หอมกลิ่นหวาน...และขมของชีวิต
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 มกราคม 2553
 
All Blogs
 

เล่ห์รัก...พรางหัวใจ...11(100%)


******
ใครที่อ่านแล้วห้าสิบเปอร์เซ็นต์เดียวรบกวน อ่านซ้ำอีกครั้งนะคะ
เพราะว่าลงเพิ่มใหม่และจัดลำดับเหตุการณ์ใหม่ค่ะ

******


“แล้วยังไงต่อละคะ เฮียป่อง พอเฮียบอกเรื่องป๋า”
“โหย...พ่อหนุ่มนั่นก็หน้าเหี่ยวเป็นดอกทานตะวันโดนน้ำร้อนลวกเลยล่ะสิแม่หวาน”
เสียงจากปลายสายโทรศัพท์หัวเราะร่วน เรียกร้อยยิ้มกดลึกสะใจหน่อยๆ จากหล่อน

“เจออย่างนี้คงเข็ด ไม่กล้ามาให้แม่หวานเห็นหน้าอีกแล้วละมั้ง”
เจ้าของร้านดนตรีไทยที่สนิทกับป๋าคาดคะเน ชายสูงวัยรับหน้าที่เป็นผู้บอกข่าวเศร้าให้หนุ่มๆ ที่ทำท่าจะเอาการเรียนดนตรีมาเป็นข้ออ้างจีบคำหวาน

“ว่าแต่แม่หวานเถอะ คงเสียลูกศิษย์ไปคนหนึ่งเลยสิ ลำบากแย่เลย”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกเบาๆ “ลูกศิษย์ท่าทางชีกออย่างนี้หวานก็ไม่อยากได้นักหรอกค่ะ”

หากเป็นในงานที่หล่อนไปเป็นพริตตี้คำหวานจะไม่รีบตัดรอน หรือบอกความจริงกับเขาเร็วอย่างนี้ แต่เป็นที่บ้านซึ่งมีป๋าอยู่ หญิงสาวห่วงใยสภาพจิตใจของป๋าที่เฝ้าแต่โทษว่าเพราะตัวเขาเองเป็นอัตพาต ทำให้คำหวานต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในบ้าน

“เออ...แล้วเจ้าสนอาการเป็นยังไงบ้างล่ะ ยังขี้บ่นเหมือนเดิมหรือเปล่า”
เฮียป่องถามถึงเพื่อนด้วยน้ำเสียงห่วงใย เพราะตั้งแต่เพื่อนเป็นอัมพาต ร่างกายดูโรยรา อารมณ์ก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่เรื่อย ยังดีที่มีเมียเด็กอย่างคำหวานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ทิ้งกัน

“แล้วพวกลูกๆ เจ้าสนล่ะ เขามากวนอะไรแม่หวานหรือเปล่า”
ชายชรานับถือในน้ำใจของหญิงสาวคราวลูก ที่แม้เพื่อนเขาจะเป็นอย่างไร คำหวานก็ยังดูแลอย่างดีเสมอ

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หวานรับมือได้เสมอ”
หล่อนตอบเสียงเรียบ ปกปิดร่อยรอยความกังวลที่ย่างกรายมาเยือน เพราะวันก่อนลูกชายคนที่สองของภรรยาเก่าป๋าเพิ่งโทร.มาถามเลียบๆ เคียงๆ ถามเรื่องบ้านที่ติดจำนองธนาคาร ทั้งๆ ที่พี่ชายคนโทร.มานั้นแหละเป็นตัวการเอาบ้านไปจำนองเอง

“ถ้ามีอะไรก็บอกเฮียนะ อะไรที่ช่วยได้เฮียจะช่วย”
คำหวานรับคำด้วยความซาบซึ้งใจ จากนั้นหล่อนจึงเดินไปที่ห้องนั่งเล่น ป๋านั่งอยู่บนรถเข็นกำลังดูรายการตลกอยู่

“ไอ้ป่องมันโทร.มาว่ายังไงล่ะหวาน”
“เอ๋อ...เฮียป่องโทร.มาเล่าเรื่องลูกศิษย์ของหวานว่าไปซื้อขิมที่ร้านแกค่ะ”
มือขาวบางเลื่อนเก้าอี้ที่อยู่แถวๆ นั้น มาใกล้ หล่อนนั่งลงและเกาะที่แขนป๋าซบศีรษะอ้อนเหมือนทุกครา

