KEEP IN TOUCH

priyavimol
Location :
กรุงเทพฯ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาวน้อยหัวใจมีปีกที่อยากโบยบินไปในโลกกว้าง
A girl that her heart fill with her someone already

No man/woman is worth your tears and the only one who is,
will never make you cry.
ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้
ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น
เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add priyavimol's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 
เอาสูตรอาหารมาแบ่งปัน

สปาเกตตี้ซอสเห็ด


เครื่องปรุง

เนยสด ปริมาณตามชอบ
หอมใหญ่หัวโต ๆ สับละเอียด 1 หัว
แป้งสาลี (อเนกประสงค์) 1/ 4 ถ้วยตวง
นมข้นจืดลงไปประมาณ 2 - 3 ถ้วย (หรือใช้ครีมข้นแทนได้่)
เห็ดฟางสดหั่นบาง ๆ 3 ถ้วย (หรือเห็ดอื่นตามชอบ)
Parmesan ชีสขูดฝอย 1/ 4 ถ้วย
Cheddar Cheese ขูดฝอย 1/ 2 ถ้วย
เส้น Pasta ต้มสุกแล้วตามชอบ
ใบ Parsley สับหยาบ ๆ
พริกไทยดำป่น


วิธีทำ

วิธีทำซอสเห็ดแบบกัสซี่ก็ไม่มีอะไรมาก ขั้นแรกก็ยกกระทะขึ้นตั้งไฟ (จะใช้กระทะก้นลึกก้นตื้นก็ได้ทั้งนั้น) จากนั้นก็ใส่เนยสดลงไป แล้วตามด้วยหอมใหญ่ สับละเอียด ผัดให้หัวหอมสุกใส แต่ไม่เหลืองจนไหม้ จึงเทแป้งสาลี (อเนกประสงค์) ใส่ลงไป ผัดด้วยความรวดเร็ว และผัดพอให้แป้งสุก (อย่าใช้ไฟแรง เพราะแป้งจะไหม้คะ)

ในขณะที่ผัด ก็ค่อย ๆ เทนมข้นจืดลงไป (แต่ถ้าคุณอยากเพิ่มไขมันหน้าท้องและต้นขาแล้วละ ก็ สามารถเปลี่ยนจากนมข้นจืดไปใช้ครีมข้นแทนได้คะ) แล้วผัดให้ส่วนผสมในกระทะเข้ากัน การผัดส่วนผสมในขั้นตอนนี้ ถ้าจะให้ดี ควรใช้ไม้ตีไข่แบบที่เป็นหัวบัลลูนคนส่วนผสมในกระทะให้เข้ากันแทนการใช้ตะหลิวนะคะ จากนั้นเคี่ยวส่วนผสมด้วยไฟอ่อน ๆ จนกระทั่งส่วนผสมเดือดและข้น ระวังอย่าให้เดือดนานเพราะนมจะแยกชั้นเหมือนกะทิแตกมันคะ

นำเห็ดฟางสดหรือเห็ดชนิดอื่น ๆ ที่คุณชอบ มาทำความสะอาด แล้วหั่นให้บางหรือหนาตามใจชอบ เทเห็ดลงไปผัดกับซอสที่เคี่ยวอยู่ในกระทะ ผัดจนกระทั่งเห็ดสุก จึงใส่ Parmesan ชีสขูดฝอย ๆ ลงไป และตามด้วย Cheddar Cheese ขูดฝอย ผัดต่อพอเนยละลายดีแล้ว ก็กระทะยกลง ซอสเห็ดของเราก็เป็นอันสำเร็จ

