Group Blog
 
All blogs
 

My Love ตอนที่ 13

ออกอากาศ: วันพุธ & วันเสาร์


"คุณภัส!"

เสียงร้องทักดังมาจากด้านหลัง ขณะหญิงสาวกำลังเดินอยู่บนสะพาน ทอดเชื่อมระหว่างอาคารในโรงพยาบาล

"หมอก้อง สวัสดีค่ะ"

"มาเยี่ยมน้องดาวเหรอครับ"

"ค่ะ จะมาปรึกษาคุณหมอณรงค์ ว่าจะพาดาวไปดูแลต่อที่บ้านค่ะ"

"ถ้างั้น.. ผมคงไม่มีโอกาสพบน้องดาวกับคุณภัสอีกสิครับ"

"เออ..ค่ะ ไม่เจ็บไม่ป่วยก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอคะ"

"คือว่า.. ผม" หมอก้องมีท่าทางลังเล ขัดกับบุคลิกร่าเริงเปิดเผยที่หญิงสาวเห็นจนชินตา

"มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

"ไปหาอะไรเย็นๆ ดื่มกันก่อนนะครับ"

ชมดาวนึกสงสัยว่าหมอก้องมีอะไรอยู่ในใจ บวกกับถูกอัธยาศัยและรู้จักกันมาแรมเดือน เธอจึงยอมตามคำชวน ชายหนุ่มดูอึดอัด เหมือนมีอะไรจะบอกกล่าว เขาอ่ำอึ้งอยู่จนพนักงานยกเครื่องดื่มมาเสริฟแล้วจากไป

"จะบอกได้หรือยังคะว่ามีเรื่องอะไร" ชมดาวถามแล้วดูดน้ำมะนาวเย็นๆ เข้าไปอึกใหญ่

"ผมรักน้องดาว" คำสารภาพเร็วรัวของหมอหนุ่ม ทำเอาคนฟังเกือบสำลักน้ำ

"คุณหมอ!" ชมดาวเบิกตากว้างราวกับเป็นเรื่องเหลือเชื่อ

"เออ.. คือผมรู้ว่ามันคงฟังดูประหลาด แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะครับ คุณภัส ผมไม่เคยคิดจะบอกใคร แต่ว่าคุณจะพาน้องดาวไปจากที่นี่ ผมก็เลย..."

"แต่หมอยังไม่เคยพูดคุยกับดาวเลยนะคะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าดาวเป็นคนยังไง"

"ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง รู้แต่ว่าอยากเห็นหน้าน้องดาวทุกวัน อาจจะฟังดราม่าไปสักหน่อย แต่ถ้าคุณเคยรักใครตั้งแต่แรกเห็น คงจะเข้าใจ"

ชมดาวถอนหายใจ เข้าใจสิ ทำไมจะไม่เข้าใจ คนที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นนั้น มีครอบครัวแล้วเสียด้วย หากเธอไม่ได้อยู่ในร่างภรรยาเขา เขาคงไม่ชายตามองเด็กกำพร้าอย่างเธอเสียด้วยซ้ำ

"แล้วถ้าดาวไม่ฟื้นขึ้นมาล่ะคะ"

"น้องดาวต้องฟื้นครับ"

เสียงหนักแน่นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นนั้น ทำให้ชมดาวเริ่มใจอ่อน แม้จะคิดว่าเป็นความฝันลมแล้ง แต่ก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกชายหนุ่ม หากเธอยังอยู่ในร่างนั้น และไม่ได้พบกับเมฆา เธออาจจะรับรักคนดีๆ อย่างเขาได้ไม่ยาก

"หมอจะให้ช่วยยังไงคะ?"....



แล้วเสียงทักท้วงจากคุณนวลเนตรก็ดังมาตามสายในตอนบ่าย หลังจากชมดาวกลับจากโรงพยาบาล ไม่เห็นด้วยที่หญิงสาวจะนำร่างตนเองมาดูแลที่บ้าน เพราะเกรงจะเป็นภาระบ้าง เกิดมาตายในบ้านบ้าง หรือกระทั่งฟื้นขึ้นมาเป็นมือที่สามให้ผัวเมียทะเลาะกันบ้าง

"ไหนแม่เคยสนับสนุนให้หนูดูแลดาวไปตลอดไงคะ"

"แม่หมายความว่าให้ดูแลกันที่โรงพยาบาลนะยัยภัส ไม่ใช่ให้เอากลับมาไว้ที่บ้านแบบนี้"

"หนูก็อยู่ว่างๆ ไม่เห็นต้องทำอะไรมากมายเลยนี่คะ"

"แล้วนี่ตาเมฆเห็นด้วยเหรอ?"

"ทีแรกก็ไม่ยอมเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไฟเขียวแล้วค่ะ"

"ตามใจ! ไหนๆ ก็มีคนช่วยผูกแล้วนี่ ถ้ามีปัญหาทีหลังจะได้ช่วยกันแก้" คุณนวลเนตรยอมแพ้ หลังจากหว่านล้อมมาพักใหญ่ ก็ยังไม่ได้ผล

"ขอบคุณค่ะ คุณแม่"



ชมดาวจัดการให้ช่างกุญแจมาไขล็อกห้องที่ติดกับห้องชมพู่ แล้วให้คนเข้าไปทำความสะอาดหลังจากปิดตายมาสองสามเดือน ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ไม่มีใครรู้ว่ากุญแจถูกเก็บไว้ที่ไหน

หญิงสาวมองไปรอบๆ ห้องโทนสีฟ้าไม่แตกต่างจากห้องข้างๆ สักเท่าไหร่ พลางคิดว่าทั้งสองคงเคยคิดจะมีลูกชายด้วยกันอีกสักคน ถึงได้เตรียมห้องนี้ไว้ หากแต่ภายหลังชีวิตคู่เริ่มสั่นคลอน ภัสสรจึงได้ย้ายมาใช้ที่นี่เป็นห้องส่วนตัว 


"คุณแม่จะกลับมานอนห้องนี้เหรอคะ" ชมพู่เห็นห้องข้างๆ เปิดไว้เมื่อกลับจากโรงเรียนในตอนบ่าย 

"แม่เตรียมไว้ให้น้าดาวน่ะ"

"ใครคะ น้าดาว"

"น้าดาวเป็นคนที่แม่ขับรถชน ตอนนี้นอนหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่จ้ะ"

"งั้นเราก็ต้องหาเจ้าชายมาจูจุ๊บค่ะ เดี๋ยวก็ฟื้น"

"จะไปหาที่ไหนล่ะคะ"

"อืม.. น้าวีไงคะ"

ชมดาวหัวเราะความคิดของเด็กหญิง แค่หมอก้องก็จะแย่อยู่แล้ว ขืนเพิ่มวีรัสเข้าไปอีกคน เรื่องนี้ไม่รู้จะจบยังไง



"กาแฟค่ะคุณเมฆ" ชมดาวเห็นสามทุ่มแล้ว ชายหนุ่มยังขลุกอยู่ในห้องทำงาน จึงแวะลงมาดูเสียหน่อย

"วันนี้ไปโรงพยาบาลเป็นไงบ้างภัส ขอโทษทีนะ ผมงานยุ่งจริงๆ" เมฆาเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วดึงร่างบางลงนั่งบนตัก

"เรียบร้อยดีค่ะ อีกสองวันก็ย้ายมาได้เลย ฉันให้ช่างกุญแจมาไขล็อกห้องข้างๆ ห้องลูกแล้วนะคะ" ชมดาวโอบรอบคอชายหนุ่ม

"ผมก็มีกุญแจ ทำไมไม่บอกกันก่อน"

"ไหนเคยบอกว่าไม่มีคะ" หญิงสาวทำหน้างอ เพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอก

"ขืนพูดอย่างนั้น ภัสก็กลับไปนอนห้องนั้นน่ะสิ" เมฆายิ้มขำ

"คนเจ้าเล่ห์" ชมดาวดันอกแข็งแรงออก

"เรื่องผ่านมาตั้งนานแล้ว ห้องก็จะไม่ว่างแล้ว ภัสยังจะโกรธอะไรผมอีก" ปลายจมูกโด่งกดลงไปบนแก้มนุ่มแรงๆ 

"ไม่โกรธก็ได้ค่ะ คุณเมฆคะ..คือว่า ฉันจะให้หมอก้องมาช่วยกายภาพให้ดาว อาทิตย์ละสามวัน คุณคงไม่ขัดข้องใช่ไหมคะ"

"หมอทั้งโรงพยาบาล มีอยู่แค่คนเดียวหรือไงนะ"

"ก็เขาช่วยดูแลมาตั้งต้นแล้วนี่คะ"

"นี่ภัสตั้งใจจะให้ผมหึงใช่ไหม"

"ไม่สำเร็จ ใช่ไหมคะ"

"ใครว่าล่ะ"

ชมดาวเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอเขาอีกครั้ง มองสบตาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม แล้วข้อเรียกร้องก็ได้รับการตอบสนองไปโดยปริยาย เมื่อริมฝีปากบางกดลงมาแนบสนิท เมฆากอดกระชับ แล้วเริ่มลูบไล้ฝ่ามือไปบนชุดคลุมเรียบลื่น ความอบอุ่นชุ่มชื้นในสัมผัสหวานละมุนทำให้ยากจะตัดใจ

"ทำงานต่อเถอะค่ะ" หญิงสาวถอนริมฝีปากออก บอกราวเสียงกระซิบ

"ภัส ล้อเล่นใช่ไหม" เสียงแหบพร่ากระซิบถาม บ่งบอกว่าเชื้อไฟที่เธอเป็นคนก่อ คงจะไม่ดับมอดลงง่ายๆ ในเวลาเช่นนี้ เว้นแต่จะปล่อยให้ประทุจนถึงที่สุด...​



"น้องดาวคงมีความสุขนะครับ ที่ได้มาอยู่ในที่สภาพแวดล้อมดีๆ แบบนี้" ก้องเกียรติวางร่างบอบบางลงบนที่นอนนุ่มสะอาด ภายในห้องนอนกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวกด้วยหน้าต่างและประตูระเบียง

"ฉันรับปากทางสถานสงเคราะห์ไว้แล้ว ก็ต้องดูแลดาวให้ดีที่สุดค่ะ"

"แล้ว..เออ เรื่องที่ผมขอร้องล่ะครับ คุณภัส"

"ฉันคุยกับคุณเมฆแล้วล่ะค่ะ คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร"

"ขอบคุณมากนะครับ ถ้าเป็นคนอื่น ผมคงไม่รู้จะออกปากยังไง" ก้องเกียรติดีใจ พลางเอื้อมไปจับมือหญิงสาวมากุมไว้

"คุณหมอต้องทำใจไว้บ้างนะคะ บางทีชะตาชีวิตก็เล่นตลกกับเรา" ชมดาวยิ้มให้อย่างเข้าใจ

"ผมเตรียมใจไว้ตั้งแต่วินาทีที่รู้ใจตัวเองแล้วล่ะครับ" หมอหนุ่มสารภาพ เป็นจังหวะที่ปรางนำน้ำมาเสริฟให้พอดี เขาจึงรีบปล่อยมือหญิงสาว

"ปราง นี่คุณหมอก้องนะ จะมาช่วยดูคุณดาวช่วงกลางวัน จันทร์ พุธ ศุกร์" ชมดาวบอกกล่าว จะได้รู้จักกันไว้

"ค่ะ" ปรางกระแทกเสียงเล็กๆ พลางคิดว่าจะมาดูใครกันแน่

"ไปได้แล้วจ้ะ ไม่มีอะไรแล้ว" ชมดาวไม่ชอบสายตาจับผิด ที่พี่เลี้ยงสาวส่งมาสักเท่าไหร่และรู้ว่าหมอก้องเองก็คงรู้สึกอึดอัดเช่นกัน 

"แล้วจะทานข้าวที่นี่ด้วยไหมคะ จะได้ให้ป้าแจ่มเตรียมไว้ให้ค่ะ" พี่เลี้ยงเสนอราวกับจะหวังดี

"ผมไม่รบกวนดีกว่ามั้งครับ" หมอหนุ่มรีบออกตัวด้วยความเกรงใจ

"ไม่รบกวนหรอกค่ะ งั้นช่วยไปบอกป้าแจ่มตามนี้ด้วยนะปราง"

"ค่ะ" พี่เลี้ยงสาวแอบยิ้มสะใจแล้วผละไป

"จะดีเหรอครับคุณภัส"

"น้อยไปเสียอีกค่ะ ถ้าให้หมอคนอื่นมาคงต้องเสียมากกว่าอาหารกลางวัน"

"งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ"

หมอหนุ่มอยู่ทานข้าวด้วยเป็นมื้อแรก ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อที่โรงพยาบาล

"เหมือนคนนอนหลับนะคะ คุณภัส ไม่เหมือนคนป่วยเลย" ป้าแจ่มออกความเห็น ขณะตามขึ้นมาดูสมาชิกใหม่พร้อมกับอนงค์และมดง้าม

"ดูเธอยังเด็กอยู่เลยนะคะ อายุสักเท่าไหร่ค่ะ คุณภัส" อนงค์ถาม

"ยี่สิบจ้ะ" 

"โชคดีนะครับ ที่โดนคุณภัสชน ถ้าเป็นคนอื่นไม่รู้จะดูแลดีขนาดนี้ไหม" มดง้ามออกความเห็น ชนิดที่ชมดาวเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะวิกฤตครั้งนี้ได้กลายเป็นโอกาสสำหรับเธอแบบชนิดที่ไม่คาดฝันเลยทีเดียว


ชมพู่เป็นอีกคนที่ตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้เห็นสมาชิกใหม่ นอนหลับใหลเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยายที่เคยอ่านแทบทุกคืน

"แล้วเมื่อไหร่น้าดาวจะตื่นคะ คุณแม่" เด็กหญิงขึ้นไปนั่งอยู่ข้างร่างที่ยังนอนนิ่ง มองด้วยความสนใจ

"คงรอเจ้าชายอยู่มั้งคะ" ชมดาวว่าล้อ

"ไม่เป็นไรนะคะน้าดาว ชมพู่จะช่วยหาค่ะ" เด็กหญิงกุมมือขาวซีดไว้ แล้วรับปากเป็นมั่นเหมาะ

"อุ๊ย! คุณแม่ดูสิ น้าดาวร้องไห้ด้วย" เด็กหญิงใช้นิ้วเล็กชี้ไปที่หางตาของคนที่ยังนอนนิ่ง

ชมดาวรู้สึกตื่นเต้นกับปฏิกิริยาตอบสนองครั้งแรกที่พบ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าร่างนิ่งสงบนี้รับรู้อะไรหรือไม่  หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์เพื่อติดต่อหมอก้องทันที คิดว่าเขาคงให้คำตอบได้

"หมอก้องเหรอคะ" ....



"คุณภัสกับชมพู่อยู่ไหนล่ะ ปราง" เมฆากลับมาถึงบ้านในตอนเย็น เห็นเงียบๆ ผิดปกติ

"อยู่ข้างบนค่ะ คุณเมฆคะ เมื่อตอน..." พี่เลี้ยงสาวตอบแล้วตั้งท่าจะสาธยายสิ่งที่เห็นเมื่อตอนกลางวันต่อ แต่ชายหนุ่มกลับก้าวเร็วๆ ขึ้นไปชั้นบน โดยไม่รอฟัง


"ค่ะ หมอก้อง ขอบคุณนะคะ" ชมดาววางสาย เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว

"หมอนี่อีกแล้วเหรอ ที่รัก" เมฆามาถึงส่วนรับแขกหน้าห้องนอนพอดี เขาเดินไปสวมกอดร่างบางแล้วหอมแก้มไปฟอดใหญ่

"ชมพู่เห็นดาวมีน้ำตาไหลออกมาค่ะ ฉันก็เลยโทรไปถามดูให้แน่ใจ"

"แล้วหมอว่าไง"

"สรุปไม่ได้ค่ะว่าเป็นการตอบสนอง อาจเป็นแค่น้ำที่ค้างอยู่ข้างใน ต้องมีอาการบ่งชี้มากกว่านี้ค่ะ"

"คุณแม่ขา น้าดาวขยับนิ้วด้วยค่ะ" ชมพู่รีบวิ่งออกมาบอก แต่พอทั้งสองเข้าไปดูก็ไม่เห็นอาการอย่างที่ว่า

"จริงๆ นะคะ ชมพู่เห็นจริงๆ ค่ะ" เด็กหญิงยืนยันแข็งขัน

"คุณคงไม่โทรหาหมออีก ใช่ไหม" เมฆาพูดดักคอ ชมดาวจึงรู้ว่าหากเธอโทร เขาต้องไม่พอใจแน่

"ชมพู่ให้น้าดาวพักผ่อนก่อนนะลูก ลงไปทานข้าวกันดีกว่า"

"ค่ะ แต่ชมพู่เห็นจริงๆ นะคะ" เด็กหญิงยังคงยืนยัน

เมฆามองร่างที่ยังนอนสงบอีกครั้งก่อนจะปิดประตูลง แล้วเดินตามทั้งสองลงไปข้างล่าง














 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 2 มิถุนายน 2555 9:36:38 น.
Counter : 777 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 12


ชมดาวมาเยี่ยมร่างตนเองบ่อยครั้ง รู้สึกผูกพันราวเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่มีอยู่ พลางคิดว่าอยากจะนำร่างนี้กลับไปดูแลต่อเองที่บ้าน เพราะบาดแผลภายนอกเลือนหายไปหมดแล้ว ส่วนสภาพก็เหมือนคนนอนหลับปกติ


"ไม่ได้!" เมฆาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แม้หมอจะอนุญาติให้ทำเช่นนั้นได้

"แต่ฉันอยากดูแลเองนี่คะ จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาโรงพยาบาลด้วย" ชมดาวส่งสายตาอ้อนวอนให้คนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะภายในห้องทำงานชั้นล่าง

"นี่เป็นครอบครัวของเรานะภัส ผมไม่ชอบให้มีคนอื่นมาจุ้นจ้าน"

"จุ้นจ้านที่ไหนคะ ดาวลุกนั่งยังไม่ได้เลย"

"ยังไงเขาก็เป็นคนอื่น"

คำพูดยืนกรานนั้นสะกิดใจหญิงสาวขึ้นมาทันที ถ้าร่างที่เขาพูดถึงเป็น 'คนอื่น' แล้วเธอล่ะเป็นใคร?  หากวันใดเขาเกิดรู้ขึ้นมาว่าเธอคือ 'คนอื่น' คงคิดไล่เธอออกจากบ้านหลังนี้เช่นกัน

"ก็ได้ค่ะ" ชมดาวก้มมองมือตัวเอง หลังจากเจรจาอยู่นาน ชายหนุ่มก็ยังไม่ใจอ่อน

"ขอบคุณนะภัส ที่เข้าใจผม" เมฆาถอนหายใจ แต่แล้วก็ถึงกับตะลึงเมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง

"ฉันจะพาดาวไปอยู่อยุธยาค่ะ"

"คุณจะไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง?"

"ก็คุณเคยรับปากว่าจะยกบ้านหลังนั้นให้ฉัน"

"ผมจะให้ก็ต่อเมื่อเราเลิกกัน"

"ค่ะ ฉันทราบ"

"ภัส! นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ?" เมฆาถึงกับนั่งไม่ติด มองด้วยสายตาขุ่นเคืองไม่คิดว่าภรรยาสาวจะเล่นไม้นี้

"คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกนะคะ"

"คุณคงคิดว่าตัวเองมีคุณธรรมมากใช่ไหม ที่ทำแบบนี้ แล้วผมกับลูกล่ะ?"

"ฉันขอพบลูกอาทิตย์ละครั้ง ส่วนคุณก็จะได้มีชีวิตครอบครัวในแบบที่คุณต้องการ โดยไม่มีคนอื่น..."

"ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณตัดสินใจแบบนี้เพราะเด็กนั่น" เมฆามองด้วยความเคลือบแคลง

"ขอโทษนะคะ คุณเมฆ" ชมดาวว่าแล้วเดินออกจากห้องไป



แล้วสงครามเย็นก็เปิดฉาก ความตึงเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ เมื่อภรรยาสาวไม่ร่าเริงเหมือนก่อน  ทั้งที่เมฆาคิดว่าการให้หมอดูแลร่างไร้สติอย่างดีไปตลอดชีวิตนั้นก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ภรรยาเขากลับไม่พอใจเพียงเท่านั้น

เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าอะไรทำให้ภัสสรเปลี่ยนไปสุดขั้วขนาดนี้ จากที่เคยเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น สังคมจัด ใช้เงินฟุ่มเฟือย เธอกลับทำตัวเป็นแม่พระ เก็บตัว ไม่แตะต้องเงินในบัญชีหรือบัตรเครดิตนับแต่เกิดอุบัติเหตุ ทักษะที่เคยมีในการเล่นดนตรี ขับรถ แม้กระทั่งว่ายน้ำก็หายไปหมดสิ้น ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

และในขณะที่เขาไม่มีทีท่าจะยอมตามที่เธอขอ คิดว่าหญิงสาวคงจะล้มเลิกความตั้งใจไปเอง ชมดาวกลับพามดง่ามกับอนงค์ไปช่วยทำความสะอาดและจัดตกแต่งเรือนที่อยุธยาติดต่อกันหลายวัน ทำให้เมฆารู้สึกหวั่นใจขึ้นทุกที


"คุณแม่ขา ยังไม่จบเลยค่ะ" เด็กหญิงเขย่าแขน เมื่อเห็นแม่ผล็อยหลับขณะเล่านิทาน เพราะเพลียจากการเดินทาง และงานทำความสะอาดที่ต้องเร่งทำทั้งวันเพื่อกลับมาให้ทันรับลูกสาวจากโรงเรียน

"ถึงไหนแล้วลูก" ชมดาวบังคับเปลือกตาให้ลืมขึ้นอีกครั้ง พยายามจะทำภาระกิจสุดท้ายของวันให้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์

"ถึงตอนเจ้าหญิงพบกบในอ่างน้ำค่ะ"

"แล้วเจ้ากบน้อยก็ต่อรองว่า..." เล่าไปอีกสองนาที เสียงก็ขาดหายไปอีก

"คุณแม่..."

"ให้พ่อเล่าดีกว่านะ" เมฆาเดินเข้ามานั่งเยียดขาบนที่นอน แล้วค่อยๆ ดึงหนังสือออกจากมือหญิงสาว

"ก็ได้ค่ะ" เด็กหญิงนอนหันมาทางพ่อ

"แล้วเจ้ากบก็ต่อรองว่า... หากท่านไม่รับข้อเสนอของข้า ท่านต้องสูญเสียทุกสิ่ง..."
เมฆาอ่านไปเรื่อยๆ แล้วลูกสาวตัวน้อยก็หลับไปก่อนนิทานจะจบเล่ม

เขาหันมองหญิงสาวที่กำลังนอนหายใจแรงด้วยความอ่อนเพลีย พลางยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ร่วงลงมาปิดที่ข้างแก้ม จ้องมองเธออยู่อย่างนั้นก่อนจะเลื่อนสายตามาที่ลูกสาวตัวน้อย ชั่งใจตนเองอยู่พักใหญ่ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ต้องคิดหนัก เพราะภัสสรคงไม่ใช้วิธีนี้กับเขา มาบัดนี้ถึงได้รู้ว่าการที่เธอดื้อเงียบนั้นร้ายกาจกว่าหลายเท่า เพราะคนที่รู้สึกกดดันกลับเป็นตัวเขาเอง




ชมดาวมาถึงเรือนที่อยุธยาในสายวันใหม่ หลังจากทำเช่นนี้อยู่เป็นอาทิตย์ บ้านร้างก็ดูสะอาดสะอ้านมีชีวิตชีวาขึ้นมา ฝุ่นละอองถูกขจัดออกจากพื้นมันวาว และตามชั้นวางข้าวของต่างๆ จนภายในบ้านดูอบอุ่นเป็นระเบียบเหมาะกับการอยู่อาศัย 

หญิงสาวนั่งลงหน้าเปียโนที่เคยร่วมเล่นกับใครบางคน ไล้นิ้วไปบนคีย์แล้วกดลงฟังเสียงกังวานใส  แม้ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร แต่กลับจำความรู้สึกและสัมผัสได้อย่างแม่นยำ ปลายนิ้วไล่สุ่มไปเรื่อยๆ กดฟังเสียงไปทีละโน้ตด้วยจิตใจเหม่อลอย แล้วจู่ๆ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาจนล้นออกจากขอบตา นิ้วมือสั่นไหวจึงหยุดชะงักไปทันที 

ชมดาวลุกยืน บอกตัวเองว่าป่วยการที่จะคิดถึงเขา หลายวันที่ผ่านมา ก็คงชัดเจนแล้วว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร 

"ไม่เล่นต่อแล้วเหรอ"

