Group Blog
 
All blogs
 
My Love ตอนที่ 11


เมฆาขยับออกนอนตะแคงใช้ฝ่ามือค้ำยันศีรษะ มองสบดวงตาสวยแล้วยิ้มกว้าง ขณะใบหน้างดงามจ้องตอบด้วยความสงสัยใคร่รู้  นิ้วเรียวยาวคลอเคลียหยอกเย้าแก้มนวลใส แล้วค่อยๆ เคลื่อนมาที่ลำคอ ต่ำลงมาถึงกลางอกแทรกผ่านรอยแยกของเสื้อคลุมปกปิดชุดนอนบางเบาไว้ภายใน  ชมดาวเริ่มหายใจติดขัดจากสัมผัสยั่วยวนและแววตาสะกดใจที่จู่โจมมาพร้อมๆ กัน

"ไหนว่านอนกอดเฉยๆ คะ" หญิงสาวกุมมือซุกซนที่เคลื่อนผ่านมาถึงเอวพร้อมที่จะปลดสายรัดออก

"ก็นี่ไง ภัสนอนเฉยๆ เหมือนท่อนไม้ไม่มีผิด" เมฆาว่าล้อแล้วหัวเราะ

"ท่อนไม้เหรอ? นี่แนะ!" ชมดาวซัดตุบเข้าที่อก

"ผมเจ็บนะ! ภัส" แล้วเกมรักโรแมนติก ก็กลายเป็นมวยปล้ำไม่จำกัดน้ำหนักไปโดยปริยาย

"ปล่อยนะ คนบ้า!" ร่างบางถูกคร่อมไว้เบื้องล่าง ขณะที่มือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ

"ผมลืมบอกไปว่าเป็นท่อนไม้ที่เซ็กซี่ที่สุดเลย" เมฆาว่าพลางก้มมองเรือนร่าง
ยั่วยวนเกินห้ามใจ ในชุดนอนบางเบา ด้วยชุดคลุมหลุดลุ่ยจากการต่อสู้กันเมื่อครู่ แล้วกลับมายิ้มยั่วใส่ดวงตาสวย

"ปล่อย.." เสียงหายใจหอบและลมหายใจอุ่นๆ ถูกกลืนหายไปในจุมพิตดูดดื่ม  มือที่ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ สอดแทรกเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาว กอดรัดแผ่นหลังแข็งแรงอบอุ่น ในขณะที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายเลื่อนไล้เข้าไปใต้ชุดกระโปรงบางเบาเคลื่อนผ่านเรียวขาขาวไปถึงสะโพกลมกลึง ดุนดันแผ่นหลังบอบบางให้ขยับขึ้นรับสัมผัสแนบชิด

มือและริมฝีปากร้อนแรงลากไล้ไปบนผิวนุ่มทุกสัดส่วนด้วยความหลงใหล และอาการตื่นเต้นตอบสนองไปกับทุกอิริยาบทที่เขาสัมผัส กระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากจะประวิงเวลาเพื่อเล้าโลมร่างบางในอ้อมแขนให้นานที่สุด

ร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้ผืนผ้าห่มเริ่มขยับไปตามบทเพลงรัก ขณะทั้งคู่เริ่มหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นความหวานเร้นลับระหว่างชายหญิงที่ชมดาวเพิ่งประจักษ์เป็นครั้งแรก และอิ่มเอมไปกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น พลางคิดว่าเธอคงหลงรักชายตรงหน้านี้แล้วเต็มเปา ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาคิดกับเธออย่างไร



เมฆาลืมตาขึ้นในตอนเช้า ลูบไล้ฝ่ามือไปบนเตียงนุ่ม กลิ่นอายรักยังคงอบอวลไปทั่วทั้งบนที่นอนและในความรู้สึก หากแต่ไม่พบภรรยาสาวภายในห้องนอนเสียแล้ว ชายหนุ่มหันมองนาฬิกาบอกเวลาแปดโมงเช้า นึกถามตัวเองว่าไม่เคยหลับเต็มอิ่มแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว เขารีบลุกออกจากที่นอน อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปที่โต๊ะอาหารเช้าด้วยอารมณ์ดี

