Review - My 12 Skincares!!! รีวิวทุ่มสุดตัวกับ 12 สกินแคร์ที่ใช้ประจำ (PART II)


มาต่อในพาร์ตที่ 2 นะ กับการรีวิวสกินแคร์ที่ปอใช้ทั้ง 12 ตัว



ใครเข้ามาหน้านี้แล้วงงว่านี่คืออะไร ย้อนกลับไปอ่านที่พาร์ตแรกก่อนได้นะจ๊ะ 




พาร์ตนี้จะเป็นส่วนของเซรั่ม อีมัลชัน และพวงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์อีกหนึ่งตัว




🎉🎊 SULWHASOO FIRST CARE ACTIVATING SERUM EX 🎉🎊



ปริมาณ 60 ml. ราคา 2,800 THB 

ส่วนประกอบ (Ingredients)



สาร actives หลัก (สมุนไพรในกลุ่มของ Jaeumdan (5 ชนิด) และกลุ่ม Jaeumbowedan (7 ชนิด) ที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของแบรนด์)

- กลุ่ม Jaeumdan ที่เคลมว่าช่วยปรับพลังงานของหยินให้กลับสู่สมดุล
- Paeonia Albiflora Root Extract สารสกัดจากรากโบตั๋นจีน (Chinese Peony) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสาร antioxidant และให้ความชุ่มชื้นกับผิว
- Nelumbo Nucifera Flower Extract สารสกัดจากดอกบัวหลวงอินเดีย (East Indian Lotus) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดเรือนริ้วรอยและรอยแดงจากสิว
- Polygonatum Officinale Rhizome/Root Extract สารสกัดจากเหง้าของสมุนไพรจีนบางอย่างที่ชื่อว่า Small Soloman's Seal ซึ่งช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น และลดอาการบวมน้ำ
- Lilium Tigrinum Flower/Leaf/Stem Extract สารสกัดจากดอก/ใบ/สเตมเซลล์ ของลิลลี่สีขาว (White Lily/Modonna Lily/Tiger Lily) ช่วยให้ความชุ่มชื้น 
- Rehmannia Glutinosa Root Extract สารสกัดจากรากโกฐขี้แมว (Adhesive Rehmannia) ช่วยลดการระคายเคือง

- กลุ่ม Jaeumbowedan เท่าที่ปอหาข้อมูลมา คือ ในรีวิวของคนอื่นมีระบุนะ แต่งงว่าทำไมในใบระบุส่วนประกอบของปอไม่มีระบุไว้เลยสักอย่าง

สารอื่นๆ ที่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ
     - Ophiopogon Japonicus Root Extract สารสกัดจากรากของ Dwarf Lilyturf หรือ Fountain Plant เรียกเป็นภาษาไทยไม่ถูกเหมือนกัน มันคือสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยลดการอักเสบ เป็นสาร antioxidant และยังมีสิทธิบัตรที่ระบุว่าช่วยเพิ่มการทำงานให้กับ skin barrier แข็งแรงขึ้น
     - Glycyrrhiza Uralensis (Licorice) Root Extract สารสกัดจากรากชะเอมจีน มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและลดการระคายเคือง รวมถึงขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำและจุดด่างดำด้วย
     - Camellia Sinensis Leaf Extract สารสกัดจากใบชาเขียว เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และลดการระคายเคือง 
     - Honey หรือน้ำผึ้ง เป็นสาร antioxidant ตามธรรมชาติ ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน
     - Juglans Regia (Walnut) Seed Extract สารสกัดจากเมล็ดวอลนัท เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและอุดมไปด้วยโปรตีน 
     - Portulaca Oleracea Extract สารสกัดจากผักเบี้ยใหญ่ ที่มีคุณสมบัติเป็น antioxidant และช่วยลดการอักเสบของผิว
     - Zizyphus Jujuba Fruit Extract สารสกัดจากพุทราจีน อุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินบี 2 ที่เป็นประโยชน์ต่อผิว
     - Chondrus Crispus (Carrageenan) อยู่ในตระกูลสาหร่ายสีแดง มีคุณสมบัติในการสร้างสมดุล และยังเติมความชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิว
     - สารให้ความชุ่มชื้น Glycerin, Betaine, Biosaccharide Gum-1, Propylene Glycol.
     - มีซิลิโคนสองตัว คือ Bis-PEG-18 Methyl Ether Dimethyl Silane กับ Phenyl Trimethicone
     - มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม ไม่มีพาราเบน

เนื้อสัมผัส (Texture)



เริ่มต้นหมวดของเซรั่ม ด้วยตัวที่เป็นตัวเปิดทางใช้เซรั่มตัวหลักที่ใครหลายๆ คนหลงรักกัน ตัวนี้เป็นเซรั่มเนื้อบางเบา สีอำพันใสๆ กลิ่นโสมมั้ง แต่ปอรู้สึกเหมือนผลไม้รสเปรี้ยวมากกว่า 555+ แต่ดีนะ ผ่อนคลายดี เนื้อเบาและซึมซาบง่ายมาก ไม่ทิ้งความเหนอะหรือความมันบนผิว แต่ก็ไม่แห้ง เมื่อซึมแล้วผิวจะรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นเล็กน้อย ส่วนตัวปอใช้เป็นเซรั่มสำหรับตอนกลางวัน โดยใช้ประมาณ 3-4 ปั๊มหลังจากน้ำตบตัวใดตัวหนึ่ง แต่จะไม่ได้ใช้ตอนกลางคืนก่อนเซรั่มแบบที่คอนอื่นใช้กัน ด้วยความงก 5555555+ ใช้ซ้ำซ้อนมันเปลือง!!