แต่แล้วเสียงทุ้มจากด้านหลัง กลับทำให้น้ำตาร่วงเผาะลงมาอีก โดยไม่ต้องหันมองด้วยซ้ำว่าเป็นใคร

"คุณก็รู้ว่าฉันเล่นไม่เป็น" ชมดาวหันกลับ ภาพที่เห็นพร่าเลือนด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อขึ้นบดบัง

"ผมคงมีเวลาอีกทั้งชีวิต ที่จะสอนเด็กดื้ออย่างคุณ" เมฆาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือให้ แล้วดึงรั้งร่างบางเข้ามากอด

"หมายความว่าไงคะ" หญิงสาวเช็ดน้ำตาลงบนอกเสื้อ ถามด้วยรอยยิ้ม

"หมายความว่า ต่อไปห้ามภัสหึงผมกับเด็กนั่น  เพราะคุณเป็นคนชักศึกเข้าบ้านเอง"  เมฆาว่าล้อกระตุ้นต่อมหึง เผื่อจะทำให้ภรรยาสาวเปลี่ยนใจ

"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ" ชมดาวกอดตอบ พูดด้วยความมั่นใจ เพราะเชื่อว่าเมฆาจะไม่ทำอย่างนั้น และคิดว่าร่างกายตนคงจะหลับไปตลอดกาล

"ถ้าฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ได้ตาเหร่ เด็กนั่นคงสวยน่ารักทีเดียว" เมฆาแกล้งแหย่อีก

"ไม่ได้ตาเหร่ซะหน่อย" ชมดาวลืมตัว ขยับออกทุบอกกว้างแล้วยิ้มเขินกับคำชม

"อืม.. งั้นผมอยากให้ฟื้นเร็วๆ แล้วล่ะ เบื่อคนเจ้าปัญหาตรงหน้านี้เต็มที"

"งั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่สิคะ จะตามมาทำไม"

"นั่นสิ...ตามมาทำไมนะ" ชายหนุ่มโน้มลงจูบเบาๆ ที่ซอกคอแล้วค่อยขยับไปที่ใบหู  กระซิบว่า

"คงเพราะ..รัก"

คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวกอดเขาแนบแน่น อบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน น้ำตาค่อยๆ เอ่อล้นออกมาอีก แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความปิติ




มดง่ามและอนงค์กลับมาจากซื้อต้นไม้และหญ้าปูพื้น เมฆาจึงให้ทั้งสองไปรอรับชมพู่พร้อมกับจัดเสื้อผ้าเพื่อมาค้างสองคืน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด

"ต้องขุดแบบนี้ค่ะ" ชมดาวสาธิตการใช้จอบขุดดินทำแปลงผักอย่างทะมัดทะแมง จนชายหนุ่มต้องทึ่ง เพราะแม้เขาจะแรงเยอะกว่า แต่เรื่องเทคนิคกลับสู้เธอไม่ได้

"สอนแบบนี้ ผมทำไม่ได้หรอก"

"แล้วจะให้สอนแบบไหนล่ะคะ"

"มันต้องอย่างนี้" เมฆาขยับมายืนโอบกอดอยู่ด้านหลัง แล้วเอื้อมไปกุมด้ามจอบที่หญิงสาวถืออยู่ในมือ

"จะขุดดินหรือจะทำอะไรคะเนี่ย" ชมดาวเอียงหน้ามองคนข้างหลังแล้วยิ้มขำ

"ก็ขุดดินไง" ชายหนุ่มแกล้งขยับสะโพกกระตุ้นคนข้างหน้าให้เริ่มการสาธิต

"ทะลึ่ง!" หญิงสาวปล่อยด้ามไม้ แล้วหันมาทุบอกกว้าง

"ทะลึ่งที่ไหน ตอนผมสอนคุณตีกอล์ฟก็ใช้ท่านี้ ไม่เห็นคุณพูดแบบนี้" เมฆาปล่อยด้ามจอบทิ้งบ้างแล้วเปลี่ยนมาโอบรอบเอวเล็กแทน

"งั้นเดี๋ยวให้มดง่ามมาสอนคุณดีกว่านะคะ" ชมดาวว่าล้อ

"อย่าแม้แต่จินตนาการ!!" เมฆาทำท่าจะอาเจียน แต่หญิงสาวกลับหัวเราะจนตัวงอ



ชมดาวปล่อยให้เมฆาขุดดินทำแปลงต่อไป ส่วนตัวเองก็หลบไปทำอาหารง่ายๆ ที่เตรียมอุปกรณ์มาจากบ้านเรียบร้อยแล้ว  พอกลับออกมาอีกที เห็นชายหนุ่มไปนอนพักหอบอยู่ที่ศาลาริมน้ำเสียแล้ว  หญิงสาวกลั้นหัวเราะเพราะสภาพเขาตอนนี้ไม่เหลือมาดหนุ่มไฮโซเลยสักนิด ขากางเกงมอมแมมพักขึ้นเกือบถึงเข่าแบบลวกๆ ชายเสื้อหลุดลุย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

"ได้ออกกำลังกาย รู้สึกสดชื่นขึ้นไหมคะ" ชมดาวยื่นขันอลูมิเนียมให้

"รู้สึกเหมือนเป็นไอ้คล้าวซะมากกว่า" ชายหนุ่มลุกนั่งรับขันน้ำเย็นๆ มาดื่ม บรรยากาศเก่าๆ เมื่อครั้งเป็นเด็กกลับย้อนเข้ามา และรสชาติน้ำในภาชนะแบบดั่งเดิมนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน

"ใครคะ ไอ้คล้าว?" ชมดาวถามแล้วนั่งลงข้างๆ บนม้ายาว

"อ้าว เรื่องมนต์รักลูกทุ่งน่ะ ภัสไม่เคยดูเหรอ ผมติดมากเลยนะตอนเด็กๆ"

หญิงสาวยิ้มส่ายหน้า เพราะตอนเขายังเด็กเธอก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองเกิดแล้วหรือยัง

"ภัสคงมัวแต่นั่งเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่ล่ะสิ" เมฆาว่าหยอก แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักหญิงสาว

"เนื้อเรื่องเป็นไงคะ" ชมดาวชวนคุยเพื่อให้เขาหายเหนื่อยก่อนอาหาร พลางใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าและลำคอออกให้

"ผมก็จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ จำได้แต่ว่าพระเอกชื่อไอ้คล้าว หนุ่มชาวนาจนๆ มีหนี้สินติดตัว ไปหลงรักนางเอกชื่อทองกวาว แล้วก็ถูกพ่อแม่ฝ่ายหญิงกีดกัน..." ชายหนุ่มเล่าไปเรื่อยๆ เท่าที่จำได้ ส่วนอีกฝ่ายก็นั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ






พอเล่าจบเมฆาก็เริ่มครวญเพลงลูกทุ่งเพี้ยนๆ ที่หญิงสาวฟังแล้วต้องแอบเมินหน้าไปยิ้มขำ เพราะดูเจ้าตัวจะร้องอย่างมั่นอกมั่นใจ

...โอ้ เจ้าช่อนกยูง แว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ...

ครั้นร้องจบก็ยกมือขึ้นลูบแก้มสุกปลั่งด้วยสายตาเกี้ยวพาราสีจนทำให้อีกฝ่ายยิ้มเขิน

"หิวหรือยังคะ" ชมดาวจับมือชายหนุ่มออกจากแก้ม

"จะกินได้เหรอภัส ผมไม่ยักรู้ว่าคุณทำอาหารเป็น"

"ไม่เห็นมดกับอนงค์บ่นว่าอะไรนี่ค่ะ เขาก็ทานกันได้"

"สองคนนั้นเหรอจะกล้า เดี๋ยวเกิดคุณโมโหขว้างจานใส่ ไม่รู้จะหลบทันหรือเปล่า" เมฆาว่าแล้วหัวเราะ

"ถ้ายังไม่หยุดหัวเราะล่ะก็ คุณอาจจะโดนเป็นคนแรกค่ะ" หญิงสาวแกล้งขู่

"คุณไม่กล้าหรอก ผมเห็นขว้างมาเยอะแล้ว ไม่โดนผมสักที"

"สงสัยภัสจะแม่นไม่พอค่ะ" หญิงสาวว่าแล้วหัวเราะขึ้นมาบ้าง

"คุณเรียกตัวเองว่า'ภัส'เหรอ" เมฆานึกเอะใจว่าไม่ได้ยินหญิงสาวเรียกแทนตัวเช่นนี้มานานแล้ว

"เออ ไปทานข้าวกันดีกว่านะคะ ฉันหิวแล้ว" ชมดาวว่า พลางคิดในใจว่าเธอไม่ได้หมายถึงตัวเองสักหน่อย หมายถึงภรรยาเขาต่างหาก


"ดีเหมือนกัน ผมหิวจนตาลายแล้ว" ชายหนุ่มขยับลุก จูงมือกันเดินเข้าบ้าน



แล้วเมฆาก็ได้รู้ว่าภรรยาเขาทำอาหารใช้ได้ทีเดียว บวกกับความหิวจากการใช้แรงงานจึงทำให้เขาทานจนหมดเกลี้ยง

"คงไม่ต้องถามแล้วมั้งคะว่าอร่อยไหม" หญิงสาวยิ้มปลื้ม

"อืม สงสัยคุณจะแอบเจียดเวลาช้อปปิ้งไปเรียนทำอาหารแน่เลย" เมฆาว่าล้อ พลางลูบท้องตัวเอง

ชมดาวได้แต่ยิ้มรับ เป็นงานที่ต้องทำประจำต่างหาก ไม่มีเวลาแม้แต่จะไปช้อปปิ้งแบบที่เขาว่า

"อิ่มแล้วทำงานต่อนะคะ"

"โอ้ย..ภัส ผมไม่ไหวแล้วนะ แดดก็ร้อน"

"งั้นคุณขึ้นไปล้างหน้าล้างตา แล้วพักก่อนก็ได้ค่ะ" หญิงสาวว่าพลางเก็บจานเปล่าไปที่ครัว


เมฆาเดินสำรวจไปรอบบ้านดูสะอาดตา แล้วเดินขึ้นไปชั้นบน ตามบันไดไม่มีความลื่นของฝุ่นละอองแม้แต่น้อย  ห้องนอนทั้งสองห้องที่อยู่ติดกัน สว่างไสวรับแสงมาจากหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้หมดทุกบาน ผ้าปูที่นอนขาวสะอาดเรียบตึง สภาพข้าวของทุกอย่างอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ชายหนุ่มมองแล้วรู้สึกชื่นชมภรรยาตนเองอยู่ไม่น้อย แสดงว่าถ้าเขาไม่ยอมตามที่ขอ เธอก็คงไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะมาอยู่ที่นี่เช่นกัน

ห้องอาบน้ำที่เคยได้รับการปรับเปลี่ยนภายในมาแล้วครั้งหนึ่งให้ทันสมัยขึ้น มีฝักบัว  อ่างล้างหน้า โถชักโครก ผนังไม้ซีกมิดชิดไร้หน้าต่าง หากแต่เปิดรับแสงและอากาศจากหลังคาเปิดโล่งบางส่วน

เมฆามองลงไปทางหน้าต่างห้องหลังจากเช็ดหน้าตาเนื้อตัวแล้ว เห็นหญิงสาวสวมหมวกปีกกว้าง ยืนใช้พู่กันทาสีชิงช้าตัวเล็กกลางแดดจ้า ดูเธอนิ่งสงบและมีสมาธิกับสิ่งที่ทำ เขาจ้องมองอยู่อย่างนั้นราวกับเธอเป็นอีกคนที่เขาไม่รู้จัก ยอมรับว่ามีพลังบางอย่างดึงดูดให้เขาอยากใกล้ชิดเธอมากขึ้น ทั้งที่เคยคิดว่าความรู้สึกนี้หมดไปนานแล้ว...