“คนที่เพิ่งมาใหม่วันนี้ที่ขาวๆ แต่งตัวดีๆ นั่น ใช่ไหม”
ปลายเสียงแปร่งนิดๆ จนหญิงสาวต้องยกศีรษะขึ้นมอง ใบหน้าคนพูดนิ่งเฉย แต่หล่อนรู้ว่าคนอายุมากกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“เขาแค่มาเรียนขิมเท่านั้นจริงๆ ค่ะ ทำไม ป๋าหึงเหรอคะ” ดวงตากลมโตฉายแวววิบวับยั่วล้อเต็มที่ “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงหวานก็รักป๋าคนเดียว”
ว่าแล้วคำหวานก็หอมแก้มเหี่ยวย่นดังฟอด

“ป๋าก็รู้นี่คะ ว่าหวานไม่ชอบผู้ชายหนุ่มๆ ขี้เกียจเอาใจ”
เสียงหัวเราะใสดังกังวาน เรียกรอยยิ้มได้จากคุณสน

“หวานรักป๋าคนเดียวนะคะ”
สำหรับคำหวานป๋าคือทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้ชายคนนี้ให้อนาคต สอนสิ่งที่ดี ส่งเสียจนเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉุดหล่อนขึ้นมาจากโคลนตม หากไม่ได้ป๋า ชีวิตก็ไม่รู้ว่าจะเคว้งคว้างไปทางไหน

เด็กกำพร้าจากสถานสงเคราะห์อย่างหล่อน ที่มีรูปกายเป็นทรัพย์อย่างเดียว ไร้การศึกษา ไม่มีความรู้ติดตัว
คงไม่แคล้วตกเป็นเมียน้อยเสี่ยอ้วนพุงฉุสักคนแน่ๆ

คำหวานจึงตั้งปณิธานในใจว่า...หล่อนจะไม่มีวันทรยศป๋าเด็ดขาด ผู้ชายคนไหนก็ไม่มีวันแทนที่ป๋าได้...



กฤตินกำลังอ่อนแออย่างหนัก เขาเล่าให้สร้อยฟ้าลดาวัลย์ ฟังว่าคุณตรีภพผู้เป็นพ่อสั่งให้ขายผับเสีย เพราะคนของราเมศตรวจสอบบัญชีแล้วพบปัญหาทุจริต ซึ่งส่งผลกระทบให้ผับตกอยู่ในสภาวะขาดทุน

“พ่อบอกว่าถ้าขายผับทิ้งซะ เรายังได้เงินต้นที่ลงทุนคืนมาบ้าง”
ชายหนุ่มเล่าให้หล่อนฟังด้วยเสียงอันแห้งแล้ง

“ต้องเป็นฝีมือปู่เล็กแน่ๆ ที่แนะนำพ่อผม ปู่เล็กน่ะชอบครอบงำชีวิตคนอื่น อย่างนายป๊อบ อย่างยัยญาญ่านั่นไง ทั้งๆ ที่ครั้งนี้ผมตั้งใจกับผับมาก ลงแรงแทบตาย”

เขากอดหล่อนร้องไห้เหมือนทุกครั้ง กฤตินมักเล่าให้ฟังเสมอว่าเขาอิจฉาครอบครัวอื่นที่มีลูกหลายคน เพราะอย่างดียังมีพี่น้องไว้คอยปลอบใจกันเวลาทุกข์ใจ ชายหนุ่มเป็นลูกคนเดียวจึงรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่บ่อยๆ

ในเวลาเช่นนี้สร้อยฟ้าลดาวัลย์ก็ทำเหมือนเดิมคือกอดและตบบ่าเขา
“ไปอาบน้ำเย็นๆ แล้วก็นอนให้หลับเถอะตี้ พอตื่นมาค่อยว่ากันใหม่”
หญิงสาวปลอบใครหวานๆ ไม่เป็น เพราะในชีวิตมีเพื่อนอยู่ไม่กี่คน กลุ่มเพื่อนหล่อนมีแต่คนเข้มแข็งทั้งนั้น สร้อยฟ้าลดาวัลย์จึงบอกเป็นวิธีที่หล่อนเคยทำตอนกลุ้มใจแล้วได้ผล