ผลลัพธ์

อย่างที่หน้าที่ของตัวผลิตภัณฑ์เคลมไว้คือมันช่วยกระตุ้นการทำงานของผลิตภัณฑ์ตัวต่อไปให้ทำงานดีขึ้น ดังนั้นตัวมันจึงต้องสามารถซึมซาบได้ง่าย แต่ก็ไม่รู้ว่ามันช่วยให้ตัวอื่นทำงานได้ดีจริงหรือเปล่า อันนี้คือพูดกันแบบตรงๆ เพราะแต่ละตัวมันก็มีคุณสมบัติพิเศษของมันอยู่แล้วไง แต่ตัวนี้ก็ช่วยให้ผิวละเอียดขึ้นนะ รู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้น แต่นอกนั้นก็ไม่รู้สึกเท่าไร ความชุ่มชื้นช่วยนิดหน่อย แต่ก็ไม่มากพอเมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ ที่มี แต่พอมันมาใช้ด้วยกัน มันก็ช่วยให้ผิวดีขึ้นได้ แม้ว่าอาจจะไม่ได้เห็นชัดมากในหน้าที่หลัก ที่ชอบมากสุดของตัวนี้คงเป็นเนื้อผลิตภัณฑ์นี่แหละ มันเบามาก และซึมง่ายมากจนไม่รู้สึกว่าขี้เกียจทา ส่วนเรื่องอื่นๆ เฉยๆ นะ ไม่ได้ว้าวเช่นกัน ราคาปอว่าถ้าให้เป็นเหมือน pre-serum/essence ส่วนตัวคิดว่าแพง แต่ถ้าใช้เป็นเซรั่มเลย กับส่วนผสมที่ใส่มา ปอว่าคุ้มค่าอยู่นะ และปอคิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครที่มองหาเซรั่มที่เนื้อซึมซาบง่าย และให้ผลในเรื่องผิวละเอียดขึ้น

ความพึงพอใจ

 เฉยๆ

เฉยๆ อ่ะสำหรับตัวนี้แล้วกันนะ ถ้ามีโอกาสก็คงซื้ออีก แต่คงซื้อเมื่อมีตัวหลักๆ ที่ต้องการครบหมดแล้ว




🎊 LANEIGE ESSENTIAL BALANCING EMULSION สูตร Moisture & Ultra Moisture 🎊



ปริมาณ 120 ml. ราคา 1,250 THB

ตัว Emulsion ก็มีทั้งหมด 4 สูตรด้วยกัน
- Light สำหรับผิวมัน (เนื้อบางเบา สำหรับคนที่ไม่ชอบความรู้สึกหนักผิวหลังทาผลิตภัณฑ์)
- Moisture สำหรับผิวผสม ค่อนไปทางแห้ง  
- Ultra Moisture สำหรับคนผิวแห้งถึงแห้งมาก
- Sensitive สำหรับผิวระคายเคืองง่าย (เนื้อเบาบางที่สุด)
ตัวปอลองมาแล้วทุกสูตรก่อนตัดสินใจซื้อ

ส่วนประกอบ (Ingredients)

สูตร Moisture



ส่วนผสมจะมีความใกล้เคียงและมีบางตัวที่เหมือนกันกับตัว Skin Refiner นะ เพราะอยู่ในกลุ่มของ Essential Care เหมือนกัน
     - Cetyl Ethylhexanoate ทำหน้าที่เคลือบผิว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ทำงานร่วมกับซิลิโคนอย่าง Dimethicone, Dimenthiconol ซึ่งช่วยให้เนื้อครีมมีสัมผัสที่นุ่มเนียน
     - Caprylic/Capric Triglyceride ทำหน้าที่เป็น emollient ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น ทำงานร่วมกับน้ำมันตัวอื่นๆ 
     - Beta-Glucan เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
     - Opuntia Coccinellifera Fruit Extract สารสกัดจากผลกระบองเพชรชนิดหนึ่ง ตามที่บอกคือข้อมูลไม่แน่ชัดมากนักว่าช่วยทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งได้จริงหรือเปล่า
     - Betula Platyphylla Japonica Juice (White Birch Sap) ช่วยลดการอักเสบและเป็นสาร antioxidant 
     - Chenopodium Quinoa Seed Extract มีคุณสมบัติเป็นสาร antioxidant ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง
     - Glycogen มีส่วนช่วยให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยดูจางลงและรูขุมขนกระชับขึ้น
     - Glutamic Acid กรดอะมิโนที่เป็น 1 ใน 3 สารตั้งต้นของกลูต้าไธโอน
     - Simmondsia Chinensis (Jojoba) Seed Oil เป็นแว๊กซ์เหลว มีโครางสร้างคล้ายซีบัมของผิว ที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น และช่วยลดการอักเสบ
     - Butyrospermum Parkii (Shea) Butter ช่วยในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นกันผิว
     - Ascorbyl Glucoside อนุพันธ์วิตามินซี ใส่มาในปริมาณน้อย อาจจะมีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอ่อนๆ 
     - สารให้ความชุ่มชื้น Butylene Glycol, Glycerin, Propanediol, Sucrose และกรดอะมิโนอย่าง Arginine, Serine, Citrulline, Alanine, Threonine  
     - ไม่มีแอลกอฮอล์ Cetearyl Alcohol เป็น fatty alcohol ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว มีสารกันเสีย Ethylhexylglycerin, Phenoxyethanol แต่ไม่มีจำพวก Paraben และมีน้ำหอม

