Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
มิถุนายน 2560

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
Review - My 12 Skincares!!! รีวิวทุ่มสุดตัวกับ 12 สกินแคร์ที่ใช้ประจำ (PART I)


ฮัลโหลลลลล!!!
ห่างหายจากบล็อกไปนานมาก ดีใจมากที่ได้กลับมาเขียนอีกครั้ง
บล็อกนี้เลยจัดเต็ม จัดแบบยิ่งใหญ่ จุกๆ (ทั้งผลิตภัณฑ์และราคา!) 
ปอขนสกินแคร์ทั้งหมดที่ตัวเองใช้มาตลอด ทั้งใช้มาประจำ และเพิ่มเข้ามาใหม่ 
เอามาบอกแบบไม่มีกั๊ก! และต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่า

"ของที่นำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นของที่ปอกรีดเลือดกรีดเนื้อหามาเองทั้งหมด ไม่มีสปอนเซอร์ใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นพูดถึงได้แบบไม่ต้องเกรงใจ 555"



*ปอเป็นคนผิวมัน (Oily skin) แต่ในบางช่วงจะขาดน้ำ (Dehydrated skin) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว (คือจะมีอาการผิวลอกเป็นจุดๆ) ไม่ได้มีปัญหาผิวมากมาย เป็นปัญหาสุดคือผิวลอก เป็นสิวบ้างบางครั้ง

**เป็นคนที่ไม่ได้แพ้แอลกอฮอล์และน้ำหอมในเครื่องสำอาง



***รีวิวนี้เป็นการเขียนจากความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ อาจมีในส่วนของส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ดึงมาใช้นิดหน่อย แต่ไม่ได้ละเอียดมาก นอกนั้นคือบอกตามความรู้สึกและผลลัพธ์ที่ได้กับตัวเองจ้า

****เกณฑ์ที่จะบอกว่าปอรู้สึกยังไงกับผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้

เฉยๆ

😊 ชอบ

❤️ รักเลย

😔☹️😐 ไม่น่า(ซื้อ)เลย 



เอาล่ะ ในรีวิวนี้ปอหยิบสกินแคร์ที่มีอยู่มาทั้งหมด 12 ตัวด้วยกัน (ตามรูปเลย) ซึ่งการลงในบล็อก ปอจะแบ่งเป็น 3 parts นะ เพราะเนื้อหาค่อนข้างยาว จะแบ่งบล็อกละ 4 ตัวล่ะกัน



ซึ่งจะประกอบไปด้วย (ไล่จากลำดับการใช้งาน)

 LANEIGE ESSENTIAL POWER SKIN REFINER  สูตร Moisture

 SK-II MEN FACIAL TREATMENT ESSENCE 

 LA MER THE TREATMENT LOTION 

 HADA LABO RETINOL LIFTING + FIRMING LOTION 

 SULWHASOO FIRST CARE ACTIVATING SERUM EX 

 LANEIGE ESSENTIAL BALANCING EMULSION  สูตร Moisture & Ultra Moisture 

 ESTEE LAUDER NEW DIMENSION SHAPE + FILL EXPERT SERUM 

 M•A•C LIGHTFUL C MARINE-BRIGHT FORMULA SPF 30/PA++ MOISTURIZER 

 ATOPALM CONCENTRATED INTENSIVE CREAM 

 LA MER CREME SOYEUSE DE LA MER / THE MOISTURIZING SOFT CREAM 

 LA MER CREME DE LA MER / MOISTURIZING CREAM 

 ESTEE LAUDER ADVANCED NIGHT REPAIR RECOVERY MASK-IN-OIL 

แค่ตัวโปรดักส์ก็จัดเต็มแล้ว เห็นไหมล่ะ! จัดหนักมาก!! เอาล่ะ ก่อนจะเวิ่นเว้อไปมากกว่านี้ มาเริ่มกันเลยดีกว่า