ใช้ซอสเห็ดที่ทำเสร็จแล้ว คลุกกับเส้น Pasta ชนิดใดก็ได้ที่คุณชอบ เวลาเสิร์ฟอย่าลืมโรยหน้าด้วยใบ Parsley สับและพริกไทยดำป่นนะคะ จะได้ช่วยเพิ่มกลิ่น รส และ รูปให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น ซอสเห็ดสูตรนี้ถ้าหนุ่มหล่อประจำบ้านของกัสซี่เป็นผู้ลงมือทำละก็ เขาจะใส่เบคอนสับลงไปผัดกับเนยด้วย โดยจะผัดเบคอนจนกรอบเสียก่อน แล้วจะแบ่งตักเบคอนที่ทอดจนกรอบนั้น เก็บไว้ครึ่งหนึ่ง (เพื่อใช้โรยหน้าเวลาเสิร์ฟ) จากนั้นเขาถึงจะใส่หัวหอมสับลงไปผัดตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น


เคล็ดไม่ลับ


เวลาต้มเส้น Pasta ไม่ว่าจะเป็น Pasta รูปแบบใดก็ตาม ถ้าจะให้ดี คุณอย่าต้มนานเกินไปนะคะ เพราะถ้าเราต้มนานเกินไปเส้นก็จะเละ เวลานำมาทานกับซอสจะไม่อร่อย มันจะแฉะ ๆ แหยะ ๆ คะ

เวลาต้มเส้น Pasta ควรใช้น้ำมากสักหน่อย เทน้ำใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลางค่อนข้างแรง พอน้ำเดือดพล่าน ก็ใส่เกลือป่นลงไปในน้ำสักหนึ่งหรือสองช้อนชาและน้ำมันมะกอกอีกเล็กน้อย ตามด้วยเส้น Pasta ที่เลือกไว้ ขณะต้มอย่าลืมใช้ทัพพี (ควรใช้ทัพพีไม้) คนเส้นบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้เส้นติดก้นหม้อ แต่อย่าคนแรงนะคะ เพราะเส้นจะขาด

โดยส่วนตัวแล้ว กัสซี่จะใช้เวลาต้มเส้น Pasta ประมาณ 7 - 8 นาที (ถ้าเป็นเส้น Pasta แบบสด จะใช้เวลาสั้นกว่านี้อีก) แล้วก็ใช้ส้อมช้อนเส้นขึ้นทดสอบว่า สุกหรือยัง โดยการเอามือหยิกเส้นดู ถ้าเส้นด้านนอกนุ่ม แต่ด้านในยังแข็งเป็นไตนิด ๆ ก็เป็นอันใช้ได้ (ถ้าคุณชอบเส้นแบบนิ่ม ๆ อาจจะใช้เวลาต้มนานกว่านี้ ) จากนั้นก็ยกหม้อที่ต้มเส้นลงจากเตา แล้วรีบเทเส้นใส่กระชอน นำเส้นที่ต้มแล้วไปแช่ในน้ำเย็นจัด ๆ ทันที เพื่อให้เส้นมันหยุด Cook (ขออภัยที่ต้องใช้คำฝรั่ง เพราะไม่แน่ใจว่าในภาษาไทยควรใช้คำว่าอะไร) แล้วทิ้งไว้พอให้เส้นเย็น จึงเทเส้นใส่กระชอน พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วค่อยนำเส้นมาคลุกด้วยเนยละลายหรือน้ำมันมะกอกร้อน ๆ อีกครั้ง ก็เป็นอันเสร็จพิธีคะ




คาราเมล คัสตาร์ด

เครื่องปรุง


ส่วนผสมคาราเมล
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
น้ำ 1/ 4 ถ้วย

ส่วนผสมคัสตาร์ด
นมสด 4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
วานิลา 2 ช้อนชา
ไข่ไก่ 6 ฟอง (ใช้ทั้งไข่ขาวไข่แดง 4 ฟอง และใช้เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง)

วิธีทำ
วิธีทำคาราเมล
นำน้ำตาลทรายและน้ำใส่ในหม้อก้นหนา ๆ นำไปตั้งไฟอ่อนจนกระทั่งน้ำตาลละลาย แล้วลดไฟลงอีก เคี่ยวต่อประมาณ 5 - 10 นาที จนส่วนผสมข้นเหนียวเป็นคาราเมล (ห้ามคนเด็ดขาด) ยกลงเทใส่ในพิมพ์แก้วทนไฟหรือพิมพ์เซรามิกขนาดความจุ 1 /2 ถ้วย จำนวน 8 ถ้วย กรอกคาราเมลให้ทั่วก้นพิมพ์

