แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใด เมื่อหัวใจเรามีเพื่อน แม้กายเราจะหนาว แต่หัวใจของเรา อบอุ่น...เสมอ...
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
เขารู้แล้ว!!

เสียงหัวเราะสดใสแว่วดังมาจากดินแดนอันแสนไกล เขามองเห็นตัวเองกำลังวิ่งเล่นกับพี่ชายคนโตและน้องชายคนเล็ก อยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ผีเสื้อตัวน้อยกำลังโบยบินชื่นชมความงามของดอกไม้กระจิดริดริมทาง ทุกคนแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีครามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ว่าวจุฬาลอยเคว้งท้าลมอยู่อย่างหาญกล้า ลมกำลังพัดพลิ้วเย็นสบาย ลู่เสื้อผ้ามอมแมมของเด็กสามคนไปทางเดียวกัน

===============

“เอี๊ยด ….!!”

เสียงล้อรถเสียดทานกับพื้นถนนดังลั่น แรงเหวี่ยงกระชากร่างเพื่อนของผมไปข้างหน้าแล้วดึงกลับมาข้างหลังอย่างแรง ศีรษะของเขาผงะหงายกระแทกกับราวหลังพนักเก้าอี้เข้าอย่างจัง!!

ภาพสนุกสนาน และรอยยิ้มหายวับไปทันที! เพื่อนผมสะดุ้งตื่น! ผมก็เลยพลอยตื่นไปด้วย ที่จริงผมตื่นก่อนแล้วล่ะ

“ไอ้ห่าเอ๊ย! เลี้ยวไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ อยากเป็นผีหรือไงวะ” คนขับรถประจำทางหัวเสียขึ้นมาทันที

ดลภาคยกมือคลึงศีรษะบริเวณที่ถูกกระแทกอย่างแรงเมื่อสักครู่ ไม่สนใจเสียงสบถของคนขับรถประจำทาง คนโดยสารในรถประจำทางยังแน่นถนัดอยู่อย่างเดิม มองออกไปนอกตัวรถ ความมืดโรยตัวคลี่คลุมทุกพื้นที่ไว้หมดแล้ว แสงไฟสีแดงของท้ายรถเก๋งเป็นแถวยาวสุดตาเด่นท่ามกลางความมืดสลัวของยามพลบค่ำ พลันภาพวัวควาย เป็ดไก่ที่ถูกยัดเยียดเบียดเสียดในรถสิบล้อเพื่อไปโรงฆ่า!! ภาพนั้นคงไม่ต่างอะไรกับคนในรถประจำทางบนถนนนี้เลย ทุกคนกำลังถูกนำไปฆ่าเหมือนกัน แต่อาจไม่มีใครรู้ตัว และหลายคนก็ยอมไปโรงฆ่านั้น เพราะเข้าใจว่า มันเป็นความสุขของชีวิต

เพื่อนผมละสายตามองนาฬิกาข้อมือ เข็มสั้นตรงกับเลขเก้า เข็มยาวเคลื่อนตัวมาหยุดอยู่ที่เลขสามพอดี ได้ยินเสียงเขาผ่อนลมหายใจออกอย่างเหน็ดเหนื่อย ผมอยากจะช่วยเขาเหลือเกิน ในฐานะที่เราเป็นอยู่ด้วยกันมานาน แต่ผมรู้ดีว่าผมเองช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย และหลายครั้งผมกลับต้องทำให้เขาต้องเจ็บปวดเสมอ

“วันนี้รถติดมหาประลัยจริงโว้ย!”

เขาตะโกนลั่นอยู่ในใจ จนผมได้ยินชัด สีหน้าของเขาบ่งบอกความอึดอัดในใจได้เป็นอย่างดี และแล้วดลภาคก็เลิกสนใจเรื่องรถติด กลับมาคิดถึงเรื่องงานเมื่อวันก่อน เขาไปดูประกาศรับสมัครงานของแผนกแนะแนวของวิทยาลัยที่เขาศึกษาอยู่

“ให้ตายสิ!” ผมรู้สึกได้ว่าอารมณ์ของเพื่อนผมเริ่มมีความเครียดขึ้นสูงอีกแล้ว… ผมรู้ดี เขาต้องกลุ้มเรื่องที่ตั้งของบริษัทต่าง ๆ ที่รับสมัครงานหลายแห่งอยู่คนละโยดกับที่พักของเขาอย่างคนละทิศละทางเลยพับผ่าสิ! เฮ้อ…ผมละเหนื่อยหน่ายแทนจริง ๆ