“หรือไม่ก็ออกไปตะโกน ไปเที่ยว ทำบ้าอะไรก็ได้ ให้สะใจ”
กฤตินชอบสร้อยฟ้าลดาวัลย์ก็ตรงนี้ หล่อนไม่พิรี้พิไรปลอบใจเขาจนหวานเลี่ยน แค่อยู่ข้างๆ พูดอะไรบ้างนิดๆ หน่อยๆ ให้พอรู้สึกว่าเขายังมีเพื่อนตายที่ไม่ทอดทิ้ง
“ไม่เป็นไรนะตี้ยังมีฉันอยู่”


วิสูตรกับพิทยามองหน้ากันเอง เมื่อเห็นเพื่อนสองหนุ่มกระดกแก้วเหล้าลงคอกันพรวดๆ
“เฮ้ย! หลง ภัทร นายสองคนเป็นอะไรกันไปวะฮึ ถึงได้กินเหล้าอย่างกับจะอาบ”
พิทยาคันปากยิบๆ จนอดถามไม่ได้

“ไม่มีอะไรหรอก” นายธนาคารหนุ่มปฏิเสธ แต่มือยังชงเหล้าให้ตัวเองไม่หยุด
“แค่วันนี้นึกครึ้มใจอยากดื่มเท่านั้นแหละ”
ราเมศอดทนอยู่บ้านไม่ได้จริงๆ เมื่อเห็นสร้อยฟ้าลดาวัลย์กอดกับกฤตินที่ระเบียง

‘ไม่เป็นไรนะตี้ยังมีฉันอยู่’
เสียงหล่อนปลอบอย่างอ่อนโยนยังดังซ้ำอยู่ในห้วงคำนึง ส่วนกฤตินก็ซบลงที่ไหล่บาง ราเมศอารมณ์พลุ่งพล่านอยากจะเข้าไปต่อว่าทั้งสองที่ทำกริยาประเจิดประเจ้อ กอดกันกลมไม่อายฟ้าอายดิน

แต่แล้วก็ต้องชะงักความคิดอยู่แค่นั้นเมื่อใจย้ำความจริง
...ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน เขาต่างหากที่เป็นคนอื่น

ราเมศไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกอึดอัดที่เหมือนจะระเบิดนี้อย่างไรดี จึงโทร.ชวนเพื่อนมากินเหล้าดับอารมณ์

“อ้าว...นี่ก็อีกคน ภัทรเว้ย! อย่าออนเดอะร็อกบ่อยสิวะ เดี๋ยวก็ได้คลานไปผ่าตัดคนไข้หรอก”
วิสูตรท้วงเมื่ออีกคนก็สาดเหล้าเข้าคอเช่นกัน

“ไม่เป็นไรว่ะ พรุ่งนี้ฉันไม่ได้ทำงาน”
ปรกติภัทรนันต์ไม่ดื่มเหล้าจัดขนาดนี้ เขาจะดื่มนิดหน่อยเพื่อเข้าสังคม

แต่วันนี้ความจริงที่ได้รู้ ทำให้รู้สึกเหมือนโดนตีแสกหน้า น่าขำจริงๆ ก็ในเมื่อวิสูตรบอกแล้วว่าคำหวานมีป๋าเลี้ยง เขาก็ดึงดันที่จะจีบ จนเมื่อพบความจริงก็ต้องมานั่งเศร้าใช้เหล้าปลอบใจอยู่อย่างนี้

“สองคนนี้มันดื่มอย่างกับอกหักนะ”
วิสูตรกับวิทยากรหันมาซุบซิบกัน ร้อยวันพันปีราเมศกับภัทรนันต์ไม่เคยมีอการอย่างนี้ เขาทั้งสองต่างหากที่มักก่อเรื่องให้นายธนาคารและแพทย์หนุ่มแก้ปัญหา

“สงสัยมันสองคนมีปัญหาหัวใจแล้วก็ไม่ตกแหงๆ”
“ห๋า...”
วิสูตรอุทานมองคนสันนิษฐาน

“ปัญหาของหัวใจถ้าเจ้าตัวเขาไม่บอกเราก็ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งหรอก”
เจ้าของโรงแรมหนุ่มหันไปมองสองคนที่กระดกเหล้าแข่งกันอีกครั้ง ...คราวนี้เขาเห็นด้วยกับพิทยาจริงๆ


