Group Blog
 
All blogs
 

My Love ตอนที่ 18



เมฆานั่งคุยกับภัสสรเพลินและเผลอหลับไปที่โซฟาจนรุ่งสาง จึงได้อุ้มหญิงสาวเข้าไปนอนในห้อง ครั้นพอกลับออกมาก็พบชมดาวที่หน้าห้องข้างๆ พร้อมๆ กับปรางที่กำลังเดินขึ้นมาถึงชั้นบนพอดี

"ภัส...คือผม" ชายหนุ่มตั้งท่าจะอธิบาย

"ชมพู่เสร็จแล้วใช่ไหมลูก ไปกันเถอะ" ชมดาวหันไปจูงมือเด็กหญิงที่เพิ่งเดินสะลึมสะลือมาถึงประตูในชุดนอน มือกอดตุ๊กตาหมีไว้ข้างหนึ่ง

"เดี๋ยวสิ ภัส!" เมฆาตั้งท่าจะตามทั้งสองลงไป

"คุณเมฆทำอย่างนี้ได้ยังไงคะ" ปรางเข้ามาขวางไว้ ถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

"อะไรของแกน่ะ ปราง"

"ก็คุณเมฆเข้าไปนอนกับแม่นั่น"

"นี่แกจะบ้าเหรอ? พูดอะไรออกมา"

"ก็ปรางเห็น คุณผู้หญิงก็เห็น"

"แล้วมันธุระกงการอะไรของแก" เมฆาถามด้วยอารมณ์ฉุน ก่อนจะรีบรุดตามลงไปชั้นล่าง ปรางหันมองประตูห้องที่นายหนุ่มเพิ่งเดินออกมาด้วยสายตาขุ่นเคือง แล้วกระแทกเท้าเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า

"ภัส!" เมฆาฉุดรั้งข้อมือหญิงสาว 

"ไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะคะ" ชมดาวเหลือบมองเด็กหญิง

"ก็ได้ แล้วผมจะตามไปนะ"

"ดาวต้องการคนดูแล คุณอยู่ที่นี่แหละดีแล้ว" ชมดาวว่าราวเสียงกระซิบแล้วผละไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ทันที


"หึ! ถ้าปรางเป็นคุณผู้หญิงล่ะก้อ" พี่เลี้ยงสาวเอ่ยขณะมองตามรถที่กำลังแล่นออกไป

"ชาตินี้แกคงหมดหวังแล้วล่ะ" เมฆาละสายตาจากท้ายรถแล้วหันมาพูดกับปรางก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องไป

"คุณเมฆ!"


"ทำไมไม่รอคุณพ่อล่ะคะ" ชมพูถามงัวเงีย

"คุณยายรอทานข้าวอยู่จ้ะ" ชมดาวควบคุมเสียงให้เป็นปกติ แม้จิตใจจะยังสั่นรัวอยู่ภายใน

"เดี๋ยวคุณพ่อจะตามไปใช่ไหมคะ"

"คุณพ่อนัดตีกอล์ฟกับน้าวี คงตามไปไม่ได้หรอกค่ะ"

"ว้า! ไหนบอกว่าจะไปด้วยกันไงคะ" ชมพู่ตัดพ้อ แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักแม่

"จะแวะที่ไหนก่อนไหมครับ คุณภัส" มดง่ามหันมาถาม

"ไม่ล่ะ ไปบ้านคุณแม่เลย"

"ครับ"



"ยัยภัส กระเตงลูกมาแต่เช้าเลยเหรอ?" คุณนวลเนตรทักถามขณะนั่งดื่มกาแฟที่โต๊ะอาหาร

"เออ จะได้มาทานอาหารเช้ากับคุณแม่ไงคะ"

"แม่ก็แค่แปลกใจ ไม่เคยเห็นลูกตื่นเช้าอย่างนี้เสียที"

"สวัสดีค่ะคุณยาย"

"ทำไมทำหน้ามุ่ยอย่างนั้นล่ะชมพู่"

"คุณพ่อไม่มาด้วยค่ะ ไปตีกอล์ฟกับน้าวี"

"ตาเมฆนี่ก็แปลกคนนะ วันหยุดทั้งทีน่าจะอยู่กับครอบครัวบ้าง" คุณนวลเนตรว่าแล้วมองหน้าลูกสาว ที่ได้เพียงยิ้มรับ

"คุณพ่อยังไม่ตื่นเหรอคะ?"

"ไปออกกำลังกายกับเพื่อนๆ เขาตั้งแต่เช้ามืดแล้วล่ะ"

"ชมพู่ขอไปนอนต่อได้ไหมคะ" เด็กหญิงว่าพลางปิดปากหาว 

"ดูซิ นี่คงงักกันขึ้นมาจากเตียงเลยล่ะสิ พาลูกขึ้นไปนอนก่อนเถอะ แม่ให้คนจัดห้องไว้ให้แล้ว"

"ค่ะ"




"กรี๊ดดดด..." ภัสสรสะบัดมือถูกน้ำข้าวต้มลวก ส่วนปรางนั้นรีบกระโดดออกพ้นรัศมีชามข้าวที่ร่วงหลุดจากโต๊ะที่ตนเพิ่งวางภาชนะกระแทกกระทั้นลงไป

"ปราง!" เมฆามองหน้าพี่เลี้ยงสาวด้วยสายตาดุดัน ตัดสินโทษได้ทันที โดยไม่ต้องมีการไต่สวน

"ปรางไม่ได้..." พี่เลี้ยงสาวทำหน้าเหรอหรา ยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"แกยังจะแก้ตัวอีกเหรอ!" เมฆาพูดด้วยอาการหงุดหงิด เหลือทนกับพฤติกรรมของสาวใช้นางนี้

"ชั่งเถอะค่ะพี่เมฆ ปรางคงไม่ได้ตั้งใจ อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ" ภัสสรรีบออกรับแทน

"ดาวเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า" เมฆามองรอยแดงที่หลังมือ

"แสบๆ นิดหน่อยค่ะ" หญิงสาวว่าพลางยกขึ้นเป่า

"ปรางไม่ได้ทำนะคะ" พี่เลี้ยงสาวมองคู่กรณีด้วยสายตาขุ่นเคือง

"ถ้าแกพูดอีกคำเดียว ฉันจะไล่แกออก" เมฆาสูดหายใจลึก รู้สึกเบื่อหน่ายเต็มที ก่อนจะหันไปสั่งอนงค์ให้หายามาทา แล้วอุ่มหญิงสาวไปนั่งรอบนโซฟาภายในห้องรับแขก 

 

"เป็นอะไรวะ นังปราง" ป้าแจ่มเห็นพี่เลี้ยงสาวน้ำตาร่วง เดินมาทิ้งตัวลงนั่งในห้องครัว

"ก็นังคุณดาวน่ะสิ ปัดชามข้าวต้มใส่ฉัน" ปรางร้องห่มร้องไห้ ตะโกนแบบไม่เก็บอารมณ์อีกต่อไป

"เรียกให้ดีๆ นะโว้ย ถ้าคุณเมฆได้ยินเข้าละก็" ป้าแจ่มปราม

"มันจริงนี่ป้า! ฉันว่าคุณผู้หญิงร้ายแล้ว แม่นี้ก็ร้ายพอๆ กัน"

"ยังอีก! นังนี่" ป้าแจ่มเอ็ด แล้วว่าต่อ

"อมวัดมาพูดก็ไม่เชื่อโว้ย คุณดาวออกจะน่ารักเรียบร้อย แล้วเธอจะทำอย่างนั้นกับแกทำไม"

"ใช่สิ! ก็สองคนนั้นเขาแอบมีอะไรกันลับหลังคุณผู้หญิงไงล่ะ" ปรางเริ่มพาล

"แกอย่าพูดมั่วนะโว้ย" ป้าแจ่มทำท่าตกใจ รีบเอามือปิดปากหญิงอ่อนวัยกว่า

"มั่วอะไรล่ะ ฉันเห็น คุณผู้หญิงก็เห็น" ปรางดึงมือป้าแจ่มออกด้วยท่าทีฮึดฮัด แล้วว่าต่อ

"ไม่งั้นคุณภัสจะรีบหอบลูกเผ่นกลับบ้านตัวเองทำไมแต่เช้า ป้าคิดดูสิ"

"ข้าไม่เชื่อเอ็งหรอก" ป้าแจ่มค้านด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

"ไม่เชื่อก็คอยดู คุณภัสน่ะ ชักศึกเข้าบ้านชัดๆ!"