🎉🎊 LANEIGE ESSENTIAL POWER SKIN REFINER สูตร Moisture 🎉🎊



ปริมาณ 200 ml. ราคา 1,100 THB 

ปอเลือกใช้เป็นสูตร Moisture นะฮะ ใช้ความชุ่มชื้นมากหน่อย จริงๆ ในไลน์นี้จะมี 4 สูตรด้วยกัน (ถ้าปอจำไม่ผิด) จะมี 
- Light สำหรับผิวมัน
- Moisture สำหรับผิวผสม ค่อนไปทางแห้ง
- Ultra Moisture สำหรับคนผิวแห้งถึงแห้งมาก
- Sensitive สำหรับผิวระคายเคืองง่าย

ส่วนประกอบ (ingredients)



     - Glycogen เป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย ที่ไม่ค่อยเจอในเครื่องสำอางเท่าไร แต่มันมีส่วนช่วยให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยดูจางลงและรูขุมขนกระชับขึ้น
     - Glutamic Acid กรดอะมิโนที่เป็น 1 ใน 3 สารตั้งต้นของ Glutathione 
     - Opuntia Coccinellifera Fruit Extract สารสกัดจากผลกระบองเพชรชนิดหนึ่ง ที่เคลมว่าช่วยทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง (ข้อมูลไม่แน่ชัด)
     - Beta-Glucan เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
     - สารให้ความชุ่มชื้น Betaine, Sucrose และกรดอะมิโนอย่าง Serine, Citrulline, Alanine, Arginine, Threonine  
     - Ascorbyl Glucoside อนุพันธ์วิตามินซี ที่มีความเสถียรที่สุดในบรรดาอนุพันธ์วิตามินซีทั้งหมด มีความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดี มีคุณสมบัติในการยับยั้งการผลิตเมลานิน
     - Betula Platyphylla Japonica Juice (White Birch Sap) ช่วยลดการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Chenopodium Quinoa Seed Extract สารสกัดจาก Quinoa เป็นธัญพืชชนิดหนึ่ง ที่ให้ฤทธิ์เป็นสาร antioxidant ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนังและช่วยลดจำนวนเม็ดเลือดแดงที่คั่งค้างใต้ตา มีผลลดรอยคล้ำใต้ตาได้
     - Panthenol หรือ Pro Vitamin B5 ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน
- Propanediol สารช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นที่สกัดจากข้าวโพด
     - สารกลุ่มที่ช่วยในเรื่องการทำความสะอาดผิว Magnesium Sulfate, Manganese Sulfate, Zinc Sulfate
     - มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ แต่ไม่มี Paraben ใช้เป็น Phenoxyethanol

เนื้อสัมผัส (Texture)



ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นของเหลวสีขุ่นๆ หน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ เพราะมีส่วนผสมของน้ำหอม มีความหนึบนิดๆ แต่ไม่มาก ตัวเนื้อยังคงไหลได้ดี ตัวนี้ปอใช้เป็นโทนเนอร์ คือใช้กับสำลีแผ่นเช็ดเบาๆ ทั่วใบหน้าและลำคอ เป็นตัวปรับสภาพผิวหลังจากการล้างหน้า เพราะบางที่หลังจากที่ล้างและซับหน้า ผิวจะรู้สึกตึงๆ หน่อย ตัวนี้จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวพร้อมรับการบำรุงมากยิ่งขึ้น จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ตัวนี้หรอก แต่ปอเป็นคนที่ใช้ตัว Emulsion เป็นประจำอยู่แล้ว แล้วบังเอิญทางลาเนจจัดเซ็ต limited ออกมา อีนี่ก็บ้าคำว่า 'ลิมิเตต' ไง เลยเสียทรัพท์ซื้อมา จึงได้เจ้าตัวนี้มาด้วย แต่ใช้แล้วก็ชอบนะ ส่วนตัวไม่รู้สึกระคายเคือง ไม่แสบผิว แถมยังรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นหลังการเช็ดจริงๆ ขวดหนึ่งใช้ได้นานมากนะ ปอน่าจะใช้ตัวนี้มาได้ประมาณครึ่งปีแล้ว (ยังไม่หมดเลย) เพราะไม่ต้องใช้ในปริมาณที่ไม่เยอะมาก