สูตร Ultra Moisture



จะไม่พูดส่วนผสมที่เหมือนกันในสูตร Moisture นะ มีส่วนผสมบางอย่างที่ถูกตัดออกไปอย่าง White Birch Sap, Jojoba Oil, Shea Butter เป็นต้น และมีบางอย่างที่ใส่แทนเข้ามา
     - Squalane เป็นน้ำมันชนิดบางเบาที่ใส่เพิ่มเข้ามา เป็น emollient ที่ดีกับผิว และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Mangifera Indica (Mango) Seed Butter ให้ความชุ่มชื้น และช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิว (มาแทน Shea Butter)
     - Pentaerythrityl Tetraethylhexanoate เป็นสารกลุ่มเอสเทอร์ที่ไม่มัน ช่วยเคลือบผิว ให้ผิวนุ่ม ร่วมกับ Arachidyl alcohol กับ Behenyl alcohol ซึ่งเป็น fatty alcohol ช่วยเพิ่มความหนืดให้ผลิตภัณฑ์
     - Hydrogenated Polydecene ช่วยเคลือบผิวรักษาความชุ่มชื้น อยู่ในกลุ่มเดียวกับน้ำมันที่ทำหน้าที่เป็น skin conditioner หรือ emulsifying 
     - Biosaccharide Gum-1 สารที่มีให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกับ Hyaluronic Acid แต่สามารถซึมซาบไปไวกว่า
     - มีการใช้ Cyclemethicone ซึ่งเป็นซิลิโคนชนิดบางเบา เบากว่า Dimenthicone ระเหยได้เร็วมาใช้เพื่อนำพาสาร avtives เข้าสู่ผิวได้เร็วขึ้น 
     - Hydrogenated Vegetable Oil น้ำมันพืช ช่วยในเรื่องของการยกกระชับและเรียบเนียนของผิว ใส่มาในปริมาณที่น้อยดีแล้ว เพราะอาจก่อให้เกิดการอุดตัน

เนื้อสัมผัส (Texture)



ปอมีทั้งสองสูตร ดังนั้น ก็เปรียบเทียบเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ดูทั้งสองสูตรเลย เริ่มด้วย
- Moisture เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับผิวผสม ค่อนไปทางแห้ง แต่ปอกลับเลือกมาทั้งที่ปอผิวมัน เนื้อเป็นครีมน้ำนม สีขาวสมฟ้าอ่อนๆ ครีมไม่ได้หนักอะไรมากมาย แต่มันค่อนข้างเข้มข้น เมื่อเทียบกับอีกสองสูตรอย่าง light กับ sensitive ซึ่งปอรู้สึกว่ามันอาจจะให้ความชุ่มชื้นไม่พอ 555+ กลิ่นหอมอ่อนๆ รู้สึกว่ากลิ่นจะเบากว่า Skin Refiner นะ เนื้อซึมซาบได้ไม่ยากและไม่หนักผิวอย่างที่บอก ให้ความชุ่มชื้นดีจนรู้สึกได้ ใช้ครั้งหนึ่งปอจะใช้ประมาณ 3 ปั๊มนะ

- Ultra Moisture เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ ตัวนี้ซื้อมาทีหลังจากสูตร moisture เพราะอยากรู้ว่ามันจะเหนอะไหม จะมันไหม เนื้อมีลักษณะเดียวกัน สีเหมือนกัน กลิ่นแรงกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อปั๊มออกมา จะรู้สึกว่ามันมีความเหลวมากกว่าสูตร moisture สังเกตจากในรูปที่เอียงมือ ครีมมันเหมือนจะหยดลงมา คือมันไหลเองนะ แต่พอแตะให้เนื้อครีมแตกตัว สูตรนี้กลับเข้มข้นกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ดูเหลวกว่า พอเกลี่ยให้ซึมจะมีความชุ่มชื้นมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เหนอะบนผิวกว่าเล็กน้อย และแอบรู้สึกเหมือนได้กลิ่นยางจางๆ ปนเข้ามาด้วยในสูตรนี้ ซึ่งตัว moisture ไม่เป็นนะ

