โดราเอมอน : แด่เพื่อน ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา


ณ วินาทีนี้ คงไม่มีเด็กคนไหนไม่รู้จักโดราเอมอน ด้วยเจ้าหุ่นยนต์แมวพี่เลี้ยงสีฟ้าจากอนาคตตัวนี้ ไม่ได้เดินทางย้อนเวลากลับมาสู่ศตวรรษที่ 20 เพียงเพื่อดูแลโนบิตะให้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเท่านั้น แต่ยังมาเพื่อสร้างความฝัน จินตนาการ และจุดประกายแรงบันดาลใจมากมายแก่เด็ก ๆ นับล้านคนทั่วโลกอีกด้วย

ในบางครั้งบางคราว เมื่อพ่ายแพ้แก่เกมการแก่งแย่งแข่งขันในโลกของผู้ใหญ่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนโนบิตะ อ่อนแอ เกียจคร้าน มีพรสวรรค์แต่เฉพาะในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ และอึดอัดกับการแบกรับความหวังจากคนรอบข้าง ในเวลาแบบนั้น ฉันจะนึกถึงโดราเอมอน ไม่ใช่เพราะโดราเอมอนมีของวิเศษมากมายที่จะบันดาลให้ความปรารถนาของฉันเป็นจริงในพริบตา แต่เพราะโดราเอมอนจะอยู่ตรงนั้นเสมอ คุณเองก็คงเห็น เกือบทุกครั้งที่โนบิตะวิ่งตึงตังร้องไห้เข้ามาพร้อมกับปัญหา โดราเอมอนจะอยู่ตรงนั้น วางมือจากอะไรทุกอย่างที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านการ์ตูนหรือกินแป้งทอดของโปรด เพื่อรับฟังปัญหาของโนบิตะ

ไม่ใช่ด้วยหน้าที่ของหุ่นยนต์พี่เลี้ยง แต่ด้วยหน้าที่ของความเป็นเพื่อน

หน้าที่ความรับผิดชอบของโดราเอมอนใหญ่หลวง เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อดูแลโนบิตะไปวัน ๆ แต่มาเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต เขาต้องเปลี่ยนจากโนบิตะที่ล้มเหลวทุกอย่างไม่ว่าชีวิตการงานหรือชีวิตครอบครัว ให้เป็นโนบิตะที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหม ต่อให้คน ๆ นั้นไม่ใช่คนอ่อนแอ ขี้เกียจ ท้อถอยง่าย ไม่มีความพยายามในเรื่องที่ไม่สนใจอย่างโนบิตะก็เถอะ แต่ท่ามกลางความยากลำบากและภาระอันหนักอึ้งนั้น คุณเห็นไหมว่า โดราเอมอนไม่เคยกดดันโนบิตะเลย เขาไม่เคยเคี่ยวเข็ญให้โนบิตะเรียนเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่เคยสั่งให้โนบิตะเล่นกีฬาหรือค้นหาความสามารถพิเศษที่ตัวเองไม่ชอบ ไม่เคยบังคับบีบคั้นโนบิตะให้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นคนใหม่ที่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของตน โดราเอมอนเป็นเพียงเพื่อน และสิ่งที่เขาทำทั้งหมดก็อยู่เพียงในขอบเขตของเพื่อนที่ดีเท่านั้น เตือนให้เพื่อนรู้ถึงหน้าที่ที่ควรทำ รับฟังและช่วยหาทางแก้ไขเมื่อเพื่อนมีปัญหา ไม่เคยปิดกั้นจินตนาการของโนบิตะด้วยคำว่า ‘ไม่เข้าท่า’ ไม่เคยบอกว่าสิ่งที่โนบิตะรักและชอบเป็นเรื่องไร้สาระ โดราเอมอนสนับสนุนและให้โอกาสโนบิตะได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ เรียนรู้และลองผิดลองถูกไปด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน และร่วมเปลี่ยนแปลงอนาคตไปพร้อม ๆ กัน ทีละก้าว ทีละก้าว

โดราเอมอนผลักดันให้โนบิตะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ทำลายจิตใจอันงดงามจากความเป็นเด็กของเขา

ฉันไม่แปลกใจที่โดราเอมอนยังคงความนิยมอยู่ได้โดยไม่เสื่อมคลายแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม โดราเอมอนไม่ได้เป็นเพียงตัวการ์ตูนที่จมอยู่ในโลกไร้กาลเวลา แต่เขาเป็นเพื่อนที่พ่อแม่ผู้เติบโตมาพร้อมกับเขายินดีส่งต่อเขาให้กับลูก ๆ ของตน เพื่อถ่ายทอดความฝันและจินตนาการที่ตนเคยได้รับให้เด็กรุ่นหลังได้มีโอกาสสัมผัสเช่นกัน