ผลลัพธ์

ค่อนข้างพอใจกับเจ้าตัวนี้นะ ในแง่ของการให้ความชุ่มชื้น การทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ยังหลงเหลือบนผิว และการเตรียมผิวให้พร้อมในการบำรุงขั้นต่อไป เพราะมันช่วยให้ปอทาผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ได้ง่ายมากขึ้น มากกว่าการทาลงบนผิวแห้งๆ ฝืดๆ หลังจากการล้างหน้าเลย ส่วนในเรื่องอื่นๆ ส่วนตัวปอไม่ค่อยเห็นผลอะไรมากเท่าไร ส่วนสูตรอื่นๆ ปอไม่เคยลองเหมือนกันฮะ

ความพึงพอใจ

😊 ชอบ

ชอบนะ สำหรับตัวนี้ แม้จะไม่ได้เห็นผลอะไรมากไปกว่าความชุ่มชื้น แต่คงซื้อต่อ เพราะชอบในเนื้อสัมผัส และราคาไม่ได้แรงมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ปอใช้




🎉🎊 SK-II MEN FACIAL TREATMENT ESSENCE



ปริมาณ 215 ml. ราคา 5,990 THB / 75 ml. ราคา 2,125 THB

ของปอมีอยู่สองขนาดก็คือ 215 ml. ไซส์ใหญ่บึ้มมาก กับ 75 ml. ที่ซื้อมาเป็นเซ็ต

ส่วนประกอบ (Ingredients)



     - Galactomyces Ferment Filtrate หรือในชื่อว่า 'พิเทร่า' ที่เราคุ้นเคย และเป็นส่วนผสมชูโรงของแบรนด์นี้เลย ซึ่งพิเทร่านี้เกิดจากกระบวนการหมักบ่มยีสต์ในสกุลกาแลคโตมัยเซส จนได้ออกมาสารจำพวกเปปไทด์ที่มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ การเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์ ทำให้ผิวมีความแน่นขึ้น รูขุมขนดูกระชับขึ้น และให้ผลเป็น anti-aging โดยตรง ส่วนในเรื่องของความกระจ่างใส พิเทร่าไม่ได้ส่งผลโดยตรง เพียงแต่เป็นการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว เป็นผลให้การผลัดเซลล์ไวขึ้น ก็สามารถช่วยในเรื่องของความเปล่งปลั่ง สดใสของผิวได้เช่นกัน 
     - สารที่ใส่เพิ่มเข้ามาจากสูตรดั้งเดิมก็จะมี Glycereth-25 PCA Isostearate ซึ่งมีหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อ (emulsifying) และ Menthoxypropanediol ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเดียวกับ เมนทอล (Menthol) ที่ให้ความรู้สึกเย็นกับผิว แต่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับผิว และอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ 
     - นอกจากนั้นก็ไม่ได้มีสารอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติม ไม่มีแม้แต่สารที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพียงแต่เน้นในสารหลักอย่าง พิเทร่า ที่ใส่มาเยอะกว่าน้ำซะอีก ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ แต่มีสารกันเสียจำพวก Paraben

เนื้อสัมผัส (Texture)



เนื้อผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะเหมือนน้ำเลย ใสๆ สัมผัสแรกจะไม่หนึบ แต่พอแตะลงที่ผิว จะมีความหนึบเกิดขึ้นเล็กน้อย มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งโดยส่วนตัวชอบกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์นี้นะ ส่วนมากที่เห็นคนใช้ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นสูตรดั้งเดิมของผู้หญิง หรือจะเป็นสูตรของผู้ชาย ก็คือการเทลงบนฝ่ามือแล้วค่อยๆ ตบกดเบาๆ ทั่วใบหน้าและลำคอใช่ไหม แต่ปอไม่จ้า ปอเทใส่สำลี แล้วค่อยๆ กดซับให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ย้ำอีกครั้งว่า ใช้ 'กดซับ' ไม่ใช่การเช็ดหรือการถูนะ ค่อยๆ กดไปเบาๆ ปอใช้วิธีนี้เพราะตอนแรกก็เทลงบนมือแหละ แล้วรู้สึกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะซึมในบริเวณแรกที่เราตบลงไปมากที่สุด และยังไหลออกจากมือบ่อยมาก ทำให้สิ้นเปลือง จึงเปลี่ยนมาใช้กับสำลีแทน ซึ่งประหยัดเนื้อผลิตภัณฑ์ได้มากกว่า และรู้สึกว่ามันให้ความทั่วถึงมากกว่า

