กรกฏาคม 2548

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เขาหาว่าเรา บ่ มิ ไก๊
...บ่ มิ ไก๊
...บ่ มิ ไก๊
...บ่ มิ ไก๊

นังพวกไกด์แก่ตัวดำทะมึน พอเห็นหน้าก็ต้องล้อเลียนเจ้าไกด์ตัวเปี๊ยกอย่างนี้ทุกที

ก็ทำทัวร์มาตั่งแต่ยุคทอง สมัยโบราณน่ะมันมีป้ายคล้องคอ พะ ยี่ ห้อ ไกด์ กันที่ไหนเล่า ไม่ต้องไปอบรมบ่มมารยาทกับสถาบันไกด์ที่ไหน กว่าจะได้เป็นไกด์ต้องมาฝึกตามทัวร์เป็นผู้ช่วยที่ทำงานราวกับ "โค" ใช้พลังงาน หยาดเหงื่อ และแรงกาย ลากถังน้ำแข็ง ลากลังโค้ก สายตัวแทบขาด

ถ้าลูกพี่ไกด์หัวหน้าทีมเมตตา ก็จะเว้นว่างไมค์ไว้ให้จับ ดม อม เล่น ซักสี่ ซ้า ห้า นาที แค่นี้ก็ดีใจจนน้ำตาไหลแล้ว

เพราะฉะนั้น ..กว่าจะได้จับไมค์เป็นดาราเสียงทอง ต้องฝีมือล้วน ๆ นะจ้ะ

แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ..ห๋า .. ถ้าไอ้ตัวเปี๊ยกจะเป็นไกด์ไซส์ มินิๆ แถมหน้าใสตาใสกิ๊ง แก่จนจะตายยังวายโดนครหานินทา หาว่าเอาเด็กอมมือเป็นไกด์




Create Date : 15 กรกฎาคม 2548
Last Update : 10 มีนาคม 2559 9:08:39 น.
Counter : 306 Pageviews.

9 comments
  
มันแปลว่าอะไรนะ " บ่ มิ ไก๊" .. ฟังแล้วเจ็บ ๆ คัน ๆ ในหัวใจ จั๊กกะจี้ จั๊กกะเดียมดีพิลึก ..

ฟังแล้วเลือดในกายสูบฉีดแรง .. อยากลุกขึ้นมาพ่นไฟ ..ฟู่ ฟู่ .. เผาให้ไอ้คนพูดมันตายคาที่ไปซะเลย ..

" ไอ้ .. เด็ก .. เมื่อ .. วาน .. ซืน"

นี่เป็นคำแรกที่ไกด์ตัวเปี๊ยกพ่นออกมาจากปาก (พร้อมกับเลือดที่กระอักออกมาเป็นหย่อม ๆ ) หลังจากความเงียบและความเครียดก่อนจะพากรุ้ปทัวร์วิกฤติ ในคืนวันเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ผ่านพ้นไปได้โดยไม่มีใครเป็นอันตราย .



" ฝากไปบอก มั น ด้วยนะ .. ไอ้ไกด์เด็กเมื่อวานซืน .. แค่คำว่า "รับผิดชอบ" น่ะเอามาใช้สั่ว ๆ กับชีวิตคนไม่ได้ แค่คำพูดว่า "ผมรับผิดชอบทั้งหมดเอง" น่ะอย่าเอามาใช้กับ ความเป็นความตาย ของคนแม้แต่คนเดียว .. ลองมีอันตรายเกิดขึ้นกับใครสักคน .. มันก็เกินความรับผิดชอบจะรับได้ไหวแล้ว "
โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 27 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:50:06 น.
  

ย้อนภาพกลับไป.. แฟ้บ..