เพื่อนๆ กฤตินโวยวายทันทีที่รู้ว่าเขาจะขอถอนหุ้นและต้องการจะให้ขายผับ
“เฮ้ย! เห็นแก่ตัวนี่หว่า ไหนว่าบ้านแกมีเงินยังไงล่ะ ลงทุนผับแล้วขาดทุนแค่นี้จะเลิกเลยเหรอ”

“ก็มันขาดทุนน่ะ พ่อฉันเขาเลยให้ขาย อีกอย่างเราก็ไม่ควรเอาเงินมาจมอย่างนี้นะเว้ย!”
กฤตินพยายามอธิบาย แรกทีเดียวคืนนี้เขาร้อนใจจนอยู่บ้านไม่ได้ จึงนัดคุยกับเพื่อนเรื่องให้ช่วยลงเงินกันอุดบัญชีที่รั่วของผับ
แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนเกี่ยงกัน จากนั้นเพื่อนก็บอกให้เขาเอาเงินมาลงทุนเพิ่มเสียเอง

“จมอะไรกันบ้านนายออกรวยนะตี้ ปู่นายเป็นเจ้าของธนาคารนี่”
ธาตุแท้ของแต่ละคนเริ่มแสดงออก ความจริงกฤตินก็รู้อยู่แล้วว่าเพื่อนพวกนี้ไม่ได้จริงใจอะไรกับเขามาก คบกันเพราะต่างคนต่างอยู่ในสังคมคนรวย ต่างคนเข้ามาหาผลประโยชน์จากกันทั้สิ้น

“ตี้ นายบอกเองนี่หว่า ว่าอยากจะทำอะไรเองไม่ให้พวกปู่นายว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไง”
“งั้นพวกนายก็ช่วยกันเอาเงินมาลงทุนเพิ่มสิ แล้วก็มาช่วยกันบริหารผับเสียบ้าง อีกอย่างบัญชีที่พวกนายกินแล้วไม่จ่ายนะมีเป็นหางว่าว”

“อ้าว! เฮ้ย อย่ามาพูดอะไรหมาๆ อย่างนี้สิ”
คราวนี้วงแตกจนหวิดจะวางมวยทีเดียว บริกรกับผู้จัดการผับต้องรีบมาแยกหุ้นส่วนแต่ละคนไว้

“งั้นก็เลิกทำผับ ฉันจะขายมันเสียเลย”
กฤตินตัดสินใจจบปัญหาด้วยการเลิกกิจการเหมือนทุกครั้ง แล้วก็โทษว่าเป็นความผิดของราเมศที่พยายามจะเข้ามาครอบงำเขา โทษความร่ำรวยของตระกูลตนที่มีแต่คนเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ ทำให้เขาไร้มิตรแท้

ชายหนุ่มโทษทุกสิ่งรอบตัว แต่ไม่เคยเลยที่จะพิจารณาตนเองว่ามีนิสัยอ่อนแอเพียงใด ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าตัวเขานั้นแลที่เป็นสาเหตุเปลี่ยนชีวิตของผู้หญิงดีๆ ถึงสองคนให้พลิกผันไปตลอดกาล


“คุณฟ้าคะเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปซื้อของกันดีไหมคะ”
ติญญาซึ่งเข้ามาในห้องนอนหล่อนเพื่อเล่นกับแทนไทชวน

“ที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อนปู่สามมีงานเทศกาลอาหารนานาชาติค่ะ คงมีขนมอร่อยๆ เยอะเลย”
พอสร้อยฟ้าลดาวัลย์ปฏิเสธ สาวสวยก็ทำหน้ากระเง้ากระงอด

“น่า...คุณฟ้าคะไปเที่ยวกับญาญ่าหน่อยนะ อยู่แต่ในบ้านอุดอู้จะตาย ตี้เขาก็เอาแต่เที่ยว ดูสิดู! กลางค่ำกลางคืนยังไม่ยอมอยู่กับลูกอยู่กับคุณฟ้าเลย”
หล่อนไม่รู้สึกกังวลใจเลยที่กฤตินไม่อยู่ด้วยในยามค่ำคืน เพราะชินกับพฤติกรรมเขาเสียแล้ว
ตรงกันข้ามกับรู้สึกเป็นส่วนตัวอีกต่างหากเวลาอยู่กับลูกสองคน