"เสื้อสีสวยดีนะปราง" ชายหนุ่มเอ่ยทัก เมื่อเห็นพี่เลี้ยงสาว

"อุ๊ย! คุณเมฆ" ปรางยิ้มเขิน คิดเกินเลยได้ทันที

"คุณภัส ไปไหน" เมฆาถามพลางนั่งลงบนโต๊ะ รู้สึกหิวมากเป็นพิเศษ

"ไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนค่ะ" ปรางตอบเสียงเรียบขึ้น

"คุณเมฆดูอารมณ์ดีจังเลยนะครับ" มดง่ามเดินเข้ามาพอดี

"คุณภัสล่ะ" นายหนุ่มเอ่ยถามทันที

"ไปส่งคุณหนูไงครับ"

"อ้าว แล้วแกไม่ได้ไปด้วยเหรอ ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้คุณภัสขับรถเอง"

"ก็..เออ คุณภัสไม่ได้เอารถไปนี่ครับ"

"แล้วไปยังไง"

"ปั่นจักรยานไปครับ"

"จักรยาน!" เมฆาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ทั้งที่มีอะไรหลายอย่างที่เขาจำต้องเชื่ออยู่เหมือนกัน

"เออ..ครับ คุณภัสมายืมจักรยานผมเมื่อตอนเช้า เธอยืนยันว่าไปได้ แล้วคุณหนูก็ดูจะชอบมากเลยนะครับ"

"บ้าจริง! เกิดถูกรถเฉี่ยวขึ้นมาจะว่ายังไง" เมฆาว่าแล้วนั่งไม่ติด คิดว่าจะออกไปตาม หากแต่หญิงสาวเดินสวนเข้ามาพอดี

ปรางมองตามด้วยความสะใจ คิดว่างานนี้นายสาวต้องเจอดีแน่ ต่อให้รักแค่ไหนลูกสาวก็คือดวงใจของเมฆาอยู่ดี และที่ร้อนลนเช่นนั้นคงจะเป็นเพราะห่วงลูก

"ภัส!"

"ตื่นแล้วเหรอค่ะ" ชมดาวเอ่ยทัก พยายามเก็บซ่อนอาการเขิน

"ไม่เป็นอะไรใช่ไหม" เมฆาจับแขนหญิงสาวแล้วมองสำรวจ

"เปล่านี่คะ" ดวงตาโตมองตอบประหลาดใจ

"คุณทำไมต้องปั่นจักรยานไปส่งลูกด้วย ให้มดไปส่งก็ดีอยู่แล้ว" ชายหนุ่มมองหน้านิ่ว

"โรงเรียนอยู่แค่นี้เองค่ะ ถนนก็ออกกว้าง รถก็ไม่ค่อยมี ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันปั่นเก่งนะจะบอกให้" ชมดาวอวด

"ยังไงก็ไม่ได้" เมฆายื่นคำขาด

"ฉันลืมไป คุณคงห่วงลูก ขอโทษนะคะที่ฉันทำอะไรไม่คิด" หญิงสาวตอบแล้วก้มหน้าหลบสายตาจริงจังที่เขาจ้องมองมา

"ผมห่วงทั้งคุณทั้งลูกนั่นแหละ" เมฆาดึงร่างบางเข้ามากอด  ทำเอามดง่ามและอนงค์แอบมองหน้ากันแล้วยิ้มเขิน ส่วนปรางนั้นตาแทบถลนด้วยแรงริษยา

"ปล่อยได้แล้วค่ะ อายเขา" ชมดาวกระซิบบอกด้วยใบหน้าเรื่อ

"ใคร?"

