.156.73.194 วันที่: 14 มีนาคม 2548 เวลา:2:55:03 น.  

 
บางทีคงต้องปรับคำจำกัดความของพิพิธภัณฑ์กันใหม่เป็น :-

พิพิธภัณฑ์ = คำนาม แหล่งรวบรวม(ของโจร)เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษา

เพิ่งไป Metropolitan Museum มาเหมือนกันความรู้สึกแรกที่ผ่านประตูเข้าไปดูคือความตื่นตาตื่นใจกับของที่แสดง เพราะมาจากหลายๆประเทศ และคำถามที่ตามมาคือ...

เค้า "เอา" มาได้อย่างไร????




โดย: miragery (miragery ) วันที่: 14 มีนาคม 2548 เวลา:14:12:58 น.  

 
ผมว่าร่างกายเราก็เหมือนรถยนต์นะ ถ้าเราใช้งานมันหนักไปโดยไม่ได้เช็คหรือบำรุงรักษามันบ้าง มันก็ประท้วงเอาซะเลย ทำให้เราต้องพักผ่อนเข้าศูนย์ไปหลายวัน แต่ก็ดีอย่าง พอเราป่วยและนอนมากขึ้น น่าจะทำให้เรามีเวลาคิดอะไรได้มากขึ้นนาครับ หลังจากโดนอย่างอื่นแย่งเวลาของเราไปอย่างไม่รุ้ตัว
ส่วนเรื่องศิราภรณ์ ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเราเอาคืนมา เราจะรักษาหรือเห็นค่าของสิ่งนั้นอย่างจริงจังเหมือนต่างชาตินั้นรึป่าว หรือเป็นเหมือนเด็กหวงของ เพื่อแย่งกลับคืนมาแล้วเอามาตั้งโชว์ไว้เฉยๆ ผมว่าใครเป็นเจ้าของไม่สำคัญ สำคัญแต่คนนั้นใครเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นอย่างแท้จริงมากกว่ากันมากว่าครับ


โดย: ข้าวตู (ข้าวตู ) วันที่: 15 มีนาคม 2548 เวลา:10:48:04 น.  

 
หนักทางมาฟังเพลงนะคะ
แต่ก็เห็นด้วยค่ะ ว่าควรจะแก้ที่ต้นเหตุ มากกว่ามาคอยแก้ที่ปลายเหตุ


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 15 มีนาคม 2548 เวลา:18:16:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แบ่งกันเซ็ง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"It's only with the heart that one can see rightly, what is essential is invisible to eye"

By Antoine de saint-Exupery--The Little prince.



Friends' blogs
[Add แบ่งกันเซ็ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.