“นี่เราจะต้องทนอยู่กับสภาพแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยงั้นหรือ??” ดลภาคมอสภาพรถติดรอบตัวแล้วตั้งคำถามถามตัวเองอย่างอ่อนใจ

ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาเป็นอย่างดี เพราะ ผมเป็นผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกับเขา ก็ที่พักของเพื่อนผมคนนี้อยู่โน่นรามอินทรา แต่เขาต้องถ่อสังขารไปเรียนถึงนางเลิ้ง ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของสถานศึกษาหรอกครับ แต่เพราะเขาอยากเรียนในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ นักเรียนส่วนใหญ่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เขาคงอึดอัดใจไม่น้อยเลยหากต้องทนเรียนกับเพื่อนที่เอาแต่จะคอยโดดเรียนไปวัน ๆ หรืออยู่กับพวกผู้หญิงที่เอาแต่แต่งหน้าทาปากทั้ง ๆ ที่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่ เงินของพี่ชายที่ส่งเสียให้เขาเรียนจะต้องไม่เสียเปล่าอย่างนั้น เขาจะต้องมีความรู้ เรียนให้ดี ให้สมกับความเหน็ดเหนื่อยของพี่ชายที่ได้ทุ่มเทเพื่อน้อง ๆ ทุกคนตลอดมา

ผมรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กดีมากคนหนึ่งเลยล่ะ และภูมิใจที่ได้เป็นเพื่อนกับเขานะครับ ถึงแม้เขาจะไม่อยากรับผมเป็นเพื่อนก็ตาม

ดลภาคปิดตาลงเบา ๆ อย่างรู้สึกเครียด เส้นเลือดในสมองของเขากำลังเต้นตุ้บ ๆ จนผมรู้สึกได้ ทุกครั้งที่เขาคิดถึงอนาคต เขามักจะเกิดคำถามกับตัวเองเสมอว่า เขาควรทำงานหาเงินที่กรุงเทพฯ อย่างพี่ชายคนโต หรือกลับไปพัฒนาหมู่บ้านชนบทของเขาที่ต่างจังหวัด ผมอยากจะบอกเขาว่า ผมเห็นด้วยอย่างมากหากเขาจะกลับบ้านไปพัฒนาชนบทมากกว่า เพราะเราจะมามัวแออัดยัดเหยียดแย่งกันอยู่ในกรุงเทพฯทำไม?

แม้ว่าผมจะต้องตามเขากลับบ้านนอกด้วยก็ตาม ผมไม่ค่อยชอบอากาศต่างจังหวัดซักเท่าไหร่ เพราะอากาศบริสุทธิ์ทำให้ร่างกายของผมอ่อนแอลงอย่างมากมาย

==============

“เด็ก ๆ กินข้าวได้แล้ว เลิกเล่น! ได้ยินรึเปล่า” เสียงแม่เอ็ดตะโรมาแต่ไกล
“พี่ผ่อนเชือกอีก ว่าวกำลังขึ้นดีเลย” น้องชายคนเล็กยังไม่วางตาจากว่าวบนฟ้า
“ไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวแม่จะเหนื่อยที่ต้องเรียกพวกเราหลาย ๆ ครั้งนะ” พี่ชายของเขาสาวเชือกป่านสีขาวพันเข้ากับกระป๋องนม
“วันหลังพี่จะพามาเล่นอีก”

เด็กชายหน้าหม่นลงครู่หนึ่งก่อนที่จะยิ้มรื่นเริงแล้วพูดต่อ
“ก็ได้ฮะ แต่พี่ต้องให้ผมขี่คอกลับนะ”
“ได้เล้ย!” พี่ชายส่งว่าวให้น้องชายคนรองถือไว้ ก่อนจะย่อตัวลงให้น้องชายคนเล็กขึ้นขี่คอ

เจ้าหนูน้อยหัวเราะรื่นเริงเสียงใสขึ้นมาทันที “พี่ดลเห็นมั้ย ผมตัวสูงกว่าพี่อีก” แล้วตะโกนลงมาบอกพี่ชายคนรอง
“เออ! สูงให้ตลอดล่ะ” ดลภาคตอบน้องชายพลางยิ้ม

