แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใด เมื่อหัวใจเรามีเพื่อน แม้กายเราจะหนาว แต่หัวใจของเรา อบอุ่น...เสมอ...
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 

เจ้าชายหิมะ ตอนที่ 19





เจ้าหญิงเฟรนลี่ค่อย ๆ รู้สึกตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ความรู้สึกรับรู้กระแสเสียงแห่งความห่วงใย ที่เต็มไปด้วยความสับสน ร้อนรน กระวนกระวาย และสัมผัสได้ถึงพลังงานของความโกรธ ความเกลียด ความเครียดแค้นของเจ้าชายแรร์เน็ส

“เฟรนลี่!!” เจ้าชายยังคงร้องเรียกเจ้าหญิงต่อไปไม่หยุด วิ่งตามหาเจ้าหญิงอย่างไม่ลดละ เขาจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรไปเหมือนโลเดลเพื่อนรัก เขาจะต้องปกป้องคุ้มครองเธอให้ได้ จะไม่ยอมสูญเสียเธอไปเหมือนคนอื่นอีกแล้ว

“แรร์เน็ส….” เจ้าหญิงตอบรับเจ้าชายอย่างอ่อนล้า เพื่อลดความรู้สึกเป็นห่วงกังวลของเจ้าชาย และลดพลังงานความโกรธ เกลียด นั้นให้เบาบางลง

เจ้าชายแรร์เน็สรู้สึกใจชื้นขึ้น เมื่อได้ยินเสียงการตอบรับจากเจ้าหญิง แล้วใช้การตอบรับนั้น เป็นสื่อในการตามหาตัวเธอตามกระแสความรู้สึกที่สัมผัสได้นั้น

สติคืนกลับมาเต็มที่หลังจากหมดสติไปนานเพราะฤทธิ์ยาสลบ สมองยังมึนงงอยู่ไม่น้อย เปลือกตาเหมือนหนักอึ้ง จนยากต่อการขยับเปลือกตาขึ้น ความรู้สึกบ่งบอกถึงคนที่แบกร่างของเจ้าหญิงเฟรนลี่วิ่งไปอย่างรวดเร็วราวลมกรดก็ไม่ปาน เหมือนเขาไม่เหน็ดไม่เหนื่อยแต่อย่างใด สมองยังไม่ทันคิดอะไรต่อไป อยู่ ๆ คนที่แบกเธอก็หยุดการเคลื่อนไหวลงกระทันหัน แถมอากาศกลับหนาวเย็นขึ้นมาอย่างผิดปกติ ต้นไม้ไหวเอนราวกับถูกกระชากไปมาอย่างรวดเร็ว ลมพัดแรงจนใบไม้ เศษดินปลิวว่อนในอากาศ

แววตาเหี้ยมเกรียมเพ่งมองผ่านม่านผมอันรกรุงรังที่ปกปิดใบหน้า ดวงตากร้าวหรี่มองบุรุษผมเทาที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เริ่มรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ

ใคร!!

บังอาจมายืนขวางทาง! มันผู้นั้นต้องตายสถานเดียว!

เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ได้รับบัญชามา แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า บุรุษที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้าคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา รับรู้ได้ถึงพลังพิเศษที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของบุรุษผมเทาคนนั้น

เจ้าชายผมเทาไม่เสียเวลาพูดถ้อยคำใด พริบตาเดียวเจ้าชายกระโจนเข้าถึงร่างของชายชุดดำ มือซ้ายกระแทกลำตัวของศัตรู มือขวาคว้าร่างของเจ้าหญิงเฟรนลี่มาไว้ในอ้อมแขน แต่ทว่าอีกฝ่ายหนึ่งเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน ร่างของเจ้าชายกลับกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ ความแรงนั้นทำให้ต้นไม้หักโค่นไปตามแรงปะทะ เจ้าชายแรร์เน็สรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตอย่างแรง ราวกับว่าถูกพลังงานไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์ไหลเข้ามาปะทะอย่างจัง บุรุษผมเทารีบดีดตัวลุกขึ้นทันที สายตาจับจ้องไปยังศัตรูด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

ชายชุดดำยืนนิ่งเงียบ ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกจากริมฝีปากสีดำนั้น แต่กลับสัมผัสได้ถึงความน่าสะพึงกลัว ที่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมและอันตราย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่เจ้าชายแรร์เน็ส มุมปากมีรอยยิ้มเหยียด ๆ อยู่ในที

เจ้าชายตัดสินใจกระโจนเข้าหาอีกครั้ง แต่ไม่เลือกที่จะประชิดตัวของฝ่ายตรงข้าม หนุ่มผมเทาอัดลมกระแทกเข้าที่เข่าของวายร้าย กลางลำตัว และใบหน้าอย่างเร็วที่สุด จนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทันและคาดไม่ถึง

โจรร้ายชุดดำเสียการทรงตัวจากการโจมตีอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ผงะหงายไปข้างหลังตามแรงอัดกระแทกของลมพายุ

เจ้าชายรีบคว้าตัวเจ้าหญิงเฟรนลี่มาไว้ในอ้อมแขน แต่ทว่าชายชุดดำรีบดึงแขนเจ้าชายไว้ได้ทัน กระแสไฟฟ้ามากมายถาโถมไหลเข้าสู่ร่างของเจ้าชายอีกครั้ง

“อ๊ากกกกกกก!!!”