ไกด์ตัวเปี๊ยกกับนักท่องเที่ยวอีก 14 ชีวิตที่เพิ่งจะกลับมาถึงรีสอร์ทเอาตอนบ่าย 2 โมง ปรกติแล้วจากเกาะไหงไปจุดชมวิวที่แหลมตาลวิ่งไปกลับชั่วโมงเดียวก็คงได้แต่เพราะคลื่นลมแรงจัด เรือไม้ดัดแปลงลำที่ทางรีสอร์ทจ้างมาสำหรับใช้ไม่เหมาะจะฝ่าคลื่นลมแรงจึงไปจอดหลบลมอยู่หลังเกาะอยู่เป็นเวลานาน ได้ยินนายท้ายพูดอยู่แว่ว ๆ ว่า

"หัวเรือแตก ไดรโว่สูบน้ำเสีย"

แต่เป็นเพราะไม่ชำนาญเส้นทางด้วยนะ .. เมื่อเช้าตอนไปถึงที่แหลมตาล กว่าจะตัดสินใจเอาเรือเข้าจอดให้ แกก็ยึกยักอยู่เป็นนาน ไกด์ตัวเปี๊ยกไปยืนชี้ ๆ ให้ดูว่าต้องเข้าเทียบกับท่าเรือท่องเที่ยวตรงนี้ แกก็ไม่ยอม

เชื่อดันเอาเรือไปเกยอีกท่าหนึ่งซะงั้นแหละ กว่าจะปีนขึ้นไปบนฝั่งได้ ทำเอาลูกทัวร์ห้อยโหนกันยักแย่ยักยัน

ลูกทัวร์ส่วนที่เหลืออีก 26 คนที่รออยู่บนเกาะทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อย และเก็บสัมภาระออกมากองเตรียมตัวเพื่อเดินทางกลับฝั่งกันแล้ว ..

สต๊าฟหนุ่มใหญ่ หรือ อีกนัยหนึ่งคือหุ้นส่วนคนหนึ่งของบริษัททัวร์ที่จ้างตัวเปี๊ยกมาเป็นไกด์ ยืนรออยู่ที่หน้าเกาะแล้ว พี่แกส่ายหน้าไปมา เดา ๆ ว่าแกคงคิดสงสารอยู่ในใจ

สารรูปของพวกเราแต่ละคนที่ไปทัวร์เช้านี้ดูไม่จืด เปียกมะล่อกมะแล่กหน้าซีดอิดโรยตัวสั่นเทาเพราะแรงเพราะความหิวข้าวบวกกับแรงลมที่พักกระหน่ำช่วงที่บังเกาะอยู่เป็นนาน

ตัวเปี๊ยกรีบจัดแจงลูกทัวร์กลุ่มน้อย

"..ไปกินข้าวกลางวันก่อนเลยค่ะ .. เดี๋ยวค่อยไปอาบน้ำเก็บของทีหลังนะคะ .."

แล้วตัวเปี๊ยกก็ลนลานไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า .. ข้าวปลาไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว .. ส่วนสัมภาระข้าวของไม่ต้องห่วงเพราะพร้อมเดินทางเสมอ ..

โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 30 กรกฎาคม 2548 เวลา:15:41:21 น.
  

บ่ายสองโมงสี่สิบห้านาที ..

นักท่องเที่ยวพร้อม .. ทีมงานพร้อม ..คลื่นลมก็พร้อมแล้ว .. เฮ ..


ทุกคนลงมาพร้อมกันที่หน้าร้านอาหารเพื่อเตรียมกลับ เรือเล็กเข้ามาเทียบเตรียมพร้อมถ่ายสัมภาระข้าวของและคนไปที่เรือใหญ่ ..

"..ลงเรือเลยพี่ .. " ไอ้ดำหนุ่มไกด์ท้องถิ่นของรีสอร์ทตะโกนเร่งอยู่หน้าหาด

ลูกทัวร์ของตัวเปี๊ยกยังไม่ยอมลงเรือเลยสักคน .. ตัวเปี๊ยกวิ่งแจ้นลงมาจากบนรีสอร์ท .. หน้าขาว ๆ กับท่าทางกลัว ๆ ผิดปกติของลูกทัวร์หลาย ๆ คน โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งมีประสบการณ์กับทัวร์เกาะลันเตาในตอนเช้า

" ..น้องไกด์ .. ทำไมเราไม่ได้กลับกับเรือใหญ่ลำเดิมแล้วเหรอ .."

