[Life&Travel #Special 01] . . . "สวนผึ้ง" . . . จะกี่ครั้งก็ยังตราตรึงใจมิคลาย
.
.
.

บ่อยครั้งที่มีคนถามผมว่า ....

ถ้ามีเวลาพักผ่อนเพียงเสาร์-อาทิตย์ หรือมีเวลาแค่หนึ่งวัน
อยากจะไปสูดอากาศดีๆ ผ่อนคลายในวันหยุด จะไปที่ไหนดี ?

มีหลายจุดหมายปลายทางที่ผมจะแนะนำไป...

และ... "สวนผึ้ง" ... อำเภอเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์นี้
ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ผมมักจะแนะนำใครต่อใครเสมอ

ที่นี่มีครบทั้งธรรมชาติ ทั้งกิจกรรมหลายๆอย่างให้เล่น ให้สนุก
ที่สำคัญไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ...


หากคุณกำลังเมียงมองชายตาหาสถานที่พักผ่อนวันหยุดนี้
ลองตามมาเที่ยวกับ Life & Travel ฉบับพิเศษฉบับนี้กันครับ

แล้วคุณจะหลงรัก สวนผึ้งโดยไม่รู้ตัว ....




เมื่อปฏิทินบอกวันหยุดสุดสัปดาห์หมุนวนกลับมาเยือนอีกครั้ง
เหมือนเป็นยากระตุ้นให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทุกครา

นี่อาจจะเป็นโรคเสพติดการออกเดินทางกระมัง
เป็นโรคที่ไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
รู้แต่ว่าโรคนี้น่าจะอยู่กับตัวเองไปอีกนาน
เพราะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คอยเติมพลังชีวิตมาโดยตลอด

เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายคนก็คงเป็นเช่นกัน



คิดไปเรื่อยเปื่อย .....
รู้ัตัวอีกทีก็มานั่งอยู่ในห้องโดยสารของ Ford Fiesta สีแดงสดใส
น้องใหม่ไซส์มินิของค่ายฟอร์ด

ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกเดินทางก็หันไปใส่ซีดีเพลง
สะดวกสบายด้วยการเลือกแทร็คเพลงโปรดจากปุ่มคอนโทรลบนพวงมาลัย

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำเสมอเพื่อเสริมบรรยากาศการออกเที่ยว
ด้วยเพลงแจ๊สในจังหวะสบายๆ ขณะขับรถ




จุดหมายปลายทางครั้งนี้ เป็นเหมือนได้เปิดสมุดความทรงจำเก่าๆ

กับการได้มาเยือน อ. สวนผึ้ง อีกครั้ง
นึกๆ ก็จำได้ครั้งล่าสุดเห็นจะเป็นเมื่อปีที่แล้วได้แล้วมั้ง

สวนผึ้งเป็นอำเภอเล็กๆของราชบุรีที่ตอนนี้โด่งดังไปไกล

เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวกรุงไปแล้ว
ระยะทางแค่ราวๆ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่น่าจะเกินสองชั่วโมงดี
ก็ได้มาสัมผัสเส้นทางแห่งความสุขนี้




แม้ Ford Fiesta ที่ผมใช้เป็นเพื่อนคู่ใจในทริปนี้

จะเป็นรถที่มีภาพลักษณ์ออกแนวเมโทรเน้นลุคโฉบเฉี่ยวในเมือง
แต่ก็สามารถขับเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆได้สบาย

เพราะตลอดสองวัน หนึ่งคืน ที่เคียงข้างกัน
ต้องยอมรับในสมรรถนะเลยว่าพึ่งพาและอุ่นใจในทุกการขับขี่

มีอัตราเร่งแซงทำได้น่าพอใจ ด้านการยึดเกาะถนนในขณะทำความเร็วสูงๆ
ก็เชื่อมันในยี่ห้อฟอร์ดเค้าได้อยู่แล้ว