"ข้างหลังคุณน่ะ" แม้อกกว้างจะบังไว้มิด แต่หญิงสาวก็รับรู้ได้ว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่

"จัดโต๊ะเสร็จแล้ว ออกไปให้หมดทุกคน ถ้าไม่เรียกไม่ต้องเข้ามา" เมฆาหันไปสั่งบรรดาคนรับใช้ ซึ่งต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตามกันออกไป มีเพียงปรางที่แสดงอาการไม่พอใจ แต่ก็ต้องปฏิบัติตาม

"นี่ คุณทำแบบนี้ทำไม เดี๋ยวพวกนั้นก็คิดกันไปไกล"

"ไกลตรงไหน" เมฆาอุ้มช้อนสะโพก วางหญิงสาวลงนั่งบนโต๊ะแล้วยืนชิดขอบ ไม่เปิดโอกาสให้เธอหลบหนี

"วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ"

"ผมว่าจะเข้าออฟฟิสตอนสายๆ ไปด้วยกันนะ" ชายหนุ่มกุมมือเรียวบางแล้วยกขึ้นจูบกลางฝ่ามือ

"ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันอยากไปเยี่ยมดาวที่โรงพยาบาล"

"ใช่สิ! เดี๋ยวนี้คุณมีคนที่ห่วงมากกว่าผมแล้วนี่" เมฆาแกล้งกระเซ้า

"คุณไปทำงานนี่คะ ไม่เห็นต้องห่วงอะไร"

"เมื่อก่อนไม่เห็นคุณพูดแบบนี้"

"แล้ว..คุณชอบฉันเมื่อก่อนหรือตอนนี้มากกว่ากัน" ถามไปแล้ว ชมดาวก็ถึงกับกลั้นหายใจลุ้นรอคำตอบ

เมฆามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวย เห็นแววหวาดหวั่นไม่มั่นใจอยู่ในนั้น ดูไม่เหมือนภัสสรที่เขาเคยรู้จักเลยสักนิด

"ผมไม่เคยรักใครนอกจากภัส แล้วตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ยังเหมือนเดิม"

คำพูดมั่งคงนั้น ทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอ ตอบไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร อย่างน้อยๆ ตอนนี้เขาก็ไม่ได้เกลียดเธอ แม้จะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร สักวันเธอจะบอกเขา..หญิงสาวสัญญากับตัวเอง แต่นั่นอาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิตในร่างคนที่เขารัก 

เมฆาประคองใบหน้าสวยใสแล้วขยับเข้าจูบที่ดวงตา ละเรื่อยลงมาถึงสันจมูกและริมฝีปากบาง หญิงสาวเกาะกุมข้อมือแข็งแรงไว้แล้วจูบตอบเขา ท่ามกลางความเงียบสงบในห้องรับประทานอาหาร ไร้สิ่งรบกวน...

"มีใครอยู่ไหม ทำไมบ้านเงียบจัง" เสียงวีรัสดังมาก่อนตัว หนุ่มสาวจึงจำต้องถอนริมฝีปากออก แล้วยิ้มขำขึ้นมาพร้อมๆ กัน คิดว่าคงได้เวลาอาหารเช้าแล้ว



"ฝ่ายโน้นเขาตกลงว่าจะไม่เอาเรื่อง แต่ทางเราต้องรับดูแลเด็กนั่นจนกว่าจะหายเป็นปกติ หรือในกรณีพิการหรืออาจจะหลับไปตลอดกาล" วีรัสว่าพลางเพลิดเพลินไปกับอาหารตรงหน้า

เมฆาถอนหายใจ รู้สึกผิดแทนภัสสรไปด้วย จริงๆ แล้วในวันนั้นถ้าเขาไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรงกับเธอ เหตุการณ์ร้ายๆ แบบนี้อาจไม่เกิดขึ้น


..........................