 

 

 


(to be continued) ^^


















 

Create Date : 15 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2555 13:11:24 น.
Counter : 1204 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 17



หลังจากภัสสรออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่ที่บ้าน พฤติกรรมของชมดาวก็เปลี่ยนไป เริ่มทำตัวห่างเหินและขลุกอยู่กับลูกตลอดเวลา แรกๆ เมฆาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่แล้วความรู้สึกเหล่านี้กลับเกาะกินใจมากขึ้นทุกวัน พร้อมกับความเคลือบแคลงในเจตนาของภรรยาสาว ที่ดูราวเธอจะเปิดโอกาสให้เขา... ชายหนุ่มรีบปัดความคิดนั้นออกไป และบอกตัวเองว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนใจกว้างขนาดนั้นหรอก นอกเสียจากว่า...​


"ดาวยังไม่นอนอีกเหรอ?" เมฆากลับถึงบ้านราวสามทุ่ม เห็นหญิงสาวนั่งดูทีวีในห้องรับแขกเพียงลำพัง

"ก็รอพี่เมฆอยู่ไงคะ" หญิงสาวยิ้มอ้อน

"รอทำไมอ่ะ"

"ถ้าดาวเดินเองได้ พี่เมฆคงไม่ต้องลำบาก"

"เจ้ามดก็อยู่ เรียกใช้มันก็ได้" เมฆาโยกศีรษะหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

"อี๊! ไม่เอาด้วยหรอก" ภัสสรหลุดปาก แต่พอเห็นสายตาชายหนุ่มเข้า เธอจึงรีบแก้

"คือ..ดาวไม่ชินให้คนอื่นอุ้มค่ะ"

"แล้วเกิดพี่ไม่กลับ ดาวไม่ต้องนั่งรอจนถึงเช้าเลยเหรอ"

"ถึงเช้าก็คอย(มาแล้วออกบ่อย)ค่ะ"

เมฆานึกขัน นี่ควรจะเป็นคำพูดของภรรยาเขาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เธอกลับหลบหน้าเขาอีกเช่นเคย

"มีน้องสาว ดีอย่างนี้นี่เอง" ชายหนุ่มว่าล้อพลางช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นในอ้อมแขน ก้มมองดวงตาดำขลับ สื่อความหมายที่เขาต้องปฏิเสธและเตือนตัวเองไม่ให้ล้ำเส้นเป็นอันขาด

ภัสสรซ่อนยิ้มอิงศรีษะซบไหล่กว้าง นึกย้อนถึงคืนวิวาห์ในชุดเจ้าสาวแสนสวย บนบันไดทอดยาวแห่งนี้ กลิ่นอายและบรรยากาศยังคงมนต์ขลังในความรู้สึก พลางอยากกลับไปยังจุดเริ่มต้นนั้นอีกครั้ง

"ขอบคุณค่ะ" ภัสสรเอ่ยเมื่อร่างสัมผัสที่นอน หากแต่ยังไม่ยอมคลายมือที่โอบรอบคออีกฝ่ายไว้  ดวงตาเป็นประกายบนใบหน้าอ่อนเยาว์มองสะกดบ่งบอกความปราถนาในจิตใจ เมฆาโน้มใบหน้าเข้าใกล้ รู้สึกเผลอไผลไปชั่วขณะ ราวเขารู้จักนัยย์ตาคู่สวยนั้นมาแสนนาน

"ฝันดีนะ" ชายหนุ่มเอ่ย พร้อมแนบริมฝีปากลงบนหน้าผาก

"ค่ะ" ภัสสรคลายอ้อมแขนออก คิดไปเองว่าสารรูปเธอตอนนี้คงดูไม่ได้เลย และนั่นทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาทันที




"อยู่นี่เอง" ชมดาวล้วงฝ่ามือเล็กลงไปที่ซอกเบาะในรถคันที่ขับชนเธอ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

"คุณภัสหาอะไรครับ ให้ผมช่วยไหมครับ" มดง่ามเดินผ่านมาเห็นเข้า

"หาเจอพอดี" หญิงสาวชูโทรศัพท์ สีและเครื่องเหมือนที่เธอใช้อยู่ไม่ผิดเพี้ยน

"ทำหล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย ผมล้างรถตั้งหลายทียังมองไม่เห็นเลยครับ" คนรับใช้หนุ่มถามสงสัย เพราะไม่เห็นนายสาวใช้รถคนนี้ไปไหนมาไหนเพียงลำพังมานานแล้ว

"ก็ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุนั่นแหละ ฉันเพิ่งนึกได้น่ะ"

"แสดงว่าคุณภัสเริ่มจำอะไรๆ ได้แล้วใช่ไหมครับ"

"เออ ก็ทำนองนั้นแหละ ฉันไปล่ะ" ชมดาวว่าแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป


"หาเจอไหมดาว?" หญิงสาวในรถเข็นนั่งอยู่ริมหน้าต่างห้อง หันมาถามทันทีเมื่อประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง

"เจอค่ะ" ชมดาวยื่นโทรศัพท์ในมือให้

"โชคดีนะ ที่มันยังอยู่ที่เดิม" ภัสสรรับมาแล้วยิ้มดีใจ

"นี่กระเป๋าถือของคุณค่ะ ฉันไม่ได้แตะต้องของข้างใน"

"นับว่าเธอยังรู้กาลเทศะอยู่บ้าง" ภัสสรว่าประชดแทนคำขอบคุณ พลางหยิบกระเป๋าสตางค์รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมา ภายในบรรจุบัตรประเภทต่างๆ ไว้มากมาย

"นี่ของเธอ" หญิงสาวยื่นบัตรประชาชนให้ เพราะคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป 

"ขอบคุณค่ะ" ชมดาวรับมาถือไว้

"พรุ่งนี้วันเสาร์ เธอต้องพาชมพู่ไปค้างบ้านคุณแม่"

"แล้วคุณเมฆ..."

"เมฆต้องอยู่ที่นี่ เข้าใจใช่ไหม"

"ค่ะ" ชมดาวขบริมฝีปาก เพราะเธอคงต้องเป็นฝ่ายหาเหตุอีกเช่นเคยที่จะไม่ให้เมฆาตามไปด้วย รู้สึกทรมานไม่น้อยที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่คงอีกไม่นาน... และเมื่อเวลานั้นมาถึง เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าจะรู้สึกดีไปกว่านี้หรือไม่



"สวัสดีค่ะคุณแม่ คิดถึงที่สุดเลยค่ะ" เสียงใสๆ ดังมาตามสาย ด้วยวิธีการพูดที่คนฟังคุ้นเคย แต่เสียงกลับไม่คุ้นหู

"นั่นลูกเหรอ ยัยภัส" คุณนวลเนตรถามให้แน่ใจ

"ภัสเองค่ะ คุณแม่จำเบอร์ไม่ได้เหรอคะ"

"นี่มันเบอร์เก่าไม่ใช่เหรอ?" คุณนวลเนตรทักท้วง

"ค่ะ ถึงคุณแม่อยากลบออกจากเครื่อง ก็คงลบไม่เป็นใช่ไหมคะ" ภัสสรว่าล้อ แล้วหัวเราะ

"แกก็รู้นี่ว่าแม่โลว์เทค ว่าแต่โทรมา มีอะไรหรือเปล่า ยัยภัส"

"ภัสก็แค่คิดถึง แล้วคุณพ่อสบายดีไหมคะ"

"อะไรของลูก พูดเหมือนไม่ได้เจอกันนานแล้วงั้นแหละ พ่อเขาก็สบายดีอย่างที่เห็นนั่นแหละ"

"ภัสจะพาชมพู่ไปค้างด้วยพรุ่งนี้นะคะแม่"

"เอาสิ แม่จะให้เด็กมันจัดห้องไว้ให้"

".............."

".............."

หญิงสาวชวนพูดคุยอีกเกือบชั่วโมงจึงยอมวางสาย อยากจะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากแต่คิดว่ายังไม่ถึงเวลาอันควร


"คุยกับใครอ่ะคุณ ผมเห็นนั่งเม้าท์มาเป็นชั่วโมงแล้ว" คุณวิสิตนั่งลงข้างๆ ภรรยาภายในห้องรับแขกแล้วถาม

"ก็ยัยภัสน่ะสิคะ ชวนคุยโน่นคุยนี่เป็นวรรคเป็นเวร  ปกติเจอหน้ากันฉันถามคำก็ตอบคำ จนฉันขี้เกียจจะถาม" คุณนวลเนตรยิ้มส่ายหน้า

"ลูกคงนึกได้แล้วมั้ง ว่าตัวเองเคยพูดมาก" คุณวิสิตว่าแล้วหัวเราะ

"คงงั้นมังคะ"



"แม่ลูกจะเก็บเสื้อผ้าไปไหนกัน" เมฆาทักถาม เมื่อเห็นทั้งสองสาละวนช่วยกันจัดของลงกระเป๋า

"คุณแม่จะพาไปค้างบ้านคุณยายพรุ่งนี้ค่ะ" เด็กหญิงในชุดนอนสีชมพูหวานแหววรายงาน

"แล้วพ่อละคะ" ชายหนุ่มถามพลางทิ้งตัวลงบนที่นอน ข้างๆ ลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนั่งจัดตุ๊กตาใส่กระเป๋าใบเล็ก

"ก็ไปด้วยกันสิคะ" ชมพู่ยิ้มกว้าง

"งั้นเดี๋ยวเสร็จแล้ว คุณช่วยจัดให้ผมด้วยนะ" เมฆาหันบอกภรรยาสาว แต่กลับเห็นสีหน้าลังเลฉายชัด  เริ่มไม่เข้าใจมากขึ้นทุกวันว่าเธอมีอะไรในใจกันแน่ และเขาจะไม่ทนเก็บความสงสัยอีกต่อไป

"ผมไปอาบน้ำก่อนดีกว่า" ชายหนุ่มเด้งตัวขึ้นจากที่นอน ออกจากห้องลูกสาวตัวน้อยไปโดยไม่รอฟังคำตอบ 

"เย้! คุณพ่อจะไปด้วย" เด็กหญิงร้องดีใจ ส่วนชมดาวกลับมีสีหน้าเครียด ด้วยไม่รู้จะพูดอย่างไรให้เขาเข้าใจ

"ชมพู่นอนไปก่อนนะลูก แม่มีธุระจะคุยกับคุณพ่อหน่อย" หญิงสาวปิดกระเป๋า แล้ววางลงข้างเตียงนอน

"ค่ะ" เด็กหญิงรับคำ ชมดาวจึงรีบเดินตามชายหนุ่มไปยังห้องฝั่งตรงข้าม


หญิงสาวปิดประตูห้องลง แต่พอหันมาเห็นหน้าชายหนุ่มที่กำลังยืนกอดอกมองเธอนิ่ง ก็ถึงกับพูดไม่ออก

"คือฉัน..."

