คนที่ใช่...จำเป็นต้องตามหาไหม
สวัสดีค่ะ วันนี้เราก็มีอะไรอยากแบ่งปันเพื่อนๆ อีกแล้ว

ขอใช้เช้าวันจันทร์นี้เลยละกัน สืบเนื่องมาจากที่เราอ่านพันทิพช่วงนี้ คนออกมาโพสกันเยอะมากเรื่องความรัก อย่างเช่น ฉันก็โสด แต่ยังไม่เจอคนที่ใช่ซะที ทำยังไงดี ควรออกไปหาไหม หรือควรอยู่แบบเดิมๆ รอให้เค้าเข้ามาเอง ?

คำถามนี้เราก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน... แต่เราได้อ่านหนังสือเล่มนึงที่ชื่อว่า "When GOD writes your love story" มาในช่วงเวลาเหมาะมากๆ 

ก่อนจะเล่าย่อๆ ให้ฟัง เพื่อนๆ จำโฆษณา K BANK ตัวนึง ที่พระนางนัดเจอกันที่สถานีรถไฟได้ไหม แล้วผู้หญิงแอบลองใจผู้ชาย โดยการให้ป้าคนนึงติดดอกกุหลาบแทนตัวเอง ก็มีลงในหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน เป็นเรื่องจริงด้วยนะ

ในหนังสือ When God writes your love story เป็นเรื่องของผู้หญิงกับผู้ชายที่เค้าทั้งคู่เป็นคริสเตียน แล้วทั้งคู่ก่อนมาเจอกันเคยผ่านประสบการณ์ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีมาทั้งคู่ จนวันนึงเค้ารู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว ไม่อยากเริ่มแบบเดิมๆ แล้วจบแบบเจ็บๆ เค้าเลยตัดสินใจมอบชีวิตรักของเค้าให้พระเจ้าดูแล ซึ่งคนคริสเตียนจะมีเรื่องที่กลัวอยู่ 2 อย่างคือถ้าให้พระเจ้าดูแลแล้ว กลัวพระเจ้าจะให้อยู่เป็นโสด หรือพระเจ้าจะให้แต่งงานกับคนที่ไม่ชอบ 555 แต่เค้าทั้งคู่ก็ตัดสินใจยอมพระเจ้า 

ปรากฎว่าพระเจ้านำให้เค้ามาพบกันในระหว่างการทำงานร่วมกันหลายครั้ง แล้วทั้งคู่ตอนแรกก็ไม่ได้ปิ๊งปั๊งกันหรอก มันเป็นธรรมชาติ มีการพูดคุยกัน แต่ด้วยความที่แบบเค้ามีความสนใจในพระเจ้าร่วมกัน มีเป้าหมายชีวิต ความสนใจคล้ายๆ กันก็เลยคุยกันถูกคอ จนสนิทกันมากขึ้นๆ แบบใจบริสุทธิ์ 

จนวันนึงเค้าทั้งคู่อึดอัด ว่าความสัมพันธ์จะไปในทิศทางไหน เพราะทั้งคู่ก็รู้สึกว่ามันไม่ดีที่จะสนิทกันมากๆ เนื่องจากจะเป็นการไม่ให้เกียรติคู่ครองในอนาคตของแต่ละคนด้วย พระเจ้าก็ดลใจให้ผู้ชายเข้าไปคุยกับพ่อผู้หญิง ซึ่งพ่อเค้าก็อนุญาตให้คบกันพัฒนาความสัมพันธ์กันได้ แบบ Confirm ว่าใช่ จนตอนนี้แต่งงานมีลูกกันไปแล้ว 

ข้อคิดจากเรื่องนี้คือ
- คนทั้งคู่ทำหน้าที่ของตนเอง แล้วพวกเค้าก็พบกันในระหว่างการใช้ชีวิตธรรมดาของตนนั่นแหละ แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่คนที่เราแอบปิ๊งปั๊งบน BTS แต่ต้องเข้าใจว่าคนที่ใช่ มันจะเอื้อโอกาสให้พัฒนาความสัมพันธ์เอง โดยโอกาสพบเจอกันมันจะมากกว่า 1 ครั้งแน่นอน 

- คนทั้งคู่คบกันแบบบริสุทธิ์ใจและให้เกียรติ แบบเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะคุยกับหลายๆ คนพร้อมกันนะ คือไงนะ อธิบายไงดีว่าคนเราสามารถคุยกะคนๆ เดียวได้โดยที่ให้เกียรติเค้าและไม่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอ่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงต้องรู้จักวางตัว ไม่หยอดไปเรื่อย ไม่หว่านเสน่ห์ไปเรื่อยกับหลายๆ คน

- ผู้หญิงในเรื่องเค้าแนะว่า อย่าแย่งบทบาทผู้ชาย หน้าที่ในการขอเริ่มความสัมพันธ์ควรเป็นของผู้ชาย ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรดูกาละเทศะด้วยเช่นกัน ชายบางคนก็กล้าเกิน ขอเป็นแฟนตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน (เคยอ่านเจอ) แล้วเราอยากแนะนำผู้ชายว่าการหยอดยิ้มให้ผู้หญิงที่เพิ่งเห็นหน้ากันตามรถประจำทาง ตามที่สาธารณะต่างๆ มันถูกมองไม่ดีนะ เพื่อนผู้หญิงเรามาเล่าให้ฟัง " แกชั้นเจอผู้ชายคนนึง มองแล้วยิ้มให้ชั้นมา 2 วันแล้ว ที่ป้ายรถเมล์ โครตน่ากลัว" คือเราไม่เหยียดเพศใดๆ ทั้งสิ้น แต่เล่าความจริงให้ฟัง สำหรับผู้ชายที่ขี้อาย คุณอาจต้องขจัดความขี้อายออกไปนะ 