พี่ผู้หญิงที่มีคนมากระซิบว่านี่ก็เป็นเจ้าของบริษัททัวร์เหมือนกันนะเริ่มคำถาม

"อ้าว .." ตัวเปี๊ยกติดเบรคเอี้ยด เพ่งตามองเรือที่ลอยลำรอรับอยู่ด้านหน้าหาด

" .. คุณดำ .. ทำไมไม่ใช้เรือลำใหญ่ .." ตัวเปี๊ยกเดินไปเจรจาตะอ้วย

" .. ไม่อยู่ .." น้องดำตอบสั้นง่าย .. " .. พี่ให้คนลงเรือเลย .. เดี๋ยวกระเป๋าผมช่วยเอาตามไปให้ .."

ลูกทัวร์ที่มีทั้งทัวร์เขาและทัวร์เรานับจำนวนได้เกือบ 60 ชีวิต .. ทำหน้าเหยเกราวกับโดนคำสั่งประหารชีวิตหมู่ ..

โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 30 กรกฎาคม 2548 เวลา:15:54:46 น.
  

ชีวิตเริ่มวุ่นวายอีกแล้ว .. จะกลับอยู่แล้วยังจะมีปัญหาจนได้ ..



ระบบประมวลผลในหัวสมองของไกด์ไซส์มินิเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ภาพข้อมูลความสามารถของเรือลำที่จอดลอยลำรออยู่เคลื่อนไหวไปมา ปากก็เจรจาต่อรอง ..

"ลำอื่นไม่อยู่เลยเหรอ ลำนี้มันคงไม่ไหวมั้ง คนตั้งเกือบหกสิบคนนะ .. ลำนี้มันมีที่นั่งแค่สี่สิบเองไม่ใช่เหรอ .."

".. ไม่เป็นไรหรอกพี่ .. ใกล้ ๆ แค่นี้เอง .. " ไอ้ดำยังยืนกราน .. ".. ขึ้นเลยพี่ .. ขึ้นเลย .. บ่ายสามโมงกว่าแล้ว .. เดี๋ยวไปถึงกรุงเทพฯ ช้านะพี่ .."

" แล้วลำนู้นล่ะ .." ตัวเปี๊ยกชี้ไปที่เรือที่ลอยลำอยู่ด้านหน้าเกาะแหวน ในเรือมีฝรั่งนั่งอยู่ 2 คน ..

" ลำนั้นต้องพาฝรั่งไปหาหมอ .." ไอ้ดำว่า

ท่าทางชักหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง หันไปทางลูกทัวร์ของไอ้ตัวเปี๊ยกที่เมื่อวานยังมาเกาะแขนขอให้ช่วยลากพาไปดูปะการัง แต่วันนี้ยืนเกาะกลุ่มอยู่ด้านหลัง ใจจดจ่อรอฟังคำตอบจากไกด์ตัวจ้อย ๆ ท่าทางเหมือนเด็กฝึกงาน .. พยายามเร่งให้ขึ้นเรือก็ไม่สนใจ แถมหนีบสัมภาระกระเป๋าเดินทางไว้กับตัว .. กลายเป็นคนละพวกกับเขาไปเสียแล้ว ..
โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 30 กรกฎาคม 2548 เวลา:16:24:02 น.
  
ตัวเปี๊ยกนิ่งเงียบ .. ลมแรงพัดตีหน้าจนเย็นเฉียบ .. มองเรือลำน้อยที่โยนตัวอยู่ในคลื่นลมสลับกับมองหน้าซีดเซียวของลูกทัวร์ที่ตัวเองรับผิดชอบที่อยู่ข้างหลัง .. สต๊าฟทัวร์ทั้งสองคนยังนิ่งรอการตัดสินใจของตัวเปี๊ยกในฐานะหัวหน้าทีมเดินทาง ..