วิธีทำคัสตาร์ด
1. นำนมสดและวานิลาใส่ลงในหม้อนำไปตั้งไฟพอเดือด ยกลงแล้วพักไว้

2. ตอกไข่ใส่ในชามผสม แล้วเติมน้ำตาล คนให้เข้ากันดี แล้วค่อย ๆ เทส่วนผสมของนมที่ต้มไว้ลงไปใน ส่วนผสมไข่ คนให้เข้ากันดี (อย่าเทนมลงไปพรวดเดียวเพราะไข่จะสุกหมด )

3. นำส่วนผสมที่ได้มากรองด้วยกระชอนตาละเอียด จากนั้นจึงเทส่วนผสมใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้

4. นำพิมพ์ทั้ง 8 วางลงในถาดขอบสูง จากนั้นเทน้ำเดือดจัด ๆ ลงในถาดให้ระดับของน้ำร้อนสูงเท่ากับระดับของส่วนผสมในพิมพ์ แล้วยกทั้งถาดไปใส่ในเตาอบไฟ 180 องศาเซลเซียส นาน 30 - 45 นาที ก็จะสุก




เคล็ดไม่ลับ

คาราเมลคัสตาร์ด (Caramel Custard) หรือ ครีมคาราเมล (Creme Caramel)ที่อร่อยนั้น เนื้อขนมจะต้องเนียน ไม่มีฟองอากาศ หน้าขนมจะต้องเรียบ และคาราเมลที่อยู่ก้นถ้วยจะต้องไม่เหนียวติดพิมพ์หรือมีรสชาติขมเกินไป คัสตาร์ดนั้นเมื่อทำเสร็จใหม่ ๆ แล้วรับประทานเลยจะไม่อร่อย ควรนำมาแช่ให้เย็นทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ เพื่อให้เนื้อคัสตาร์ดอยู่ตัว





ปล..
ลองเอาไปทำทานช่วงวันChristmasนะค่ะ


Create Date : 22 ธันวาคม 2551
Last Update : 22 ธันวาคม 2551 16:23:15 น. 5 comments
Counter : 168 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณดัง ขอบคุณที่ไปเยี่ยมป้าแป๋วนะคะ
คุณดังทำบล็อคใหญ่ไปหรือเปล่าคะ แต่ป้าแป๋วก็เซตอะไรไม่เป็นเหมือนกัน แหะๆ
แบบว่าดูเหมือนหน้าบล็อคมันใหญ่จนระเบิดขอบไปเลยน่ะค่ะ
ลองไปดูบล็อคคนอื่นที่เค้าสอนทำบล้อคนะคะ ป้าไม่เก่งซะด้วย
ไม่งั้นก็คงพอช่วยคุณดังได้ บล้อคป้าก็ได้โค้ดมาจากเพื่อนๆ ค่ะ
แล้วป้าก็แปะอย่างเดียว แหะๆ


โดย: แป๋วภูเก็ต วันที่: 22 ธันวาคม 2551 เวลา:17:30:31 น.  

 


โดย: สายของพิณ วันที่: 22 ธันวาคม 2551 เวลา:20:58:11 น.  

 
ของโปรดทั้งคู่เลยคะ ขอบคุณมากคะ


โดย: butterfly pea วันที่: 22 ธันวาคม 2551 เวลา:22:42:11 น.  

 
คัสตาร์ดน่ารัก น่าหม่ำจังเลยค่ะ ขอชิมบ้างน๊าาาาา


โดย: อ้อมกอดของความเหงา วันที่: 22 ธันวาคม 2551 เวลา:23:53:52 น.  

 
ช่าย ๆ น่ากินเนอะ กินด้วยอ่ะ


โดย: wiyada_susi วันที่: 23 ธันวาคม 2551 เวลา:11:39:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.