ผลลัพธ์

ผลลัพธ์ทั้งสองตัวรู้สึกเหมือนกัน แต่โดยส่วนตัวชอบสูตร Moisture มากกว่านะ คือมันซึมซาบง่ายกว่าสำหรับผิวมันแบบปอ และสูตรที่เลือกใช้ตอนแรก ไม่ใช่เพราะอยากลอง 555+ แม้ว่าในด้านของส่วนผสม สูตร Ultra Moisture จะทำออกมาได้ดีกว่าก็ตาม คือตัวนี้จริงๆ มันช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลผิวก่อนจะใช้เซรั่มใช่มั้ย ปรับให้น้ำกับน้ำมันมันสมดุลกัน แต่ปอกลับใช้หลังจากลงเซรั่มแล้ว ไม่รู้สิ คือเคยใช้ก่อนลงเซรั่มนะ แล้วรู้สึกว่าเซรั่มซึมยากขึ้น แต่พอมาใช้หลังเซรั่ม ก่อนลงครีม มันทำให้เกลี่ยครีมได้ง่ายขึ้น และครีมซึมซาบได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เช่นตัว Creme de La Mer มันจะทาได้ง่ายมากขึ้น ที่ชอบจนใช้มาถึงขวดที่ 3 (ในตอนรีวิวนี้) ก็เพราะความชุ่มชื้นขั้นสุดที่เจ้าตัวนี้มอบให้ ในบางวันที่ขี้เกียจทาครีมตา ปอจบท้ายด้วยตัวนี้เลยนะ มันเอาอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าผิวจะแห้ง ส่วนเรื่องอื่นตัวโปรดักก็ไม่ได้เคลมเอาไว้นะ และปอก็ไม่ได้รู้สึกด้วยเช่นกัน แต่โดยรวมก็คือชอบนะ เพราะที่ซื้อตัวนี้มาเพราะเรื่องของความชุ่มชื้น ซึ่งก็ได้ในส่วนนั้นจริงๆ 

ความพึงพอใจ

😊 ชอบ

สำหรับตัวนี้ชอบนะ ถึงได้ซื้อมาถึง 3 ขวดแล้ว และคงซื้อต่อเรื่อยๆ เพราะราคาไม่แรง (ยิ่งถ้าออกมาเป็นเซ็ตคู่กับ Skin Refiner ยิ่งเลิศ) แถมขวดหนึ่งใช้ได้นานมากด้วย หารแล้วคุ้มค่าอยู่ 555+


🎊 ESTEE LAUDER NEW DIMENSION SHAPE + FILL EXPERT SERUM



ปริมาณ 50 ml. ราคา 5,700 THB

ส่วนประกอบ (ingredients)