"ภัสจะพูดอะไร" เมฆามองด้วยสายตารู้ทัน

"ถ้าเราไปกันหมด แล้ว..เออ ดาวจะอยู่กับใครล่ะคะ"

"แค่นี้ใช่ไหม ที่คุณห่วง"

"ค่ะ"

"ถึงเราสามคนไม่อยู่ ก็ยังมีคนอีกเต็มบ้าน ถ้าไม่พอ ผมจะโทรเรียกหมอก้องมาอยู่เป็นเพื่อนอีกคน"

"ไม่ได้นะคะ" ชมดาวรีบค้าน

"ถ้าคุณเป็นล็อตตารี่ ผมคงถูกรางวัลที่หนึ่งไปแล้ว" ชายหนุ่มเหน็บแนมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตากลับสื่ออารมณ์ขุ่น

ชมดาวเม้มริมฝีปาก พยายามสะกัดกลั้นน้ำตาที่กำลังจะเอ่อขึ้นมา ไม่รู้ว่าเธอควรทำตัวเช่นไร

"ถ้ารู้ว่ารับดาวมาอยู่ที่นี่ แล้วคุณจะผลักภาระให้ผมเป็นพี่เลี้ยงเด็กล่ะก็ ผมไม่มีวันยอมตั้งแต่แรก"

"ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะคะ"

"หรือไม่จริง?  ตั้งแต่เด็กนั่นย้ายมา คุณก็เปลี่ยนไป คุณตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?"

"ฉัน..."

"ถ้าคุณไม่เต็มใจ ก็ไม่เป็นไรค่ะ" ชมดาวหันหลังกลับ

"เดี๋ยวภัส! มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน" เมฆาคว้าแขนแล้วรวบเอวเล็กเข้ามาแนบชิด

"ฉันก็แค่ห่วงว่าดาวจะคิดมาก" หญิงสาวว่าพลางหลบสายตาคมส่อแววจับผิด

"หมายความว่าต่อจากนี้ เราจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่ได้แล้วใช่ไหม"

"ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น"

"ผมรักคุณนะภัส มีอะไรพูดกับผมตรงๆ ได้ไหม ผมไม่อยากให้เราทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อน" เมฆาเลื่อนฝ่ามือขึ้นประคองใบหน้าหญิงสาว

ชมดาวได้แต่เม้นริมฝีปาก คิดว่าสิ่งที่เธอกำลังทำนี่ไง เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้เริ่มต้นใหม่กับคนที่เขารัก และหวังว่าเขาคงจะรู้สึก...ขอบคุณเธอในภายหลัง

"ฉันเคยบอกแล้วไงคะ ว่าฉันจะไม่ทะเลาะกับคุณอีก" หญิงสาวขยับตัวเข้ากอดคนตรงหน้าไว้แน่น เป็นสัมผัสที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้น และตัดความคิดระแวงในพฤติกรรมของเธอไปได้ เมฆาขยับออกโน้มริมฝีปากเข้าหา แต่อีกฝ่ายกลับเอียงหลบ

"คุณไปอาบน้ำเถอะค่ะ ชมพู่รอฉันอยู่ ฉันจะไปอ่านนิทานให้ลูกฟัง" ชมดาวขยับออกจากอ้อมแขน เดินตรงไปที่ประตู เมฆามองตามแล้วยักไหล่ ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ



"ดาว!" เสียงเรียกจากหน้าห้องอีกฝั่ง

"คุณภัส" ชมดาวมองหญิงสาวที่กำลังเคลื่อนรถเข้ามาใกล้

"เธอเข้าไปทำอะไรในห้องเมฆ"

"พรุ่งนี้คุณเมฆจะตามไปด้วย ฉันเลยไปคุยกับเขาค่ะ" ชมดาวบอกออกไปตามตรง ขณะที่อีกฝ่ายมองเธอด้วยสายตาไม่ไว้ใจ

"ที่ผ่านมาฉันจะไม่ถือสา แต่นับจากนี้ ฉันขอห้ามไม่ให้เธอเข้าใกล้เมฆอีก"

"ฉันรู้ค่ะ" ชมดาวว่าแล้วเดินตรงไปที่ห้องชมพู่ แต่แล้วฝีเท้าก็มีอันเสียจังหวะ เมื่อเสียงสั่งการดังตามมา

"ล็อคประตูด้วย"

หญิงสาวไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้ฝืนคำสั่ง นึกขันประชดตัวเองที่มีแม่ขึ้นมาพร้อมๆ กันถึงสองคน



"ดาวมานั่งทำอะไรที่นี่" เมฆาเดินผิวปากออกมาจากห้องนอนตน พบหญิงสาวกำลังนั่งอยู่แถวนั้น

"นอนไม่หลับค่ะ พี่เมฆนั่งเป็นเพื่อนดาวหน่อยได้ไหมคะ"

"เออ.. คือพี่ง่วงมากเลยอ่ะวันนี้" เมฆาทำท่าง่วงหาวทันที

"
งั้นพี่เมฆไปนอนเถอะนะคะ ดาวจะนั่งอยู่นี่อีกสักพัก"

"โอเค" ชายหนุ่มตรงไปที่ห้องลูกสาวตัวน้อย แต่ปรากฏว่าประตูล็อคไว้

"ภัส.. ภัส" เขาเคาะเรียกเบาๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่กำลังจ้องมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ หากแต่เปลี่ยนสีหน้าเป็นเห็นอกเห็นใจได้อย่างทันท่วงที

"ภัสคงจะเผลอกดล็อคประตูไว้น่ะ" เมฆาหันมายิ้มแก้เก้อ พลางนึกเคืองภรรยาสาว นี่คงเป็นแผนของเธออีกตามเคย

"คงไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหมคะ?"

"เปล่านี่" เมฆาเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา

"ดาวมาอยู่ที่นี่ คงทำให้พวกพี่ลำบากใจ" หญิงสาวเคลื่อนรถเข้ามาใกล้ พลางทำหน้าเศร้า

"ถ้าไม่ใช่เพราะเรา ดาวก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้ พี่กับภัสต่างหากที่ทำผิดต่อดาว" เมฆากุมมือหญิงสาว ทำให้อีกฝ่ายน้ำตารื่นขึ้นมา นานเพียงใดแล้วที่เขาไม่เคยจับมือแล้วพูดกับเธอดีๆ แบบนี้

"เล่าเรื่องพี่กับพี่ภัสให้ดาวฟังหน่อยได้ไหมคะ"

"เรื่องมันยาวน่ะ"

"ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรค่ะ"

"มานั่งฟังตรงนี้ดีกว่า" เมฆาลุกออกอุ้มร่างบางวางลงบนโซฟา ให้นั่งเยียบขาในท่าสบาย แล้วขยับลงนั่งข้างๆ พาดเท้าไว้บนโต๊ะ

ชายหนุ่มเริ่มเล่าเรื่องราวรักแรกพบของเขาและเธอตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งสองพบกันในวันรับน้อง ขณะที่หญิงสาวเพิ่งเข้าเรียนในปีแรก ส่วนเขาอยู่ปีสุดท้ายพอดี เป็นภาพความทรงจำที่ภัสสรยังจดจำได้ดีเช่นกัน และเพิ่งรู้ว่าเขายังไม่เคยลืมวันเวลาเหล่านั้น

"เมื่อก่อนภัสเป็นคนขึ้หึงมากๆ เวลาโมโหมักจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้พูดกันดีๆ ก็เลยทำให้รอยร้าวมันบานปลายขึ้นเรื่อยๆ"

"แสดงว่าพี่เมฆต้องเจ้าชู้สิคะ พี่ภัสถึงได้หึง"

"พี่ไม่เคยนอกใจภัสสักครั้ง ตั้งแต่ที่เราพบกันจนถึงเดี๋ยวนี้ ภัสก็ยังเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่รัก"

"แล้วถ้า.. พี่ภัสถูกสาปให้เป็นแมวล่ะคะ" ภัสสรถามด้วยสายตากระตือรือร้น

"อะไรกันดาว" เมฆามองหน้าหญิงสาวแล้วหัวเราะ

"พี่เมฆจะยังรักอยู่ไหม"

"อืม.. พี่คงเอาไปปล่อยวัด แล้วหาเมียใหม่มั้ง"

"ไหนบอกว่ารักไงคะ" ภัสสรทุบเข้าที่ต้นแขน แล้วทำหน้างอ

"ภัสคงดีใจนะ ที่มีคนโกรธแทนแบบนี้" เมฆาว่าแล้วยิ้มขำ แล้วชวนเปลี่ยนเรื่อง

"แล้วดาวล่ะ คิดยังไงกับหมอก้อง พี่ว่าเขาเป็นคนดีนะ"

"เป็นคนดีแล้วไงคะ"

"พี่ดูออกนะว่าเขาชอบดาวอยู่ เท่าที่ผ่านมาเขาก็ดูแลดาวมาตลอด ดาวไม่คิดจะ..."

"ไม่คิดค่ะ"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวว่างๆ พี่จะให้ไอ้มดมันตอกคานที่บ้านเพิ่มอีกสักอัน" เมฆาว่าหน้าตาเฉย

"ดีค่ะ รับรองว่าไม่เสียเปล่า" ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะ

".............."

".............."


























 

Create Date : 24 มิถุนายน 2555    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2555 10:23:53 น.
Counter : 1006 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 16

ออกอากาศ: วันพุธ & วันเสาร์



"แกเป็นใคร!"