เสียงหัวเราะรื่นเริงจางไป เมื่อเพื่อนผมรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง ภาพข้างทางที่คุ้นตาเตือนว่า ป้ายหน้าเขาควรเตรียมตัวลงได้แล้ว ผมก็เลยพลอยต้องตื่นตัวเตรียมตัวลงไปพร้อมกับเพื่อนคนนี้ด้วย เพราะผมอยู่บ้านเดียวกับเขานั่นเอง

ลูกกุญแจถูกดึงออกจากลูกบิดประตูห้อง เขามองเวลาที่ข้อมืออีกครั้ง หน้าปัดบอกเวลา สี่ทุ่มครึ่ง เดินไปวางหนังสือลงบนโต๊ะแล้วเดินมามองน้องชายคนเล็ก ที่หลับคอยอยู่ที่โซฟาตามเคย เขาปิดทีวีที่ถูกเปิดค้างไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาอย่างไม่มีคนสนใจ ก่อนที่จะเดินมานั่งลงข้างน้องชายที่กำลังหลับผล็อย เขาไม่รู้ว่า ภาพเด็กน้อยกำลังหลับภาพนี้จะเป็นภาพที่น่าเอ็นดูหรือน่าสงสารกันแน่

ดลภาคเอื้อมมือเสยผมน้องชายเบา ๆ อย่างห่วงใย ก่อนที่จะอุ้มน้องเข้าไปนอนในห้องนอน แล้วกลับมาทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยใจ มองไปรอบ ๆ ตัว ในห้องสี่เหลี่ยม ทีวีสีจอแบนขนาด ๒๐ นิ้วตั้งอยู่ตรงหน้าติดกับกำแพง ถัดลงมาเป็นวีดีโอ เครื่องเล่นซีดี มองเลยไปทางซ้ายเป็นเครื่องเสียงพร้อมลำโพงอย่างดีครบชุด เครื่องปรับอากาศบนเพดาน ตู้เย็นสีไข่ไก่ตรงมุมห้อง เครื่องซักผ้า หม้อหุ้งข้าว เครื่องไมโครเวฟ กระติกน้ำร้อนในห้องครัว ชุดรับแขก คิดไกลออกไปถึงบ้านสวย ๆ เสื้อผ้าหรู ๆ รถเท่ ๆ ความสะดวก ความสบาย เครื่องบันเทิงความสุข อะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่คนอยากได้ อยากได้ อยากได้ และอยากได้

เขาไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้สร้างความสุขจริง ๆ ให้คนที่เป็นเจ้าของอยู่ได้แค่ไหน ถ้าก่อนที่จะได้มันมา คนในบ้านต้องกระเสือกกระสนออกไปนอกบ้าน เพื่อหาสิ่งเหล่านี้มาให้ครอบครัว แล้วเรียกมันว่า ความสุขหรือ?

ที่เลวร้ายกว่านั้น คนยอมขายตัว ขายเกียรติ ขายศักดิ์ศรี ขายความเป็นคน หรือแม้กระทั่งยอมทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการขายยาบ้า และยาเสพติด ยังไม่นับพวกเอารัดเอาเปรียบคนอื่น คนคดโกง คนเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัวทุกรูปแบบ ที่นับวันจะมีมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ

โน้ตสั้น ๆ ของพี่ชาย แปะอยู่ที่ประตูตู้เย็นสีไข่ไก่
“เงินอยู่ที่เดิมนะ”

นาฬิกาไม้ที่ข้างฝา เข็มสั้นและเข็มยาวเดินมาหยุดอยู่ที่เลข ๑๒ พอดี พี่ชายของเขายังไม่กลับจากทำงาน

คนเราจะต้องการอะไรมากมายเท่านี้จริงหรือ ความสุขที่แท้จริงคืออะไร?