"นี่คุณจะไปไหน" ภัสสรกระแทกแก้วไวน์ลงบนโต๊ะภายในห้องรับแขก เมื่อเห็นชายหนุ่มกลับเข้าบ้านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ตั้งท่าจะออกไปอีกแล้ว

"ผมนัดวีรัสไว้" เมฆาว่าเสียงเรียบเฉย เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะชวนทะเลาะ

"นึกเหรอว่าฉันจะเชื่อ! ฉันไม่ให้คุณไป" หญิงสาวตรงเข้าฉุดแขนเขาไว้

"คราวหน้าหาโซ่ไว้ดีกว่านะ" เมฆาพยายามสกัดกั้นอารมณ์ ดึงมือเรียวหลุดออกอย่างง่ายดาย

"นังคนไหนล่ะ ที่คุณคิดจะเอามาแทนที่ฉัน!"

"ไม่มีนังคนไหนทั้งนั้นแหละ คุณมันบ้าไปแล้ว" 

"ถ้าคุณทำอย่างนั้น อย่าฝันเลยว่าชาตินี้คุณจะได้เห็นหน้าลูกอีก"

"คุณก็ดีแต่เอาลูกมาขู่ ต่อให้ต้องสู้กันจนถึงศาลชั้นไหน ผมก็ไม่มีวันยอมให้ลูกอยู่กับแม่อย่างคุณ ถ้าติดนิสัยแย่ๆ มาล่ะก็ นรกชัดๆ" 

"กลับมาเดี๋ยวนี้นะ เมฆ!"

"หมดเวลาแล้วภัส! ผมเป็นผัวคุณนะ ไม่ใช่ทาส!!" ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยสายตาลุกวาว

"พรุ่งนี้เจอกันที่สำนักงานเขต ผมจะไม่ทนคุณอีกต่อไปแล้ว"

"กรี๊ดดดดดด! ไอ้คนบ้า ไอ้คนเลว ไปเลย! ไปให้พ้น จะไปตายที่ไหนก็ไป!!" เสียงกร่นด่าสาปแช่งด้วยความขุ่นเคืองดังก้องไปทั่ว

"คุณแม่ เป็นอะไรคะ" ชมพู่ร้องไห้วิ่งลงมาจากชั้นบน และสวนกับภัสสรใกล้เชิงบันได

"แกก็เหมือนกัน อย่ามายุ่งกับฉัน" หญิงสาวสติแตกผลักลูกแล้ววิ่งขึ้นข้างบน

"กรี๊ดดด! คุณชมพู่" ปรางร้องเสียงหลง เมื่อเด็กหญิงกลิ้งลงบันไดสี่ห้าขั้น

"คุณเมฆคะ คุณเมฆ คุณชมพู่หัวแตกค่ะ" พี่เลี้ยงสาวร้องตะโกน

"ชมพู่!" เมฆารีบอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นรถไปโรงพยาบาล ส่วนภัสสรกลับลงมาไม่เห็นใคร อารมณ์โกรธจึงพลุ่งพล่านเป็นทวีคูณ คว้ากุญแจรถแล้วขับกระชากออกจากเรือนไปทันที

........................


"แล้วเรื่องโทษทางอาญาล่ะ" เมฆาหันไปถามวีรัส

"ไม่ต้องห่วง เรื่องนั้นฉันจะจัดการเอง คงไม่ถึงคุกถึงตารางแน่นอน" วีรัสให้ความมั่นใจ

"ขอบคุณนะคะ คุณวี"
ชมดาวรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที เมื่อวีรัสรับปากอย่างนั้น

"หน้าที่ผมอยู่แล้วครับ" ชายหนุ่มยิ้มรับ

"ภัส ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะไปโรงพยาบาลด้วย" เมฆาหันมาบอกภรรยาสาว

"แล้วงานคุณล่ะคะ"

"ไม่เป็นไรหรอก ผมคุยทางโทรศัพท์ได้"

"ค่ะ" ชมดาวยิ้มดีใจ เพราะรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่มีเขาอยู่ข้างกาย




"ดาว คุณเมฆมาเยี่ยมนะ" ชมดาวบอกร่างที่ยังหลับไหล พลางวางมือซีดเรียวเล็ก ไว้บนฝ่ามือชายหนุ่ม อยากให้เขาได้สัมผัสตัวเธอจริงๆ สักครั้ง