ภัสสรมองคนตรงหน้าเขม้งระคนตกใจเมื่อได้เห็นกันถนัดตาเสียที   เธอรู้จักร่างนี้มาตลอดชีวิต หากแต่ใครกันที่กำลังครอบครองอยู่ตอนนี้

"เอาตัวฉันคืนมานะ เอาคืนมา" หญิงสาวกรีดร้องไม่รอคำตอบ พลางดึงกระชากแขนคนที่ช่วยพยุงเธอลุกนั่ง

"คุณภัส ฟังฉันก่อน" ชมดาวพยายามจะทำให้เธอสงบลง

"แกรู้นี่ว่าฉันเป็นใคร แกต้องบอกคนพวกนั้นนะ"

"บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอกค่ะ  เผลอๆ เราอาจต้องไปอยู่โรงพยาบาลบ้าด้วยกันทั้งคู่"

"แล้วจะให้ฉันอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง ฉันมีพ่อแม่ มีสามี มีลูก..." พอพูดมาถึงจุดนี้ภัสสรก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาโกรธแค้น

"นังคนฉวยโอกาส แกเอาร่างฉันคืนมาเดี๋ยวนี้!" ภัสสรพูดเอาแต่ใจ ราวกับทุกอย่างจะเปลี่ยนกลับเหมือนเดิมได้ดังใจนึก

"คุณพูดเหมือนฉันตั้งใจให้เป็นอย่างนี้ คุณเป็นคนขับรถชนฉันเองนะ"

"นี่แก! เป็นคนที่ฉันชนเหรอ?" หญิงสาวยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้แม่นยำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน หลังจากที่เธอรับโทรศัพท์เมฆา ตั้งใจจะรีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการลูก แต่พลัดทำโทรศัพท์ตกลงไปที่ซอกเบาะด้านข้าง พอชะเง้อมองแล้วหันกลับ ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว...

"ใช่ ถ้าฉันให้คุณคืนร่างฉันมา คุณจะทำได้ไหมล่ะ?"

"แกต้องบอกทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น  ฉันจะทนอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไงกัน" ภัสสรปล่อยมือแล้วเริ่มฟูมฟาย

ชมดาวมองหญิงสาวด้วยความสงสาร แม้ภัสสรจะเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด  แต่ก็แน่ล่ะ คนที่เคยมีพร้อมพรั่งไปเสียทุกอย่าง แล้วต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ก็คงรับไม่ได้

"ฉันจะคืนทุกอย่างให้คุณเท่าที่คืนได้" ชมดาวบอกออกไป คิดว่าเธอเคยอยู่ได้โดยไม่มีใคร หากจะต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีก ก็คงไม่แปลกอะไร

"เธอจะบอกทุกคนใช่ไหม?" ภัสสรมองคนตรงหน้าด้วยน้ำตา

"ไม่ค่ะ ฉันอยากให้คุณรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน คุณจะได้กลับไปอยู่ที่บ้าน"

"หมายความว่ายังไง"

"ฉันจะหย่ากับคุณเมฆ แล้วออกไปจากชีวิตของพวกคุณ"

"ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไง?"

"คุณไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่คะ"

ภัสสรมองสบตาอีกฝ่าย ชั่งใจว่านี่อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะเด็กเล็กอย่างชมพู่คงไม่มีทางเข้าใจเรื่องแบบนี้  อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเมฆาก็ใช่ว่าจะดี หากเธอเปิดเผยความจริงตอนนี้ แม้เขาจะเชื่อ แต่ก็อาจใช้เป็นโอกาสสลัดเธอทิ้ง และได้สิทธิ์ขาดในการดูแลลูกไปอย่างสบายๆ

"ฉันฆ่าเธอแน่ ถ้าไม่ทำตามสัญญา" หญิงสาวมองด้วยสายตาข่มขู่

ชมดาวถอนหายใจ ไม่อยากเชื่อว่าที่เมฆาเคยบอกว่าภรรยาเขาร้ายอย่างไรนั้น ไม่เกินจริงเลยซักนิด









"อ้าว จะกลับแล้วเหรอครับ คุณภัส" หมอก้องเอ่ยทัก ขณะก้าวออกจากลิฟ

"ค่ะ" ชมดาวมองช่อกุหลาบแดงในมือชายหนุ่มด้วยความเห็นใจ คิดว่าสิ่งที่เขาเฝ้ารอและทุ่มเทมาตลอดคงสูญเปล่า

"ผมเพิ่งออกเวร แต่คงไม่ได้มาเก้อนะครับ" ก้องเกียรติยิ้มเขิน

"เออ.. ไม่เก้อหรอกค่ะ โชคดีนะคะหมอ" ชมดาวฝืนยิ้มให้ แล้วก้าวเร็วๆ เข้าไปในลิฟ เธอไม่รู้จะพูดยังไง ทำได้เพียงให้หมอได้รับรู้เองว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

"ครับ.." หมอหนุ่มมองอีกฝ่ายงงๆ ขณะประตูเลื่อนปิดตัวลง



ภัสสรมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง  คิดว่าต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสให้ได้ ป่วยการที่จะร้องไห้ฟูมฟายกับสิ่งที่เสียไป  หากคิดในทางที่ดีอายุเธอจะลดน้อยถอยลงอีกตั้งหกเจ็ดปี รูปร่างหน้าตายัยชมดาวนี่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วสักเท่าไหร่ สักสองแสนน่าจะเอาอยู่ หญิงสาวคิดพลางมองหาจุดที่จะต้องแก้ไข  เธอจะต้องเอาชนะใจเมฆาให้ได้ เหมือนกับที่เคยทำมาแล้ว

"น้องดาวเป็นไงบ้างครับวันนี้" แล้วคู่ซ้อมบริหารเสน่ห์ก็เข้ามาพอดี พร้อมดอกกุหลาบสีสวยสด

"ขอบคุณค่ะหมอ ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" ภัสสรรับช่อดอกไม้ไว้ รู้สึกว่าเธอจะเห็นเขาอยู่ด้วยเกือบตลอดเวลาที่รู้สึกตัว แม้จะไม่เคยพูดคุยกันจริงๆ จังๆ สักครั้ง แต่ก็เดาท่าทีอีกฝ่ายได้ไม่ยากนัก เพราะสมัยที่เธอยังอยู่ในวัยนี้ หนุ่มๆ ที่เข้ามาติดพัน ก็ล้วนมีสายตาไม่ต่างกัน

"เรารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าคะ ฉันคงหลับไปนาน แล้วจำอะไรไม่ค่อยได้"

"อืม..จะว่านานก็นานนะครับ ผมเห็นน้องดาวตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่ จะว่าไม่รู้จักกันมาก่อนก็คงใช่ เพราะเราเพิ่งมีโอกาสได้คุยกัน.."

ชายหนุ่มยิ้มเขิน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกชอบใครจริงๆ ชีวิตก่อนหน้านี้มีแต่เรื่องเรียนและงานเป็นหลัก กระทั่งศรรักปักอกกับคนไข้เข้าจนได้

"แล้วหมอเรียกคนไข้ สนิทชิดเชื้ออย่างนี้ทุกคนเลยเหรอคะ"

"เปล่านะครับ"

"ฉันก็แค่ถามดูเล่นๆ เท่านั้น ไม่เห็นต้องตกใจเลยคะ"

"หมอชื่ออะไรคะ?"....

"............"

หลังการสนทนากันกว่าครึ่งชั่วโมง ภัสสรลงความเห็นได้เพียงว่า จืดชืดสุดๆ   ส่วนหมอหนุ่ม แม้จะรู้สึกว่าผิดคาด แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังเลยสักนิด หญิงสาวมีอะไรให้น่าติดตามค้นหามากกว่าที่คิด และนี่คงช่วยให้ชีวิตจำเจของเขามีสีสันมากขึ้นเป็นแน่





"ภัส" เมฆาออกมายืนข้างๆ ที่ระเบียงห้อง เพราะเห็นดึกแล้วหญิงสาวยังไม่เข้านอน

"คุณเมฆ" ชมดาวสะดุ้ง ด้วยกำลังเหม่อลอยคิดถึงเรื่องที่คุยกับภัสสรเมื่อตอนบ่าย

"คิดอะไรอยู่เหรอ ผมเห็นคุณแปลกๆ ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว มีอะไรหรือเปล่า?"

"ไม่มีอะไรหรอกคะ"

"แล้วอาการดาวเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม"

"ค่ะ อีกไม่กี่วัน ก็คงกลับบ้านได้แล้ว"

"คุณกับผมคงมีน้องสาวเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วสินะ"

"ค่ะ"

"อ้าว ดีใจจนน้ำตาร่วงเลยเหรอ ภัส" เมฆายิ้มล้อ แล้วรั้งหญิงสาวเข้ามากอด

"ขอบคุณนะคะ คุณเมฆ" ชมดาวซบหน้าลงบนอกกว้าง รู้ว่าเวลาของเธอในอ้อมแขนนี้เหลือน้อยเต็มทีแล้ว

"ที่ผมทำทั้งหมด ก็เพื่อให้ภัสมีความสุข" เมฆากดริมฝีปากลงบนผมนุ่ม

"คุณกับลูกทำให้ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิตเลยค่ะ ฉันไม่รู้จะตอบแทนยังไง" ชมดาวกอดกระชับวงแขนรอบเอวชายหนุ่ม

เมฆากระชับตอบด้วยรอยยิ้ม เพราะถ้อยคำจากปากภรรยาสาว ได้ทดแทนสิ่งที่เขาทำเพื่อเธอไปหมดแล้ว

"คุณไม่ได้ติดค้างผมกับลูกแล้วนะ" ชายหนุ่มขยับออกยิ้มสบตา

"จริงเหรอคะ"

เมฆาประทับริมฝีปากลงแผ่วเบาแทนคำตอบ ชมดาวยิ้มทั้งน้ำตา คิดว่าอีกไม่นานเธอคงคืนทุกอย่างให้เขา โดยไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก





"คุณกับลูกเข้าไปก่อนนะคะ ฉันจะแวะไปซื้อเค้กช็อคโกแลต เห็นดาวเขาชอบทานน่ะค่ะ" ชมดาวว่า เมื่อทั้งสามมาถึงหน้าห้องพัก ภายในโรงพยาบาล

"งั้นเราไปพร้อมกันเลยดีไหม" เมฆาออกความเห็น

"ดีค่ะ ชมพู่อยากทานเค้กสตอเบอร์รี่" เด็กหญิงช่วยเสริม

"งั้นแม่จะซื้อมาฝากนะคะ คุณพาลูกเข้าไปเถอะค่ะ มาถึงนี่แล้ว" ชมดาวคะยั้นคะยอจนชายหนุ่มต้องยอมตาม

"รีบไปรีบมานะ ภัส"

"ค่ะ"

"งั้นเราเข้าไปเยี่ยมน้าดาวกันค่ะ" เมฆาอุ้มลูกสาวขึ้นแล้วผลักเข้าไป ชมดาวยืนอยู่หน้าประตูที่ปิดตัวลงราวกำแพงกางกั้น ภาพพ่อลูกกำลังเดินตรงไปที่เตียงคนไข้ผ่านช่องกระจกเริ่มพร่ามัวด้วยม่านน้ำตา  หญิงสาวย้ำบอกตัวเองว่านั่นต่างหากคือครอบครัว ส่วนเธอก็เป็นได้เพียงคนนอกเท่านั้น


"เมฆ... ชมพู่!"

ภัสสรอุทานแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ เมื่อเห็นคนทั้งสอง ใบหน้าหญิงสาวระบายไปด้วยรอยยิ้ม 

"เป็นไงบ้างดาว ไม่ได้มาเยี่ยมหลายวัน ลุกขึ้นมานั่งคุยได้แล้วเหรอ สงสัยหมอที่นี่จะแรง" เมฆาว่าเหน็บแกมหยอก คนที่มาเฝ้าอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับปล่อยลูกสาวลงยืน

"สวัสดีค่ะน้าก้อง สวัสดีค่ะน้าดาว" เสียงใสๆ เอ่ยทัก

"สวัสดีค่ะคนสวย วันนี้คุณแม่ไม่มาด้วยเหรอคะ" หมอหนุ่มทักกลับ

"มาสิคะ คุณแม่ไปซื้อเค้กอยู่ค่ะ"

"ไม่ยักรู้นะคะว่าคุณว่างวันเสาร์ด้วย" ภัสสรหันไปพูดกับเมฆา ด้วยน้ำเสียงคล้ายประชดด้วยความเคยชิน  ครั้นพอเห็นสายตาประหลาดใจของเขา เธอจึงรีบแก้

"คิดว่าจะออกไปเที่ยวกันเสียอีกค่ะ"

"เห็นภัสบอกอยู่เหมือนกันว่าอยากไปไหว้พระ คงอยากขอพรให้ดาวหายเร็วๆ" เมฆาพูดเลี่ยงไป

"ชมพู่มีอะไรจะให้น้าดาวไม่ใช่เหรอลูก" เมฆาหันไปพูดกับเด็กหญิง

"ค่ะ"

"งั้นผมฝากลูกหน่อยนะครับหมอ เผอิญว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ" ชายหนุ่มยิ้มขยิบตาให้หมอหนุ่ม

"ตามสบายครับ" ก้องเกียรติรับมุขทันควัน  ส่วนภัสสรได้แต่มองค้อนตามหลังคนที่กำลังเดินจากไป



"มาหลบอยู่นี่เอง" เมฆานั่งลงตรงข้ามบนม้ายาวบุนวม ภายในร้านเบเกอร์รี่บรรยากาศอบอุ่น

"คุณลงมาได้ยังไงคะ แล้วลูกล่ะ"

"พอดีหมอก้องเขาเฝ้าอยู่ ผมก็เลยฝากเพิ่มอีกคน ว่าแต่ภัสเถอะ มานั่งเหม่ออะไรที่นี่ คุณมาเยี่ยมคนไข้ไม่ใช่เหรอ"

"เออ..คือฉันรู้สึกคอแห้งน่ะค่ะ" ชมดาวคนน้ำมะนาวในแก้วที่น้ำแข็งละลายไปจนเกือบหมด แล้วยกขึ้นดื่ม

"ผมชักจะคอแห้งบ้างแล้ว" เมฆาว่าพลางกวักเรียกบริกร พร้อมกับสั่งกาแฟและเค้กช็อคโกแลตไปหนึ่งชิ้น

"ภัสจะทานเค้กด้วยไหม?"

"คุณสั่งไปแล้วนี่คะ เดี๋ยวแบ่งกันทานก็ได้ค่ะ"

"งั้นเท่านี้แหละ" เมฆาหันไปบอกพนักงาน

"เดี๋ยวรีบทานแล้วรีบกลับขึ้นไปนะคะ หลบลงมานานๆ แบบนี้ ไม่ดีแน่ค่ะ"

"ทีอย่างนี้ ทำมาเร่งผม ถ้าไม่ลงมาตาม ผมว่าภัสคงจะนั่งเป็นชั่วโมง" ชายหนุ่มว่าอย่างรู้ทัน

"ก็ฉันมาเยี่ยมบ่อยแล้วนี่คะ"

"อีกหน่อยดาวไปอยู่ที่บ้าน ผมคงเห็นทุกวันเหมือนกัน เอาเป็นว่าเปิดโอกาสให้หมอก้องดีกว่านะ  เผื่อเขาชอบพอกัน จะได้มีคนรับเลี้ยงดาวต่อจากเรา" เมฆาพูดติดตลก หากแต่ชมดาวกลับยิ้มไม่ออก เพราะรู้ดีว่าเส้นทางนั้น คงเป็นไปได้เพียงความฝัน

"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ"

"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ผมดูออกนะว่าหมอนั่นชอบเด็กดาว"

"แล้วคุณรู้ใจดาวไหมละคะ?"

"ถึงดาวจะยังไม่ได้แสดงออก ก็ไม่ได้แปลว่าหมอหมดทางรอดนะภัส" เมฆาว่าแล้วหัวเราะ

"พูดเป็นเล่นไปค่ะ" ชมดาวหลุดยิ้มออกมาบ้าง


"เค้กนี่อร่อยนะคะ" ชมดาวออกปาก หลังจากลิ้มลองเข้าไปคำแรก แล้วตามด้วยคำต่อๆ มา  เมฆามองหญิงสาวแล้วยิ้มประหลาดใจ

"ไม่ต้องมองอย่างนั้นหรอกค่ะ ฉันไม่กินหมดคนเดียวหรอก" หญิงสาวตักป้อนเขาบ้าง

"ผมแค่สงสัย ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา นี่เป็นเค้กชิ้นแรกที่เราทานด้วยกัน"

"ทำไมอย่างนั้นล่ะคะ"

"เพราะผมไม่ชอบรสวนิลา แล้วคุณก็เกลียดรสช็อคโกแลตเสียด้วยสิ"

"ฉันลืมไปค่ะ" ชมดาวรีบวางช้อนลงจากเค้กรสโปรดของเธอ

"ถ้าจำได้ช้ากว่านี้ ผมคงอดกินแน่" เมฆาแกล้งกระเซ้า แล้วเอื้อมมือไปเช็ดคราบสีน้ำตาลที่มุมปากออกให้

"ฉันจะไปดูเค้กให้ดาวกับชมพู่หน่อยนะคะ" ชมดาวลุกเดินไปที่ตู้แช่ มีเค้กหลากรสเรียงรายให้เลือกมากมาย พร้อมกับสั่งเค้กวนิลา สตอเบอร์รี่ และช็อคโกแลตไปอย่างละชิ้น



"ชมพู่ให้พี่พูห์มาอยู่เป็นเพื่อนน้าดาวค่ะ" เด็กหญิงยื่นตุ๊กตาตัวใหญ่ในมือให้

"คุณพ่อเพิ่งซื้อให้เหรอคะ" ภัสสรยิ้มถาม

"ชมพู่เล่นเกมที่สวนสนุกได้มาค่ะ" เสียงใสๆ พูดอวดด้วยความภาคภูมิใจ

"เก่งจังเลยลูก" หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็ก

"ไว้น้าดาวหายแล้ว ชมพู่จะให้คุณแม่พาไปอีกค่ะ" เพียงเท่านั้นรอยยิ้มบนใบหน้าภัสสรก็จางลงทันที

"ให้น้าก้องไปด้วยคนได้ไหมครับ?" หมอหนุ่มเอ่ยถาม

"อืม.. ต้องถามคุณแม่ก่อนค่ะ ว่าให้ไปไหม"

"งั้นน้าก้องต้องได้ไปด้วยอยู่แล้วล่ะ"

"ชมพู่ก็ว่างั้นค่ะ คุณแม่ใจดี"

ภัสสรนั่งฟังคำสนทนาของหมอหนุ่มและลูกสาวตัวน้อย ด้วยจิตใจที่ลุกเป็นไฟอยู่ภายใน ชมดาวไม่เพียงยึดครองร่างเธอไว้เท่านั้น แต่ได้ยื้อแย่งหัวใจคนที่เธอรักไปด้วย กุญแจสำคัญในเกมนี้ก็คือเมฆา หากได้เขาคืนมาเธอก็เป็นฝ่ายชนะ


ทั้งสามนั่งคุยกันอยู่นาน ก้องเกียรติเริ่มชอบหญิงสาวมากขึ้นทุกที ด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูที่ทอดมองชมพู่ พลางคิดว่าหญิงสาวจะเป็นแม่ที่ดีเพียงใด หากสักวันหนึ่งเธอมีลูกของตัวเอง 