     - Sigesbeckia Orientalis (St.Paul's Wort) Extract เป็นสารต้านการติดเชื้อ
     - Gellidiela Acerosa (Algae) Extract สารสกัดจากสาหร่าย ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและกรดอะมิโน ช่วยให้ความชุ่มชื้น ให้ผิวเรียบเนียน และช่วยในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน
     - Coffea Arabica (Coffee) Seed Extract สารสกัดจากเมล็ดกาแฟ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน เปล่งปลั่ง
     - Hordeum Vulgare (Barley) Extract/Extrait D’Orge มีคุณสมบัติในการเป็นสาร antioxidant
     - Pisum Sativum (Pea) Extract สารสกัดจากถั่วลันเตา ทำหน้าที่เป็น skin-whitening agent เพราะช่วยลดปฏิกิริยาของเอนไซม์ Tyrosinase พร้อมทั้งลดการสังเคราะห์เมลานินจากเมลาโนไซต์ และยังลดการอักเสบของผิวที่ถูกรังสียูวีทำร้ายด้วย
     - Bambusa Vulgaris (Bamboo) Extract สารสกัดจากไผ่ ซึ่งเป็นพืชที่มาน้ำในเซลล์กว่าร้อยละ 90 จึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นและการเก็บกับน้ำให้ผิว
     - Phoenix Dactylifera (Date) Fruit Extract สารสกัดจากอินทผาลัม เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (มีข้อมูลไม่มากนัก)
     - Triticum Vulgare (Wheat) Germ Extract สารสกัดจากจมูกข้าวสาลี ที่อุดมไปด้วยโปรตีนเปปไทด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Commiphora Mukul Resin Extract สารสกัดจาก Guggle ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวชั้นหนังกำพร้า
     - Laminaria Ochroleuca Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล ซึ่งมีคำเคลมจากผู้ผลิต (OCEA DEFENCE?) ว่ามีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ เสริมการสร้างแอนติออซิแดนท์เอนไซม์ในเซลล์ รวมทั้งช่วยปกป้องและยืดอายุให้กับโครงสร้างโปรตีนอย่างคอลลาเจนและอีลาสติน
     - Zea Mays (Corn) Kernel Extract สารสกัดจากข้าวโพด ช่วยให้ความชุ่มชื้น แล้วก็ทำหน้าที่เป็น thickener (ข้อมูลด้านอื่นหาไม่เจอ) 
     - Laminaria Digitata Extract สารสกัดจากสาหร่ายคอมบุ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยในเรื่องของการเก็บกักความชุ่มชื้น
     - Cucumis Sativus (Cucumber) Fruit Extract สารสกัดจากแตงกว่า แน่นอนว่าช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น และมีสารซิสติน (Cystin) และ เมธิโอนิน (Methionin) ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น และมีเอนไซม์อีเพซิน (Erepsin) ซึ่งมีสมบัติช่วยย่อยโปรตีนได้ ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น
     - Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Extract สารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน ให้ความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มการสังเคราะห์ Ceramides ในผิว
     - Chlorella Vulgaris Extract สารสกัดจากสาหร่ายคอลเรลลา ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่มีเซลล์สมบูรณ์ ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโน กรดไขมัน วิตามินเอและบี 12 และเบต้าแคโรทีน จึงเป็นสาร antioxidant อย่างดี ให้ความชุ่มชื้น และปรับสมดุลของผิว
     - Algae Extract สารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Boswellia Serrata Extract สารสกัดจากยางเรซินของต้น Boswellia มีคุณสมบัติเป็น anti-aging ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และ anti-inflammation ซึ่งช่วยให้ผิวไม่เสื่อมโทรมตามวัย และช่วยลดการอักเสบของผิว
     - Ergothioneine สารเออโกไธโอนีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Crithmum Maritimum Extract สารสกัดจากสาหร่ายที่ชื่อว่า Rock Fennel/Sea Fennel โดยสารนี้ถูกจดสิทธิบัตรในชื่อของ Native Essence ซึ่งเป็นสารละลายที่มี Crithmum Maritimum Extract ละลายอยู่ใน Caprylic/Capric Triglycerides ซึ่งมีส่วนประกอบของ Ceramide 3 และ 6 และมีคุณสมบัติเป็นสาร antioxidant  
     - Mangifera Indica (Mango) Seed Butter ให้ความชุ่มชื้น และช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิว
     - **Acetyl Hexapeptide-8 หรือ Argireline ดอกจันตัวนี้ไว้นิดหนึ่ง เป็นสารประเภทโปรตีนสายสั้นๆ ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายและรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการลดเลือนเส้นริ้วรอย มีความสามารถในการลดการผลิตและการหลั่งของสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้า เข้าใจให้ง่ายขึ้นคือมันช่วยยกกระชับผิว และลดเลือนริ้วรอย ออกฤทธิ์คล้ายๆ กับการทำ Botox นั่นเอง ซึ่งเซรั่มตัวนี้ใส่ๆ มาในช่วงกลางๆ ไม่มาก แต่ก็ไม่น่าจะน้อยจนเกินไป 
     - Porphyridium Cruentum Extract สารสกัดจากสาหร่ายกลุ่มสีแดง ที่ให้ความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นกับผิว
     - Palmitoyl Hexapeptide-12 มีคุณสมบัติเป็นตัวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง
     - Hypnea Musciformis (Algae) Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ซึ่งมีประโยชน์ตั้งแต่ให้ความชุ่มชื้น 
     - Hydrolyzed Rice Extract สารสกัดจากข้าว ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความแข็งแรงของผิว
     - Caffeine มีคุณสมบัติลดการบวมน้ำ โดยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ขับน้ำเสีย และยังสามารถทำให้เกิดการสลายไขมันได้
     - Palmaria Palmata (Dulse) Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ที่เคลมในเรื่องของการเป็น skin-whitening agents และเป็นสาร antioxidant
     - **Tetrahydroxypropyl Ethylenediamine ดอกจันอีกที เป็นสารมีผลทำให้เซลล์หดตัวคล้ายกับการพ่นน้ำเย็นลงไปบนผิว เมื่อเซลล์หดตัว ก็จะส่งผลให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นมาทันตาเห็น แต่ก็เป็นผลเพียงแค่ชั่วคราว แต่เมื่อรวมกับสารอื่นที่ให้ความชุ่มชื้น ก็จะช่วยยกกระชับผิวได้
     - Phospholipids มีคุณสมบัติเป็น emulsifying คล้ายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ให้ผิวเนียนนุ่ม โดยมีการใส่ Polyquaternium-51 เป็น Polymer ของสารที่มีโครงสร้างคล้ายๆ Phospholipid บนผิวหนัง จึงเชื่อว่าใส่เข้ามาทดแทนด้วย
     - Aminopropyl Ascorbyl Phosphate หรือ Vitagen เป็นวิตามินซี ที่เสถียรอีกตัวหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Glycine Soja (Soybean) Protein เป็นสาร antioxidant และช่วยในด้านของ skin-whitening 
     - Tocopheryl Acetate หรือ Vitamin E เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ใส่มาเป็นอันดับท้ายๆ ไม่น่าจะมีผลมากเท่าไร
     - ส่วนของเบสให้ความชุ่มชื้นจะมี Pullulan, Saccharide Isomerate, Methyl Gluceth-20, Caprylyl Glycol, Trehalose, Urea, Sodium Hyaluronate 
     - มีซิลิโคนอยู่หลายตัวเลยในนี้ ทั้ง Dimethicone, Bis-PEG-18 Methyl Ether Dimethyl Silane, Lauryl PEG-9 Polydimethylsiloxyethyl Dimethicone, Polysilicone-11 ซึ่งทำให้เซรั่มตัวนี้มีความลื่น
     - มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์และสารกันเสียจำพวก Paraben