" ..พี่ ๆ ทุกคนคะ .. ขออนุญาตปรึกษาเรื่องการเดินทางนิดนึงนะคะ .." ตัวเปี๊ยกหันหลังให้กับฝั่งและไกด์เรือที่กำลังหงุดหงิดมากขึ้น เริ่มต้นการพูดคุยกับลูกทัวร์ที่ยืนรอกระวนกระวาย

".. วันนี้คลื่นลมแรงและเรามีปัญหาเรื่องเรือที่จะเดินทางกลับค่ะ .. " ตัวเปี๊ยกพูดเสียงดังพอควรที่ทุกคนในคณะจะได้ยิน บางคนผงกหัวเป็นเชิงยอมรับ

" .. ในฐานะของไกด์ทัวร์ที่รับผิดชอบดูแลการเดินทางครั้งนี้อยากจะขอให้พี่ ๆ ให้เวลาสำหรับทางทัวร์จัดหาเรือลำใหม่ให้ .... ไม่ทราบว่าท่านใดมีธุระสำคัญที่จะต้องกลับไปถึงกรุงเทพฯ ในเช้าวันพรุ่งนี้หรือเปล่าคะ .. "

" ..ดีเลย ..ไกด์ .. ไม่ไหวหรอกเรือลำเล็กนิดเดียว.. เฉพาะคนก็เกือบหกสิบคนเข้าไปแล้ว .. แค่ยัดคนลงไปก็แทบจะไม่มีที่แล้ว ..แล้วนี่กระเป๋าอีก .."

".. ใช่ .. เห็นกลุ่มที่ไปเที่ยวเกาะเมื่อเช้าบอกว่าเรือน่ากลัวจะตาย .. เจอคลื่นน้ำสาดเข้าเต็มลำเรือ ..ต้องไปหาที่จอดหลบอยู่ตั้งนานไม่ใช่เหรอ .."

เสียงปรบมือกราวใหญ่ .. ใบหน้าซีดเซียวเพราะความกลัวของลูกทัวร์เริ่มมีสีสันขึ้นมาตัดกับหน้าดำ ๆ ของไกด์ที่ขาวแหง๋แก๋ซีดเซียวลงด้วยภาระที่ต้องเริ่มใหม่นั้นหนักหน่วง ..

กลุ่มลูกทัวร์พากันดึงสัมภาระกระเป๋าเดินทาง ย้ายเข้าไปยืนรวมกลุ่มใต้ไม้ใหญ่ใกล้เรือนอาหาร ..ไม่สนใจไยดีกับเจ้าหนุ่มไกด์อีกคนที่เมื่อวานยังปลื้มนักปลื้มหนา

พี่สาวคนทำทัวร์ร่วมอาชีพที่วันนี้ซื้อทัวร์มาเที่ยวพักผ่อน เดินเข้ามาตบไหล่เจ้าตัวเปี๊ยกเบา ๆ " ขอบคุณมาก..ตัวเปี๊ยก" ..
โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:9:34:10 น.
  

การแก้ปัญหาครั้งนี้ยังไม่จบสิ้นแน่นอน .. ปัญหามันเพิ่งเริ่มเปิดประเด็น

คำถามที่ตามมาถ้า "ไม่มีเรือ" หรือหาเรือทดแทนไม่ได้ คืนนี้จะทำยังไง.. จะนอนที่ไหน.. จะกินอะไร และที่สำคัญกว่านั้นจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเรือลำใหม่ ในเมื่อทางทัวร์จ่ายเหมาเบ็ดเสร็จไปกับที่พักไปแล้ว ..

เสียงไอ้ดำตะโกนโวยวายเป็นภาษาถิ่นเสียงดัง .. ตัวเปี๊ยกมองหน้ามันเฉยเงียบ .หัวสมองครุ่นคิดหาทางหนีทีไล่ ..

" .. พี่ .. มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก .ชูชีพก็มี.... แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผมรับผิดชอบเอง .." ไอ้ดำชักเกรี้ยวกราด ใกล้ ๆ จะหมดความอดทน .. ลูกทัวร์ในส่วนที่รับผิดชอบมากรุงเทพฯพร้อมกันอีกอีกสิบกว่าคนและต้องร่วมใช้เรือเดินทางกลับกับคณะใหญ่กรอกตาไปมา ..

