ตามหาประสบการณ์ - เล่าสู่กันฟัง
Group Blog
 
All blogs
 

ว่าด้วย"เนื้อจระเข้"



อย่าหาว่าหมอนิตหันมาเปิบพิศดง พิศดารน่ะค่ะ
ที่วันนี้นำเรื่องเนื้อจระเข้มาคุยกัน
เค้ามีเหตุผลน่ะตัวเอง......
เผอิญช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา
ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเขาเกิดอาการคล้ายจะหอบหืด
หายใจมีเสียงดัง ก็ต้องพ่นยาขยายหลอดลม
และทานยาแก้หอบแก้แพ้หลายขนานกันทีเดียว
หมอนิตเลยไม่ค่อยสบายใจ
ได้รับคำแนะนำจากหลายๆคนว่าลองให้ทานเนื้อจระเข้ดูซิ
ก็คิดว่าไม่เสียหายน่ะค่ะ จึงซื้อมาทำให้ทานอยู่หลายครั้ง
ผลสรุปคือ อาการดีขึ้นค่ะ ไม่ทราบว่าดีเพราะอาการภูมิแพ้เขาดีขึ้นหรือเพราะอากาศหนาวน้อยลงก็ไม่ทราบได้ค่ะ
แต่ก็คือตอนนี้หายดีแล้วค่ะ
ไม่ทราบว่าฤดูหนาวปีหน้าจะกลับมาเป็นอีกหรือเปล่าเนอะ
ตอนแรกกลัวเขาจะไม่กล้าทาน จึงหาวิธีให้เขาช่วยทำ
เริ่มตั้งแต่ตอนซื้อก็พาเขาไปด้วย
แล้วตอนทำก็ให้เขาช่วยทำด้วยค่ะพยายามดัดแปลงหลายๆ เมนู
เมนูที่ทำแล้วได้รับความนิยม คือ เมนูเนื้อจระเข้ทอดกระเทียมพริกไทยค่ะ (เผอิญไม่ได้เก็บรูปมาให้ดู) เมนูเนื้อจระเข้ผัดพริกไทยดำ อันนี้เขาบอกว่าไม่ชอบกลิ่นและรสของพริกไทยเลยลองทำ เนื้อจระเข้ตุ๋นเห็ดหอม ก็ได้รับความนิยมจากคุณลูกและสามีดีค่ะ เมนูนี้ได้เก็บภาพบางส่วนมาให้ชมด้วย



วิธีทำ

1. หั่นเนื้อจระเข้ มันเทศ แครอทเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
2. เตรียมน้ำซุป เห็ดหอมและผักชีสำหรับแต่งหน้า
3. ตั้งน้ำซุปให้เดือด ใส่ทุกอย่างลงไป ตุ๋นจนเนื้อนิ่ม
4. ยกลง โรยหน้าด้วยผักชีเล็กน้อย รับประทานตอนร้อนๆ



สรรพคุณที่เขาบอกมา

ทุกส่วนของจระเข้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้ เช่น “หนังจระเข้” สามารถนำมาทำเป็นเครื่องหนังชั้นดี เป็นที่ต้องการของตลาดระดับสูง ที่ประเทศไทยมีสินค้าหนังจระเข้ เป็นสินค้าส่งออกในระดับดี ส่วน “เนื้อจระเข้” ก็มีการนำมาบริโภคและเป็นที่นิยมของชาวเอเชีย เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ โดยเป็นเนื้อที่มีไขมันต่ำ โปรตีนสูง รสชาติดี สามารถใช้เป็นยาบำรุงนำมาช่วยรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะเชื่อกันว่า “เนื้อจระเข้” จะช่วยทำให้กลไกการทำงานของร่างกายมนุษย์ดีขึ้น และสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บได้ สามารถนำไปบำรุงเลือดลม ทำให้กระดูกและเอ็นแข็งแรง ช่วยปรับสภาพความสมดุลของร่างกาย และช่วยทำให้อายุยืน เหมาะกับคนที่เป็น โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้

“เนื้อจระเข้” สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบเข้ากับตัวยาสมุนไพรเพื่อใช้รักษาโรคหอบหืด

“กระดูกและฟันจระเข้” นำไปใช้เป็นส่วนผสมของ “ยากวาดคอ” เด็กอ่อน

“ไขมันจระเข้” นำไปใช้เป็น “น้ำมัน” ทา ถู นวด ตรงรอยฟกช้ำ น้ำร้อนลวก ไฟลวก และใช้ทำยารักษาโรคผิวหนัง และรักษาแผลสด