ชมพู่มาถึงในตอนเย็นหลังจากเลิกเรียน ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกใช้ช่วงสุดสัปดาห์ร่วมกันอย่างมีความสุขในบ้านหลังน้อย โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ และออกไปเที่ยวชมโบราณสถาน วัดวาอาราม ช้อปปิ้งตลาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน เป็นช่วงเวลาที่ห่างหายไปนาน ขณะที่พ่อและแม่ต่างออกไปไขว่คว้าหาความสุขจากภายนอกคนละทิศละทาง

หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน ลูกสาวตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนที่นอนคลุมปิดด้วยมุ้งรอบด้าน โดยไม่ต้องใช้นิทานกล่อม 

หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่าง ชื่นชมดวงดาวในคืนท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้แสงจันทร์และเมฆบดบัง  

"ชมดาว?" ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความคิดแว้บแรกว่าเขาเรียกชื่อเธอ เสียงนั้นอยู่ใกล้แค่ปลายหู พร้อมอ้อมแขนที่โอบกระชับมาจากด้านหลัง หญิงสาวหันกลับมองสบตาคนข้างหลัง

"พูดอีกทีได้ไหมคะ"

"พูดอะไร?" เมฆาถามสงสัย

"ชั่งเถอะค่ะ" หญิงสาวก้มหน้าหลบตา

"มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าภัส"

"เปล่านี่คะ ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่าง" ชมดาวเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบริมฝีปากเขาแผ่วเบา

"ถ้ามันจะทำให้ภัสมีความสุข ไม่งั้นผมคงอยู่ไม่เป็นสุขเหมือนกัน" เมฆารั้งร่างบางเข้ามากอด

"ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนใจอีกค่ะ"

"สัญญาแต่ปากเท่านั้นเหรอ?" ชายหนุ่มขยับออกยิ้มสบตา

"แล้ว..."

คำตอบจากริมฝีปากที่กดลงมาหนักหน่วง คลายข้อสงสัยในความหมายที่แอบซ่อนอยู่ ราตรีอันอบอุ่นด้วยกลิ่นอายรัก จึงไปจบลงบนที่นอนในห้องติดกัน โดยไร้ข้อติดค้างในใจใดๆ อีก...
























 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2555 0:32:18 น.
Counter : 760 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 11


เมฆาขยับออกนอนตะแคงใช้ฝ่ามือค้ำยันศีรษะ มองสบดวงตาสวยแล้วยิ้มกว้าง ขณะใบหน้างดงามจ้องตอบด้วยความสงสัยใคร่รู้  นิ้วเรียวยาวคลอเคลียหยอกเย้าแก้มนวลใส แล้วค่อยๆ เคลื่อนมาที่ลำคอ ต่ำลงมาถึงกลางอกแทรกผ่านรอยแยกของเสื้อคลุมปกปิดชุดนอนบางเบาไว้ภายใน  ชมดาวเริ่มหายใจติดขัดจากสัมผัสยั่วยวนและแววตาสะกดใจที่จู่โจมมาพร้อมๆ กัน

"ไหนว่านอนกอดเฉยๆ คะ" หญิงสาวกุมมือซุกซนที่เคลื่อนผ่านมาถึงเอวพร้อมที่จะปลดสายรัดออก

"ก็นี่ไง ภัสนอนเฉยๆ เหมือนท่อนไม้ไม่มีผิด" เมฆาว่าล้อแล้วหัวเราะ

"ท่อนไม้เหรอ? นี่แนะ!" ชมดาวซัดตุบเข้าที่อก

"ผมเจ็บนะ! ภัส" แล้วเกมรักโรแมนติก ก็กลายเป็นมวยปล้ำไม่จำกัดน้ำหนักไปโดยปริยาย

"ปล่อยนะ คนบ้า!" ร่างบางถูกคร่อมไว้เบื้องล่าง ขณะที่มือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ

"ผมลืมบอกไปว่าเป็นท่อนไม้ที่เซ็กซี่ที่สุดเลย" เมฆาว่าพลางก้มมองเรือนร่าง
ยั่วยวนเกินห้ามใจ ในชุดนอนบางเบา ด้วยชุดคลุมหลุดลุ่ยจากการต่อสู้กันเมื่อครู่ แล้วกลับมายิ้มยั่วใส่ดวงตาสวย

"ปล่อย.." เสียงหายใจหอบและลมหายใจอุ่นๆ ถูกกลืนหายไปในจุมพิตดูดดื่ม  มือที่ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ สอดแทรกเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาว กอดรัดแผ่นหลังแข็งแรงอบอุ่น ในขณะที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายเลื่อนไล้เข้าไปใต้ชุดกระโปรงบางเบาเคลื่อนผ่านเรียวขาขาวไปถึงสะโพกลมกลึง ดุนดันแผ่นหลังบอบบางให้ขยับขึ้นรับสัมผัสแนบชิด

มือและริมฝีปากร้อนแรงลากไล้ไปบนผิวนุ่มทุกสัดส่วนด้วยความหลงใหล และอาการตื่นเต้นตอบสนองไปกับทุกอิริยาบทที่เขาสัมผัส กระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากจะประวิงเวลาเพื่อเล้าโลมร่างบางในอ้อมแขนให้นานที่สุด

ร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้ผืนผ้าห่มเริ่มขยับไปตามบทเพลงรัก ขณะทั้งคู่เริ่มหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นความหวานเร้นลับระหว่างชายหญิงที่ชมดาวเพิ่งประจักษ์เป็นครั้งแรก และอิ่มเอมไปกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น พลางคิดว่าเธอคงหลงรักชายตรงหน้านี้แล้วเต็มเปา ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาคิดกับเธออย่างไร



เมฆาลืมตาขึ้นในตอนเช้า ลูบไล้ฝ่ามือไปบนเตียงนุ่ม กลิ่นอายรักยังคงอบอวลไปทั่วทั้งบนที่นอนและในความรู้สึก หากแต่ไม่พบภรรยาสาวภายในห้องนอนเสียแล้ว ชายหนุ่มหันมองนาฬิกาบอกเวลาแปดโมงเช้า นึกถามตัวเองว่าไม่เคยหลับเต็มอิ่มแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว เขารีบลุกออกจากที่นอน อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปที่โต๊ะอาหารเช้าด้วยอารมณ์ดี

"เสื้อสีสวยดีนะปราง" ชายหนุ่มเอ่ยทัก เมื่อเห็นพี่เลี้ยงสาว

"อุ๊ย! คุณเมฆ" ปรางยิ้มเขิน คิดเกินเลยได้ทันที

"คุณภัส ไปไหน" เมฆาถามพลางนั่งลงบนโต๊ะ รู้สึกหิวมากเป็นพิเศษ

"ไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนค่ะ" ปรางตอบเสียงเรียบขึ้น

"คุณเมฆดูอารมณ์ดีจังเลยนะครับ" มดง่ามเดินเข้ามาพอดี

"คุณภัสล่ะ" นายหนุ่มเอ่ยถามทันที

"ไปส่งคุณหนูไงครับ"

"อ้าว แล้วแกไม่ได้ไปด้วยเหรอ ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้คุณภัสขับรถเอง"

"ก็..เออ คุณภัสไม่ได้เอารถไปนี่ครับ"

"แล้วไปยังไง"

"ปั่นจักรยานไปครับ"

"จักรยาน!" เมฆาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ทั้งที่มีอะไรหลายอย่างที่เขาจำต้องเชื่ออยู่เหมือนกัน

"เออ..ครับ คุณภัสมายืมจักรยานผมเมื่อตอนเช้า เธอยืนยันว่าไปได้ แล้วคุณหนูก็ดูจะชอบมากเลยนะครับ"

"บ้าจริง! เกิดถูกรถเฉี่ยวขึ้นมาจะว่ายังไง" เมฆาว่าแล้วนั่งไม่ติด คิดว่าจะออกไปตาม หากแต่หญิงสาวเดินสวนเข้ามาพอดี

ปรางมองตามด้วยความสะใจ คิดว่างานนี้นายสาวต้องเจอดีแน่ ต่อให้รักแค่ไหนลูกสาวก็คือดวงใจของเมฆาอยู่ดี และที่ร้อนลนเช่นนั้นคงจะเป็นเพราะห่วงลูก

"ภัส!"

"ตื่นแล้วเหรอค่ะ" ชมดาวเอ่ยทัก พยายามเก็บซ่อนอาการเขิน

"ไม่เป็นอะไรใช่ไหม" เมฆาจับแขนหญิงสาวแล้วมองสำรวจ

"เปล่านี่คะ" ดวงตาโตมองตอบประหลาดใจ

"คุณทำไมต้องปั่นจักรยานไปส่งลูกด้วย ให้มดไปส่งก็ดีอยู่แล้ว" ชายหนุ่มมองหน้านิ่ว

"โรงเรียนอยู่แค่นี้เองค่ะ ถนนก็ออกกว้าง รถก็ไม่ค่อยมี ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันปั่นเก่งนะจะบอกให้" ชมดาวอวด

"ยังไงก็ไม่ได้" เมฆายื่นคำขาด

"ฉันลืมไป คุณคงห่วงลูก ขอโทษนะคะที่ฉันทำอะไรไม่คิด" หญิงสาวตอบแล้วก้มหน้าหลบสายตาจริงจังที่เขาจ้องมองมา

"ผมห่วงทั้งคุณทั้งลูกนั่นแหละ" เมฆาดึงร่างบางเข้ามากอด  ทำเอามดง่ามและอนงค์แอบมองหน้ากันแล้วยิ้มเขิน ส่วนปรางนั้นตาแทบถลนด้วยแรงริษยา

"ปล่อยได้แล้วค่ะ อายเขา" ชมดาวกระซิบบอกด้วยใบหน้าเรื่อ

"ใคร?"

"ข้างหลังคุณน่ะ" แม้อกกว้างจะบังไว้มิด แต่หญิงสาวก็รับรู้ได้ว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่

"จัดโต๊ะเสร็จแล้ว ออกไปให้หมดทุกคน ถ้าไม่เรียกไม่ต้องเข้ามา" เมฆาหันไปสั่งบรรดาคนรับใช้ ซึ่งต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตามกันออกไป มีเพียงปรางที่แสดงอาการไม่พอใจ แต่ก็ต้องปฏิบัติตาม

"นี่ คุณทำแบบนี้ทำไม เดี๋ยวพวกนั้นก็คิดกันไปไกล"

"ไกลตรงไหน" เมฆาอุ้มช้อนสะโพก วางหญิงสาวลงนั่งบนโต๊ะแล้วยืนชิดขอบ ไม่เปิดโอกาสให้เธอหลบหนี

"วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ"

"ผมว่าจะเข้าออฟฟิสตอนสายๆ ไปด้วยกันนะ" ชายหนุ่มกุมมือเรียวบางแล้วยกขึ้นจูบกลางฝ่ามือ

"ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันอยากไปเยี่ยมดาวที่โรงพยาบาล"

"ใช่สิ! เดี๋ยวนี้คุณมีคนที่ห่วงมากกว่าผมแล้วนี่" เมฆาแกล้งกระเซ้า

"คุณไปทำงานนี่คะ ไม่เห็นต้องห่วงอะไร"

"เมื่อก่อนไม่เห็นคุณพูดแบบนี้"

"แล้ว..คุณชอบฉันเมื่อก่อนหรือตอนนี้มากกว่ากัน" ถามไปแล้ว ชมดาวก็ถึงกับกลั้นหายใจลุ้นรอคำตอบ

เมฆามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวย เห็นแววหวาดหวั่นไม่มั่นใจอยู่ในนั้น ดูไม่เหมือนภัสสรที่เขาเคยรู้จักเลยสักนิด

"ผมไม่เคยรักใครนอกจากภัส แล้วตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ยังเหมือนเดิม"

คำพูดมั่งคงนั้น ทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอ ตอบไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร อย่างน้อยๆ ตอนนี้เขาก็ไม่ได้เกลียดเธอ แม้จะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร สักวันเธอจะบอกเขา..หญิงสาวสัญญากับตัวเอง แต่นั่นอาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิตในร่างคนที่เขารัก 

เมฆาประคองใบหน้าสวยใสแล้วขยับเข้าจูบที่ดวงตา ละเรื่อยลงมาถึงสันจมูกและริมฝีปากบาง หญิงสาวเกาะกุมข้อมือแข็งแรงไว้แล้วจูบตอบเขา ท่ามกลางความเงียบสงบในห้องรับประทานอาหาร ไร้สิ่งรบกวน...

"มีใครอยู่ไหม ทำไมบ้านเงียบจัง" เสียงวีรัสดังมาก่อนตัว หนุ่มสาวจึงจำต้องถอนริมฝีปากออก แล้วยิ้มขำขึ้นมาพร้อมๆ กัน คิดว่าคงได้เวลาอาหารเช้าแล้ว



"ฝ่ายโน้นเขาตกลงว่าจะไม่เอาเรื่อง แต่ทางเราต้องรับดูแลเด็กนั่นจนกว่าจะหายเป็นปกติ หรือในกรณีพิการหรืออาจจะหลับไปตลอดกาล" วีรัสว่าพลางเพลิดเพลินไปกับอาหารตรงหน้า

เมฆาถอนหายใจ รู้สึกผิดแทนภัสสรไปด้วย จริงๆ แล้วในวันนั้นถ้าเขาไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรงกับเธอ เหตุการณ์ร้ายๆ แบบนี้อาจไม่เกิดขึ้น


..........................