" ..น้องพูดได้ยัง .. รับ .. ผิด .. ชอบ .. กับความเป็นความตายของคน" ตัวเปี๊ยกมองตาคนกล้าหาญที่ขอเข้ามารับผิดชอบชีวิตคนสรรพนามเรียกขานเริ่มเปลี่ยนตามอารมณ์ " .. ผิดไปแล้วล่ะน้อง .. พี่น่ะเป็นแค่มัคคุเทศก์มีหน้าที่พาเขาเดินทางมาท่องเที่ยว หาความสนุกสนานให้กับชีวิต ไม่ได้มีหน้าที่พาใครมาเสี่ยงตาย .. น้องจะพูดยังไงก็ได้ ณ วินาทีนี้ .. ตรงนี้ .. แต่ถ้ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น.. ความ.. รับ.. ผิด..ชอบ .. มันไม่สามารถทำให้คนฟื้นขึ้นมาได้หรอก "

" .. คุณ .. มัน .. ไกด์.. ขี้.. ขลาด ..." ไอ้ดำตะโกนตอกหน้า ..

ไม่มีเสียงตอบใด ๆ จากตัวเปี๊ยก .. เจ้าหล่อนนิ่งไร้อารมณ์เสียจนสต๊าฟทั้งสองและลูกทัวร์นับถือในความใจเย็น ..


ไกด์ดำเข้าไปใช้วิทยุสื่อสารในโรงอาหารติดต่อกับฝั่ง .. เจ้าของรีสอร์ทและทีมงานหายเงียบไปไม่โผล่แม้หน้าออกมาให้เห็น ลูกทัวร์สิบสามคนที่มากับไกด์ดำลงเรือเล็กไปท่าทางหงอย ๆ บางส่วนก็ได้ไปมีประสบการณ์กับเรือลำเล็กลำนี้มาแล้วในตอนเช้าแต่ก็ไม่มีทางจะคัดค้านอะไรได้

ไม่ต้องรออะไรอีกคนพร้อมไกด์พร้อม .. เรือออกตัวบ่ายหน้าออกไปสู่ฝั่ง ..
โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:9:40:37 น.
  
" .. พี่ .. หนูจะเดินไปหาเรือที่หัวเกาะนะ .. ถ้าไม่ได้จริง ๆ เราอาจจะต้องนอนที่นี่อีกคืนจนกว่าจะหาเรือกลับได้นะ .." ตัวเปี๊ยกหันมาปรึกษากับทีม

" .. ไม่ลองคุยกับโกดูก่อน .." สต๊าฟหนุ่มใหญ่ หนึ่งในทีมเจ้านายตัวจริงแนะนำ

ตัวเปี๊ยกนิ่ง .. มองหน้าเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์อย่างชั่งใจ .. สูดลมหายใจเต็มปอดแล้วเดินเข้าไป ..ไม่มีวี่แววของนายหัวเจ้าของสถานที่มาตอบคำถาม ใบหน้าบึ้งตึงของเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจเป็นญาติคนใดคนหนึ่งตอบคำถามสั้นห้วนจนต้องเรียกสติในการเจรจาอย่างสุดชีวิต

"..แล้วทำไมไม่ไปกับเรือเลย กลับมาเปลี่ยนใจทีหลัง.. ไม่กลัวแล้วเรือล่มแล้วเหรอ .." หน้าคล้ำ ๆ ของคนพื้นที่โยนระเบิดใส่มาลูกแรก