ยังฟังเพลงจากเครื่องเสียงคุณภาพเยี่ยมบนรถไม่จบแผ่น
เราก็เข้าสู่ตัวเมือง อ. สวนผึ้ง

ตอนนี้มีความรู้สึกว่า บนทางหลวงหมายเลข 3208 เส้นนี้
บ้านเรือนข้างทางเปลี่ยนไปพอสมควร

ร้านกาแฟเล็กๆ ร้านแล้วร้านเล่า ผ่านตาเป็นระยะๆ
มีป้ายชี้ทางไปที่พักเก๋ๆ เรียงรายตลอดสองข้างทาง



เราแวะกันที่ร้านหอมเทียน ซึ่งเป็นร้านที่ขายเทียนสวยๆ เน้นไอเดีย และเทียนรูปร่างแปลกๆ



มาเยือนครั้งนี้ร้านหอมเทียนขยายร้านใหญ่โตขึ้นเยอะเลย
ผู้คนก็ยังแวะมาเที่ยวกันเยอะเหมือนเดิม



ต้องยอมรับว่าที่นี่ทำเทียนได้น่ารักสะดุดตามากๆ
ถ้าคิดว่าขากลับไม่มีเวลาพอก็แวะซื้อเป็นของฝากเพื่อนๆได้เลย



มีมุมสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันเยอะพอสมควร



ถือว่าเป็นจุดพักรถ
จุดแวะเที่ยวแห่งแรกของสวนผึ้งเลยก็ว่าได้



เดินชมไอเดียเก๋ๆ อยู่พักใหญ่
ได้เทียนสวยๆ ติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อนที่กรุงเทพหลายอัน

เราออกเดินทางกันต่อ ...

มีอีกฟังชั่นเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของ Ford Fiesta จิ๋วแต่แจ๋วคันนี้
นั่นคือ Voice Control ซึ่งเราสามารถสั่งงานรถด้วยเสียงของเราเอง
ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแทร็คเพลง เปลี่ยนระบบจากวิทยุมาเป็นเครื่องเล่นซีดี หรือโทรศัพท์
เพียงกดปุ่ม Voice Control บริเวณข้างพวงมาลัย และออกเสียงคำสั่ง
ให้ถูกต้องรถก็จะตอบสนองทันที เช่นพูดว่า "CD Player" หมายถึงเล่นซีดี

ได้ลองใช้งานอยู่หลายครั้งต้องถือว่าสะดวกสบาย
ทำให้ไม่ต้องลดสายตาจากถนนในขณะขับขี่

สำหรับมือใหม่อาจจะออกสำเนียงได้ไม่ถูก ก็ต้องลองฝึกพูดดูสักพักครับ
ก็ถือเป็นการฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวได้อีกทาง
เป็นอีกฟังชั่นการใช้งานที่ออกแบบมาล้ำสมัยมากจริงๆ




มองดูนาฬิกาตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง
แสงแดดอบอุ่นในยามเย็นทอดทำมุมเฉียง

ทริปนี้เรามานอนค้างกันที่สวนผึ้งหนึ่งคืน
จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องรีบไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวกันมาก

ตัดสินใจได้แล้วก็เลี้ยวรถเข้าไปเช็คอินที่พักกันก่อน
เหลือบมองดูป้ายรีสอร์ทเลี้ยวไปตามทางเข้าไปยังสวนผักห่างจากถนนใหญ่

มีมุมเล็กๆ ที่แสนสงบและรายล้อมด้วยธรรมชาติซ่อนตัวอยู่
ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Aotearoa Resort (อ่านว่า เอา-เทีย-รัว)



Aotearoa Resort (อ่านว่า เอา-เทีย-รัว)

เป็นที่พักแนวใหม่ของสวนผึ้งที่ฉีกรูปแบบบ้านพัก
ปูนขัดมันสีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนแบบทั่วไป



เอาเทียรัวเป็นที่พักแบบ Loft Style เป็นปูนเปลือยที่เน้นความดิบ เท่
และมีสไตล์โดยไม่ทิ้งความสะดวกสบายแก่แขกที่มาพัก
เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็น แอลซีดีทีวี
โฮมเทียเตอร์ ตู้เย็น อ่างอาบน้ำ