"นี่คุณจะไปไหน" ภัสสรกระแทกแก้วไวน์ลงบนโต๊ะภายในห้องรับแขก เมื่อเห็นชายหนุ่มกลับเข้าบ้านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ตั้งท่าจะออกไปอีกแล้ว

"ผมนัดวีรัสไว้" เมฆาว่าเสียงเรียบเฉย เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะชวนทะเลาะ

"นึกเหรอว่าฉันจะเชื่อ! ฉันไม่ให้คุณไป" หญิงสาวตรงเข้าฉุดแขนเขาไว้

"คราวหน้าหาโซ่ไว้ดีกว่านะ" เมฆาพยายามสกัดกั้นอารมณ์ ดึงมือเรียวหลุดออกอย่างง่ายดาย

"นังคนไหนล่ะ ที่คุณคิดจะเอามาแทนที่ฉัน!"

"ไม่มีนังคนไหนทั้งนั้นแหละ คุณมันบ้าไปแล้ว" 

"ถ้าคุณทำอย่างนั้น อย่าฝันเลยว่าชาตินี้คุณจะได้เห็นหน้าลูกอีก"

"คุณก็ดีแต่เอาลูกมาขู่ ต่อให้ต้องสู้กันจนถึงศาลชั้นไหน ผมก็ไม่มีวันยอมให้ลูกอยู่กับแม่อย่างคุณ ถ้าติดนิสัยแย่ๆ มาล่ะก็ นรกชัดๆ" 

"กลับมาเดี๋ยวนี้นะ เมฆ!"

"หมดเวลาแล้วภัส! ผมเป็นผัวคุณนะ ไม่ใช่ทาส!!" ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยสายตาลุกวาว

"พรุ่งนี้เจอกันที่สำนักงานเขต ผมจะไม่ทนคุณอีกต่อไปแล้ว"

"กรี๊ดดดดดด! ไอ้คนบ้า ไอ้คนเลว ไปเลย! ไปให้พ้น จะไปตายที่ไหนก็ไป!!" เสียงกร่นด่าสาปแช่งด้วยความขุ่นเคืองดังก้องไปทั่ว

"คุณแม่ เป็นอะไรคะ" ชมพู่ร้องไห้วิ่งลงมาจากชั้นบน และสวนกับภัสสรใกล้เชิงบันได

"แกก็เหมือนกัน อย่ามายุ่งกับฉัน" หญิงสาวสติแตกผลักลูกแล้ววิ่งขึ้นข้างบน

"กรี๊ดดด! คุณชมพู่" ปรางร้องเสียงหลง เมื่อเด็กหญิงกลิ้งลงบันไดสี่ห้าขั้น

"คุณเมฆคะ คุณเมฆ คุณชมพู่หัวแตกค่ะ" พี่เลี้ยงสาวร้องตะโกน

"ชมพู่!" เมฆารีบอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นรถไปโรงพยาบาล ส่วนภัสสรกลับลงมาไม่เห็นใคร อารมณ์โกรธจึงพลุ่งพล่านเป็นทวีคูณ คว้ากุญแจรถแล้วขับกระชากออกจากเรือนไปทันที

........................


"แล้วเรื่องโทษทางอาญาล่ะ" เมฆาหันไปถามวีรัส

"ไม่ต้องห่วง เรื่องนั้นฉันจะจัดการเอง คงไม่ถึงคุกถึงตารางแน่นอน" วีรัสให้ความมั่นใจ

"ขอบคุณนะคะ คุณวี"
ชมดาวรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที เมื่อวีรัสรับปากอย่างนั้น

"หน้าที่ผมอยู่แล้วครับ" ชายหนุ่มยิ้มรับ

"ภัส ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะไปโรงพยาบาลด้วย" เมฆาหันมาบอกภรรยาสาว

"แล้วงานคุณล่ะคะ"

"ไม่เป็นไรหรอก ผมคุยทางโทรศัพท์ได้"

"ค่ะ" ชมดาวยิ้มดีใจ เพราะรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่มีเขาอยู่ข้างกาย




"ดาว คุณเมฆมาเยี่ยมนะ" ชมดาวบอกร่างที่ยังหลับไหล พลางวางมือซีดเรียวเล็ก ไว้บนฝ่ามือชายหนุ่ม อยากให้เขาได้สัมผัสตัวเธอจริงๆ สักครั้ง

เมฆามองการกระทำแปลกๆ ของภรรยาสาว เพราะปกติอย่าว่าแต่แตะต้องเนื้อตัวเลย แค่ได้ยินชื่อหญิงอื่นก็ลุกเป็นไฟแล้ว

"ฟื้นเร็วๆ นะดาว ภัสเขาเป็นห่วงเธอนะ" ชายหนุ่มว่าพลางกระชับฝ่ามือเข้าเบาๆ

"ขอบคุณนะคะ คุณเมฆ" ชมดาวยิ้มน้ำตาคลอ

"ผมก็มีส่วนผิดนะภัส ถ้าผมไม่ยั่วโมโหคุณ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้" เมฆาสารภาพพลางยื่นอีกมือไปเช็ดน้ำตาออกให้  หากแต่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้น ตนก็คงไม่มีช่วงเวลาดีๆ ในวันนี้

ชมดาวขยับเข้าซบอกกว้าง ชายหนุ่มลูบผมนุ่มปลอบประโลม ขณะที่มืออีกข้างเริ่มรับรู้ถึงแรงตอบสนองแผ่วเบาราวขนนก เมฆาหันมองมือขาวซีดที่ตนเกาะกุมไว้ แต่ก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆ  น้ำตาเริ่มไหลซึมออกมาจากดวงตาที่ยังปิดสนิท หากเพียงจะมีใครสังเกตเห็น...




"ไม่น่าเชื่อเลยนะคุณ ว่ายัยภัสกับตาเมฆจะกลับมาคืนดีกันได้ เมื่อก่อนไม่เห็นพูดกันดีๆ ได้สักครั้ง" คุณนวลเนตรเอ่ยกับสามีขณะนั่งมองทั้งสามเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ไม่คิดว่าตนจะมีโอกาสได้มาเที่ยวกับลูกหลานเช่นนี้อีก

"นั่นสินะ ผมก็ไม่คิดว่าลูกจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ถ้าไม่เห็นกับตาว่าเป็นยัยภัสจริงๆ ผมคงคิดว่าเป็นคนอื่น" คุณวิสิตว่าขำๆ

"พูดบ้าๆ ไปค่ะ ลูกเราจะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง"

"แช่มเองก็คิดอย่างนั้นนะคะ คุณผู้หญิง" พี่เลี้ยงคนสนิทเอ่ยท้วงขึ้น ขณะฟังคำสนทนาของทั้งสองพร้อมจัดโต๊ะ นำอาหารทะเลย่างร้อนๆ ขึ้นเสริฟ

"เห็นไหม? แช่มมันเลี้ยงยัยภัสมาแต่อ้อนแต่ออก ยังออกปากเลยคุณ" คุณวิสิตหาพวกได้ทันที

"เรื่องแบบนี้ ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดค่ะ ลูกก็แค่ความจำเสื่อมนิดหน่อย อย่ามาชักใบให้เรือเสียดีกว่านะคะ" คุณนวลเนตรมองค้อนทั้งนายทั้งบ่าว จนทั้งสองต้องแอบยิ้มให้กัน


"เหนื่อยแล้วเหรอลูก" คุณนวลเนตรทักถาม เมื่อเห็นลูกสาวเดินกลับมาคนเดียว ปล่อยให้เมฆาและชมพู่เล่นน้ำต่อ

"ค่ะแม่" หญิงสาวนั่งลงข้างๆ

"แล้วเรื่องหย่า ภัสเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมลูก" คุณวิสิตถามเพราะเห็นว่าเรื่องนี้เงียบหายไปนาน หลังจากภรรยาตนกลับมาโวยวายอารมณ์เสียเรื่องจะยกหลานให้ทางโน้นเลี้ยงดู

"หนู.. ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับคุณเมฆค่ะ" ชมดาวคิดว่าเธอมีความสุขจนแทบลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำในช่วงเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมา ทั้งที่เธอไม่ควรทึกทักไปเองว่าเขารู้สึกเหมือนกัน และควรถามเขาสักครั้งเผื่อเขาจะยังยืนยันความตั้งใจเดิม

"อะไรกัน! ยัยภัส" คุณนวลเนตรอุทานขึ้นมาทันที

"ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเถอะลูก" คุณวิสิตตัดบท รู้ดีว่าภรรยาตนอาจทำเสียบรรยากาศรื่นรมย์ครั้งนี้

"ค่ะ" ชมดาวรีบผละไปทันที เพราะไม่รู้จะตอบคำถามที่คุณนวลเนตรอาจซักมาได้อย่างไร

"ฉันยังถามไม่รู้เรื่องเลยนะคุณ"

"มันเรื่องของเขาสองคน คุณก็ปล่อยให้เขาคุยกันก่อนสิ"

"ฉันแค่อยากรู้ว่าที่หวานกันซะขนาดนี้ยังคิดจะเลิกกันอีกเหรอ"

"ก็แหม.. คุณก็ดูอย่างพวกดาราบ้างสิ เลิกกันแล้วเขาก็เป็นพี่เป็นน้องกันออกเยอะแยะ" คุณวิสิตว่าแล้วหัวเราะ

"ไม่ตลกค่ะ"




















 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2555 16:50:41 น.
Counter : 562 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 10


"เอานี่ รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมเบอร์" วีรัสยื่นของที่เมฆาไหว้วานให้ช่วยเป็นธุระจัดหามาให้

"ขอบใจ" ชายหนุ่มรับไว้ แต่ยังทำหน้าบอกบุญไม่รับ ด้วยอานิสงส์ที่ทำให้ภรรยาสาวเคือง บรรยากาศจึงบึ้งตึงตั้งแต่เย็นวานมาจนถึงวันนี้

"แล้วนี่ ภัสไม่อยู่เฝ้าแล้วเหรอ"

"เขาออกไปเดินเล่น"

"มีอะไรหรือเปล่า ดูแกทำหน้าเข้าสิ"

เมฆาจำต้องเล่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง เพื่อเป็นการระบายอารมณ์ไปในตัว

"โธ่เอ๊ย! แกจะเลิกกับเขาอยู่แล้ว ทำไมต้องแสดงอาการหึงหวงขนาดนั้นวะ" วีรัสแกล้งพูดแหย่

"จะเลิก แต่ยังไม่ได้เลิกนี่หว่า"

"ภัสควรมีสิทธิ์มองหาคนที่ดีกว่าแกไม่ใช่เหรอ"

"ไอ้หมอนั่นน่ะเหรอดีกว่า หึ! พูดออกมาได้"

"ง้อเมียน่ะไม่ผิดกฏหมายนะโว้ย แต่ถ้าเลิกกันแล้วไปตามหึงหวงเขาน่ะไม่แน่.."