" ..ไม่ใช่ไม่ไปเพราะกลัวคลื่นลมแรง แต่ว่า เรือลำนั้นไม่ปลอดภัย .." ตัวเปี๊ยกตั้งสติ อธิบายช้าชัดตรงประเด็น " .. ถ้าเมื่อกี้พี่ออกไปดูเรือพี่ต้องคิดเหมือนหนูแน่ ๆ ..มันเป็นเรือเมล์วิ่งเกาะที่เรียกมาจากที่อื่น เมื่อเช้าตอนไปทัวร์ลันตา หัวเรือแตก น้ำเข้าได้ ไดรโว่สูบน้ำเสีย .. ไม่มีเข็มทิศ .. ไม่มีวิทยุสื่อสาร .. แล้วหนูจะให้ลูกทัวร์ออกไปเสี่ยงได้ยังไง "

"แต่ว่าเราก็มีชูชีพให้ลูกค้านี่ .." คนพื้นที่ยังมีคำโต้แย้ง

".. เรือลำนี้ถ้าคลื่นซัดมันจะจมลงไปเฉย ๆ เลยนะพี่ ..คนที่อยู่ในเรือถึงจะใส่ชูชีพก็ออกมาจากเรือไม่ได้หรอก .. หน้าต่างมันขนาดใหญ่กว่าตัวคนนิดเดียว"

ตัวเปี๊ยกทำมือบอกขนาดความกว้างยาวประกอบ

"หน้าต่างเรือมันสูงพ้นจากพื้นน้ำแค่เมตรเดียว เวลาลงเราต้องหย่อนตัวเข้าไปในช่องหน้าต่าง .. ถ้าคลื่นแรงน้ำก็ซัดเข้าหน้าเรือไปเลย .. แล้วที่สำคัญขนาดของมันสำหรับคนจำนวนสี่สิบคนเป๊ะ ๆ แต่เมื่อกี้นี้ต้องใส่ลูกทัวร์ของหนู 40 คน.. ลูกทัวร์ของไกด์ดำอีกกลุ่มหนึ่ง 13 คน ไกด์อีก 5 คน ... รวมทั้งหมด 58 คน..เกือบ ๆ จะ 60 คนเข้าไปแล้ว... แค่นี้มันก็แทบไม่ไหวแล้ว"

" ..เมื่อกี้ต้องขนกระเป๋าไปพร้อมกันด้วยนะ .. แค่กระเป๋าอย่างเดียวถ้าใส่ลงไปก็กินพื้นที่มาเกือบครึ่งลำเรือแล้ว .. เรือลำนี้หลังคาก็ให้คนนั่งไม่ได้ วางของก็ไม่ได้อีก เพราะว่ามันเป็นหลังคาสังกะสีเกลี้ยง ๆ ไม่มีขอบไม่มีอะไรทั้งนั้น .. แล้วเมื่อกี้เขาจะให้ทั้งคนทั้งของต้องยัดใส่เข้าไปในที่แคบ ๆ เท่านี้ .. ถ้าเรือจมจริง ๆ ทุกคนจะออกมาจากเรือไม่ได้เลย . . เพราะน้ำมันอัดเข้าไปในเรือ ..ตรงไอ้ช่องหน้าต่างนั่นแหละ .."

" .. เอาเป็นว่าหนูยอมให้ทุก ๆคนที่นี่เรียกว่าหนูเป็นไกด์ขี้ขลาด .. ดีกว่าจะให้ลูกทัวร์หนูไปลงข่าวหน้าหนึ่งว่า .. ทัวร์มรณะตายหมู่ 50 ศพ .."

ไม่มีเสียงตอบจากคู่สนทนาที่ตัวเปี๊ยกยืนประจันหน้าอยู่

" .. บางที... เดี๋ยวจะเรียกให้เรือตำรวจน้ำมารับกลับ .. "




โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:12:16:42 น.
  
" .. บางที... เดี๋ยวจะเรียกให้เรือตำรวจน้ำมารับกลับ .. "

โล่งอกแทนค่ะ
โดย: beejasmine วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:22:47:03 น.
  
เก่งจังเลยป้าทุยบ้านทุ่ง
โดย: เด็กนอกเขตปริมณฑล IP: 210.86.130.189 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:29:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ป้าทุยบ้านทุ่ง
Location :
สระบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านฉันอยู่กลางทุ่งนา มีปู่ มีย่า มีหมา มีควาย เอิงเงย
New Comments