เนื้อสัมผัส (Texture)



เนื้อเซรั่มตัวนี้จะมีความลื่นๆ เล็กน้อย เมื่อทาลงบนผิวซึมซาบได้ง่าย แต่จะรู้สึกเหมือนมีฟิล์มบางๆ ลื่นๆ เคลือบเอาไว้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ และบวกกับซิลิโคนที่ในส่วนผสม เหมือนมันจะช่วยในเรื่องของการทำให้ผิวดูกระชับและเต็มอิ่มขึ้น มีกลิ่นอ่อนๆ ตัวนี้เวลาปอใช้ จะให้ประมาณ 3-4 ปั๊ม เพราะใช้ในการนวดผิวไปด้วย บีเอบอกว่าเวลาทาให้นวดไปด้วย เพื่อให้ผิวมันกระชับขึ้น ซึ่งปอก็ทำตาม และปอคิดว่าความลื่นๆ ที่เคลือบไว้นั้น ออกแบบมาสำหรับการนวดที่ว่า ก็นวดไปจนมันซึมหมดอ่ะ ใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ก็โอเค

ผลลัพธ์

ส่วนความรู้สึก ส่วนตัวชอบนะ รู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น แต่กระชับในที่นี้ไม่ได้หมายถึงใบหน้าเรียวได้รูปนะ (เพราะอีนี่หน้าอ้วนอยู่แล้ว 555+) แต่กระชับในที่นี้หมายถึงความตึงของผิว รู้สึกว่ามันเฟิร์ม มันแน่นขึ้น และปอก็ชอบกิมมิกในเรื่องของ texture ที่ทำมาสำหรับการนวดด้วยนะ คือมันเพลินมากๆ นอกจากเรื่องของความกระชับ ปอรู้สึกว่ามันชอบเรื่องของความเรียบเนียนด้วย อีกอย่างคือสารที่ใส่เข้ามาค่อนข้างแน่นมาก! ปอเปลี่ยนจากตัว ANR (Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex II) มาลองใช้ตัวนี้ ซึ่งก็ค่อนข้างพอใจเลย แต่น่าเสียดายที่ทางแบรนด์ยกเลิกการผลิตไลน์นี้แล้ว ฮือออ คงต้องกลับไปใช้ ANR เหมือนเดิม

ความพึงพอใจ

😊 ชอบ

ชอบตัวนี้เหมือนกับที่ชอบ ANR เลย แต่ก็อย่างที่บอกคือเสียดายเพราะมันไม่มีแล้ว กลับไปตายรังที่ ANR เหมือนเดิมก็ได้




🎊 M•A•C LIGHTFUL C MARINE-BRIGHT FORMULA SPF 30/PA++ MOISTURIZER 🎊



ปริมาณ 50 ml. ราคา 1,890 THB

มีไซต์เดียวนะจ๊ะ แต่บางครั้งจะมีตัว sample เป็นหลอดเล็กๆ แจกให้ทดลอง

ส่วนประกอบ (Ingredients)

Active Ingredients: Octinoxate, Zinc Oxide, Oxybenzone, Titanium Dioxide (CI 77891). Inactive Ingredients: WaterAquaEau, Dimethicone, Butylene Glycol, Butyrospermum Parkii (Shea Butter), Octyldodecyl Neopentanoate, Biosaccharide Gum-1, Ascorbyl Glucoside, Sucrose, Polyglyceryl-10 Penta Stearate, Behenyl Alcohol, Tocopheryl Acetate, Sodium Hyaluronate, Squalane, Gentiana Lutea (Gentian) Root Extract, Hordeum Vulgare (Barley) ExtractExtrait D’Orge, Triticum Vulgare (Wheat) Germ Extract, Hydrolyzed Rice Bran Extract, Algae Extract, Palmaria Palmata Extract, Porphyra Yezoensis (Algae) Extract, Silk PowderSericaPoudre De Soie, Caffeine, Acetyl Glucosamine, Polyglyceryl-6 Polyricinoleate, Dipotassium Glycyrrhizate, Tourmaline, Cholesterol, Alumina, Silica, Polyethylene, Sodium Stearoyl Lactylate, Xanthan Gum, Tromethamine, Caprylyl Glycol, Pentylene Glycol, Hexylene Glycol, Isopropyl Titanium Triisostearate, Glyceryl Stearate, PEG-100 Stearate, Citric Acid, Stearic Acid, Fragrance (Parfum), Disodium EDTA, Phenoxyethanol, Sodium Benzoate, Chlorphenesin, Mica.