"ถ้าเลิกกันจริง ฉันจะไปตามหึงหวงเขาทำไม"

"เรื่องของความรู้สึก แกคิดว่าแค่เซ็นกระดาษใบเดียว แล้วจะตัดได้เหมือนตัดกระดาษจริงๆ เหรอวะเมฆ" เจอคำถามนี้เข้าไป ทำเอาเมฆาถึงกับตอบไม่ถูก

"คิดดูให้ดีนะ แกยังรักเขาอยู่ ทำไมไม่ทำอะไรๆ ให้มันดีขึ้น หรือถ้าหย่ากันจริงๆ แกแน่ใจเหรอว่าจะอยู่ได้โดยไม่มีภัส"

เมฆาถอนหายใจ สับสนในความรู้สึกของตนเองอยู่ไม่น้อย ทั้งที่เคยคิดว่ารู้จักภัสสรดีกว่าใคร มาตอนนี้เขาชักไม่มั่นใจเสียแล้ว  มีอะไรบางอย่างในตัวเธอเปลี่ยนไป ซึ่งเขาเองก็อธิบายไม่ได้ และนั่นทำให้เขาอยากจะเรียนรู้เธอให้มากขึ้นในมุมที่แตกต่างออกไป

"ฉันจะคิดดูอีกที"

"ค่อยๆ คิดไปละกัน ฉันไปล่ะ มีธุระต้องไปทำต่อ" วีรัสตบไหล่เพื่อน พอเดินไปถึงประตูก็สวนเข้ากับชมดาวพอดี

"สวัสดีค่ะ คุณวี" หญิงสาวเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"แหม..วันนี้ภัสหน้าตาสดใสจัง ดูตามโหงวเฮ้งแล้วสงสัยจะมีลาภนะผมว่า" วีรัสทักทายและทายทักด้วยอารมณ์ขัน

"จริงเหรอคะ?" ชมดาวแนบฝ่ามือที่ข้างแก้มตัวเอง ยิ้มถามประหลาดใจ

"ถ้าทายแม่น อย่าลืมเลี้ยงข้าวผมสักมื้อนะ"

"ได้เลยค่ะ"

"ผมต้องไปแล้ว ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ หน้าตาแบบนั้นหมอคงไม่รับรักษาแน่" ชายหนุ่มว่าหยอกแล้วเดินผ่านประตูไป ส่วนหญิงสาวก็ปรับโหมดใบหน้าเรียบตึงก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่โซฟารับแขก

ทั้งสองยังจดๆ จ้องๆ กัน และไม่มีใครยอมเอ่ยปากก่อน ชมดาวเปิดกล่องอุปกรณ์มือถือที่เพิ่งไปรับมาจากหมอก้อง และคิดว่าจะลองชาร์ตไฟดูเผื่อเครื่องจะยังทำงานได้

"นั่นคุณจะทำอะไร! อย่าชาร์ตไฟเข้าไปนะ" เมฆารีบร้องเตือน

"ทำไมล่ะคะ เก่งจริงคุณก็ลุกขึ้นมาแย่งไปอีกสิ" หญิงสาวว่าหน้างอ ถึงขนาดนี้แล้วเขายังจะมาห้ามเธออีก

"ถ้ามีน้ำอยู่ในเครื่อง ไฟมันจะดูดคุณน่ะสิ ผมหวังดีหรอกนะ"

"นั่นสินะ" ชมดาวฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าที่เขาพูดอาจจะจริง พลางหันไปกล่าวโทษเขาแทนคำขอบคุณ

"เพราะคุณคนเดียว ของดีๆ เสียหมดเลยเห็นไหมคะ" หญิงสาวเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างกลับเข้าที่ คิดว่าจะส่งร้านซ่อมทีหลัง เผื่อยังมีหวัง

"ภัส มานี่หน่อยได้ไหม"

"คุณมีอะไรก็พูดอยู่ตรงนั้นแหละ ฉันได้ยินค่ะ"

"นี่คุณจะให้ผมตะโกนอยู่อย่างนี้เหรอ? ก็ได้! ถ้าคุณไม่เดินมา ผมจะเดินไปเอง" ว่าแล้วชายหนุ่มก็ขยับลุกนั่งหย่อนขาลงข้างเตียง

"นี่! อย่าทำบ้าๆ นะ เดี๋ยวเกิดหกล้มขึ้นมาจะว่าไง" ชมดาวรีบถลาเข้าไปห้ามยันอกแข็งแรงไว้ ไม่ให้เขาทิ้งตัวลงจากขอบเตียง แล้วก็หลงกลเข้าจนได้ เพราะเขายังนั่งอยู่ที่เดิม เธอต่างหากที่วิ่งเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเขาเอง

"ภัสห่วงผมเหมือนกันเหรอ" เมฆายิ้มถาม

"ฉันจะห่วงคุณทำไม คนใจร้าย!" พอพูดออกไปแล้วกลับรู้สึกว่ามันเป็นคำถามสำหรับตัวเองเสียมากกว่าจะเป็นคำตอบสำหรับเขา

หญิงสาวผลักอกเขาพลางน้ำตาร่วง ด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ เพราะเขาชอบตอบแทนความห่วงใย โดยการทำร้ายจิตใจเธอด้วยคำพูดและการกระทำ  แต่แล้วอ้อมกอดเขากลับอบอุ่นสื่อความหมายอีกแบบ จนชมดาวรู้สึกสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าจะเกลียดเขาหรือเกลียดตัวเองดีที่คิดไปอย่างนั้น

"ภัสห่วง เพราะรักผมใช่ไหม" เมฆากระซิบถามเมื่อรับรู้ว่าแรงต้านทานหมดไปแล้ว  ชมดาวสะอื้นหนัก เริ่มแยกแยะไม่ออกว่าตนเป็นใครกันแน่ หากเขารู้ว่าเธอไม่ใช่ภัสสร เขายังจะกอดเธอด้วยความรู้สึกนี้อีกไหม

"ถ้าไม่หยุดร้อง ผมไม่ปล่อยจริงๆ ด้วย" ชายหนุ่มแกล้งขู่แล้วขยับออก ช่วยซับใบหน้าเลอะไปด้วยคราบน้ำตา พลางคิดว่าภัสสรตรงหน้านี้ ไม่เหลือมาดสวยเลิศเชิดหยิ่งเลยสักนิด แต่กลับทำให้เธอดูน่ารักขึ้นอีกเป็นกอง

น้ำใสๆ ค่อยแห้งหายไปจากดวงตาคู่สวย หลงเหลือไว้เพียงความแวววาวสดใสจ้องตอบชายหนุ่มที่เริ่มโลมไล้ใบหน้าเธอด้วยสายตาสะกดวิญญาณคู่เดิม  ชมดาวหลงลืมหมดทุกสิ่ง ขณะเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ฝ่ามือเขาลูบไล้แผ่นหลังเธอแผ่วเบาเป็นสัญญาณให้ร่างบางเบียดกายเข้าแนบชิดยิ่งขึ้น พลางเลื่อนไล้ฝ่ามือเรียวบางขึ้นไปตามอกแข็งแรงแล้วไปบรรจบลงที่ท้ายทอยเมื่อเขาโน้มลงจูบริมฝีปากเธอแผ่วเบาแล้วขยับออกเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มผ่านทางแววตา ก่อนทั้งสองจะหลับตาลง ปล่อยให้อารมณ์รักละมุนค้นหาความอบอุ่นนุ่มลึกในสัมผัสอย่างเชื่องช้า

"ผมรักภัส..." ชายหนุ่มตัดสินใจได้ในบันดล เขากอดร่างบางแนบสนิท ยิ้มกับตัวเอง รู้สึกราวตกหลุมรักหญิงคนเดิมเป็นครั้งที่สอง

ชมดาวยิ้มด้วยหัวใจเบ่งบานอยู่ชั่วครู่ แล้วสำนึกแห่งความจริงก็ฟาดฟันหัวใจเธอกลับหดหู่ลงไปอีก เขารักภรรยาเขาต่างหาก ไม่ใช่เธอสักหน่อย

"เมฆก็ต้องคู่กับฟ้า ไม่ใช่เหรอคะ" หญิงสาวขยับออกแล้วแกล้งพูดเฉไฉ แอบเอาคำพูดของสีฟ้ามาใช้

"นี่คุณแอบฟังคนอื่นคุยกันด้วยเหรอ?" เมฆาดึงจมูกเล็กเบาๆ

"หรือไม่จริงคะ?"

"คนอาจจะคิดว่าเมฆก็ต้องอยู่คู่กับฟ้า แต่ถ้าหากไม่มีแสงสว่างอย่างภัสสรแล้วเมฆอย่างผมจะมีตัวตนได้ยังไง" ชายหนุ่มสำบัดสำนวนขึ้นมาทันที

"นั่นสินะ" ชมดาวคิดว่าเขาพูดถูก เมฆกับดาวต่างหากที่ไม่ใช่สิ่งคู่กัน ถ้ามีเมฆก็มองไม่เห็นดาว แสงจากดวงดาวเล็กๆ อย่างเธอ คงทำให้เมฆอย่างเขามีตัวตนไม่ได้หรอก  พอคิดถึงจุดนี้ ใบหน้าสวยก็ดูเศร้าขึ้นมาอีก

"เห็นด้วย แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะที่รัก" เมฆาไล้ปลายจมูกโด่งกับจมูกหญิงสาว แล้วจูบเธออีกครั้ง ทำให้ชมดาวตัดสินใจได้ว่า หากนี่เป็นของขวัญจากสวรรค์ให้เด็กกำพร้าโดดเดี่ยวอย่างเธอ เธอจะไม่ขอปฏิเสธอีกต่อไป  แม้ว่าหนทางข้างหน้าต้องตกนรก ก็จะขอจดจำช่วงเวลาดีๆ เหล่านี้ไปตลอดกาล...





เมฆาออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยมีชมดาวดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศในครอบครัวดูอบอุ่นและมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ เมื่อภรรยาสาวเปลี่ยนไปราวคนละคน เพื่อนฝูงที่เธอเคยคบหาก็ดูจะห่างหายไปในเวลาอันรวดเร็ว ราวเธอกำลังปิดกั้นตัวเองออกจากโลกภายนอกที่เคยใช้เป็นส่วนเติมเต็มความสุขที่ขาดหายไป

และแม้ชายหนุ่มจะตระหนักถึงความผิดปกติในข้อนี้ หากแต่เขาก็ไม่อยากค้นลึกลงไปถึงสาเหตุที่แท้จริง เพียงบอกตัวเองว่าภัสสรลืมเรื่องในอดีตหมดสิ้นเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น และตอนนี้เธอก็เปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้วโดยสิ้นเชิง



"คุณพ่อขา อ่านนิทานให้ฟังหน่อยค่ะ" ชมพู่เข้ามาในห้องนอน แล้วไต่ขึ้นเตียง ยื่นหนังสือให้

"แล้วแม่ล่ะลูก" เมฆารับหนังสือไว้ขณะกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนที่นอน

"อาบน้ำอยู่ค่ะ" เด็กหญิงรายงาน

"ได้เลย" เมฆาตอบด้วยรอยยิ้ม พร้อมแผนการณ์ดีๆ ที่ผุดขึ้นในใจ

ชมดาวออกจากห้องอาบน้ำแต่กลับไม่เห็นชมพู่อยู่บนที่นอนรอฟังนิทานเหมือนเช่นทุกคืนที่ผ่านมา แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อได้ยินเสียงใสๆ ดังเล็ดรอดออกมาจากห้องตรงข้าม

"ชมพู่ไปนอนกันเถอะลูก" หญิงสาวเข้ามาตาม

"แต่คุณพ่อยังอ่านนิทานไม่จบเลยนะคะ" เด็กหญิงว่าไม่มีทีท่าจะขยับลุก

"นั่นสิคุณจะรีบไปไหน มานอนฟังเป็นเพื่อนลูกก่อนสิ" เมฆายิ้มเชื้อเชิญ

"คุณแม่มาตรงนี้ค่ะ" ชมพู่รีบตบมือลงบนที่นอนข้างตัว ชมดาวจึงจำต้องทำตาม

ชายหนุ่มอ่านนิทานในมือไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ ราวกับเนื้อเรื่องนั้นไม่มีตอนจบ จนทั้งแม่และลูกหลับไปในที่สุด สมดังความตั้งใจของคนเล่า...