แล้วอาจมีคนสงสัยว่าทำไมแนวคิดแบบคริสเตียนห้ามมีอะไรกันก่อนแต่ง

ข้อห้ามที่เป็นจารีตประเพณีทั่วไปก็คงคล้ายๆ กันทุกแนวคิดแหละ ที่ต้องการให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว

เหตุผลที่ลึกๆ กว่านั้นสำหรับทางคริสคือ การมีอะไรกันนั้นเป็นการถ่ายทอดฝ่ายวิญญาณ เอาง่ายๆ ว่าเรานอนกับใคร เราก็รับเอาสิ่งที่คนๆ นั้นเป็น อารมณ์ ความรู้สึก ถ้าคนไม่ดีนอนด้วยกัน มันก็ถ่ายทอดสิ่งไม่ดีให้แก่กันและกัน ยิ่งถ้าผ่านหลายคน มันก็เจือกันมั่วไปหมด มารวิ่งเล่นในชีวิตคุณสนุกเลย 

เป็นเหตุผลว่าเราควรมีอะไรกับคนที่เราจะแต่งงานด้วยคนเดียวเท่านั้น

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมาก ถามว่าถ้าชีวิตรักมันล้มเหลวไปแล้วจะทำไง เราคงต้องกลับใจใหม่จริงๆ ไม่ดำเนินความสัมพันธ์ตามอย่างของคนในยุคนี้ที่คบๆ เลิกๆ เพราะผลในแต่ละครั้งคือความเจ็บปวดปางตาย

เราเห็นหลายๆ คนวิ่งเข้าหาไสยศาสตร์ หมอดู ถึงขั้นเล่นของเพราะเรื่องความรักนะ แต่มันไม่มีประโยชน์หรอก แถมเป็นทุกข์หนักด้วยซ้ำ เราเห็นมีแต่พระเยซูเท่านั้นที่ช่วยได้ 

วันนี้ ขอพอแค่นี้ก่อนนะคะ ใครมีข้อสงสัยอะไรหรืออยากให้อธิษฐานอะไรให้ก็หลังไมค์มาหาเราได้ แต่อาจไม่ได้ตอบทันที แต่ตอบทุกอันค่ะ

เราขออวยพรให้ทุกคนเจอคนที่ใช่ละกัน และให้คุณได้รู้จักความรักของพระเยซูด้วยค่ะ

ปล. 1. สรุปจากคำถาม จำเป็นต้องตามหาไหม ? เราว่าอาจไม่ต้องสูญเสียพลังงานในแต่ละวันเพื่อตามหา หลายคนบอกว่า คนนั้นจะเข้ามาโดยไม่มีการจัดเตรียมมาก่อน อาจมาแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ หลังจากนั้นก็ต้องหาทางพัฒนาความสัมพันธ์กันเอง 

       2. แล้วพระเจ้าให้แบบที่ขอหรือเปล่า ? สำหรับคริสเตียน คนที่รอคอยพระเจ้าให้นำ ก็ไม่มีใครผิดหวังนะ ในเรื่องเค้าบอกว่าพระเจ้าให้ดีกว่าที่เค้าคาดหวัง แต่การเป็นคริสเตียนย่อมหมายถึงการกลับใจใหม่จากสิ่งไม่ดีที่เคยทำ แล้วไม่กลับไปทำอีก หลังจากนั้นอธิษฐานขอการทรงนำจริงๆ รวมถึงการรักษาชีวิตในหลายๆ ด้านให้บริสุทธิ์ด้วยค่ะ









Create Date : 09 มีนาคม 2558
Last Update : 11 มีนาคม 2558 17:19:24 น.
Counter : 863 Pageviews.

4 comments
  
เคยตามหาความรักจนเหนื่อยแล้วค่ะ ตามหาจนนำมาเป็นเรื่องเล่าในบล๊อคได้เลย

ตอนนี้ไม่หาแล้ว ต้องให้เขาตามหาเรามั่ง ไม่ช่ายยย 555+

เชื่อว่าถ้ามีคู่ เดี๋ยวก็เจอกันเอง ใช้ชีวิตโสดๆของเราให้มีความสุขในแต่ละวันดีกว่า

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ
โดย: Raizin Heart (Raizin Heart ) วันที่: 9 มีนาคม 2558 เวลา:13:42:56 น.
  
ขอบคุณมากค่ะที่มาแชร์ น่ารักมาก

ระวังจะมี surprise ในวันที่คาดไม่ถึงนะคะ
โดย: สมาชิก 1140693 (สมาชิกหมายเลข 1140693 ) วันที่: 11 มีนาคม 2558 เวลา:17:06:35 น.
  
ขอบคุณมากนะเพื่อนอุ้มที่อุตส่าห์แชร์ลิ้งที่เอ๋เขียนเข้าเฟสบุ๊คเอ๋เฉยเลย ขอบคุณนะเพื่อน เราเขียนเองเฟ้ย 555

ว่างๆ ก้เข้ามาเม้นท์บ้างนะ รู้จัก Blog กันแล้ว


ปล : สำหรับผู้อ่าน พอดีเพื่อนเจอหน้าเพจในกูเกิ้ลแต่ไม่รู้ว่าเป็นของเรา แชร์เข้าเฟสเราเฉยเลย 555
โดย: 1140693 (สมาชิกหมายเลข 1140693 ) วันที่: 13 มีนาคม 2558 เวลา:19:11:53 น.
  
... คนที่เจอก็ไม่ใช่...คนที่ใช่ก็ไม่เจอ... :)
โดย: อีกหกนาทีจะเที่ยงคืน วันที่: 13 มีนาคม 2558 เวลา:21:28:04 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 1140693
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31