น่าเสียดายที่ผู้ใหญ่บางกลุ่ม...ซึ่งอาจไม่เคยรู้จักโดราเอมอน หรือเคยรู้จัก แต่ถูกย้อมด้วยสีของสังคมอันแก่งแย่งชิงดีจนลืมความฝันสมัยเป็นเด็กไปหมดแล้ว...คิดว่าการ์ตูนเป็นเพียงของหลอกเด็กไร้สาระที่ไม่มีค่าคู่ควรให้ลูก ๆ ของพวกเขาได้เสพ เขาไม่เชื่อในความรักหรือความฝัน พลังจินตนาการเป็นสิ่งไร้สาระ ในโลกแห่งความเป็นจริงโหดร้ายและบีบคั้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเริ่มต้นบีบคั้นลูกของตัวเองก่อนเพื่อเตรียมตัวให้เด็ก ๆ พร้อมสำหรับการเข้าสังคมในวันข้างหน้า โยนการ์ตูนไร้สาระนั่นทิ้งไปเสีย หน้าที่ของเด็กคือการเรียนให้เต็มที่เพื่อคะแนนที่โดดเด่นและอนาคตที่สดใส ดนตรี กีฬา และความสามารถพิเศษจะเป็นสิ่งสนับสนุน เด็ก ๆ ต้องพยายามให้เต็มที่เพื่อให้ตนเองเป็นผู้ถูกเลือกเมื่อเวลามาถึง ชีวิตคนนั้นสั้นนัก ไม่มีเวลาสำหรับแวะดูโน่นดูนี่ข้างทางหรอก

ฉันได้แต่หวังว่าวันหนึ่งพวกเขาจะเปลี่ยนใจ ชีวิตสั้นจริงอย่างที่พวกเขาว่า เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ควรจะถูกใช้เปลืองเปล่าไปโดยที่ผู้เป็นเจ้าของชีวิตไม่มีโอกาสได้มองเห็นสิ่งอื่นนอกจากการต่อสู้ฟาดฟัน โลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่สวยงาม และจินตนาการสร้างสรรค์นั่นแหละคือสิ่งที่จะขับเคลื่อนโลกนี้ต่อไป การ์ตูนไม่ใช่เพียงสิ่งไร้สาระ แต่ในหลาย ๆ ครั้ง มันจุดประกายความฝันและแรงบันดาลใจ เป็นสื่อที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย และในเรื่องที่ดี มันไม่ได้เหมาะสมแต่เพียงสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ให้ข้อคิดอะไรหลาย ๆ อย่างกับผู้ใหญ่ด้วย

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ คุณก็ควรจะรักษาความเป็นเด็กในหัวใจคุณเอาไว้ไม่ให้สูญสลาย

ศตวรรษที่ 20 ที่เราทั้งหลายคุ้นเคยผ่านไปแล้ว โลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ความเจริญก้าวหน้าด้านวิทยาการเจริญเติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ของวิเศษหลาย ๆ อย่างที่โดราเอมอนเคยเอาออกมาจากกระเป๋าแปรเปลี่ยนจากจินตนาการเป็นของจริง ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ, ภาพถ่ายจากดาวเทียมที่สามารถมองเห็นทุกซอกทุกมุมบนพื้นโลก, โทรศัพท์ที่สามารถมองเห็นใบหน้าของคู่สนทนาได้, เครื่องมือแปลภาษา ฯลฯ ความมหัศจรรย์ถูกแทนที่ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายได้ จินตนาการกำลังเดินทางมาบรรจบกับเทคโนโลยี และอีกประมาณ 100 ปี ก็จะถึงศตวรรษที่ 22 ยุคสมัยที่เราหลายคนคงจำได้และรอคอยใจจดใจจ่อให้มันมาถึง เพราะมันเป็นยุคสมัยที่โดราเอมอนเกิด บางทีจินตนาการจากศตวรรษที่ 20 อาจเป็นจริงอีกสักครั้งถ้ามันยังไม่ถูกลืมเลือน เพื่อนผู้เดินทางข้ามกาลเวลาของเราอาจมีชีวิตขึ้นจริง ๆ ในสักวันหนึ่ง

ไม่ใช่เพียงแค่โนบิตะเท่านั้นที่โดราเอมอนเดินทางข้ามกาลเวลามาพบ แต่เป็นเด็ก ๆ อีกนับล้านคนทั่วโลก ไม่ใช่เพียงในความหมายที่เขามาจากโลกอนาคตที่ห่างไกลออกไปหลายร้อยปี แต่เขาข้ามกาลเวลานับสิบปีนับตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จักกันมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นเพื่อนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ยังคงอยู่ที่เดิมกับรูปลักษณ์อย่างเดิม รอยยิ้มอ้ากว้างจริงใจ หัวกลม ๆ ที่เคยคิดอยากอ้าแขนออกให้กว้างที่สุดโอบกอด มือกลม ๆ ที่คุ้ยยุกยิกในกระเป๋ามิติที่สี่ที่หน้าท้อง หยิบมนต์วิเศษออกมาหว่านโปรย ทั้งความสนุกสนาน ความอบอุ่น การเรียนรู้ และมิตรภาพ