ผลลัพธ์

ในด้านของผลลัพธ์ ต้องบอกก่อนว่าน้ำตบที่ใช้ เวลาใช้จะเลือกใช้ตัวใดตัวหนึ่ง สลับกันเป็นช่วงๆ อาจจะตัวนี้ 1 เดือน อีกเดือนใช้อีกตัว ดังนั้นผลลัพธ์จะไม่ค่อยตีกันเท่าไร ส่วนตัวไม่รู้สึกถึงความชุ่มชื้น 12 ชั่วโมงอย่างที่แบรนด์เคลมไว้สักเท่าไร และไม่ค่อยชอบสัมผัสหนึบๆ หลังจากการใช้ด้วยมือสักเท่าไร ซึ่งไม่รู้ว่ามีใครเป็นไหม แต่ตัวปอเป็น คือมันจะหนึบแบบแห้งๆ อ่ะ เหมือนมีอะไรเคลือบบนผิวประมาณนั้น แต่ถ้าใช้ด้วยสำลีไม่เป็นนะ รู้สึกชุ่มชื้นมากกว่า ส่วนในเรื่องของการฟื้นฟูผิว ปอรู้สึกว่ามันช่วยผิวมันดูอิ่มฟูขึ้นนิดหน่อยนะ ผิวดูละเอียดขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้ประจำ แต่ไม่ได้รู้สึกว้าว! ขนาดนั้น อาจเป็นเพราะผิวปอไม่ได้มีปัญหาเท่าไรอยู่แล้ว แต่มันก็ทำให้ผิวคงความละเอียดและสุขภาพดีเอาไว้ รูขุมขนของปอไม่ได้ดูเล็กลง คือก่อนหน้าเคยใช้สูตรเดิมมาก่อน แล้วก็หยุดใช้ไป เพราะไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไร พอกลับมาลองใช้ตัวนี้ก็รู้สึกเช่นกัน  เอาง่ายๆ คือมันไม่ได้เห็นผลชัดเจนมากนัก ทั้งในเรื่องของการฟื้นฟูผิว และทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้น แค่ช่วยให้ผิวมันคงที่ ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้วอย่างปอ มันก็แค่ช่วยให้ผิวคงอยู่ในสภาพแบบนี้ อันนี้คือความรู้สึกส่วนตัวของปอนะ ซึ่งถ้าใครใช้แล้วเห็นผลดีหรือถูกใจก็ใช้ต่อได้เลย แค่ปอรู้สึกเฉยๆ ถ้ามีติดไว้มันก็ดี แต่ถ้าไม่มี... ก็ไม่ได้เป็นอะไร (ถ้ามีสกินแคร์ตัวอื่นๆ ที่มันซัพพอร์ตอยู่แล้ว)

ความพึงพอใจ

 เฉยๆ

เฉยๆ อ่ะสำหรับน้ำตบระดับตำนานตัวนี้ อย่างที่บอกคือไม่ได้ impressive อะไรขนาดนั้น คิดจะซื้อต่อไหม อืม... อันนี้คงต้องคิดหนักหน่อยนะ เพราะราคาค่อนข้างสูงด้วยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้




🎉🎊 LA MER THE TREATMENT LOTION 🎉🎊



ปริมาณ 150 ml. ราคา 4,900 THB

มีไซส์เดียวนะจ๊ะ ราคาก็จุกๆ ตามชื่อแบรนด์อ่ะเนอะ

ส่วนประกอบ (Ingredients)