ผมรู้มาว่าพ่ออันเป็นที่รักของเพื่อนผมคนนี้ ออกไปหาสิ่งเหล่านี้มาให้ เพียงเพราะเชื่อว่ามันจะนำความสุขมาให้จริง ๆ ที่สำคัญจะได้ทัดเทียมบ้านอื่นเขา แล้วพ่อของเขาก็จากไปเพราะอุบัติเหตุ ทิ้งให้แม่ของเขาต้องเป็นม่ายดูแลลูก ๆ ตามลำพัง และมากไปกว่านั้นทิ้งหนี้สินซึ่งเป็นปัญหาตามมา

ดลภาคถอนหายใจเฮือกใหญ่ เส้นประสาทของเขาขมึงตึงเปรี๊ยะ! อาการปวดหัวจี๊ด….เริ่มขึ้นอีกแล้ว เขาไม่ทนให้ทรมาน พยายามมีสติและควบคุมความเจ็บปวดนั้น มือสั่น ๆ ควานหายาเม็ดสีขาวเล็ก ๆ ในกระเป๋าเสื้อที่เขาต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลา แล้วลุกขึ้นเดินเปะปะไปที่โต๊ะหาน้ำเทน้ำใส่แก้วก่อนตบยาเข้าปากกินพร้อมกับน้ำเปล่าตามอย่างเคยชิน

===============

ฤทธิ์ยาทำให้ผมอ่อนแรงลงชั่วคราว ไม่อาจทำให้เขารู้สึกปวดหัวชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่อาจทำลายไวรัสตัวฉกาจอย่างผมได้ ที่ฝังตัวเงียบ ๆ อยู่ในสมองของเขามานานแล้ว

ผมไม่อยากทำร้ายเขาแบบนี้หรอก แต่ผมถูกกำหนดมาให้ต้องเกิดมาทำหน้าที่นี้อย่างไม่มีทางเลือก และถูกโปรแกรมมาให้ทำหน้าที่แค่นี้เท่านั้น เคยได้ยินมาว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเป็นคนดีได้ แต่ผมไม่มีสิทธิ์เลือกผมต้องทำหน้าที่ของผม เพราะว่าผมเป็นแค่ไวรัสเท่านั้นเอง

ตอนนี้กำลังของผมถดถอยลงมาก ผมรู้สึกเหนื่อย และอ่อนล้าเหลือเกิน คงเป็นเพราะฤทธิ์ยา แต่!! ผมจะฟืนตัว และกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม เมื่อฤทธิ์ยาหมดลง…

ก่อนที่ความรู้สึกของผมจะเลือนหายไป ผมรู้สึกถึงคลื่นสมองของเขากำลังประมวลผลทางความคิดอะไรบางอย่าง?

ความคิดหนึ่งพุ่งปราดเข้ามาในสมองของดลภาค และนั่นคือ คำตอบของทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เขาและครอบครัว รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่มีสภาพไม่ต่างกัน ต้องทนทุกข์และเหน็ดเหนื่อยกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะอะไร?

เขารู้แล้ว…..!!! ว่ามันคืออะไร??



Create Date : 11 สิงหาคม 2548
Last Update : 7 มีนาคม 2551 19:26:13 น. 2 comments
Counter : 274 Pageviews.

 
อ่านมาจนถึงตอนจบผมเพิ่งรู้ว่าเจ้าตัวร้ายนั้นคือ "ไวรัส" นั่นเอง สนุกดีและได้แง่คิดครับ ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ ......... อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ผมถามตัวเองว่าความสุขของผมอยู่ที่ไหน ณ ตอนนี้คงอยากเห็นสุขภาพพ่อแม่ ผมแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ..ผมก็มีความสุขครับผม


โดย: ครูต้น IP: 118.174.58.150 วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:19:50:26 น.  

 
ตัวเล่าเรื่องคือไวรัส แปลกดีเหอะ


โดย: JC IP: 115.67.103.14 วันที่: 22 ธันวาคม 2555 เวลา:17:34:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ริเศรษฐ์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ที่นี่คือบ้านแห่งมิตรภาพ
ตั้งอยู่ในหมู่บ้านกำหลาบความเหงา
ถนนน้ำใจ ตำบลยอมรับ ทั้งหนักทั้งเบา
อย่าลืมอำเภอเรา อำเภอจริงใจที่สุดตลอดกาล
อ้อ! จังหวัดเป็นกำลังใจให้ตลอด
หากเธอว่างแวะมาจอดอย่ารีบผ่าน
ระหัสไปรษณีย์ “รอเธอมาเป็นเพื่อนอยู่นะ”
รอพบพาน.....
ไงก็มาสาบานเป็นเพื่อนกัน
ข้อความทักทาย s
New Comments
Friends' blogs
[Add ริเศรษฐ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.