Group Blog
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เมื่อเรามี "นามบัตร" ได้ง่ายๆ โดย "Gogoprint"




"นามบัตร"
คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นในการทำงาน
เพราะมันคือสิ่งหนึ่งที่ชอบให้เราสามารถสร้างและแลกเปลี่ยนคอนแทคกับคนอื่นๆ ได้มากขึ้น



อเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากมีนามบัตรเป็นของตัวเอง
แล้วที่สำคัญ การจะมี "นามบัตร" เป็นของตัวเองสักใบ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ฉะนั้นบล็อกนี้ ปอจะมาแนะนำคนที่อยากมีนามบัตรไว้เป็นของตัวเอง เพื่่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการติดต่องานแบบง่ายๆ แค่ Click! ทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว เข้าไปที่






ก็ไม่ต้องไปยุ่งยากตามหาโรงพิมพ์อะไรให้เหนื่อย



นอกเหนือจากนามบัตร Gogoprint ยังมีบริการอื่นๆ ให้คุณเลือกอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
ก็สามารถทำตามความต้องการของคุณได้ โดยไม่ต้องวิ่งตามหาหลายต่อหลายที่ 


แต่ถ้าจะทำนามบัตร ก็แค่คลิกเข้าไปที่ตัวเลือก "นามบัตร" บนแถบตัวเลือกด้านบน



เข้ามาในหน้านี้ ถ้าเรายังงงๆ ว่ามันคืออะไร ส่วนไหนเป็นส่วนไหนบ้าง ทาง Gogoprint ก็มีคำอธิบายในแต่ละส่วนให้ เพื่อจะได้ทำผลงานของเราออกมาได้ตามความต้องการมากที่สุด



ไม่ว่าจะเป็นไซส์ของนามบัตร การพิมพ์สี การเลือกกระดาษ หรือแม้แต่การเคลือบ ก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย



ทั้งนี้ยังสามารถเลือกกระดาษได้ ซึ่งกระดาษแต่ละแบบก็จะมีคำอธิบายเอาไว้ด้วย สำหรับคนที่อาจจะไม่เข้าใจว่ากระดาษแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร





และลำดับขั้นตอนการสั่งพิมพ์ ก็มีบอกไว้ด้วยเช่นกัน บอกแล้วว่าทุกอย่างง่ายๆ แค่ปลายนิ้วสัมผัส!


เอาล่ะๆ ถึงเวลาที่ปอจะบอกขั้นตอนการสั่งทำนามบัตรของปอเองให้ดูแล้ว

กลับเข้าไปที่หน้าแรกของ "นามบัตร"
จากนั้นก็เลือกรูปแบบที่ต้องการของนามบัตร
ซึ่งเมื่อเข้ามาที่หน้านี้ จะมีหัวข้อให้เลือกตามนั้น

1. ขนาดของนามบัตร

ทาง Gogoprint จะมีให้เลือกอยู่ 3 ขนาด ดังนี้
- 9 x 5.5 cm. (ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของนามบัตรทั่วไป)
- 9 x 5 cm. (เป็นรูปแบบนามบัตรของตะวันตก)
- 8.5 x 5.5 cm. (เป็นรูปแบบที่มีสไตล์และอินเทรนด์)

"อเลือกไซส์ของนามบัตรอยู่ที่ 8.5x5.5 cm. ปอเลือกขนาดให้เล็กลงจากขนาดนามบัตรมาตรฐานนิดหน่อยเพื่อให้รองรับการเก็บในช่องกระเป๋าได้ทุกแบบ" 


2. รูปแบบการพิมพ์

- พิมพ์สี่สีหน้าหลัง (คือมีการพิมพ์สีทั้งสองหน้า)
- พิมพ์สี่สีหน้าเดียว (คือมีการพิมพ์สีแค่หน้าเดียว)

"นื่องจากว่าปอมีโลโก้ด้านหนึ่ง และใส่รายละเอียดการติดต่ออีกด้านหนึ่ง ปอจึงเลือกการพิมพ์แบบสองหน้า คือพิมพ์สี่สีหน้าหลัง"


3. เลือกประเภทของกระดาษ

มีกระดาษให้เลือกหลักๆ อยู่ 2 แบบ และความหนาของกระดาษให้เลือกอีก 3 แบบด้วยกัน
- กระดาษอาร์ตการ์ดมัน 300 แกรม 
- กระดาษอาร์ตการ์ดด้าน 300 แกรม
- กระดาษอาร์ตการ์ดมัน 260 แกรม
- กระดาษอาร์ตการ์ดด้าน 260 แกรม 
- กระดาษอาร์ตการ์ดมัน 230 แกรม
- กระดาษอาร์ตการ์ดด้าน 230 แกรม

"อเลือกประเภทกระดาษเป็นแบบกลางๆ คือไม่บางและไม่หนาจนเกินไป มีความแข็งแรงได้มาตรฐาน และดูหรูหราแบบมีระดับด้วย กระดาษอาร์ตการ์ดด้าน 260 แกรม" 