"คุณพ่อมาแล้วค่ะ" ชมพู่ร้องขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ภัสสรมองตาม ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลง แต่พอเห็นหญิงสาวที่เขาจูงมือเข้ามา ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปทันที

"ที่แท้ก็ไปตามคุณภัสนี่เอง" หมอหนุ่มว่าล้อ

"เปล่านะคะ เราเพิ่งเจอกันที่หน้าประตู เมื่อกี้นี้เอง" ชมดาวชักมือกลับ แล้วพูดแก้ทันควัน เมื่อเหลือบเห็นสายตาของภัสสรเข้า

เมฆาหันมองหน้าภรรยาสาว ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกหก แต่ก็เลือกที่จะไม่ทักท้วงอะไร  ชมดาวหลบตาชายหนุ่ม รู้สึกราวหนีเสือปะจระเข้

"นั่นเค้กชมพู่ใช่ไหมคะ" เด็กหญิงตรงเข้ามาดึงถุง บรรจุกล่องเค้กพลาสติกใสไว้ภายในจากมือแม่

"แบ่งน้าดาวกับน้าก้องด้วยนะคะ" ชมดาวบอกลูกสาวตัวน้อย

"ค่ะ" ชมพู่หยิบเค้กสีชมพูของตนออกวางต่างหาก

"อันนี้ของน้าดาว ส่วนสีขาวของน้าก้องค่ะ" เด็กหญิงยื่นกล่องเค้กให้เสร็จสรรพ

"น้องดาวชอบรสช็อคโกแลตเหรอครับ เหมือนผมเลย" หมอหนุ่มว่า

"เปล่าค่ะ ฉันชอบรสที่คุณหมอถืออยู่ต่างหาก" คำตอบของหญิงสาวทำให้เมฆาต้องหันมองภรรยาสาวอีกครั้งด้วยความสงสัย 




























 

Create Date : 09 มิถุนายน 2555    
Last Update : 13 มิถุนายน 2555 12:46:42 น.
Counter : 1147 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 15

ออกอากาศ: วันพุธ & วันเสาร์


ฝักบัวถูกเก็บเข้าที่ หากแต่สายน้ำยังคงไหลรินราวฝนพรำ อาบร่างทั้งสองเปียกโชกไปทั้งตัว เมฆาตรึงข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้กับผนัง สายตาสบประสานดวงตาคู่สวย ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปที่ริมฝีปากบางเรื่อฉ่ำด้วยหยดน้ำ และทันทีที่ได้สัมผัสผิวนุ่มละมุน แรงปราถนารุ่มร้อนภายในก็สุดเก็บกั้นไว้อีกต่อไป จุมพิตหนักหน่วงแฝงความอ่อนโยนค้นหากดลงแนบสนิท ฝ่ามือคลายออกลูบไล้ผ่านลำแขนเรียวละเรื่อยมาที่ข้างลำตัว แล้วตวัดรวบเอวเล็กเข้าแนบชิดกายแกร่ง

ชมดาวจับยึดสาบเสื้อเชิ้ตที่แยกออกจากกัน  เผยอกกว้างต่ำลึกลงเกือบถึงหน้าท้อง ฝ่ามือเรียวบางเริ่มขยับสอดแทรกผ่านรอยแยก เพื่อสัมผัสผิวกายอบอุ่น ขณะที่ริมฝีปากชายหนุ่มโลมไล้ไปตามลำคอและไหล่ขาวนวลเปลือยเปล่า ความเย็นจากภายนอก ดูจะไม่สามารถหยุดยั้งความระอุจากภายในได้เลย บทเพลงรักใต้สายน้ำเย็นจึงดำเนินไปจนกระทั่งไฟเสน่หาดับมอดลง และแทนที่ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ

ร่างกายแห้งสนิทนอนอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันบนที่นอนนุ่มท่ามกลางแสงสลัวในยามค่ำคืน เมฆากดปลายจมูกลงบนเรือนผมหอมละมุน รู้สึกว่าตนโชคดีที่ได้ภรรยาคนเดิมกลับมา แถมรู้สึกว่ารักเธอมากกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ

"ผมรักภัส" ชายหนุ่มกระซิบบอกสิ่งที่ใจคิด

ชมดาวนิ่งเงียบไป ไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้จะตามมาหลอกหลอนอีกนานแค่ไหน พลางคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร หากรู้ว่าเธอไม่ใช่ภัสสร

"นอกจากภัสแล้ว คุณคิดว่าจะรักใครอื่นได้อีกไหมคะ"

"ไม่รู้สิ ผมไม่เคยมีความคิดเรื่องนั้นอยู่ในหัว"

"แล้วถ้า... ฉันไม่ใช่..."

"ไม่ใช่อะไร?" เมฆาขยับขึ้นมองสบตาหญิงสาว ค้นลึกลงไปในแววตาฝ่าแสงรำไร ด้วยรางสังหรณ์บางอย่างที่เขาเฝ้าปฏิเสธมาตลอด

"เปล่าค่ะ" ชมดาวหลบตา ไม่กล้าพอที่จะบอกเขา เพราะกลัวคำตอบที่จะได้รับอาจทำให้เธอต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต

เมฆาทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง กอดกระชับร่างบางเข้าในอ้อมแขน ไม่คิดจะซักถามอะไรอีก ด้วยเขาเองก็ไม่อยากรับรู้อะไรไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ 

"ขอโทษนะคะ" หญิงสาวกระซิบแนบอกกว้าง

"เรื่องไอ้หมอนั่นน่ะเหรอ?"

"บอกแล้วไงคะ ว่าหมอเป็นแค่เพื่อน ฉันรักคุณคนเดียวเท่านั้น" ชมดาวสารภาพ 

เมฆายิ้มกว้าง สัมผัสได้ถึงความจริงใจของคนในอ้อมแขน เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าภรรยาสาวรู้สึกอย่างไร เมื่อต้องอยู่กับความหวาดระแวง แล้วแสดงออกผ่านอารมณ์หึงหวง โมโหร้าย

"ผมก็จะรักภัสคนเดียวตลอดไป"

ชมดาวฟังแล้วถึงกับน้ำตาคลอ ด้วยสำนึกว่าเธอให้ความรักเขาไปหมดแล้ว และคงไม่มีวันได้หัวใจเป็นการตอบแทน ความสุขที่ได้รับก็คือการได้อยู่ในเงาของภัสสร  แต่นั่นก็ดีที่สุดแล้วสำหรับชีวิตเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีใคร หญิงสาวเฝ้าย้ำเตือนตัวเอง






วันเวลาผ่านไปร่วมเดือน ร่างกายที่นอนนิ่งเริ่มรับรู้และมีอาการตอบสนองให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการรอลุ้นของหมอก้องและคนในบ้าน เพราะหญิงสาวได้กลายเป็นสมาชิกของครอบครัวไปแล้ว

เสียงเปียโนหวานแว่วมาจากห้องรับแขกชั้นล่าง ผ่านบานประตูที่เปิดค้างไว้ ขณะที่หมอก้องกำลังช่วยกายภาพร่างเล็กที่หลับใหลมานาน โดยมีอนงค์คอยเป็นผู้ช่วย และศึกษางานไปในตัว

ชมดาวนั่งมองเมฆาเล่นเพลงโปรดของภัสสร โดยมีลูกสาวตัวน้อยนั่งเตะขาไปมาอยู่ข้างๆ  ยอมรับว่าเธอก็ชอบเพลงนี้มิใช่น้อย ฟังทีไรก็นึกถึงบรรยากาศที่เรือนไม้และเปียโนหลังเก่าที่เคยนั่งเล่นด้วยกันทุกที 

"ภัสอยากให้ลูกสอนเล่นหน่อยไหม" เมฆาว่าหยอกพลางทิ้งตัวลงบนโซฟา โอบแขนไปรอบไหล่ภรรยาสาว ปล่อยให้ลูกสาวตัวน้อยวาดลวดลายต่อ

"ฟังคุณกับลูกเล่นดีกว่าค่ะ ไม่อยากทรมานหูคนแถวนี้" ชมดาวยิ้มขำ เพราะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยมีทักษะทางด้านดนตรีมาก่อนอย่างเธอ

"เมื่อก่อนคุณเล่นได้ดีกว่าผมกับลูกเสียอีก"

"คุณคงเสียดายนะคะ ที่ไม่มีโอกาสได้ฟังแล้ว"

"ก็ไม่เชิง เมื่อก่อนตอนคุณเล่น ผมคงไม่อยู่ฟัง" เมฆาว่าด้วยความรู้สึกสำนึกผิด  หากเขาให้เวลาเธอมากเท่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้... แต่ก็ชั่งเถอะ ในเมื่อทุกอย่างดูลงตัวหมดแล้ว จะไปขุดคุ้ยหาอดีตอีกทำไม 

"จริงสิ วันนี้วันหยุดนี่คะ ไม่ออกไปตีกอล์ฟกับคุณวีเหรอคะ"

"เดี๋ยวนี้วีมันไม่ค่อยว่างแล้วล่ะ มัวแต่เอาเวลาไปจีบสาว คงอิจฉาที่เห็นผมมีความสุข"

"มิน่า คุณถึงเป็นเด็กดี อยู่บ้านได้"

"เป็นเด็กดีเหรอ?" เมฆามองด้วยสายตาเกเร โน้มใบหน้าเข้าหาจนอีกฝ่ายต้องใช้ฝ่ามือดันคางเขาไว้ 


"คุณภัสคะ คุณภัส" อนงค์วิ่งหน้าตั้งลงมาจากชั้นบน ทำเอาคนที่กำลังหยอกล้อกันตกอกตกใจไปด้วย

"มีอะไรเหรออนงค์?"