ในบรรยากาศการตกแต่งที่เรียกว่า ฮิป เก๋
โดนใจวัยรุ่น(ตอนปลาย) อย่างผมมากๆ




ลืมบอกไป Aotearoa มีห้องพักแค่สองห้องเท่านั้น
แต่ก็จะมีพื้นที่ให้กางเต็นท์ริมน้ำด้วย อีก 3-4 จุด

มากันกับเพื่อนฝูงก็ปิดรีสอร์ทจัดปาร์ตีเล็กๆได้สบาย

คอนเซ็ปอีกอย่างที่น่าสนใจของ เอาเทียรัว
เห็นจะเป็นเรื่อง ออแกนิค ฟาร์ม รีสอร์ท

ซึ่งรอบๆที่พักจะเป็นสวนผักปลอดสารพิษหลากหลายชนิด
ไปพักแล้วก็ลองสั่งเมนูผักสดๆเพื่อสุขภาพกันสักจานก็ไม่เลว

หากใครต้องการฉีกแนวที่พักแบบเดิมๆของสวนผึ้งก็ลองมาสัมผัส
รีสอร์ทหัวใจสีเขียวที่มีสไตล์แห่งนี้ได้



เช้านี้แดดค่อนข้างแรง การได้ท่องเที่ยวแล้วอากาศดีๆ ฟ้าใสๆ
ยิ่งทำให้เราเพลิดเพลินกับถ่ายเที่ยวและถ่ายรูปยิ่งขึ้นไปอีก

อาหารเช้าของเอาเทียรัวเป็นข้าวต้มและสลัดผักปลอดสารพิษเติมพลัง
ให้เราเป็นอย่างดีก่อนจะเริ่มเที่ยวรอบๆสวนผึ้งกันอีกครั้ง



เราออกเดินทางไปยังธารน้ำพุร้อนบ่อคลึง
ซึ่งไม่ไกลจากรีสอร์ท

บ่อคลึงเกิดจากธารน้ำไหลผ่านชั้นเปลือกโลกด้านล่างที่มีอุณหภูมิสูง
แล้วไหลเป็นธารน้ำร้อนขนาดเล็กออกมาจากซอกหินเชิงเขาตะนาวศรี

เป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ มีความร้อนของน้ำเฉลี่ยประมาณ 50 องศาเซลเซียส
ในวันหยุดเราจะพบผู้คนจากหลายพื้นที่แวะมาผ่อนคลายด้วย
การอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน ในบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้



ถัดไปไม่ไกลยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ
น้ำตกเก้าโจนที่ปัจจุบันหันมาเรียกว่าเก้าชั้นแทน
เพราะเสียงไปพ้องกับคำว่า น้ำตกเก้าโจร ซึ่งดูเหมือนแหล่งซ่องสุมของโจร



เดิมนั้นคำว่าเก้าโจน มาจากคำว่า 9 กระโจน
อาจเป็นเพราะมีน้ำตกอยู่ 9 ชั้น แต่ละชั้นไม่ไกลกันมาก
จึงเปรียบเหมือนกับว่ากระโจนเพียง 9 ครั้ง

แท้จริงแล้วเป็นน้ำตกที่มี 14 ชั้น
แต่ชั้นที่ 10 ไปนั้นเป็นเขาสูงชันและเหวจึงไม่เหมาะจะเป็นสถานที่เที่ยว



เส้นทางเที่ยวของ สวนผึ้ง เป็นทางที่ขับสบายถนนหนทางราดอย่างดี
อาจจะมีทางโค้งและขึ้นเขาบางช่วง แต่ก็ไม่เป็นปัญหามากนัก
เพราะ Ford Fiesta คู่กายผมนั้น ช่วงล่างยึดเกาะถนนดีมาก
เข้าโค้งหนึบไว้ใจได้ทุกโค้งแม้จะใช้ความเร็วที่ค่อนข้างสูงก็ตาม