“อุ้งมืออุ้งเท้าจระเข้” นำมาตุ๋นทำเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคตับแข็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ “ไต”

“หางจระเข้” สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ “ไต” และ “ตับ” ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ

“มังกรตุ๋นโสม” ซึ่งทำจาก “อวัยวะเพศจระเข้เพศผู้” มีสรรพคุณช่วยบำรุงไตและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ คงความเป็นหนุ่มสาว

“ไข่จระเข้” มีคุณสมบัติช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคตับ โรคความจำเสื่อม และช่วยชะลอความแก่

“เลือดจระเข้” นำมาตากแห้งทำเป็นผง สามารถรักษาโรคมะเร็งได้

เนื้อจระเข้ เป็นเนื้อขาว ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบ เนื่องจากจระเข้ที่นำมาฆ่าเป็นจระเข้เลี้ยงที่อายุ ๓-๔ ปี ซึ่งเป็นช่วงที่จระเข้ยังไม่มีฮอร์โมนเพศ จึงยังไม่มีกลิ่นสาบ ในประเทศไทย นิยมนำเนื้อสดมาปรุงอาหาร เช่น ผัด นึ่ง ตุ๋น ทอด ย่าง ได้เหมือนเนื้อไก่ โดยมาทำเป็น “เนื้อจระเข้สด” แช่แข็งจำหน่าย

ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าสามารถเพาะพันธุ์จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจระเข้กลายเป็น “สัตว์เศรษฐกิจ” ระดับชาติและสากลที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง กลุ่มผู้เลี้ยงจระเข้เป็นสัตว์เศรษฐกิจนำรายได้เข้าประเทศ จึงได้พากันรณรงค์เพื่อหันมาสนใจ “ศักยภาพของจระเข้” ที่สามารถสร้างรายได้และนำความเป็นอยู่ที่ดีมาสู่ประชากรไทยได้ และได้ชี้แนะว่าคนไทยควรหันมาสนใจ “เนื้อจระเข้” ที่มีคุณประโยชน์นานัปการ และน่าจะหันมารับประทาน “เนื้อจระเข้” กันมากขึ้น


ข้อมูล : วารสาร “We-Klub” บริษัทเว็นเจอร์เทคมาร์เกตติ้ง จำกัด เล่ม ๗ ฉบับที่ ๒๒




 

Create Date : 01 เมษายน 2552    
Last Update : 2 เมษายน 2552 15:25:37 น.
Counter : 13069 Pageviews.  

ปาร์ตี้ สุกี้ เพื่อสุขภาพ



สุกี้ทำเอง



สีเหลืองเต้าหู้ไข่ สีขาวเต้าหู้ถั่วเหลือง มีคุณค่าทางอาหารมากมาย โดยเฉพาะโปรตีน





สารพัดลูกชิ้นที่ซื้อมา ในวันนั้น





ชอบเห็ดหอมสด ดอกเล็กๆ อย่างนี้ดีมากเลยค่ะ





วุ้นเส้นขาวอวบ น่ากิน





ผักต่างๆ ล้างน้ำแล้ว นั่งรอท่าอยู่ในอ่าง





อยากบอกว่า เนื้อนุ่มลิ้นมากค่ะ




รู้สึกว่า ช่วงนี้ข้าวของมันแพงขึ้น แพงขึ้นทุกวัน ตอนแรกเราตั้งใจจะพาคุณพ่อ คุณแม่และพี่สาวของสามีสุดที่รัก ไปกินสุกี้ชื่อดังที่ห้างใกล้ๆ บ้าน เผอิญช่วงนี้ปลายเดือน กระเป๋าเบา จึงหาวิธีประหยัดเงินในกระเป๋า จึงตกลงใจชวนกันจัดปาร์ตี้สุกี้กินกันเองที่บ้าน พอมีฝีมือหมักเนื้อสุกี้อยู่บ้าง แต่อย่างอื่นซื้อเขามาหมดเลย และที่เป็นเคล็ดไม่ลับของเราก็อยู่ที่น้ำจิ้มนี่แหละ ---เปล่าทำเองหรอก--- ซื้อเขามาเหมือนกันกระซิบบอกก็ได้อร่อยมากๆ "พันท้ายนรสิงห์" ขวดกลมๆ หากมีค่าโฆษณาด้วยก็ได้น่ะไม่ว่ากัน.....