ส่วนประกอบเด่น
     - Algae (Seaweed) Extract สารสกัดจากสาหร่าย Sea Kelp หรือ 'Miracle Broth' ที่เป็นสิขสิทธิ์เฉพาะ เปรียบเสมือนหัวใจหลักในการค้าและเป็นตำนานของลาแมร์ ที่มอบและเก็บกักความชุ่มชื้นกับผิว แถมยังกระตุ้นการเพิ่มออกซิเจนให้แก่เซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าให้สดใสขึ้น ช่วยปลอบประโลมผิว ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนเปล่งปลั่ง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นตัวที่ทำให้เกิดความข้นหนืด
     - Declustered Water (+/-) คือการนำน้ำ (H2O) มาแยกประจุเป็นประจุบวกกับลบ ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่ามันช่วยให้ความชุ่มชื้น (ซึ่งแน่นอนมันคือน้ำ) และช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน แต่ในทางกลับกัน เมื่อนำโมเลกุลของประจุทั้งสองในปริมาณเท่าๆ กันมารวมกัน มันก็คือน้ำปกตินี่แหละ เพียงแต่น้ำดังกล่าวที่ลาแมร์หยิบยกขึ้นมา ยังไม่มีผลวิจัยใดมาพิสูจน์ได้ว่ามันดีกว่าน้ำธรรมดายังไง มันอาจจะเป็นการทำการตลาดให้ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ

ส่วนประกอบอื่นๆ
     - Yeast Extract สารตัวนี้มีคล้ายคลึงกับพิเทร่าของ SK-II เพียงแต่อาจจะไม่ใช่ยีสต์ในสกุลเดียวกัน และอาจไม่ได้จากการหมักบ่ม แต่เป็นการสกัด เพื่อให้ได้มาซึ่งเปปไทด์ กรดอะมิโน และวิตามินต่างๆ ของเซลล์ยีสต์ มีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว ให้ผิวเรียบเนียนและรูขุมขนดูกระชับขึ้น
     - Sesamum Indicum (Sesame) Seed Oil น้ำมันงา ที่อุดมไปด้วยวิตามินบีหลายชนิด ซึ่งช่วยในเรื่องของ anti-aging 
     - Eucalyptus Globulus (Eucalyptus) Leaf Oil น้ำมันยูคาลิปตัส ช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และควบคุมความมันส่วนเกิน แต่ก็อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน
     - Copper Gluconate ที่(อาจจะ)ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และ Calcium Gluconate ที่(อาจจะ)ช่วยเรื่องการอักเสบของผิว 
     - Tocopheryl Acetate หรือ Vitamin E ซึ่งเป็น antioxidant ลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน และลดการอักเสบจากแสงแดด
     - Niacin หรือ Niacinamide หรือ Vitamin B3 วิตามินสารพัดประโยชน์ ครอบคลุมทั้งในด้านของ whitening, anti-aging และการเป็น cell communicating ที่ทำให้เซลล์ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
     - Citrus Aurantifolia (Lime) Peel Extract สารสกัดจากเปลือกมะนาว เป็นสาร antioxidant ช่วยให้ผิวเรียบเนียน
     - Glycine Soja (Soybean) Seed Extract สารสกัดจากถั่วเหลือง และ Glycine Soja (Soybean) Protein เป็นสาร antioxidant และช่วยในด้านของ whitening 
     - Laminaria Digitata Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล หรือ สาหร่ายคอมบุ ซึ่งสาหร่ายชนิดนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตมากมาย ช่วยกระตุ้น Fibroblasts ให้สร้างคอลลาเจน และยังช่วยในเรื่องของการเก็บกักความชุ่มชื้น
     - Palmaria Palmata Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงที่อยู่ทางตอนเหนือของชายฝั่งมหาสมุทรแอนตาร์กติกและแปซิฟิก ซึ่งออกฤทธิ์ในด้านของ whitening ด้วยการจำกัดการสังเคราะห์และขนส่งเมลานิน และควบคุมการผลิตเมลานินที่เกิดจากการชักนำโดยแสงแดด และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
     - Codium Tomentosum Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีเขียว ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และให้ความชุ่มชื้น
     - Laminaria Saccharina Extract สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล ที่ช่วยในเรื่องของการลดเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบของสิว และช่วยในเรื่องของการควบคุมความมัน
     - Plankton Extract สารสกัดจากแพลงก์ตอน ซึ่งต่างจาก Biotherm ที่นั่นเขาบอกว่าใช้แพลงก์ตอนที่มีชีวิต แต่มันเหมือนกับ Sena มากกว่าที่ใช้แพลงก์ตอนที่ตายแล้วมาสกัด ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดเรือนริ้วรอย ให้ผิวดูเรียบเนียน
     - Dipotassium Glycyrrhizate รากชะเอมเทศ ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว
     - สารในกลุ่มให้ความชุ่มชื้นกับผิว (Humectant) เป็นสารที่จับกับน้ำ จะมี Glycerin, Methyl Gluceth-20, Sodium Hyaluronate, Sodium PCA, Urea, Trehalose
     - พวกสารจากพืชทั้งหลายแหล่ง เช่น Alfalfa Seed, Sunflower Seed, Sweet Almond Seed ปอไม่แน่ใจในข้อมูล แต่หาจากเว็บไซต์ต่างประเทศ สารพวกนี้ทำหน้าที่เหมือนตัวเก็บกับความชุ่มชื้น และดูดซับความมันส่วนเกินประมาณนั้น (ไม่แน่ใจ)
     - ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และสารกันเสียจำพวก Paraben แต่มีน้ำหอม