เมฆามองการกระทำแปลกๆ ของภรรยาสาว เพราะปกติอย่าว่าแต่แตะต้องเนื้อตัวเลย แค่ได้ยินชื่อหญิงอื่นก็ลุกเป็นไฟแล้ว

"ฟื้นเร็วๆ นะดาว ภัสเขาเป็นห่วงเธอนะ" ชายหนุ่มว่าพลางกระชับฝ่ามือเข้าเบาๆ

"ขอบคุณนะคะ คุณเมฆ" ชมดาวยิ้มน้ำตาคลอ

"ผมก็มีส่วนผิดนะภัส ถ้าผมไม่ยั่วโมโหคุณ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้" เมฆาสารภาพพลางยื่นอีกมือไปเช็ดน้ำตาออกให้  หากแต่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้น ตนก็คงไม่มีช่วงเวลาดีๆ ในวันนี้

ชมดาวขยับเข้าซบอกกว้าง ชายหนุ่มลูบผมนุ่มปลอบประโลม ขณะที่มืออีกข้างเริ่มรับรู้ถึงแรงตอบสนองแผ่วเบาราวขนนก เมฆาหันมองมือขาวซีดที่ตนเกาะกุมไว้ แต่ก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆ  น้ำตาเริ่มไหลซึมออกมาจากดวงตาที่ยังปิดสนิท หากเพียงจะมีใครสังเกตเห็น...




"ไม่น่าเชื่อเลยนะคุณ ว่ายัยภัสกับตาเมฆจะกลับมาคืนดีกันได้ เมื่อก่อนไม่เห็นพูดกันดีๆ ได้สักครั้ง" คุณนวลเนตรเอ่ยกับสามีขณะนั่งมองทั้งสามเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ไม่คิดว่าตนจะมีโอกาสได้มาเที่ยวกับลูกหลานเช่นนี้อีก

"นั่นสินะ ผมก็ไม่คิดว่าลูกจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ถ้าไม่เห็นกับตาว่าเป็นยัยภัสจริงๆ ผมคงคิดว่าเป็นคนอื่น" คุณวิสิตว่าขำๆ

"พูดบ้าๆ ไปค่ะ ลูกเราจะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง"

"แช่มเองก็คิดอย่างนั้นนะคะ คุณผู้หญิง" พี่เลี้ยงคนสนิทเอ่ยท้วงขึ้น ขณะฟังคำสนทนาของทั้งสองพร้อมจัดโต๊ะ นำอาหารทะเลย่างร้อนๆ ขึ้นเสริฟ

"เห็นไหม? แช่มมันเลี้ยงยัยภัสมาแต่อ้อนแต่ออก ยังออกปากเลยคุณ" คุณวิสิตหาพวกได้ทันที

"เรื่องแบบนี้ ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดค่ะ ลูกก็แค่ความจำเสื่อมนิดหน่อย อย่ามาชักใบให้เรือเสียดีกว่านะคะ" คุณนวลเนตรมองค้อนทั้งนายทั้งบ่าว จนทั้งสองต้องแอบยิ้มให้กัน


"เหนื่อยแล้วเหรอลูก" คุณนวลเนตรทักถาม เมื่อเห็นลูกสาวเดินกลับมาคนเดียว ปล่อยให้เมฆาและชมพู่เล่นน้ำต่อ

"ค่ะแม่" หญิงสาวนั่งลงข้างๆ

"แล้วเรื่องหย่า ภัสเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมลูก" คุณวิสิตถามเพราะเห็นว่าเรื่องนี้เงียบหายไปนาน หลังจากภรรยาตนกลับมาโวยวายอารมณ์เสียเรื่องจะยกหลานให้ทางโน้นเลี้ยงดู

"หนู.. ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับคุณเมฆค่ะ" ชมดาวคิดว่าเธอมีความสุขจนแทบลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำในช่วงเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมา ทั้งที่เธอไม่ควรทึกทักไปเองว่าเขารู้สึกเหมือนกัน และควรถามเขาสักครั้งเผื่อเขาจะยังยืนยันความตั้งใจเดิม