อุปกรณ์

1. ผักชนิดต่างๆ และวุ้นเส้น
2. เนื้อสัตว์ต่างๆ
3. น้ำซุป
4. น้ำจิ้ม


ผัก



อย่างแรกเลยเราต้องไปหาซื้อผักสดที่เป็นหลักๆ เลยคือ

ผักบุ้งจีน
ผักกาดขาว
ต้นหอม
ตั้งโอ๋
และอื่นๆ ตามชอบ เราชอบหลายอย่าง จึงซื้อหลายอย่าง อาทิเช่น
เห็ดเข็มทอง เห็ดหอมสด เห็ดนางฟ้า แครอท กวางตุ้ง ซื้อมาอย่างละนิด อย่างละหน่อย เมื่อมารวมกันแล้ว ล้มไม่ลงเลยค่ะ ..คุณเอ๋ย...พยายามกะให้ดี จะได้ไม่ขาดไม่เกิน

เลือกผักที่ตำหนิบ้าง ไม่งามเกินไป แล้วนำผักทุกอย่างมาล้างให้สะอาด หลายๆ น้ำ อย่างผักที่มีใบซ้อนๆ กัน เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ก้อเด็ดออกมาเป็นใบๆ เปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลผ่าน หรืออาจแช่น้ำผสมด่างทับทิมเพื่อให้ผักสะอาด ปราศจากสารเคมี

พอดีเราหาซื้อผักบางอย่างได้จากข้างๆ บ้าน เขาปลูกผักแบบปลอดสารพิษ จึงมีความเสี่ยงน้อยลงหน่อย

ส่วนเห็ดต่างๆ ตัดรากและส่วนที่ไม่ต้องการออก นำมาล้างน้ำให้สะอาด ดอกใหญ่ไปก็หั่นตามสมควร

เสร็จแล้วอย่าลืมนำวุ้นเส้นมาแช่น้ำลัก 1 ชั่วโมง จึงตัดเป็นท่อนๆ ให้พอเหมาะ ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ พักไว้



เนื้อสัตว์



ส่วนพวกเนื้อ ก็มี หมู เนื้อ ไก่ ปลา ฮอทดอกชนิดต่างๆ เต้าหู้ไข่ เต้าหู้ถั่วเหลือง เป็นต้น

การหมักเนื้อสัตว์

1. นำเนื้อสัตว์ต่างๆ มาล้างน้ำให้สะอาด แล่เป็นชิ้นพอคำ ให้บางๆ หน่อย ประหยัดเวลาในการหมัก และเครื่องปรุงรสแซกซึมไปได้ทั่วๆ

2. โขลก รากผักฃี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด คลุกเคล้ากับซอสปรุงรส ให้มีรสชาดตามต้องการ (ไม่แน่ใจก็สามารถชิมตอนนี้ได้เลย)

3. นำส่วนผสมมาคลุกเคล้ากับเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ เคล็ดลับ ที่ไม่ลับให้ใส่สัปรดหั่นสัก 1 - 2 ชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เนื้อเปื่อย นุ่ม และอย่าลืมใส่ไข่ สัก 1 ฟองด้วย

4. พวกอื่นๆ เช่น ฮอทดอก ลูกชิ้นปลา ปู เต้าหู้ ฯลฯ เขาทำมาสุกแล้วก็ใส่ภาชนะสวยๆ รอไว้เลย



น้ำซุป




น้ำเปล่า
ซุปก้อน
หัวผักกาด
ใบเตย 1 - 2 ใบ
รากผักชี รากตั้งโอ๋ กระเทียม พริกไทยเล็กน้อย โขลกให้ละเอียด
ซอสปรุงรส

วิธีทำ

1. ตั้งน้ำให้เดือด
2. ใส่ซุปก้อนและรากผักชีที่โขลกรวมกันเรียบร้อยแล้ว ใบเตย
3. ปรุงรสตามชอบ
4. เคี่ยวนานประมาณ 30 นาที


เวลารับประทาน นำน้ำซุปมาใส่หม้อสุกี้ เปิดไฟแรงสุด ตั้งให้เดือด แล้วจึงหรี่ไฟลง นำเนื้อที่หมักเตรียมไว้ ผัก วุ้นเส้นและส่วนผสมทุกอย่างที่ต้องการกิน ลงไปในหม้อ ลวกให้สุกจึงนำมาจิ้มน้ำจิ้มสุกี้ --อย่าลืมยี่ห้อนี้นะค่ะ ไม่ผิดหวัง--