เนื้อสัมผัส (Texture)



จัดตัวนี้เอาไว้หลัง SK-II เพราะเนื้อมีความหนักและหนึบกว่า เป็นของเหลวกึ่งเจลใสๆ คล้ายน้ำ แต่จะไม่เหลวเท่า SK-II มีความหนึบเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ สไตล์ลาแมร์ วิธีใช้ตัวนี้ ปอใช้วิธีการเทลงบนฝ่ามือแล้วค่อยๆ ตบเบาๆ ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอนะ ด้วยความที่เนื้อมันมีความหนักและหนึบกว่า SK-II จึงทำให้มีระยะเวลาในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ทั่วถึง

ผลลัพธ์

เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ขายดีของ La Mer เลยนะ ซึ่งส่วนตัวปอได้รับการแนะนำมาจากรุ่นพี่ ตอนแรกก็คิดเยอะอยู่เพราะราคาค่อนข้างสูง แต่พอได้เลยลองใช้... มันเลิศมาก!!! ปอใช้ตัวนี้หมดมา 3 ขวดแล้วอ่ะ ทั้งที่ราคามันตาแตกขนาดนี้! ความรู้สึกหลังใช้ตอนแรกเลยนะ ตัวนี้ให้ความชุ่มชื้นสูงมาก แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเหนอะหนะหรือหนักผิว ซึมซาบได้ดี แม้จะไม่ได้ซึมเร็วมาก แต่ก็ไม่เยิ้มอยู่บนผิวนานเช่นกัน ด้านผลลัพธ์เมื่อใช้มาอย่างต่อเนื่อง คือ มันช่วยให้ผิวฟู ละเอียด และกระจ่างใสขึ้นจริง รู้สึกและสังเกตได้เลย บางช่วงที่ผิวล้าๆ ตัวนี้ช่วยทำให้ดูเฟรช ดูสดใสขึ้นได้ หลังจากไปเที่ยวทะเล ผิวที่โดนแดดจะกร้านและคล้ำกว่าเดิม ตัวนี้ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ไวมากขึ้น ผิวดูเปลงปลั่งและพวกรอยแดงที่เกิดจากการบีบสิวจางลงเร็ว ให้ความชุ่มชื้นดี อย่างที่ปอบอกไว้ตอนแรกว่าปอผิวค่อนข้างขาดน้ำในบางช่วง ตัวนี้ช่วยได้ในระดับหนึ่งเลย อีกอย่างที่โดยส่วนตัวชอบมาก คือปอเป็นคนที่ผิวจะระคายเคืองหลังจากการโกนเคราและจอน มักจะเป็นปื้นแดงๆ เสมอ ซึ่งตัวนี้ช่วยได้อ่ะ!! ใช้เป็นเหมือน after shave มันลดอาการแดงดังกล่าวสำหรับปอได้ผลดีมากๆ และมันยังช่วยให้ลงผลิตภัณฑ์ตัวต่อไปได้ง่ายขึ้นมากๆ ด้วยเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกเนอะว่าทำไมถึงหมดไป 3 ขวดแล้ว ข้อเสียที่มีคือราคาค่อนข้างสูงมากเกินไป อาจจะด้วยมาตรฐานของแบรนด์ แต่ก็อยากให้ลดลงมานะ