แด่เพื่อน ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา

ป.ล. คุณอาจเคยเห็นข่าวลือเกี่ยวกับตอนอวสานของโดราเอมอนตามอินเตอร์เนทหลายเรื่อง ที่แพร่หลายที่สุดคือโดราเอมอนไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นเพียงจินตนาการของโนบิตะ เด็กที่ป่วยหนักด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษา ต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลตลอดเวลา ความต้องการเพื่อนทำให้เขาจิตนาการถึงหุ่นยนต์แมวที่มาจากโลกอนาคตตัวนี้ขึ้น และอีกแบบคือหลังจากที่แบตเตอรี่ของโดราเอมอนหมดลง และการเปลี่ยนแบตเตอรี่จะทำให้เขาสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป ทำให้โนบิตะตัดสินใจไม่เปลี่ยนแบตเตอรี่ และเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตั้งใจเรียนเพื่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพื่อที่วันหนึ่งเขาจะทำให้โดราเอมอนกลับมาเป็นปกติ ฉันขอบอกว่าทั้งสองเรื่องเป็นเพียง fan fiction และ doujinshi จากการจินตนาการของแฟน ๆ เท่านั้น ในความเป็นจริง โดราเอมอนไม่มีตอนจบ อาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ผู้ให้กำเนิดโดราเอมอน ยังเขียนตอนใหม่ของโดราเอมอนอยู่ในขณะที่ท่านหมดสติและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาถัดมา และจนบัดนี้ บรรดาผู้ช่วยของอาจารย์ก็ยังคงช่วยกันเขียนโดราเอมอนตอนใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อสานต่อความฝันของท่านไม่ให้สิ้นสุด

by Carousal
First Published : คอลัมน์ตัวละครในดวงใจ นิตยสารไอน้ำ



Create Date : 09 ตุลาคม 2553
Last Update : 23 มกราคม 2555 21:20:29 น.
Counter : 594 Pageviews.

3 comments
ชวนอ่าน x ตะพาบ290(ตัวละครที่น่ารังเกียจ) กับการ์ตูน: Kuro no Mirage : นาคะ มาริมุระ มาช้ายังดีกว่าไม่มา
(20 พ.ย. 2564 20:09:10 น.)
天才儿子 Tiāncái érzi บุตรที่ฟ้าประทาน Kavanich96
(14 พ.ย. 2564 05:04:50 น.)
8 พ.ย. 64 ลาป่วยค่ะ  อาหารเป็นพิษ kae+aoe
(10 พ.ย. 2564 08:38:18 น.)
如果天不下雨 Rúguǒ tiān bùxià yǔ ถ้าหากฝนไม่ตก Kavanich96
(4 พ.ย. 2564 04:41:08 น.)
  
จริงที่คนเรามักลืมเลือนความฝันและความดีงามในวัยเยา
สังคมสัยนี้เลยไม่น่าอยู่เท่าใดนัก
แต่ถ้าเรามีลูก เราจะปลูกฝังด้วยการ์ตูนดีๆ แบบนี้ ไปพร้อมกับเรื่องเรียน
เพื่อเค้าจะได้มีจิตใจที่ดีงาม ควบคู่ไปกับสติปัญญา
โดย: ดูดีในที่มืด วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:14:01:40 น.
  
เป็นการ์ตูนที่สร้างจินตนาการให้เราตอนเด็กๆ ได้ดีมากๆ เรื่องหนึ่งเลยหละค่ะ

เสียดาย การ์ตูนเล่มๆ นี่หายไปซะเยอะแล้ว
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:14:45:26 น.
  
การ์ตูนเรื่องนี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะชอบ
ขนาดเราไม่ได้ชื่นชอบการ์ตูนแนวนี้ซักเท่าไหร่
แต่ตอนเด็กๆ ก็ดูเป็นประจำเหมือนกัน...สนุกดีค่ะ

ตอนดู ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่สนุกๆ ขำ..เท่านั้น
แต่แปลก...พออ่านมาถึงย่อหน้าสุดท้ายของคอลัมน์
ที่บอกว่า fan fiction เขียนให้ตอนจบ..เป็นเพียงแค่
จินตนาการของโนบิตะ...อ่านแล้วใจหายแฮะ...แบบว่า
เหมือนเขาทำลายตัวละครในความคิด (ของเรา)ยังไงไม่รู้
โดย: nikanda วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:4:52:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Carousal.BlogGang.com

carousal
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 192 คน [?]

บทความทั้งหมด