เหตุการณ์ในวันนั้น กินกันไป คุยกันไป เจริญอาหารเป็นอย่างมาก อิ่มกันถ้วนหน้า ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อยากฝากบอกว่า เหมาะมากเลยสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และควบคุมน้ำหนัก






อยากให้ลองดูค่ะ อิ่มและดีต่อสุขภาพด้วย แล้วเจอกัน Blog หน้านะค่ะ
---สวัสดี---







 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 18 กันยายน 2551 13:57:16 น.
Counter : 1038 Pageviews.  

ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน





ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนสูตรนี้ รู้จักโดยบังเอิญ ซื้อมากินแล้วรู้สึกติดใจ จึงลองทำดู อร่อยเหมือนกันเลย เห็นว่าดีต่อสุขภาพ ทำง่าย เลยนำมาฝากกันค่ะ

เป็นอาหารมื้อหลักหรืออาหารว่างก็ได้ตามสะดวก ลองดูซิค่ะ




ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน

อุปกรณ์ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน

1. ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่
2. เต้าหู้ (เพื่อนบอกว่าหมูยอก็อร่อย)
3. ผักต่างๆ เช่น แตงกวา แครอท กะหล่ำปลีสีม่วง ผักชีใบยาว ผักกาดหอม


วิธีทำก๋วยเตี๋ยว


1. นำผักต่างๆ มาล้างให้สะอาด แล้วผ่าแตงกวาให้เป็น4 สี่เสี้ยวตามยาว ,
นำแครอทปอกผิวนอกออกแล้วขูดเป็นเส้นยาวๆ, กะหล่ำปลีหั่นเป็นฝอยๆ,นำผักชีใบยาว เด็ดเป็นใบๆ, ผักกาดหอม เด็ดเป็นใบๆ พักไว้

2. หั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋าเล็กๆ

3. นำก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่มาแผ่ในภาชนะสะอาด วางผักต่างๆ และเต้าหู้เรียงตามยาวของเส้นก๋วยเตี๋ยว แล้วห่อเป็นชิ้นยาวๆ พักไว้





น้ำราดก๋วยเตี๋ยวลุยสวน

ส่วนผสมน้ำราด

กระเทียม 4-5 กลีบ
พริกขี้หนู 10-15 เม็ด
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ(ชอบหวาน)
น้ำเปล่า เล็กน้อย
น้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
หอมแดง 2-3 หัว


วิธีทำน้ำราด


1. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำ ตั้งไฟให้น้ำตาลทรายละลาย ไม่ต้องเคี่ยวนาน

2. ตำกระเทียม พริกขี้หนู

3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย (ข้อ1.) เกลือ น้ำส้มสายชู (ให้ได้ 3 รส หวาน เปรี้ยว เค็ม ตามชอบ)

4. ใส่หอมแดงซอย






เวลารับประทาน หั่นก๋วยเตี๋ยวเป็นชิ้นพอคำ ราดน้ำราดหรือจัดเป็นอาหารว่างเลี้ยงเพื่อนๆ อร่อยอย่าบอกใคร










 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 19 กันยายน 2551 10:19:04 น.
Counter : 4848 Pageviews.  

ขนมจีนน้ำยาป่า(ใต้)





หม่ำได้ไม่ต้องกลัวอ้วน


คุณประโยชน์


ขนมจีน........ให้พลังงาน
น้ำแกง.........มีส่วนผสมของสมุนไทยหลายชนิด ช่วยขับลม เจริญอาหาร แร่ธาตุต่างๆ เช่นไอโอดีนจากเกลือและกะปิ
โปรตีน.........จากเนื้อปลา
ผักต่างๆ....... มีแร่ธาตุและวิตามิน เช่น ใบแมงลักช่วยขับลม ขับเหงื่อ แก้ไอ เป็นต้น




ส่วนผสมเครื่องแกง


พริกขี้หนูแห้ง.................. 35 เม็ด
พริกไทย..........................1 ช้อนชา
ขมิ้น................................1 หัว
เกลือ.............................. 2 ช้อนชา
กระเทียม...................... 4-5 กลีบ
ตะไคร้หั่น........................ 2 ต้น
กะปิ.................................2 ช้อนชา