“ตี้นี่แย่จริงๆ นะคะ คุณฟ้าก็แสนดี แทนก็ออกจะน่ารัก คนเป็นพ่อก็ยังจะออกแต่ร่อนเที่ยว”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณญาญ่า คนเรามันเปลี่ยนพฤติกรรมกันได้ง่ายๆ เสียทีไหน โดยเฉพาะผู้ชายที่นิสัยก่อนคบกันเป็นยังไง หลังคบกันก็ยังเป็นอย่างนั้น”

ดูอย่างกฤตินนั่นประไร เศร้าเรื่องที่จะต้องขายผับแป๊บเดียว พออาบน้ำเสร็จก็นอนนิ่งไปสักพักก่อนจะแต่งตัวหล่อออกไปข้างนอก ติญญาผงกศีรษะเป็นเชิงเห็นด้วย

“แต่ญาญ่าเชื่อนะคะ ว่าจะต้องมีผู้ชายสักคนแน่ที่เสมอต้นเสมอปลาย รักเราตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต”
ดวงตาคนพูดฉายแววตาช่างฝัน ครั้งหนึ่งสร้อยฟ้าลดาวัลย์ก็เคยคิดเหมือนกับคนตรงหน้านี่แหละ
แต่ประสบการณ์ที่เจ็บช้ำในความรักสอนหล่อนว่าผู้ชายหลายคนเป็นเช่นนั้นจริงๆ

...แรกๆ ก็แสดงท่าว่ารักมาก ได้หัวใจแล้วก็หมางเมิน สุดท้ายก็ทรยศ ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

“ตกลงคุณฟ้าไปซื้อของกับญาญ่านะคะ”
ญาติของกฤตินวกกลับมาเรื่องเดิม จนหญิงสาวชักเอะใจว่ามีอะไรแอบแฝงในคำชวนนั้นหรือเปล่า

“ถ้าคุณญาญ่าอยากไปจริงๆ ก็ชวนคนอื่นไปก็ได้นี่คะ อย่างป๊อปหรือญาติคนอื่น”
ติญญาหน้าเจื่อนลงและหลุบตามองมือตนเอง

“คือปู่เล็กคนข้างจะห่วงญาญ่าน่ะค่ะ ก็เลยไม่ค่อยให้ญาญ่าไปไหนมาไหนคนเดียว”
คำตอบทำเอาสร้อยฟ้าลดาวัลย์แปลกใจ เพราะติญญาอายุมากกว่าป๊อบแถมยังเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วด้วย
ราเมศก็ช่างกระไร ห่วงหลานจนเกินเหตุ

“ถ้าบอกปู่เล็กว่าคุณฟ้าให้ไปซื้อของเป็นเพื่อนปู่เล็กคงไม่ดุ” เสียงเจ้าตัวอ่อยๆ เมื่อเอ่ยถึงเขา
“นะคะ คุณฟ้า ญาญ่าอยากจะไปงานนั้น เราไปด้วยกันเถอะนะคะ”
ติญญาเปลี่ยนมาเขย่าแขนเบาๆ เป็นเชิงขอร้อง แววตาสาวสวยอ้อนวอนจนสร้อยฟ้าลดาวัลย์ใจอ่อนตอบตกลงไปด้วยในที่สุด


เช้าวันต่อมาราเมศยังไม่ตื่น คนรับใช้บอกว่าเมื่อคืนเขากลับดึก สร้อยฟ้าลดาวัลย์จึงขับรถออกไปห้างสรรพสินค้ากับติญญาเลย สาวสวยมีสีหน้าดีใจมาก ยิ้มร่าอยู่ในรถแข่งกับแทนไทเลยทีเดียว

“คุณฟ้าคะ สงสัยเชื้อชอบเที่ยวกลางคืนมันคงแพร่ถึงกันได้ หมู่นี้ปู่เล็กถึงได้ชอบเที่ยวแล้วกลับมาดึกๆ เหมือนตี้”
กฤตินกลับมาห้องตอนประมาณตีสาม ห้องของเขาและหล่อนมีประตูเชื่อมกัน หญิงสาวได้ยินเขาเปิดประตูห้องกลางดึก ส่วนอีกคนสร้อยฟ้าลดาวัลย์ไม่รู้ ...และไม่อยากนึกถึง