ส่วนประกอบชูโรงของผลิตภัณฑ์ในตระกลู M•A•C LIGHTFUL C MARINE-BRIGHT FORMULA ก็คือสารกัดจากสารหร่าย 3 ชนิด กับอนุพันธ์วิตามินซี
     - Algae Extract สารสกัดที่ได้จากการเก็บเกี่ยวสาหร่ายจากทะเลน้ำลึก ให้และรักษาความชุ่มชื้นกับผิว กระตุ้นการเพิ่มออกซิเจนให้แก่เซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Palmaria Palmata Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ที่เคลมในเรื่องของการทำให้ผิวขาวขึ้น โดยจำกัดการสังเคราะห์และการขนถ่ายเมลานิน รวมทั้งยับยั้งการผลิตเมลานิน แต่ก็ยังไม่มีผลวิจัยแน่ชัดมากนัก แต่อย่างไรสารนี้ก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์
     - Porphyra Yezoensis (Algae) Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Ascorbyl Glucoside อนุพันธ์วิตามินซี ที่มีความเสถียร และไม่เสื่อมสภาพได้ง่ายเหมือนวิตามินซีทั่วไป มีความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดี มีคุณสมบัติในการยับยั้งการผลิตเมลานิน ช่วยปรับให้ผิวดูใสขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสตินได้ดีกว่าวิตามินซีตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ผิวดูสดใสและเปล่งปลั่งขึ้น และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย

สารออกฤทธิ์ในเรื่องของการกันแดดจะมีทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน
     - Octinoxate หรือ Octyl Methoxycinnamate เป็นสารกันแดดในกลุ่ม Chemical ที่จะดูดซับรังสียูวีไม่ให้ทะลุผ่านมายังผิวได้ สารตัวนี้ได้จาก Cinnamic Acid จาก Cinnamon ซึ่งได้รับความนิยมมาก แต่สารตัวนี้กลับไม่ค่อยเสถียรสักเท่าไร สามารถละลายและเสื่อมสภาพได้ในน้ำมัน มีคุณสมบัติในการกันรังสี UVA-II และ UVB แต่ไม่สามารถกันรังสี UVA-I ที่ความยาวของคลื่นมากกว่าได้ ข้อเสียคืออาจก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระได้จากการซึมซาบลงสู่ชั้นผิว
     - Zinc Oxide เป็นสารกันแดดในกลุ่มของ Physical ซึ่งจะสะท้อนและหักเหรังสียูวีออกจากผิว เป็นสารที่ทำให้ผิวขาว ที่สามารถกันรังสียูวีได้ครอบคลุมมาก (Broad Spectrum) คือกันได้ทั้ง UVA-I, UVA-II และ UVB เลย แถมยังมีค่ากันแดดที่เสถียรอีกด้วย และยังช่วยในเรื่องของการลดการระคายเคืองของผิวด้วย
     - Oxybenzone เป็นสารกันแดดในกลุ่ม Chemical เช่นเดียวกับตัวแรก แต่มีประสิทธิภาพการกันแดดที่เสถียร สามารถกันรังสี UVA-II และ UVB ได้ แต่ไม่ถึงแรงจ์สูงๆ อย่าง UVA-I เช่นกัน แต่ข้อเสียของสารตัวนี้อาจทำให้เกิดอนุมูลอิสระได้ เพราะสามารถซึมซาบสู่ผิวได้ง่าย
     - Titanium Dioxide เป็นสารกันแดดในกลุ่มของ Physical เป็นประเภทสะท้อนรังสีเช่นกัน เป็นสารที่ทำให้ผิวขาววอกเช่นกัน สามารถกันรังสียูวีได้ครอบคลุม แต่จะป้องกันได้ดีที่สุดในช่วงคลื่นของรังสี UVA-II และรังสี UVB แต่ก็สามารถป้องกันรังสี UVA-I ได้บ้าง แต่ไม่มาก

ส่วนสารอื่นๆ ที่น่าสนใจที่ใส่เข้ามาก็จะมี
     - Butyrospermum Parkii (Shea Butter) ชื่อในวงเล็บน่าจะคุ้นเคยกันดี เชียบัตเตอร์ช่วยในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นกันผิว และยังเหมาะสำหรับผิวระคายเคืองง่าย อุดมไปด้วยวิตามิน A ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดการอักเสบ วิตามิน E ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน F ที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวอีกด้วย แถมยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วย
     - Biosaccharide Gum-1 สารให้ความชุ่มชื้นเช่นเดียวกับ Hyaluronic Acid แต่ซึมซาบได้เร็วกว่า และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน ช่วยลดโอกาสการเกิดการระคายเคืองได้ด้วย
     - Sucrose อันนี้คือน้ำตาลซูโครสนั่นเอง ตอนที่ปออยู่แมค สารตัวนี้เป็นหนึ่งในสารหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง ในเรื่องของการเป็นสารให้ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติ
     - Tocopheryl Acetate หรือที่เราคุ้นเคยก็คือ วิตามินอี (Vitamin E) นั่นเอง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอย
     - Sodium Hyaluronate สารให้ความชุ่มชื้นที่มีโมเลกุลเล็กลงมาจาก Hyaluronic Acid แทรกซึมสู่ผิวได้ดีขึ้น ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิวและช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ (ชั่วคราว)
     - Gentiana Lutea (Gentian) Root Extract สารสกัดจากรากเจนเชียลไวโอเล็ต เป็นอีกหนึ่งสารชูโรงของแมค ที่ช่วยในเรื่องของการยับยั้งแบคทีเรียและลดการระคายเคือง
     - Hordeum Vulgare (Barley) ExtractExtrait D’Orge สารสกัดที่ได้จากต้นอ่อนจากข้าวบาร์เลย์ ที่อุดมด้วย Polyphenol มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ 
     - Triticum Vulgare (Wheat) Germ Extract สารสกัดจากจมูกข้าวสาลี ที่อุดมไปด้วยโปรตีนเปปไทด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Hydrolyzed Rice Bran Extract เป็นกรดอะมิโนจากน้ำมันรำข้าว ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
     - Dipotassium Glycyrrhizate รากชะเอมเทศ ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว 
     - Tourmaline อัญมณีทัวร์มาลีน ที่เป็นส่วนประกอบหลักอีกชนิดที่มีในไลน์ของ M•A•C Mineralize ซึ่งช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
     - ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ Behenyl Alcohol เป็นเพียงสารที่ทำให้ครีมมีความข้น ไม่ส่งผลต่อผิว แต่มีน้ำหอม ส่วนสารกันเสียใส่เข้ามาหลายตัวเหมือนกัน ไม่มี Paraben นะ แต่มีตัวที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้เช่น Chlorphenesin