"คุณดาวค่ะ คุณดาวลืมตาแล้วค่ะ" สาวใช้รายงานปนเสียงหอบ

"น้าดาวตื่นแล้วเหรอคะ" ชมพู่หยุดเล่น หันมาถามตื่นเต้น แล้วทั้งหมดก็กรูกันขึ้นไปชั้นบน


สายตาพร่าเลือนของคนที่หลับไปนาน มองกวาดไปรอบห้องโทนสีฟ้าเคยคุ้น รวมทั้งใบหน้าที่รุมล้อมเธออยู่ในตอนนี้ ล้วนเป็นคนที่เธอรู้จัก ดวงตาดำขลับใต้ขนตายาว สะดุดลงที่ใบหน้าหญิงสาวตรงหน้าทันที ด้วยความคิดสับสนว่านี่คือความฝัน หรือว่าเธอตายไปแล้ว ทำไมร่างเธอจึงไปอยู่ตรงนั้น หากแต่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะเอ่ยถาม ราวกับร่างกายไม่ใช่ของเธอ

"ผมว่าเราควรจะพาน้องดาวกลับไปเช็คที่โรงพยาบาลอีกทีนะครับ" หมอก้องเสนอด้วยดวงตาเป็นประกาย ดีใจจนออกนอกหน้าที่ได้เห็นหญิงสาวฟื้นขึ้นมาเร็วกว่าที่ตั้งความหวังไว้เสียอีก

"ดีเหมือนกันนะภัส ให้ดาวแข็งแรงอีกหน่อยแล้วค่อยพากลับมา" เมฆาออกความเห็น

"งั้นฉันจะไปติดต่อรถพยาบาลเลยนะคะ"

"คุณภัสครับ ให้ผมจัดการเองดีกว่า" หมอก้องว่า

"ขอบคุณค่ะ"

เสียงอื้ออึงดังอยู่รอบตัว หญิงสาวพยายามจะบอกว่าเธออยู่ที่นี่ ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อตัวเอง หากแต่ทำได้เพียงหายใจรวยรินด้วยความอ่อนเพลีย จนต้องหลับตา ทนฟังเสียงโกลาหลนั้นต่อไป จนสติดับวูบลงอีกครั้ง




หญิงสาวพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกกว่าสองสัปดาห์ อาการทางกายเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่อาการทางจิต หมอกลับลงความเห็นว่ามีปัญหา จากอาการเครียดและหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ จนกระทั่ง...

"เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ" ชมดาวรีบรุดมาที่โรงพยาบาล หลังรับแจ้งว่า หญิงสาวมีอาการคลุ้มคลั่ง ขว้างปาข้าวของ พอมาถึงก็เห็นหลับไปแล้วด้วยฤทธิ์ยา 

"เห็นพยาบาลบอกว่า พอเอากระจกให้ส่อง คนไข้ก็กรีดร้อง อาละวาดใหญ่ คงต้องตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง ผู้ป่วยอาจมีประวัติทางจิตมาก่อนหน้านี้"

"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ คุณหมอ" ชมดาวตอบด้วยความมั่นใจ

"ก็ไม่น่ามีเหตุผลอื่นนะครับ ผู้ป่วยไม่ยอมรับท่าเดียว ย้ำพูดตลอดว่านี่ไม่ใช่ตัวเธอ"

"แล้ว.. เธอบอกว่าเธอเป็นใครคะ"

"เธอบอกว่าชื่อ ภัสสร"

เพียงเท่านั้น ชมดาวก็ถึงกับตลึง ใครๆ อาจจะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เธอรู้ดีทีเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น  หญิงสาวมองไปที่ร่างบนเตียง รู้สึกชาไปหมดทั้งตัว สมองไม่รับรู้ว่าหมอพูดอะไรต่อ ทุกสิ่งหมุนคว้างไปหมด จนเธอแทบล้มทั้งยืน

แม้จะเป็นสิ่งยากเย็น ชมดาวรู้ว่าเธอต้องเผชิญหน้าและหาทางออกสำหรับเรื่องนี้  หญิงสาวตัดสินใจนั่งเฝ้ารอจนกว่าคนตรงหน้าจะตื่น ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง แม้ว่ามันจะดูเร็วไปสักหน่อย แต่เธอก็พร้อมแล้ว และจะไม่มีวันลืมวันเวลาแห่งความสุขที่ได้รับ ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา แม้ต่อไปจะต้องอยู่โดยปราศจากเมฆาและชมพู่ หญิงสาวปาดน้ำตาออก บอกตัวเองให้เข้มแข็งเข้าไว้





















 

Create Date : 06 มิถุนายน 2555    
Last Update : 7 มิถุนายน 2555 12:13:21 น.
Counter : 959 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 14

ออกอากาศ: วันพุธ & วันเสาร์


หลังมื้ออาหาร พ่อแม่ลูกนั่งดูทีวีด้วยกันอีกพักใหญ่ ก่อนชมดาวจะพาลูกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน ส่วนเมฆาผละไปที่ห้องทำงาน

"กาแฟค่ะ คุณเมฆ" ปรางรอจังหวะอยู่นาน และเพิ่งสบโอกาส

"ฉันอิ่มจะแย่อยู่แล้ว สงสัยแกจะว่างจัด เพราะพักหลังนี้คุณภัสเขาดูแลลูกเอง" เมฆาหยิกแกมหยอก

"ปรางก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ นะคะ อย่างเมื่อตอนกลางวัน ถ้าปรางไม่เข้าไปขัดคอ คุณภัสกับคุณหมออะไรน้า... ที่มาส่งคุณดาว คงกอดกันไปแล้ว พอเห็นปรางเขาก็รีบปล่อยมือเลยค่ะ" พี่เลี้ยงสาวรีบรายงานเกินจริงทันที

"แกคิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ" เมฆาเงยหน้าจากงานที่กองอยู่

"คุณเมฆจะไม่เชื่อก็ได้นะคะ คุณภัสสั่งป้าแจ่มว่าต่อไปให้เตรียมอาหารให้คุณหมอด้วยค่ะ เห็นเธอบอกว่าเบื่อที่ต้องทานข้าวคนเดืยว อยากให้คุณหมออยู่เป็นเพื่อนจะได้หายเหงา"

"หมดธุระแกแล้ว จะไปไหนก็ไป" เมฆาสั่งเสียงเรียบ ขัดกับความรู้สึกภายใน แม้จะรู้ว่าปรางเป็นคนอย่างไร หากแต่ความเคลือบแคลงก็ยังไม่วายก่อตัวขึ้นลับๆ ในใจ  ไม่อยากเชื่อว่าภรรยาสาวจะเอาเรื่องคนป่วยมาบังหน้า เพื่อคบหากับชายอื่นใต้จมูกตนเช่นนี้

เมฆาโยนปากกาจนกลิ้งตกลงพื้น เมื่อสมาธิเรื่องงานขาดสะบั้น พร้อมกับอารมณ์ขุ่นๆ ที่เข้ามาแทนที่ ด้วยภาพจินตนาการเกินจริงที่สรรสร้างขึ้นเอง จากคำบอกเล่าของพี่เลี้ยงสาว  ทั้งที่เรื่องหมอตี๋นี้น่าจะจบลงตั้งแต่ตอนที่เขาออกจากโรงพยาบาล แต่กลับย้อนมาพัวพันเข้าอีกจนได้



หลังจากลูกสาวตัวน้อยหลับไปแล้ว ชมดาวจึงเข้าไปดูความเรียบร้อยในห้องข้างๆ ร่างบอบบางยังคงนอนนิ่ง  หญิงสาวนั่งลงที่ขอบเตียงพินิจร่างตนเอง พลางคิดว่าหากคนตรงหน้านี้ฟื้นขึ้นมาจริงๆ อย่างที่หมอก้องอยากให้เป็น เธอเองก็คงมีความสุขเช่นกัน และจะรักเธอคนนี้เหมือนน้องสาวเลยทีเดียว

ขณะกำลังนึกวาดฝันสวยงามถึงครอบครัวสมบูรณ์แบบ ใบหน้าสดใสระบายไปด้วยรอยยิ้มก็มีอันสะดุดจากเสียงเรียกบึ้งตึง

"ภัส!" เมฆายืนกอดอก จ้องเธอด้วยสายตาไม่สบอารมณ์

"คุณเมฆ เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" ชมดาวทักถาม ไม่แน่ใจว่าเขาไม่พอใจอะไรหรือเปล่า

"กำลังรอโทรศัพท์ หรือคุยจบไปแล้วล่ะ คุณถึงได้นั่งฝันหวานขนาดนั้น" เมฆาว่าประชด มองไปที่อุปกรณ์สื่อสารในมือหญิงสาว

"เปล่านี่คะ ว่าจะเอามาดูเวลา จะได้ช่วยพลิกตัวให้ดาวค่ะ"

"คุณเลิกเอาเรื่องนี้มาบังหน้าเสียทีได้ไหม" เมฆาจับต้นแขนหญิงสาวให้ลุกยืน

"คุณเป็นอะไรไปคะคุณเมฆ" ชมดาวขมวดคิ้วมองสบตาชายหนุ่ม เมื่อสองสามชั่วโมงก่อนยังคุยกันอยู่ดีๆ แล้วทำไมตอนนี้...