4. การเคลือบ

ก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน
- ไม่มีการเคลือบ (บางคนอาจจะชอบเนื้อสัมผัสของกระดาษโดยตรง)
- เคลือบด้าน (เคลือบฟิล์มแบบไม่สะท้อนแสง)
- เคลือบมัน (เคลือบฟิล์มแบบสะท้อนแสง)
- เคลือบยูวี (เคลือบด้านสารเคมีและการฉายแสง UV)
- เคลือบด้านและตัดของมุมโค้ง 4 มุม

"อเลือกการเคลือบเป็นแบบด้านเพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกับกระดาษที่เลือก (โดยส่วนตัวชอบนามบัตรที่เป็นแบบด้านมากกว่า เพราะมันดูหรูหราไม่แพ้แบบมัน แต่ก็ดูมีระดับและดูน่าเชื่อถือ)" 


เลือกความต้องการทุกอย่างเสร็จในหน้าเดียวเลย แค่คลิกแล้วเลือกแค่นั้นก็ได้รูปแบบของนามบัตรที่ต้องการแล้ว ง่ายมากเลยเห็นไหม!!


มาถึงขั้นตอนต่อไป

5. การเลือกจำนวนและระยะเวลาในการจัดส่ง

ในส่วนนี้ นอกเหนือจากรูปแบบของนามบัตรที่เลือกไว้ในข้างต้น จำนวนและระยะเวลาในการจัดส่งจะเป็นผลต่อการราคาในการจัดพิมพ์ด้วยเช่นกัน ยิ่งจำนวนมากและระยะเวลาในการจัดส่งเร็วขึ้น ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้น



"อเลือกจำนวนในการพิมพ์ 300 ใบ และเลือกการพิมพ์แบบเร่งด่วน (ใช้ระยะประมาณ 3 วันทำการ ในการจัดส่ง) เพราะตัวปอไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก"


เมื่อเลือกทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ในหน้าเว็บไซต์ด้านขวามือ จะมีแถบสรุปรายละเอียดการสั่งทำนามบัตรของเราแจ้งเอาไว้ด้วย ว่ามันเป็นไปตามที่เราสั่งเอาไว้ไหม 



"รายระเอียดนามบัตรของปอ ก็จะมีขนาด 8.5 x 5.5 cm. เป็นการพิมพ์สีทั้งสองด้านลงบนกระดาษอาร์ตการ์ดแบบด้าน 260 แกรม พร้อมทั้งเคลือบด้าน เป็นจำนวน 300 ใบ"


ในส่วนนี้หากมีข้อสงสัย สามารถแชทกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง โดยเลือกตรงแถบด้านซ้ายล่างของหน้าเว็บไซต์ 





ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกที่มีประโยชน์มาก สำหรับคนที่มีข้อสงสัย หรือต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม เพราะมีเจ้าหน้าที่มาคอยตอบคำถามจริงๆ ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงระบบการตอบกลับแบบอัตโนมัติด้วย นี่คือความเก๋ที่ Gogoprint มี


เมื่อเลือกรูปแบบของนามบัตรได้ตามต้องการแล้ว ให้กดเข้าไปตรงจำนวนชิ้นและรูปแบบการจัดส่งที่ต้องการ จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมา เป็นสรุปการสั่งซื้อของเรา เพื่อให้เราเช็คอีกครั้งก่อนจะทำการตกลงสั่งสินค้า ในหน้านี้จะมีราคาที่รวมภาษีบอกไว้ด้วย นั่นคือราคาสุทธิที่เราต้องจ่าย



จากนั้นจะเข้ามายังหน้ารถเข็นสินค้า ซึ่งเป็นหน้าสรุปยอดทั้งหมด ยอดการสั่งพิมพ์ของปออยู่ที่ 963 บาท (รวม VAT แล้ว) แต่ปอได้รับ code ส่วนลดจากทาง Gogoprint มา 1,000 บาท ดังนั้นยอดทั้งหมดจึงอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้ ปอจึงไม่ต้องจ่ายเพิ่มแต่อย่างใด (ซึ่งใครมี code coupon เป็นส่วนลด สามารถใส่ลงในหน้านี้ได้เลยนะ ให้ใส่ก่อนจะกดดำเนินการชำระเงินนะ)



เมื่อกดดำเนินการต่อแล้ว นั่นจะเข้าสู่ขั้นตอนการวางบิลและใส่ที่อยู่จัดส่งแล้ว ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบเสียก่อน เผื่อกลับมาสั่งพิมพ์อย่างอื่นครั้งหน้าจะได้สามารถดึงข้อมูลได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์อีก 





เมื่อใส่รายระเอียดครบถ้วน ก็จะเป็นการชำระเงิน รวมทั้งอัพโหลดไฟล์นามบัตรของเราด้วย โดยรูปแบบไฟล์ที่ใช้จะต้องเป็น .PDF เท่านั้น จึงจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แต่ถ้าเป็นรูปแบบไฟล์อื่นๆ อย่างเช่น .JPEG, .PNG, .PSD, .ES, .TIFF, .AI ต้องเพิ่มเงินอีก 200 บาท รวมทั้งยังสามารถให้ทาง Gogoprint ออกแบบนามบัตรให้กับคุณได้ และสามารถแก้ไขงานได้ 3 ครั้ง โดยมีค่าใช้จ่าย 3,000 บาท