ความพึงพอใจ

❤️  รักเลย

รักมากเลยแหละ สำหรับเจ้า La Mer The Treament Lotion ซื้อต่อแน่นอน (เปิดดูเป๋าตังค์แป๊บ T^T) และน่าจะเป็นน้ำตบที่ชอบมากที่สุดที่เคยใช้มา


🎉🎊 HADA LABO RETINOL LIFTING + FIRMING LOTION 🎉🎊



ปริมาณ 170 ml. ราคา 620 THB

เป็นสูตรที่ราคาสูงที่สุดจากทั้ง 3 รุ่นนะ แต่มักจะมีโปรโมชันลดราคาบ่อยๆ

ส่วนประกอบ (Ingredients)

Water, Butylene Glycol, Glycerin, PEG-20 Sorbitan Isostearate, Caprylic/Capric Triglyceride, Methylparaben, PPG-10 Methyl Glucose Ether, Sodium Hyaluronate, Triethanolamine, Hydroxyethylcellulose, Carbomer, Disodium EDTA, Hydrolyzed Collagen, Hydrolyzed Soy Protein, Limnanthes Alba (Meadowfoam) Seed Oil, Tocopherol, BHT, Retinyl Palmitate/Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil/BHT, Sodium Acetylated Hyaluronate, Sodium Hyaluronate Crosspolymer/Pentylene Glycol/Water, Hyaluronic Acid, Beta-Carotene/Zea, Mays (Corn) Oil/Tocopherol, Thioctic Acid.

     - Sodium Hyaluronate มีบทบาทในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นให้แก่ผิว
     - Sodium Acetylated Hyaluronate อนุพันธ์ของ Sodium Hyaluronate ไม่มีข้อมูลว่าเพิ่มประสิทธิภาพจากเดิมมากน้อยแค่ไหน
     - Sodium Hyaluronate Crosspolymer อนุพันธ์ของ Hyaluronic Acid โดยการนำ Sodium Hyaluronate หลายๆ ตัวมาเชื่อมต่อกัน มีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น และเพิ่มเติมคือเป็นสาร antioxidant 
     - Hyaluronic Acid ตัวที่คุ้นเคยกันดีของแบรนด์นี้ เป็นสารประกอบชูโรงเลยก็ว่าได้ ช่วยให้เรื่องของการให้ความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น
     - Hydrolyzed Collagen ช่วยในเรื่องของการยืดหยุ่นของผิว ให้ผิวดูชุ่มชื้นและเต่งตึง
     - Hydrolyzed Soy Protein โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ใช้ความชุ่มชื้นกับผิว และช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวอวบอิ่มขึ้น
     - Limnanthes Alba (Meadowfoam) Seed Oil มีส่วนช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิว
     - Tocopherol หรือวิตามินอี ก็เป็นสาร antioxidant 
     - Retinyl Palmitate/Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil/BHT ส่วนนี้น่าจะเป็นการทำงานร่วมกัน โดย BHT เป็นตัวรักษาสภาพของสารทั้งสอง ส่วนน้ำมันดอกทานตะวันน่าจะช่วยในเรื่องของการดูดซึม Retinyl Palmitate ให้เปลี่ยนเป็น
Retinol และสุดท้ายกลายเป็นกรดวิตามินเอ (Retinoic Acid) ได้ไวขึ้น ซึ่งหวังผลได้ในแง่ของ anti-aging และน่าจะเป็นที่มาของชื่อโปรดัก

เนื้อสัมผัส (Texture)