"ลูกหลับแล้วเหรอคะ" ชมดาวถามเสียงงัวเงีย เมื่อรู้สึกตัวตื่นจากน้ำหนักที่ยวบลงบนที่นอนข้างๆ

"ผมอุ้มไปส่งที่ห้องแล้วล่ะ"

"งั้นฉันไปนอนก่อนนะคะ" หญิงสาวรีบขยับลุกออกจากที่นอนภายใต้แสงสลัว พอเดินไปถึงปลายเตียงกลับถูกอกกว้างและลำแขนแข็งแรงขวางไว้

"ภัสทำไมต้องคอยหลบผมอยู่เรื่อย วิธีใช้ลูกเป็นกำบังน่ะ ไม่ได้ผลหรอกนะ" เมฆาว่าอย่างรู้ทัน เขาขยับช้าๆ ต้อนจนร่างบางชนเข้ากับผ้าม่านตรงประตูระเบียงและจนมุมในที่สุด

"คือ..พรุ่งนี้ลูก..ต้องไปโรงเรียนค่ะ เดี๋ยวไปส่งไม่ทัน" ชมดาวหาเหตุผลในช่วงฉุกละหุก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคิดว่าฟังไม่ขึ้นสักเท่าไหร่

"อืม..งั้นผมคงต้องรอช่วงศุกร์เสาร์ วันนักขัตฤกษ์ หรือไม่ก็ปิดเทอมสินะ" ชายหนุ่มว่าล้อกึ่งประชด พลางไล้นิ้วเรียวไปบนแก้มใส

"ใช่แล้วค่ะ" ชมดาวรีบกุมมือเขาไว้ คิดว่านี่เพิ่งวันจันทร์ เธอคงมีเวลาตั้งตัวอีกหลายวัน

"คุณนี่รอบคอบจังเลย ที่รัก" รอยยิ้มราวจิ้งจอกหนุ่มซ่อนอยู่ภายใต้เงาสลัว แกล้งคล้อยตามจนหญิงสาวตายใจ

"นอนนี่นะ ผมแค่อยากกอดคุณเท่านั้น" การต่อรองเริ่มขึ้นโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธ เมฆาอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน และเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็กลับมาอยู่บนที่นอนนุ่มอีกครั้ง เขาจูบเธอที่หน้าผากแล้วห่มผ้าให้

ร่างใหญ่ทิ้งตัวลงนอนแนบข้าง ความอบอุ่นในอ้อมกอดทำให้หัวใจในร่างบอบบางเต้นแรงจนรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว  ชายหนุ่มรับรู้ถึงความเครียดได้อย่างชัดเจน และแม้จะประหลาดใจ แต่ก็อดภูมิใจไม่ได้ที่รู้ว่าตนเป็นฝ่ายคุมเกม

เมฆาคลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย ลูบไล้แผ่นหลังปลอบประโลมให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นจนเธอเป็นฝ่ายขยับกายเข้าหาเขาเอง  สัมผัสจึงเปลี่ยนจังหวะไปตามความรู้สึก และเริ่มมีการตอบสนองเมื่อลำแขนเรียวบางเคลื่อนมาเกาะกุมที่เอวแล้วค่อยเลื่อนสูงขึ้น ในขณะที่ฝ่ามือใหญ่กลับเลื่อนต่ำลงไปถึงสะโพก ในบรรยากาศมืดสลัวเย็นฉ่ำ ทุกการเคลื่อนไหวภายใต้ผืนผ้าห่มนุ่มปลุกเร้าอารมณ์รักให้ทวีขึ้นเรื่อยๆ

เมฆาขยับขึ้นจูบอ่อนโยน แทรกนิ้วเรียวยาวเข้าที่ข้างแก้มและใบหู ขับเคลื่อนทุกสัมผัสหยอกล้อระคนล่อลวงให้อีกฝ่ายยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเอง 

แล้วก็ได้ผล ชมดาวตื่นเต้นไปกับประสบการณ์แปลกใหม่ จุมพิตของเขาแต่ละครั้งให้ความรู้สึกแตกต่างกัน เพิ่งเข้าใจความหมายในคำถามของเขาเดี๋ยวนี้เอง ต่อไปเธอคงจะตอบได้ว่าเขาเคยจูบเธอแบบนี้ที่ไหน รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากบาง ก่อนเธอจะจูบตอบเพื่อให้เขาจดจำเธอไว้บ้าง พลางอยากรู้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้...



















 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2555 0:52:43 น.
Counter : 501 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 9


"แล้วนี่พ่อแม่เขาว่ายังไงบ้างล่ะ ภัส" คุณนวลเนตรมาเยี่ยมดูอาการหญิงสาวที่ยังนอนนิ่งสงบ ปล่อยให้หลานสาวตัวน้อยขลุกอยู่กับพ่อ

"ดาวเขาเป็นกำพร้าค่ะ ไม่มีญาติที่ไหน"

"ตายจริง! แล้วถ้าเขาพิการขึ้นมาล่ะจะว่ายังไง"

"หนูคิดว่าจะดูแลเขาไปตลอดค่ะแม่"

"ดีแล้วล่ะลูก คิดซะว่าทำบุญ" คุณนวลเนตรเห็นด้วย แม้จะรู้สึกว่าลูกสาวตนดูแปลกไป จากที่ไม่เคยใส่ใจคนอื่น และถือตัวเองเป็นสำคัญ กลับมีความคิดแบบนี้ พลางนึกว่าอุบัติเหตุครั้งนี้คงทำให้ภัสสรคิดได้

"รีบฟื้นนะลูก" มืออวบอิ่มยื่นไปเกาะกุมมือซูบซีดแล้วบีบกระชับเบาๆ พลันรู้สึกราวนิ้วอ่อนแรงขยับ แต่พอก้มลงมองกลับไม่เห็นปฏิกิริยาดังกล่าว จึงคิดว่าตนคงคิดไปเอง

"คุณหมอแนะนำว่า ถ้ามีอะไรที่ดาวเขาคุ้นเคยมากระตุ้น ก็จะทำให้ฟื้นได้เร็วขึ้นค่ะ" ชมดาวพูดออกไปทั้งที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

"เด็กนี่พอจะมีคนสนิทที่ไหนไหมล่ะ"

"คนที่สถานสงเคราะห์ก็งานล้นมือ คงมาบ่อยๆ ไม่ได้ค่ะ"

"ถ้างั้นคงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วล่ะ เราคงดูแลเขาได้แค่ร่างกายเท่านั้น" คุณนวลเนตรมองร่างตรงหน้าด้วยความเวทนา

"เออ แล้วตาเมฆจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่"

"อีกสองสามวันค่ะ คงต้องรบกวนคุณแม่ช่วยดูแลชมพู่ไปก่อน"

"พูดอะไรอย่างนั้นล่ะยัยภัส อีกหน่อยเลิกกัน ชมพู่ก็ต้องไปอยู่กับเรา"

"หนูจะยกชมพู่ให้คุณเมฆค่ะ"

"ไม่ได้นะ! ก็ไหนลูกบอกเองว่าเป็นตายยังไงก็ต้องเอาชมพู่มาอยู่กับเราให้ได้" คุณนวลเนตรขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ร่างที่นอนนิ่งเริ่มขยับเล็กน้อย ราวกับรับรู้สิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกัน หากแต่ไม่มีใครสังเกตเห็น

"เรื่องนี้ไว้คุยกันทีหลังนะคะแม่ ตรงนี้คงไม่เหมาะ" ชมดาวเข้าใจความรู้สึกคุณนวลเนตรเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้สภาพการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว และคนที่มีสิทธิ์ขาดในตัวชมพู่ก็คือเมฆา เธอเพียงมาอาศัยร่างไร้วิญญาณภรรยาเขาอยู่ก็เท่านั้น




"อาทิตย์ก่อนคุณแม่ก็มานอนที่นี่ อาทิตย์นี้ตาคุณพ่อ อาทิตย์หน้าตาชมพู่นะคะ" เด็กหญิงยืนต่อรองอยู่ข้างเตียง

"ทำไมอยากมานอนที่นี่ล่ะลูก บ้านเราสบายกว่าตั้งเยอะ" เมฆาถามพลางช่วยฉุดให้ชมพู่ขึ้นมานั่งบนที่นอน

"จะได้ไม่ต้องไปโรงเรียนไงคะ" เด็กหญิงตอบแล้วยิ้มกว้าง

"นอนอยู่นี่เซ็งจะตาย ถ้าชมพู่ไม่มา อาทิตย์หน้าพ่อจะพาไปเที่ยว ดีไหม"

"ไปไหนคะ"

เมฆาใช้มือป้องหูกระซิบบอกทำให้ดูเป็นเรื่องตื่นเต้น แล้วดวงตากลมโตก็ส่อแววสดใสร่าเริงไปกับสิ่งที่ได้ยิน

"งั้นชมพู่ไม่มานอนที่นี่แล้วค่ะ ไปเที่ยวกันดีกว่า"

"จะไปเที่ยวไหนกันครับเนี่ย" มดง่ามนั่งอยู่ตรงโซฟาเกิดสนใจขึ้นมาบ้าง คิดว่าตนคงได้ไปด้วยหากเจ้านายขับรถไม่ไหว

"ไม่บอกค่ะ ความลับ" ชมพู่หันไปบอกอย่างได้ที

"คุณแม่... มานี่ค่ะ" ชมพู่รีบกวักมือเรียก เมื่อเห็นแม่และยายเดินผ่านประตูเข้ามา

พอชมดาวเดินเข้าไปใกล้ เด็กหญิงก็คว้าคอแล้วกระซิบต่อสิ่งที่ได้ยิน พูดติดๆ ขัดๆ จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็พอจับใจความได้

"แม่ลูกมีความลับอะไรกัน บอกยายบ้างได้ไหม" คุณนวลเนตรเอ่ยถาม

"บอกได้ไหมคะ คุณพ่อ" เด็กหญิงหันไปขอความเห็น

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ แกก็พูดไปเรื่อยเปื่อย" ชมดาวช่วยแก้เมื่อเห็นมารดามองค้อนเมฆา 

"งั้นแม่พาชมพู่กลับก่อนนะ หายเร็วๆ นะเมฆ" คุณนวลเนตรว่าแบบไม่ค่อยสบอารมณ์กับเรื่องที่เพิ่งรู้ว่าภัสสรเปลี่ยนใจจะยกลูกให้สามี

"ครับแม่" เมฆายิ้มกว้างกลับไป ทำเป็นไม่เห็นสายตาค่อนแคะของหญิงสูงวัย

"อ้อ ยัยภัส ไปหาโทรศัพท์ใหม่มาสักเครื่องสิลูก แม่จะได้ไม่ต้องติดต่อผ่านตาเมฆ" คุณนวลเนตรท้วง

"ได้ค่ะแม่"

"งั้นแม่ไปล่ะ มาชมพู่ กลับบ้านกับยายดีกว่า" เด็กหญิงไต่ลงจากเตียงอย่างว่าง่าย แล้วเดินตามไป โดยไม่ลืมหันมาย้ำ

"อย่าลืมสัญญานะคะ" เมฆาขยิบตาให้พร้อมกับโบกมือ



"เจ็บขนาดนี้ยังไม่เข็ดอีกเหรอคะ" ชมดาวเดินกลับมาที่เตียงคนไข้ ถามเรื่องที่เขาสัญญากับลูกไว้

"ผมแค่หักหลบชนต้นไม้นะคุณ ไม่ได้ขับชนใครสักหน่อย" เมฆาเอ่ยพลางยกฝ่ามือทั้งสองขึ้นหนุนศีรษะ

"ดีแล้วล่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องมีมลทินติดตัวเหมือนฉัน" ชมดาวทำหน้าเศร้ากับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ

"ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ" เมฆาเห็นสีหน้าภรรยาสาวแล้วรีบออกตัว

"ช่างเถอะค่ะ ถ้าฉันต้องติดคุกจริงๆ ฝากคุณดูแลดาวต่อด้วยนะคะ ออกมาแล้วฉันจะพาแกไปอยู่ที่อยุธยาด้วยกัน" ชมดาวคิดว่าแม้จะเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณเธอก็ต้องรักษาไว้

"ไม่เอาน่า ผมเป็นคนป่วยนะ คุณยังจะมาชวนคุยเรื่องเศร้าอีก" เมฆาแกล้งแหย่เพื่อตัดบท ไม่รู้ว่าทำไมตนจึงไม่อยากคิดถึงช่วงเวลาที่ต้องเลิกร้างกันไปจริงๆ ทั้งที่เป็นฝ่ายยืนกรานจะให้เป็นเช่นนั้น

"ขอโทษนะคะ ฉันลืมไป" ชมดาวฝืนยิ้มคิดว่าเขาคงไม่อยากรับฟังปัญหาของเธอ

"ภัส" เมฆาเอื้อมไปกุมมือบาง

"ผมไม่มีวันปล่อยให้คุณติดคุก" น้ำเสียงและสายตาเขาดูจริงจัง จนทำให้หญิงสาวประหลาดใจ

"แต่คุณเป็นคนพูดเอง.."