ไฮไลท์สำคัญที่แทบจะกลายเป็นแลนมาร์คของสวนผึ้งไปแล้วคือ
การแวะชมและให้อาหารฝูงแกะที่แสนน่ารัก

จะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ Scenery Vintage Farm
ต้นตำตับฟาร์มแกะของสวนผึ้ง

แต่ก่อนจะลงไปเยี่ยมชมแกะน้อย ขอเติมพลังยามเที่ยงด้วยร้านอาหาร Honey Scene ของซีนเนอรี่

ที่นี่เสิร์ฟอาหารไทยและอาหารอิตาเลี่ยนพวกสปาเก็ตตี้
รวมทั้งเสต็กรสชาติดี ในช่วงกลางวันของวันหยุดคนอาจจะเยอะบ้าง
อย่าพึ่งหงุดหงิดไป ทำใจสบายๆชมวิวสวยรอบข้าง
หรือจะหามุมถ่ายรูปฆ่าเวลาก็ดี




ผมเคยมาพักที่ซีนเนอรี่ตั้งแต่ยุคบุกเบิกมีบ้านพักสวยๆ
สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนแค่สามหลัง

ตอนนี้ซีนเนอรี่งดให้บริการในส่วนของห้องพัก
เปิดเป็นฟาร์มสำหรับ One Day Trip เต็มรูปแบบ
มีกิจกรรมหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุก
มีบริการขี่ม้า การยิงธนู การปาเป้า มีซุ้มเกมให้เล่น



แต่กวาดสายตาดูแล้ว.....

ฝูงชนเกินครึ่งจะไปรุมกันตรงน้องแกะนับสิบตัวที่แสนน่ารักนี่แหละ

แกะที่นี่คุ้นเคยกับคนมาก
เพียงเอาหญ้าที่แลกจากบัตรเข้าชมยื่นไปข้างหน้าให้สุดแขน

เหล่าแกะที่หิวโหยก็จะกรูกันเข้ามารุมเรากันแทบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว



เหน็ดเหนื่อยจากการถูกฝูงแกะน้อยรุมทึ้ง
เราขับเรื่อยเปื่อยกินลมไปตามทาง

ผลพวงจากการตื่นเช้าทำให้เริ่มจะง่วงในยามบ่าย
จึงหันรถเข้าไปจอดที่ร้านกาแฟน่ารักๆ ในชื่อ Amante Coffee
ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับครัวม่อนไข่

ร้านอาหารร้านดังของสวนผึ้งที่ถ้าคุณหิวละก็จะฝากมื้อเที่ยงไว้
กับร้านอาหารท้องถิ่นลิ้มอาหารจานเด็ดพื้นบ้านอย่างพวกเห็ดออรินจิ
เห็ดโคนญี่ปุ่นผัดน้ำมันหอยรสชาติเยี่ยม



ร้านกาแฟ Amante ก็เปลี่ยนไปพอสมควรจากที่ผมเคยมาเมื่อปีก่อน
ตอนนี้ด้านหลังร้านมีฟาร์มกระต่ายเล็กๆ ให้เราได้ชมความน่ารักของมันด้วย

เดินดื่มลาเต้เย็นๆ ดับร้อนออกจากร้าน พลางเหลือบไปเห็นรถบัสที่ถูกเพ้นท์ลวดลายน่ารักรอบคันจอดอยู่ริมถนน



เดินไปสำรวจก็พบว่ามันชื่อ ”แล่นฉิว”
เป็นรถบัสที่ถูกดัดแปลงเป็นร้านขายของที่ระลึกเก๋ๆ
และขอฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ใครจะนั่งเขียนโปสการ์ดให้เพื่อนก็ไม่ว่ากัน
ส่วนผมได้กางเกงเลลายสก็อตพร้อมลายปักคำว่า
สวนผึ้งสวยๆ กลับบ้านมาหนึ่งตัว