เนื้อสัมผัส (Texture)



เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อโลชั่น สีขาวข้น กลิ่นหอมแนวดอกไม้ ไม่ฉุน เนื้อครีมมีความเข้มข้นพอสมควร เมื่อเกลี่ยตอนแรกจะทำให้ผิวดูขาวขึ้นเล็กน้อย แต่พอผ่านไปสักแป๊บก็จะกลับมาเป็นสีผิวปกติ ไม่ได้ทำให้ผิวดูขาวลอยขึ้น ครีมซึมซาบได้ดี ไม่หนักผิวและไม่เหนียวเหนอะหนะ มีความลื่นนิดๆ เหลือไว้บนผิว เพราะเจ้าตัวนี้เคลมไว้ด้วย 3 คุณสมบัติใน 1 เดียว คือเป็นทั้งมอยส์เจอร์ไรเซอร์ กันแดด และไพรเมอร์ในตัว ความลื่นที่ว่าน่าจะช่วยในเรื่องของการลงเมคอัพต่อไป ตัวนี้ปอใช้ในปริมาณที่เยอะพอสมควร คือเทียบเท่ากับการใช้กันแดดโดยทั่วไปเลย คือประมาณเหรียญ 10 บาท

ผลลัพธ์

ส่วนตัวที่ได้ลองใช้สกินแคร์ของแมคมาทุกตัว ชอบตัวนี้มากที่สุด ทั้งในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้น ที่ไม่ได้ทำให้ผิวมันหรือเหนอะหนะ เมื่อต้องแต่งหน้าต่อ แม้จะไม่ได้เห็นผลชัดเจนในหน้าที่ของการเป็นไพรเมอร์ก็ตาม แต่ในส่วนของการบำรุง ปอคิดว่าตัวนี้ทำออกมาได้ดีเลย ในแบรนด์ที่ดังในด้านของเมคอัพมากกว่า ในเรื่องของความกระจ่างใส ตัวนี้ก็ช่วยได้นิดหน่อยนะ เพราะพอปอใช้ติดต่อกันเป็นประจำ ผิวดูกระจ่างใสขึ้น รู้สึกว่าผิวหน้าและลำคอขาวขึ้นจากเดิม และตอนปอทำงานที่แมค เชื่อไหมว่าตัวนี้เป็นสกินแคร์ที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเป็นอันดับต้นๆ เลยเหมือนกัน น่าจะรู้สึกคล้ายๆ กับตัวปอ ที่มันให้ผลลัพธ์ที่ดีจริงๆ ส่วนในด้านของการเป็นครีมกันแดด ปอว่าหากันแดดที่มีค่า SPF และ PA ที่มากกว่านี้ ติดไว้อีกสักตัวก็ดีเหมือนกันนะ ปอว่าในส่วนของการกันแดด อาจจะยังน้อยไป เหมือนใส่มาเป็นฟังก์ชั่นเสริมมากกว่า แต่หลักๆ มันน่าจะเป็น day cream ที่ดีและน่าจับตามองอีกตัวเลย

ความพึงพอใจ

😊 ชอบ

ชอบเลยสำหรับตัวนี้ ซื้ออีกแน่นอน อุดหนุนแบรนด์ที่ตัวเองเคยทำงาน 555+ แต่ดูเหมือนตอนนี้ในสต็อกของแมคจะไม่มีของเลย (ณ ช่วงเวลาที่เขียนรีวิวนี้นะ) ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ก็หวังว่าจะมีของเข้ามาขายอีกนะ




ตัดจบพาร์ตสองไว้แค่นี้ เจอกันต่อในพาร์ตสามจ้า





ตามไปโล้ดดด!!! 


ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ คลิกเลย (':


🎊






Create Date : 12 มิถุนายน 2560
Last Update : 9 กรกฎาคม 2561 11:17:56 น.
Counter : 1466 Pageviews.

1 comments
  
-ขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย แต่ก่อนอ่านสรรพคุณอย่างเดียว ตอนนี้ก่อนจะเสียเงินซื้ออ่านส่วนผสมหลักก่อนเสมอ
โดย: ฺVee IP: 124.122.96.29 วันที่: 21 เมษายน 2562 เวลา:14:55:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Porschepor.BlogGang.com

PorschePoR
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]