"อย่าคิดว่าแอบทำอะไรในบ้าน แล้วจะไม่มีใครรู้ใครเห็น อย่างน้อยๆ คุณก็ควรมีความละอายต่อตัวเองบ้าง"

"ฉันทำอะไร คุณก็พูดมาสิ?" หญิงสาวพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง เพราะรู้ว่าโทสะเขากำลังพลุ่งพล่าน หากเธอแรงใส่จะไปกันใหญ่

"ผมคงจะทำให้คุณเหงามากสินะ ถึงอยากให้ไอ้หมอตี๋มาช่วยแก้เหงา"

"คุณจะมากไปแล้วนะคะ ฉันกับหมอก้องเป็นแค่เพื่อนกัน"

"พิสูจน์สิ ว่าคุณกับมันไม่มีอะไรกัน"

"คุณจะให้พิสูจน์ยังไงคะ"

"คุณต้องไม่ให้มันมาที่นี่อีก เลิกคบกันไปเลย"

"ได้ค่ะ ถ้าคุณยอมเลิกคบคุณวี ฉันจะทำตามนั้น"

"นี่มันคนละเรื่องนะภัส คุณจะเอาวีมาเกี่ยวข้องทำไม"

"ก็คุณวีเป็นเพื่อนคุณ ส่วนหมอก้องก็เป็นเพื่อนฉัน เราต่างคนต่างเลิก ยุติธรรมดีไม่ใช่เหรอคะ"

"แต่เคสของเรามันต่างกันนะภัส"

"ต่างกันยังไงคะ สมัยนี้เก้งกวางออกเยอะแยะ เวลาคุณออกไปไหนกันสองต่อสอง ฉันจะแน่ใจได้ยังไงคะ"

"คิดบ้าๆ"

"แล้วที่คุณคิดกับฉันแบบนั้นไม่บ้าหรือไงคะ"

เสียงไอเบาๆ จากร่างบนที่นอน ดึงความสนใจคนทั้งสองที่กำลังต่อปากต่อคำกันให้หันมองได้ทันที  รอยยิ้มตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชมดาว พลอยทำให้เมฆาลืมเรื่องที่กำลังพูดคุยกันอยู่

"ดาวฟื้นแล้วค่ะ คุณเมฆ" หญิงสาวหันมาบอก แล้วกุมมือเขาแน่นด้วยความดีใจ  ทั้งสองนั่งลงที่ขอบเตียงเพื่อดูให้ถนัดตา

"ดาว ได้ยินฉันไหม" ชมดาวกุมฝ่ามือบางไว้เขย่าเบาๆ ปลุกคนที่นอนอยู่ด้วยความหวังว่าหญิงสาวจะลืมตาขึ้น หากแต่ยังไร้การตอบสนอง

"คงยังไม่ฟื้นหรอกภัส"  เมฆานั่งมองอยู่ด้านหลัง พลางกุมไหล่ภรรยาสาวไว้

"ก็ยังดีนะคะ อย่างน้อยๆ ก็ยังมีโอกาสมากขึ้น พรุ่งนี้ต้องโทรบอกหมอก้องค่ะ เขาคงจะดีใจ" ชมดาวเพิ่งรู้ว่าหลุดพูดอะไรไป เมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักฝ่ามือที่บีบลงบนไหล่ทั้งสองข้าง แล้วนึกอยากจะตีปากตัวเองขึ้นมาทันควัน

"คุณเมฆ! ฟังก่อนสิคะ" เมฆาลุกยืน แล้วฉุดข้อมือหญิงสาวกึ่งดึงกึ่งลากออกจากห้องนั้นทันที

"ฉันเจ็บนะ คุณเมฆ!" ชมดาวสะบัดข้อมือหลุดด้วยอารมณ์ขุ่น ตั้งท่าจะเดินเข้าห้องชมพู่

"ตะโกนเข้าไปสิ จะได้ตื่นกันทั้งบ้าน" ชายหนุ่มตรงเข้ารวบตัว แล้วอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่า ตรงกลับห้องตนเองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

"ปล่อยฉันนะ!  ฉันจะนอนห้องนั้น" ชมดาวทุบแผ่นหลังแข็งแรง เขาจึงปล่อยเธอลงตรงหน้าประตูพอดี 

"เก่งนักก็ไปสิ" เมฆายืนชิดเบียดร่างเล็กแนบประตูห้องนอน จนแทบขยับตัวไม่ได้

"คนบ้า!" หญิงสาวออกแรงดันอกกว้าง แต่พอเขาเอื้อมมือไปเปิดแล้วผลักบานไม้หนาหนัก ร่างบางจึงถูกต้อนเข้าด้านในก่อนประตูจะปิดตัวลงอีกครั้ง พร้อมเสียงกดล็อค


"นี่พี่มด ถ้าพี่สงสัยว่านังนงค์มันมีชู้ พี่จะจัดการกับมันยังไง" ปรางลองประเมินสถานการณ์จากคนรอบข้าง

"เอ็งถามไอ้มดมันทำไมวะนังปราง หรืออนงค์มันแอบมีกิ๊ก" ป้าแจ่มกำลังเช็ดจานอยู่ในครัวถามสงสัย

"ฉันก็แค่สมมุติเท่านั้นแหละป้า" ปรางรีบแก้

"ขนาดสมมุติยังมีแต่เรื่องเลวๆ นังนี่" ป้าแจ่มว่าประชด

"ป้าอย่ายุ่งน่า" ปรางแห้วใส่ แล้วหันไปทางมดง่าม

"ว่าไงล่ะ พี่มด"

"ข้า..ก็" มดง่ามใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ ครั้นกำลังจะตอบ อนงค์ก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาซะก่อน

"ป้าๆ สงสัยคุณเมฆกับคุณภัสจะทะเลาะกันอีกแล้ว"

"รู้ได้ไงวะ อนงค์" ป้าแจ่มรีบซัก

"ฉันได้ยินเสียงดังมาจากข้างบนน่ะ"

"แล้วตอนนี้ยังทะเลาะกันอยู่หรือเปล่า" มดง่ามถาม

"ไม่รู้สิ คงทะเลาะกันต่อในห้องมั้ง ฉันได้ยินเสียงปิดประตู" อนงค์ว่า

"ปิดประตูตีแมวซะด้วย คุณผู้หญิงแย่แน่งานนี้" ปรางว่าเสียงสบายอารมณ์ จนคนฟังอดหมั่นไส้ไม่ได้

"แถวบ้านข้านะโว้ย ทะเลาะกันแบบนี้ ลูกหัวปีท้ายปีเลยล่ะ" ป้าแจ่มออกความเห็น

"จริงเหรอป้า?  ถ้าคุณชมพู่มีน้อง หนูจะขอคุณภัสเป็นพี่เลี้ยงเอง" อนงค์ว่าตื่นเต้น

"งั้นเอ็งก็รอฟังข่าวได้เลย" ป้าแจ่มหัวเราะ

"จะเป็นไปได้ยังไง?" ปรางกระชากเสียงไม่พอใจ

"คนไม่เคยมีผัวอย่างเอ็งจะไปรู้อะไรวะ" ป้าแจ่มว่าเหน็บ

"พูดยังกับป้าเคยมีงั้นแหละ เชอะ!" ปรางกระแทกเท้าออกจากครัวไปทันที


ชมดาววิ่งผ่านห้องแต่งตัว เข้าไปในบริเวณห้องอาบน้ำ มองซ้ายมองขวาหาที่หลบ แล้วก็เจอเข้าจนได้ ขณะที่คนไล่ล่าเยื้องย่างตามมาแบบไม่เร่งร้อนแล้วไปหยุดอยู่หน้าตู้อาบน้ำ

"คิดว่าไอ้ประตูกระจกไม่มีที่ล็อคนี่ มันจะช่วยอะไรคุณได้" เมฆายืนกอดอกใจเย็น รู้ว่าเหยื่อหมดทางรอดเสียแล้ว

"คุณจะทำอะไรฉัน ไปให้พ้นนะ" ชมดาวดันประตูแบบเลื่อนไว้สุดแรง

"ถ้าอยากรู้ทำไมไม่เปิดประตูออกมาล่ะ" เมฆาลูบคางไปมา

"ออกไปให้โง่น่ะสิ" หญิงสาวยังคงดันขอบประตูไว้แน่น

"คิดว่าอยู่ในนั้นแล้วจะฉลาดขึ้นหรือไง" ชายหนุ่มเริ่มออกแรงเลื่อนประตูให้เปิดออกด้วยกำลังเพียงครึ่งเดียว ประตูจึงเลื่อนออกนิดหน่อยแล้วปิดเข้าอยู่อย่างนั้น เพื่อเป็นการข่มขวัญอยู่สองสามครั้ง จนหญิงสาวคิดว่าต้านไม่ไหวแล้ว รีบใช้เท้าดันไว้แทน ขณะมือคว้าฝักบัวพร้อมกับเปิดน้ำไว้รอ

"นี่แน่ะ" ชมดาวฉีดน้ำจากบัวใส่หน้าเมฆาทันที เมื่อประตูเลื่อนออก หญิงสาวหัวเราะสะใจ  แต่แล้วอารมณ์ขันก็มีอันชะงัก เมื่อเขาเข้าประชิดตัว และคว้าอาวุธไว้ในมือได้สำเร็จ

"ชอบแบบนี้ใช่ไหม" เมฆารวบเอวเล็กไว้ ยกฝักบัวขึ้นเหนือศีรษะ ร่างบางหันหลังหลบกระแสน้ำพลางกระโดดโลดเต้นเพื่อให้หลุดจากลำแขนที่กอดเกี่ยวรอบเอวไว้แน่น ราวลูกแมวโดนน้ำเย็นราด

"ปล่อยฉันนะ!"

















 

Create Date : 02 มิถุนายน 2555    
Last Update : 3 มิถุนายน 2555 23:13:46 น.
Counter : 883 Pageviews.  

1  2  3  4  

Kim-Ha
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิ้นกระจาย ^^


Smileymissmynovel@gmail.com






Friends' blogs
[Add Kim-Ha's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.