ตอนนี้เส้นทางสวนผึ้งกลายเป็นเส้นทางแห่งความสุข

หลายคนมีไอเดียก็แสดงออกมาเหมือนถนนแห่งการสร้างสรรค์

สวนผึ้งรีสอร์ทก็เป็นอีกหนึ่งไอเดีย
ที่หยิบเอาความน่ารักของการ์ตูนฟรินสโตนที่เราคุ้นเคยกันดี
มาดัดแปลงเป็นบ้านพักเก๋ๆ

เด็กๆทั้งหลายคงชอบมากเพราะมองไปทางไหน
ก็เห็นแต่หนูน้อยวิ่งไปมาถ่ายรูปกันใหญ่



ผมเหลือบมองไปดูหน้าปัดแสดงระดับน้ำมันของรถ
จากเมื่อวานถึงตอนนี้เราวิ่งไปเกือบ 300 กิโลเมตร

ใช้น้ำมันไปยังไม่ถึงครึ่งถังด้วยซ้ำ
Ford Fiesta ประหยัดน้ำมันได้ใจแบบนี้
คนท่องเที่ยวก็มีความสุขเช่นกัน



จุดหมายสุดท้ายของทริปนี้เราแวะไปที่ New Land
ซึ่งตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม



อีกหนึ่งไอเดียที่เก๋มาก
เป็นการจับเอารถไฟฉึกฉักอารมณ์แบบรถไฟโบราณไซส์มินิมาวิ่งชมวิว

เราอาจจะเคยนั่งรถไฟขบวนใหญ่ๆมาแล้ว
ลองมาย้อนความทรงจำในวัยเด็ก
ยามได้นั่งรถไฟขบวนเล็กในสวนสนุกอีกครั้ง

ได้บรรยากาศและสนุกไม่น้อย



บอกลาสวนผึ้งด้วยความสุขที่เอ่อล้นหัวใจอีกครั้ง ...


จำไม่ได้แล้วว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่ได้มาเยือน

รู้แต่เพียงว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่
สวนผึ้งยังคงเป็นปลายทางที่เติมรอยยิ้มให้วันพักผ่อนได้เสมอ

สัญญากับตัวเองเบาๆ ว่าเราจะกลับมาทักทายกันอีกในเร็ววันนี้






Create Date : 04 กรกฎาคม 2554
Last Update : 13 กรกฎาคม 2554 10:08:37 น.
Counter : 21284 Pageviews.

4 comments
ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ชวนมาเที่ยวงานส้มโอขาวแตงกวา 11-20 กันยายน 2563 แล้วเจอกันที่ชัยนาท อุ้มสี
(13 ก.ย. 2563 20:32:29 น.)
9 ข้อคิดในการใช้ชีวิต **mp5**
(10 ก.ย. 2563 15:44:12 น.)
ถ้ำสุวรรณโณ พัทลุง Turtle Came to See Me
(10 ก.ย. 2563 04:24:15 น.)
เที่ยวเพชรบุรี 1 วัน 1 คืน กินอะไรบ้าง สายหมอกและก้อนเมฆ
(9 ก.ย. 2563 18:49:19 น.)
  
ว้าว สวยจัง อยากไปจังเลย
ถ้ามีครัยสักคนชวนเราไป คงดี มะน้อย
โดย: พระอาทิตย์ขี้เหงา IP: 124.122.189.238 วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:59:28 น.
  
CD Player !!!
โดย: โมจิ IP: 125.25.86.84 วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:57:27 น.
  
สวยๆๆๆ
โดย: สาวหน้าใส วันที่: 1 สิงหาคม 2554 เวลา:8:42:31 น.
  
สวยๆๆ ค่ะ ได้ข้อมูลที่เที่ยวครบเลย กำลังจาไปเยือนสวนผึ้งเช่นกัน อิอิ
โดย: ตังออน วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:1:16:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ilove-design.BlogGang.com

the Sixth Floor
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]

บทความทั้งหมด