"ผม..ห่วงลูก" พอพูดออกไปแล้ว กลับเห็นแววผิดหวังในดวงตาคู่สวย

"คุณเองก็ห่วงไม่ใช่เหรอ" เมฆารีบแก้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นหรือไม่

"ฉันเข้าใจค่ะ" ชมดาวขบริมฝีปาก พยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกด้วยเหตุและผล

"คุณพักผ่อนก่อนนะคะ ฉันจะออกไปสูดอากาศข้างนอก" หญิงสาวว่าพลางดึงมือออกจากการเกาะกุม แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไร้จุดหมาย เพราะคิดเพียงต้องการออกไปให้พ้นหน้าเขาก็เท่านั้นเอง




"ขอนั่งด้วยคนนะครับ" เสียงเอ่ยทักมาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร ชมดาวหันมองแล้วตอบรับ

"เชิญค่ะหมอก้อง"

"มาเฝ้าไข้คนเดียว คงเบื่อแย่สิครับเนี่ย"  หมอหนุ่มวางถ้วยกาแฟและโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงตรงข้าม ภายในร้านอาหารในโรงพยาบาล

"ก็นิดหน่อยค่ะ"

"อยู่ที่นี่ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าพิศมัยหรอกครับ มีแต่คนป่วย พอหายดีก็ไปกันหมด"

"แล้วใครจะอยู่ล่ะคะ" ชมดาวถามแล้วยิ้มขำ

"หมอกับพยาบาลไงครับ" ชายหนุ่มว่าแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ

"โทรศัพท์รุ่นนี้ ราคาแพงไหมคะ" ชมดาวมองด้วยความสนใจ รู้สึกว่าหน้าตาเหมือนเครื่องที่เมฆาใช้อยู่

"ผมซื้อเมื่อต้นปีที่แล้วราคาสองหมื่นกว่าบาท มาต้นปีนี้ตกรุ่นซะแล้ว เทคโนโลยีสมัยนี้ตามแทบไม่ทันจริงๆ"

"สองหมื่นกว่าเชียวเหรอคะ" หญิงสาวได้แต่มองแล้วตัดใจ คิดว่าหาเครื่องที่พอรับโทรได้แบบที่เคยใช้ดีกว่า

"คุณภัสสนใจจะซื้อโทรศัพท์รุ่นนี้เหรอครับ"

"ฉันทำเครื่องเก่าหายน่ะค่ะ ก็เลยคิดว่าจะซื้อใหม่"

"ถ้าคุณสนใจ ผมขายต่อให้ถูกๆ เอาไหม กำลังคิดจะซื้อเครื่องใหม่พอดี" หมอหนุ่มเสนอ

"แต่เครื่องนี้ยังใหม่อยู่เลยนะคะ" ชมดาวคะเนว่าถึงจะมือสอง ราคาคงไม่ต่างกันมาก

"ก็อย่างที่บอกแหละครับ มันตกรุ่นไปแล้ว สภาพดีมากๆ เลยนะครับ เพราะผมเป็นคนรักษาของ" ก้องเกียรติยื่นโทรศัพท์ให้ดู พร้อมกับอธิบายปุ่มฟังค์ชั่นต่างๆ น้ำไหลไฟดับ จากที่ไม่อยากได้ ก็ทำให้หญิงสาวเริ่มเปลี่ยนใจ เพราะรู้สึกสนุกไปกับลูกเล่น ที่เป็นได้มากกว่าเครื่องสื่อสารธรรมดาในแบบที่เธอคุ้นเคย

"แล้วหมอจะขายให้เท่าไหร่ล่ะคะ" เป็นเหตุผลสุดท้ายก่อนการตัดสินใจ

"หมื่นสามพอไหวไหมครับ"

"หมื่นสาม!" ชมดาวหลุดอุทานเสียงดัง จนโต๊ะข้างๆ หันมามอง

"เออ แพงไปเหรอครับ ไม่ต้องตะโกนก็ได้" หมอหนุ่มว่าแล้วอดขำไม่ได้

"ขอโทษค่ะ" ชมดาวเหลือบมองโต๊ะอื่นแล้วยิ้มเขิน

"งั้นหมื่นถ้วน" ก้องเกียรติเสนอราคาใหม่ หากแต่หญิงสาวก็ยังไม่ตอบรับ

"คุณหมอขายให้คนอื่นเถอะนะคะ ฉันซื้อไม่ไหวจริงๆ ค่ะ"

"ผมให้คุณผ่อนชำระก็ได้ ตกลงไหม ไหนๆ คุณก็ต้องมาเยี่ยมคนไข้ในห้องไอซียูอีกนาน"

"ไม่ดีมั้งคะ เอาเป็นว่าพบกันครึ่งทาง ห้าพันบาทเงินสด" ชมดาวต่อรอง หมอหนุ่มถึงกับเมินหน้าไปกลั้นยิ้ม เธอคนนี้คงคิดว่ากำลังต่อรองสินค้าที่ตลาดชายแดนอยู่เป็นแน่

"ครึ่งทางก็ต้องแปดพันสิคุณ จะเป็นห้าพันได้ไงครับ" ก้องเกียรตินึกสนุก ทั้งที่ไม่ได้ใส่ใจกับราคาค่างวดของมันนัก

"เจ็ดพัน" ชมดาวยังไม่พอใจกับราคาแสนถูกที่เขาเสนอ

"เจ็ดพันห้า"

"ตกลงค่ะ รออยู่นี่ก่อนนะคะ ฉันจะไปเอาเงินมาให้"

"คุณจะเอาเครื่องไปตอนนี้เลยเหรอ"

"ก็แน่ล่ะสิค่ะ"

"ก็ได้ครับ พอดีผมมีสองเครื่อง"



ชมดาวเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องพัก แล้วชะงักไปครู่หนึ่งพยายามนึกว่าจะพูดกับเมฆายังไง เพื่อขอยืมเงินซื้อโทรศัพท์ ถ้าเขาไม่ให้ เธอคงต้องขอเลื่อนหมอก้องไปก่อน

"คุณเมฆ.." หญิงสาวกลับมายืนหน้าเตียงอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปชั่วโมงกว่า

"มีอะไรหรือเปล่า ภัส" เมฆาหันมาสบตา รู้สึกโล่งอกคิดว่าเธอคงจะหายโกรธเขาแล้ว

"เออ.. คือฉันยังไม่ได้กลับบ้านเลยตั้งแต่กลับจากอยุธยา"

"คุณไม่อยากอยู่เฝ้าผมแล้วใช่ไหม?"

"เปล่าค่ะ" หญิงสาวรีบปฏิเสธ

"คือ..ฉันไม่ได้พกกระเป๋าตังค์มาด้วย ฉันอยากจะยืมเงินคุณซื้อของ ได้ไหมคะ" ชมดาวใจตุ่มๆ ต่อมๆ เพราะพูดเรื่องนี้กับเขาเป็นครั้งที่สองแล้ว ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน

"นึกว่าอะไรซะอีก" ชายหนุ่มว่าแล้วยื่นกระเป๋าสตางค์ให้

"คุณให้ยืมจริงๆ เหรอค่ะ ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวรับไว้แล้วยิ้มจนแก้มปริ ไม่คิดว่าเขาจะพูดง่ายขนาดนี้

"คุณจะเอาไปซื้ออะไร"

"ไม่บอกค่ะ เดี๋ยวฉันมานะคะ" ชมดาวรีบออกจากห้องไป เพราะเกรงหมอจะรอนาน เผื่อเขามีธุระอื่นต้องไปทำ



"โอ้โห! ไหนบอกว่าไม่มีเงินครับ แบงค์พันเป็นฟ่อนเลย คุณนี่เล่นมุขเก่งเหมือนกันนะเนี่ย" หมอหนุ่มว่าล้อ

"ของคุณเมฆค่ะ ฉันยืมเขามา" หญิงสาวบอกไปตามจริง

"ยืมเหรอ? สามีคุณนี่ งกเหมือนกันนะ" ก้องเกียรติกระซิบ

"ถึงจริง ก็ห้ามเอามาล้อเล่นค่ะ" ชมดาวตอบกลับขำๆ รู้สึกถูกชะตากับหมอหนุ่มคนนี้ ราวเคยรู้จักกันมาก่อน

"พรุ่งนี้ผมจะเอาคู่มือกับหูฟังมาให้นะครับ ยังเก็บไว้ในกล่องอย่างดีเลย"

"ค่ะ"

"แล้วคุณมีเบอร์หรือยัง"

"ยังเลยค่ะ"

"ถ้าไม่เลือกมาก ฝากผมซื้อได้นะครับ ผมจะไปดูเครื่องใหม่เย็นนี้"

"ถ้าไม่รบกวนหมอก้องจนเกินไป..."

"ไม่รบกวนหรอกครับ"

"ขอบคุณค่ะ ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ทิ้งคุณเมฆไว้นานแล้ว" ชมดาวเอ่ยลา แล้วเดินกลับห้องด้วยอารมณ์ดี พร้อมโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเธอ



"คุณเอาเงินผมไปซื้อไอ้นี่มาเหรอ" เมฆารับโทรศัพท์มาพลิกดู

"ซื้อมาเจ็ดห้าพันค่ะ ถูกมากเลยใช่ไหม สภาพยังเยี่ยมอยู่เลยค่ะ" ชมดาวพูดด้วยความภาคภูมิใจ ที่ตนซื้อได้ของถูกและดี

"ก็แน่ล่ะสิ มันตกรุ่นไปแล้วนี่" ชายหนุ่มมองภรรยาสาวด้วยความสงสัย เพราะปกติต่อให้เป็นของใหม่แต่ไม่ล่าสุด ภัสสรไม่เคยชายตามองเสียด้วยซ้ำ

"ตกรุ่นที่ไหนกันค่ะ หน้าตาเหมือนเครื่องของคุณเป๊ะเลย" หญิงสาวว่าพลางจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายกลับขยับหลบ

"คุณซื้อมาจากไหน นี่มันโรงพยาบาลนะ ไม่ใช่มาบุญครอง"

"คนอยากขายโทรศัพท์เยอะแยะไป ทำไมต้องไปถึงนั่นด้วยล่ะคะ"

"ใคร?" เมฆามองด้วยสายตาคาดคั้น

"หมอก้องค่ะ" ชมดาวจำต้องยอมรับออกไป

"หมอนั่นคงอาสาหาเบอร์ใหม่ให้คุณด้วยล่ะสิท่า"

"คุณรู้ได้ยังไงคะ" หญิงสาวยิ้มประหลาดใจ

"เขาเป็นคนมีน้ำใจนะคะ ขนาดเพิ่งพบกันแท้ๆ"

"หึ! มีน้ำใจเหรอ ผมไม่อยากคิดหรอกนะ ว่าคุณจะซื่อขนาดนั้น" เมฆามั่นใจว่าหญิงสาวต้องแอบมีใจให้หมอหนุ่มนั่นอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างเธอไม่มีวันหลงใหลได้ปลื้มกับของแบบนี้

"นี่คุณจะพูดอะไรกันแน่" ชมดาวหุบยิ้มไปทันที เมื่อเริ่มเข้าใจความหมายในคำพูด สีหน้าและแววตาของเขา

"ขนาดผมนอนป่วยอยู่นี่ ยังไม่วาย! ถ้าคิดจะหาใหม่ล่ะก็ ไม่ต้องเร็วนักก็ได้" เมฆาพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิด

"เอาโทรศัพท์ฉันคืนมาค่ะ" หญิงสาวพยายามตัดบท เพราะเห็นว่าเขาป่วยและเธอก็ไม่อยากต่อปากต่อคำกับคำพูดไร้สาระ ทีเขาออดอ้อนหญิงอื่นต่อหน้า เธอยังไม่เคยต่อว่าเขาสักคำ

"อยากได้นักใช่ไหม" เมฆาเอื้อมหย่อนโทรศัพท์เครื่องนั้นลงไปในเยือกน้ำบนโต๊ะใกล้หัวเตียง ชมดาวใจหายวาบด้วยความเสียดาย ขณะมองวัตถุนั้นจมอยู่ก้นเหยือกใส 

"นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" หญิงสาวรีบวิ่งอ้อมไป ล้วงมือลงในเหยือก แล้วรีบเช็ดน้ำออกจากตัวเครื่องด้วยชายเสื้อ

"ห่วงเครื่องหรือห่วงเจ้าของเดิมมันกันแน่" เมฆาว่าประชด

"ฉันเคยทำอะไรถูกต้องในสายตาคุณบ้างไหม? ฉันไม่ใช้โทรศัพท์ก็ได้ คุณมีอะไรจะติดต่อ ก็เขียนจดหมายมาละกัน" ชมดาวประชดกลับ แล้วเดินออกไปยืนที่ระเบียงห้องเพื่อระงับอารมณ์โกรธ ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ภัสสรทนอยู่กับเขาไม่ได้

เมฆามองตามแล้วถอนหายใจแรง คิดว่าเขาคงทำเกินกว่าเหตุเสียแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยจะสนใจด้วยซ้ำว่าภรรยาจะทำอะไร แต่ทำไมหมู่นี้เขาสนใจเธอนัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ คิดพลางคว้าโทรศัพท์ขึ้นโทรหาเพื่อนซี้และทนายส่วนตัวให้ทำธุระบางอย่างให้

























 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2555 23:00:43 น.
Counter : 562 Pageviews.  

1  2  3  4  

Kim-Ha
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิ้นกระจาย ^^


Smileymissmynovel@gmail.com






Friends' blogs
[Add Kim-Ha's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.