"อะไรกัน! ยัยภัส" คุณนวลเนตรอุทานขึ้นมาทันที

"ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเถอะลูก" คุณวิสิตตัดบท รู้ดีว่าภรรยาตนอาจทำเสียบรรยากาศรื่นรมย์ครั้งนี้

"ค่ะ" ชมดาวรีบผละไปทันที เพราะไม่รู้จะตอบคำถามที่คุณนวลเนตรอาจซักมาได้อย่างไร

"ฉันยังถามไม่รู้เรื่องเลยนะคุณ"

"มันเรื่องของเขาสองคน คุณก็ปล่อยให้เขาคุยกันก่อนสิ"

"ฉันแค่อยากรู้ว่าที่หวานกันซะขนาดนี้ยังคิดจะเลิกกันอีกเหรอ"

"ก็แหม.. คุณก็ดูอย่างพวกดาราบ้างสิ เลิกกันแล้วเขาก็เป็นพี่เป็นน้องกันออกเยอะแยะ" คุณวิสิตว่าแล้วหัวเราะ

"ไม่ตลกค่ะ"




















Create Date : 17 พฤษภาคม 2555
Last Update : 22 พฤษภาคม 2555 16:50:41 น. 11 comments
Counter : 563 Pageviews.

 
ข้าวสารกลายเป็นข้าวสวยสะแล้ว


ชาร์ลีน้อย โอเคละยังคะ เจ้าลูกนกพี่กว่าจะกลับเมืองเหนือได้ต่อรองกันน่าดู


โดย: Pa_Stang วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:24:35 น.  

 
ถ้าข้าวไม่สุกจะไปต่อไม่ได้ค่ะ เพราะมเหสีเอกจะตื่นบรรทมแล้ว

ลูกพี่ชายค่ะไปเรียนที่หัวหิน อาทิตย์นี้ก็เลยว่าจะพาชาร์ลีไปหาลูกพี่ แล้วถือโอกาสไปเที่ยวด้วยค่ะ

ปร้าเลี้ยงดีก็งี้แหละค่ะ ลูกนกเลยไม่อยากปิ๊กเรือน อิอิ


โดย: Kim-Ha วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:35:25 น.  

 
ต้องเตรียมน้ำขิงจิบรอแล้วมังคะ เห็นเค้าอาหารญี่ปุ่นจะปรุงสำเร็จไรๆ


โดย: Pa_Stang วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:12:27 น.  

 
อีกซักตอนสองตอนก็ได้ที่แล้วค่ะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:56:25 น.  

 
นั่งยามอยู่ที่ทำงาน วันนี้สงบดีจริง


ถึงหัวหินละยังคะ


โดย: Pa_Stang วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:07:19 น.  

 
อยู่อยุธยาแล้วค่ะ กำลังจะไปสุพรรณ พรุ่งนี้ถึงจะไปหัวหินค่ะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:31:10 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมคะ


โดย: Pa_Stang วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:48:15 น.  

 
เสาร์อาทิตย์จัดหนักไปหน่อยค่ะ วันนี้เลยหลับไปสองตื่นแล้ว ง่วงมากมาย


โดย: Kim-Ha วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:33:27 น.  

 
พี่ลงตลาดน้ำอโยธยาไว้ ลองเข้าไปดูนะคะว่าคุ้นตามบ้างไหม


โดย: Pa_Stang วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:19:40 น.  

 
ตลาดสามพันนาม ไม่เคยได้ยินคะอยู่แถวไหนคะ


โดย: Pa_Stang วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:41:08 น.  

 
อยู่ที่หัวหินค่ะ เป็นตลาดน้ำเหมือนกัน อยู่ห่างจากตลาดน้ำหัวหิน 200 เมตรค่ะ มีรถไฟให้นั่งชมรอบด้วยค่ะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:06:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kim-Ha
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิ้นกระจาย ^^


Smileymissmynovel@gmail.com






Friends' blogs
[Add Kim-Ha's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.