เอาไว้หลังสุดในบรรดาน้ำตบทั้งหมด ไม่ใช่เพราะราคานะ ฮ่าๆ แต่เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์หนักที่สุดในบรรดาทั้งสามตัวที่มี เนื้อจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีขุ่นๆ หน่อย อมขาวนิดๆ กลิ่นบางเบาเพราะไม่มีน้ำหอม หนึบและเหนียวกว่าทั้งสองตัวที่ผ่านมา เวลาใช้ปอไม่แนะนำให้ใช้เยอะมาก โดยเฉพาะคนผิวมัน เพราะจะรู้สึกเหนอะผิวถ้าใช้เยอะมากเกินไป ส่วนตัวใช้ประมาณ 4-5 หยอดก็ทั่วถึงแล้ว พอตบลงไปบนผิวเบาๆ ให้ค่อยๆ กดซ้ำๆ จนกว่าผลิตภัณฑ์จะซึมเข้าสู่ผิวหมด จะเหลือความหนึบๆ อยู่บนผิว จับไปแล้วรู้สึกผิวเด้งๆ แบบในโฆษณา เพราะตัว Hyaluronic Acid จะเป็นเสมือนตาข่ายเคลือบอยู่บนผิวคอยเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิว จึงทำให้ผิวรู้สึกหนึบๆ เด้งๆ

ผลลัพธ์

ปอใช้ Hada Labo มานานมากแล้ว จนถึงปัจจุบันน่าจะ 4-5 ปีได้แล้วอ่ะ ใช้บ้าง หยุดบ้าง ส่วนใหญ่จะมีติดไว้ตลอด แต่เมื่อก่อนจะใช้สูตรสีขาว ที่เน้นเรื่องให้ความชุ่มชื้น จนเปลี่ยนมาใช้สีแดง เพราะ concern เรื่องริ้วรอย 555+ กันไว้ก่อนมันจะเกิดดีกว่า ส่วนตัวชอบมากนะ ชอบความชุ่มชื้นของแบรนด์นี้ ทั้งสูตรสีขาวและสีแดง แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบสีฟ้า สีแดงให้ความชุ่มชื้นได้ดีไม่แพ้กัน ปอรู้สึกว่าเนื้อของสูตรสีแดงนี้จะหนึบกว่าสีขาวนิดหน่อย ในด้านของริ้วรอย ปอไม่ได้เห็นผลชัดเจน อาจเป็นเพราะยังไม่ได้มีริ้วรอยที่เห็นชัดเจน แต่อย่างที่บอกคือใช้เพื่อลดการเกิดริ้วรอยในอนาคต ส่วนเรื่องของการยกกระชับก็ไม่ได้รู้สึกมากมายเช่นกัน แต่ในเรื่องของการทำให้ผิวยืดหยุ่นขึ้น อันนี้รู้สึกนะ ว่าผิวมันเด้งขึ้น ส่วนตัวใช้ Hada เพราะหวังผลในเรื่องของความชุ่มชื้น ดังนั้นสำหรับปอผลลัพธ์ด้านที่ต้องการจึงน่าพอใจอย่างมาก มันช่วยเรื่องผิวลอกจากการขาดความชุ่มชื้นได้ดีมาก คืออาการลอกหายในระยะเวลาไม่กี่วัน คือดี!

ความพึงพอใจ

❤️  รักเลย

เอารักจากฉันไปเลยเช่นกัน และซื้อต่อแน่นอน คงซื้อสีขาวบ้าง สีแดงบ้าง สลับกันไป (ส่วนตัวไม่ค่อยโดนใจกับสีฟ้าเท่าไร)




เอาล่ะ หมดไปกับหมวดที่เป็นพวกโทนเนอร์และน้ำตบ จะเข้าสู่หมวดถัดไปคือพวกพรีเซรั่ม อีมัลชัน และเซรั่มในพาร์ตสอง และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในพาร์ตสาม




ตามไปโล้ดดด!!! 



ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ คลิกเลย (':



Create Date : 12 มิถุนายน 2560
Last Update : 19 มิถุนายน 2560 20:42:14 น.
Counter : 431 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^

sinota ซิโนต้า Ulthera adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 3926553 วันที่: 13 มิถุนายน 2560 เวลา:17:14:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



PorschePoR
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



สวัสดีจ้าทุกคน!!! ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันก่อนเลย ชื่อ "ปอ" นะ ใครใคร่จะเรียก "ปอร์เช่ ปอ" ก็ตามใจ บล็อกของปอก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องสำอางต่างๆ ทั้งรีวิว how to เทคนิค หรือสิ่งที่ปอชื่นชอบ ปลาบปลื้ม รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นด้วย ยังไงช่วยติดตามกันด้วยน๊าาา ^^