ถึงหน้านี้จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว สามารถเลือกช่องทางการชำระเงินได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เก็บเงินปลายทาง, โอนเงิน หรือจ่ายผ่านเครดิตการ์ด แล้วแต่ความสะดวกเลย 



เมื่อเสร็จสิ้นการสั่ง ก็จะเป็นหน้าสรุปการสั่งสินค้า หลังจากนี้ก็แค่รอรับนามบัตรที่บ้านแค่นั้นเอง




และแล้วนามบัตรของตัวปอเองก็มีถึงมือ เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ และทำออกมาได้ดีมากๆ ทั้งตัวกระดาษที่ดูแข็งแรง การเคลือบที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้นามบัตรออกมาอย่างมีคุณภาพ พร้อมที่จะหยิบยื่นให้คนอื่นๆ เพื่อสร้างคอนแทคให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว

โดยปอใส่โลโก้ของปอไว้เดี่ยวๆ เลยด้านหนึ่ง เป็นโลโก้ที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็เห็นได้โดดเด่นและชัดเจน ส่วนอีกฝั่งจะใส่รายละเอียดการติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บล็อก, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, facebook page และ instagram โดยเป็นรูปแบบที่เรียบง่าย คลาสสิค แต่ก็ดูทันสมัยในทุกโอกาส




บอกแล้วว่าการจะมีนามบัตรเป็นของตัวเองสักใบ ไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป แค่เพียงเข้าไปที่


คุณจะมีนามบัตรได้ไม่ยากเลย


ข้อดี
- ง่าย สะดวกเพียงนั่งอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงานก็สามารถสั่งทำนามบัตรหรืออื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทาง
- เว็บไซต์ใช้ง่ายได้ง่าย รวมทุกอย่างไว้ในหน้าเดียว เพียงแค่คลิกเลือกเมนูต่างๆ
- มีช่องทางการจ่ายเงินที่หลากหลาย รวมทั้งการเก็บเงินปลายทางซึ่งสะดวกสำหรับคนที่ไม่สะดวกโอนเงินหรือไม่มีบัตรเครดิต
- สามารถแชทโต้ตอบหรือสอบถามกับพนักงานได้จริงๆ และได้คำตอบในเวลาอันรวดเร็ว(อันนี้ปอทดสอบมาแล้ว) 
- รู้วันที่จะรับของ สามารถกำหนดระยะเวลาในการจัดพิมพ์ได้ ทำงานรวดเร็ว
- นอกจากการแชทแล้วยังสามารถโทรติดต่อผ่าน call center ได้อีกช่องทาง
- รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

ข้อเสีย
- ตัวเลือกรูปแบบของนามบัตรยังไม่หลากหลายมากเมื่อเทียบกับรูปแบบนามบัตรในปัจจุบัน
- ไม่สามารถต่อรองราคาได้ เพราะทุกอย่างถูก fixed ไว้ด้วยระบบอัตโนมัติ
- ไม่สามารถดู preview รูปแบบของงานได้ก่อนที่จะสั่งซื้อ เพราะขั้นตอนการอัพโหลดรูปอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว


สุดท้ายปอคิดว่า gogoprint ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการทำนามบัตร แต่ไม่มีเวลาสำหรับการเดินทางหาหรือติดต่อสำนักพิมพ์ เพราะสะดวกตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งพิมพ์ จนถึงการจัดส่งและชำระเงิน และผลงานที่ได้รับก็ได้คุณภาพอย่างที่ต้องการ แม้จะมีความหลากหลายของตัวเลือกยังน้อยอยู่ แต่ปอเชื่อว่าในอนาคตคงจะมีการปรับปรุงและพัฒนาให้หลากหลายมากขึ้น 

ทั้งนี้ปอต้องขอขอบคุณทาง gogoprint ด้วยที่สนับสนุนปอมาตั้งแต่แรก รวมทังออกแบบนามบัตรให้ปออีกด้วย และหวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มองหาช่องทางการทำนามบัตร หรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ทางออนไลน์ ที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก

ขอบคุณที่ติดตามนะจ๊ะ เจอกันใหม่บล็อกหน้าจ้า



ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ คลิกเลย (':


Sponsored Post!



Create Date : 20 ตุลาคม 2559
Last Update : 20 ตุลาคม 2559 19:29:49 น.
Counter : 1799 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PorschePoR
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



สวัสดีจ้าทุกคน!!! ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันก่อนเลย ชื่อ "ปอ" นะ ใครใคร่จะเรียก "ปอร์เช่ ปอ" ก็ตามใจ บล็อกของปอก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องสำอางต่างๆ ทั้งรีวิว how to เทคนิค หรือสิ่งที่ปอชื่นชอบ ปลาบปลื้ม รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นด้วย ยังไงช่วยติดตามกันด้วยน๊าาา ^^