(เดี๋ยวนี้มีขายในตลาดทั่วไปบอกเขาว่าเครื่องแกงเผ็ดปักษ์ใต้ก็ได้ค่ะ....ซื้อง่าย ใช้สะดวกค่ะ)




ส่วนผสมน้ำยา


เครื่องแกงที่โขลกละเอียดแล้ว
ปลาแกะเอาแต่เนื้อ..............2 ตัว
ขมิ้นทุบบุบๆ.......................1 หัว
ตะไคร้ทุบ..........................1 ต้น
ใบมะกรูดฉีก.......................4-5 ใบ
น้ำเปล่า (หรือน้ำกะทิ)............1 กิโลกรัม


วิธีทำ


1. นำเครื่องแกงทั้งหมดโขลกรวมกันให้ละเอียด
2. ใส่เนื้อปลาโขลกรวมกัน
2. ละลายเครื่องแกงที่รวมกับเนื้อปลาแล้ว ในน้ำเปล่าหรือน้ำกะทิหรือน้ำซุปก็ได้
3. ใส่ขมิ้นทุบและตะไคร้ทุบลงไป ตั้งไฟจนให้เดือด หมั่นคนไม่ให้ติดก้นหม้อ จนน้ำแกงข้นดี ลดไฟลง ใส่ใบมะกรูดฉีก

กินกับขนมจีน และผักต่างๆ ขอบอกว่าอร่อยมากค่ะ







 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 18 กันยายน 2551 13:38:18 น.
Counter : 2372 Pageviews.  

น้ำพริกกะปิ-ปลาทู




สมัยปัจจุบันค่านิยมในการกินอาหารของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ก็ไม่อยากโทษใครทั้งนั้น แม้แต่ลูกๆ ที่บ้านยังไม่ชอบทานผักเลย

แต่ถึงวันนี้ก็คิดว่ายังไม่สายไปนะค่ะ หากแม่บ้านหันกลับมาประยุกษ์อาหารไทยๆ ให้เข้ากับความชอบของสมาชิกในครอบครัว อย่างเช่น นำผักต่างๆ มาชุบทอด จิ้มกับน้ำพริกต่างๆ แทนผักสดที่มักไม่ชื่นชอบกัน หรือหากเป็นคนสูงอายุ ก็ใช้วิธีการต้มให้นิ่มๆ หรือหั่นให้เป็นฝอยๆ เพื่อช่วยให้เคี้ยวได้ง่ายขึ้นค่ะ เป็นเมนูโปรดของที่บ้านเลยค่ะ (แม่สามีตำอร่อย)





น้ำพริกกะปิ - ปลาทูทอด



ส่วนผสม

กะปิ /กะปิเผาไฟพอหอม 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งแช่น้ำจนนิ่ม 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 3-4 กลีบ
พริกขี้หนู 5-10 เม็ด
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1-2 ช้อนโต๊ะ
มะเขือพวง เล็กน้อย


วิธีทำ

1. โขลกกุ้งแห้งให้ละเอียด ใส่กระเทียม พริกขี้หนู กะปิ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ
2. รับประทานกับผักสด ผักต้ม ผักชุบไข่ทอดทอด หลากหลายชนิด จัดแนมกับน้ำพริก คือ ปลาทูทอด ปลาช่อนทอด / ย่าง ปลาดุกย่าง เป็นต้น

คุณประโยชน์ : อาหารสูตรนี้ มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน เน้นผักสดตามชอบใจ ข้อแนะนำ ในหนึ่งมื้ออาหาร ควรประกอบด้วยผัก และผลไม้ต่างๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของท่าน







 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 18 กันยายน 2551 13:38:54 น.
Counter : 805 Pageviews.  

1  2  

หมอนิต
Location :
พระนครศรีอยุธยา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หมอนิต


จากเด็กใต้ ตัวดำ กินสะตอ เรียนจบพลิกผันตัวเองได้ทำงานมั่นคง ในวงราชการ ปัจจุบันอาศัยใต้หลังคาบ้านกลางทุ่ง อยุธยากรุงเก่า นอกเวลาราชการ ดูแลครอบครัว ชอบทำอาหาร ค้นคว้าจากตำราและพี่น้องชาว Bloggamg จนมีวันนี้ได้ ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่เปรียบเสมือนครูคนหนึ่ง ขอขอบคุณจากใจน้อยๆ ของสาวใต้คนนี้





Friends' blogs
[Add หมอนิต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.