“พักนี้ปู่เล็กแปลกๆ อารมณ์ไม่ดีเลยค่ะ ใครเข้าหน้าก็ไม่ติด ปู่สามกับปู่สี่ยังบ่นเลย”
บทสนทนากลายเป็นเฉพาะเจาะจงไปที่เรื่องของราเมศเสียแล้ว

“ป๊อปยังนินทาเลยค่ะว่าสงสัยปู่เล็กคงเข้าวัยทองแล้ว อารมณ์เลยขึ้นๆ ลงๆ”
ติญญาหัวเราะคิกคักพลางกอดลูกชายหล่อนไว้แนบอก เด็กน้อยเห็นสาวสวยอารมณ์ดีจึงพลอยหัวเราะไปด้วย

“งานวันนี้มีอาหารอะไรอร่อยๆ แนะนำฉันกับแทนบ้างไหมคะ คุณญาญ่า”
สร้อยฟ้าลดาวัลย์ถามเบี่ยงประเด็นเพื่อให้บทสนทนาหลุดไปจากเรื่องของราเมศเสียที

“เอ๋อ...ก็มีขนม...”
ญาติสาวของกฤตินอธิบายเสียงใส ทำให้หล่อนโล่งใจเสียทีที่ไม่ต้องมานั่งอึดอัดฟังเรื่องของเขา

...เพราะยิ่งได้ฟัง ภาพเก่าๆ วันเวลาเจ็ดวันในเกาะช้างยิ่งเด่นชัด
หญิงสาวบอกใจให้ลืม ...แต่สมองกลับจำ
ทั้งรสจูบ มือแข็งใหญ่ของเขาผิวสัมผัส กลิ่นกายเข้มแบบผู้ชาย และอ้อมกอดที่ร้อนผ่าว
เสียงเรียกชื่อหล่อนที่แสนอ่อนหวาน

‘แพร...แพรของผม’
ไม่ใช่อีกแล้ว ...หล่อนไม่ใช่ของๆ ใคร หล่อนจะเป็นเจ้าของตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ!


****************
ปล.ที่บล็อกจะลงแบบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก่อนะคะ
ถ้าใครหงุดหงิดหรืออยากอ่านเต็มตอนเลย รบกวนไปที่นี่ค่ะ
http://www.sirinda-stories.net/index.php

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ





 

Create Date : 28 มกราคม 2553
8 comments
Last Update : 30 มกราคม 2553 17:16:46 น.
Counter : 389 Pageviews.

 

มาขอติดตามอ่านด้วยฮับ

 

โดย: ree IP: 114.128.12.116 28 มกราคม 2553 20:20:41 น.  

 

ดูที่สิรินดาทุกวัน ไม่เห็นมีเรื่องนี้เลยจ๊ะ

 

โดย: zoraya 28 มกราคม 2553 21:19:17 น.  

 

ขออภัยจ๊ะ ที่เวปสิรินดาดูแต่ชื่อ จโกระ&ลาชา
ไม่ได้ดูที่ชื่อใหม่คือ "เสวยจันทร์"
ขอบคุณที่ส่งข้อความมานะจ๊ะ

 

โดย: zoraya 29 มกราคม 2553 21:49:16 น.  

 

โอ้ว เป็นป๋าจริงๆ ด้วย ตอนแรกคิดว่าหลอกว่าป๋า แต่ที่ตริงคือป่า๊ป๊าซะอีกน่ะ

 

โดย: aa IP: 203.144.144.165 30 มกราคม 2553 22:18:48 น.  

 

whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

 

โดย: da IP: 203.144.144.165 8 กุมภาพันธ์ 2553 23:36:22 น.  

 

หายไปนานจังคะ รออยู่นะค้า

 

โดย: ต้นหอม IP: 125.27.232.11 7 มีนาคม 2553 13:20:49 น.  

 

รอฉันรอเธออยู่ แต่ไม่รู้เธออยู่หนใด

 

โดย: innam IP: 203.130.132.85 30 มีนาคม 2553 12:57:43 น.  

 

มารอลุ้นค่า..สงสัยอยู่ว่าตกลงตาแทนเป็นลูกใครกันแน่ ระหว่างตี้ หรือแพร ต้องของใครสักคนแหละ ๕๕๕

 

โดย: grazioso IP: 124.120.148.186 19 พฤษภาคม 2553 23:58:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


จโกระ&ลาชา
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Something has come and gone,and that it 's all.


free counters
Friends' blogs
[Add จโกระ&ลาชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.