เจ้าชายตะโกนร้องลั่นเสียงดังด้วยความเจ็บปวด พยายามควบคุมสติ กัดฟันแน่นกดความเจ็บปวดเอาไว้ ใช้ลมผลักร่างของเจ้าหญิงออกไปเกรงว่าเธอจะถูกช็อตไปด้วย สายตามองเห็นชายชุดดำสองคนหน้าตาเหมือนโจรร้ายที่กำลังปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตเขาอยู่เวลานี้ เหมือนกับแยกร่างออกมาจากร่างเดียวกัน สองคนนั้นเข้าไปล็อคตัวเจ้าหญิงเฟรนลี่ไว้แล้วพาเธอไป

“ไม่………….!!!” เจ้าชายแผดเสียงร้องดังกึกก้องลั่นพงไพร

สติขาดผึง! ทันที!

เหมือนเชือกที่ขึงไว้จนตึงเกินพิกัดถูกกระตุกอย่างแรงจนขาดออกจากกัน ร่างกายที่เจ็บปวดทรมานจากการถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เมื่อเจ็บปวดจนถึงขีดสุด จนไร้ความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่เหนือสิ่งอื่นใดคือการเจ็บปวดหัวใจ ทนไม่ได้ที่เห็นเจ้าหญิงเฟรนลี่ถูกจับตัวไป พลังเย็นภายในร่างกายแสดงอาการต่อต้าน พลังงานมหาศาลที่ถูกล็อคไว้ด้วยสติสัมปชันยะระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม แสงสว่างสีขาวพุ่งสาดกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ลมกระชากกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ส่ายไปมาราวพายุบ้าระห่ำ หิมะเริ่มตกหนักขึ้น ๆ อากาศหนาวเย็นจัดขึ้นเรื่อย ๆ

ร่างกายของเจ้าชายผมเทาเกิดปฏิกิริยา ผมสีเทาเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน จุดศูนย์กลางของดวงตาสีสนิมเหล็กกลายเป็นแก้วคริสตัล ใบหน้าเต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งจับอยู่ตามหน้าผาก โหน่งแก้ม และส่วนต่าง ๆ แก้วคริสตัลงอกยาวทะลุออกมาจากกลางหน้าฝาก เล็บสีขาวขุ่นแหลมคมตามมือและเท้างอกยาวราวกรงเล็บของพญาเหยี่ยว ผิวหนังปริแตกแยกออกจากกัน เกร็ดหิมะและผลึกน้ำแข็งก่อตัวขึ้นจับตัวแน่นทั่วทุกส่วนของร่างกาย

แรงระเบิดของพลังมหาศาลทำให้ชายชุดดำกระเด็นไปกระแทกต้นไม้แหลกลานเป็นทิวแถว คนชุดดำค่อย ๆ ลุกขึ้น เลือดพุ่งทะลักออกมาจากริมฝีปากสีดำ เนื่องจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง เลือดข้นไหลยืดยาดออกมาตามแนวริมฝีปาก เขาสะบัดศีรษะเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นอันยับย่นนูนหนาตามใบหน้า ราวกับรากไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเต็มใบหน้าดุดันนั้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่เล็กจ้องหน้าเจ้าชายหิมะอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ปิศาจหิมะ! ข้ารอเจ้าเผยตัวออกมานานแล้ว” พลางเช็ดเลือดข้นสีเข้มที่ริมฝีปากด้วยท่อนแขน สายตาไม่ละไปจากร่างของเจ้าชายปิศาจ

แล้วไม่รอช้าสาดกระแสไฟฟ้าฟาดเข้ากลางลำตัวของศัตรูทันที

เจ้าชายปิศาจพลิกตัวกระโดดหลบอย่างคล่องแคล่ว ต้นไม้ใหญ่ที่เจ้าชายวิ่งผ่านถูกสายฟ้าฟาดแตกระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ดำเป็นตอตะโกราวกับถูกฟ้าผ่า เสียงระเบิดดังสนั่นราวกับฟ้าคำราม ควันไฟสีเทาเข้มขมุกขมัวพวยพุ่งโขมงจากแรงระเบิด

ดวงตาแก้วคริสตัลสามารถมองทะลุควันไฟสีเทาหนาที่กำลังพวยพุ่งอยู่เบื้องหน้าได้ราวกับมีอำนาจพิเศษ เจ้าชายแรร์เน็สไม่รอช้า กระแทกพายุหิมะฝ่ากลุ่มควันสีเทาเข้มเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ซึ่งอีกฝ่ายไม่สามารถมองเห็นเจ้าชายในกลุ่มควันไฟขมุกขมัวเช่นนี้ พายุหิมะหมุนควงสว่านราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปในร่างของบุรุษชุดดำให้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยชายชุดดำระมัดระวังตัวอยู่ทุกขณะ ทำให้เบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงที แต่ทว่าเกร็ดหิมะที่เฉียดผ่านผิวหนังไปคมราวกับใบมีดทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์ยาวที่หน้าอก น้ำแข็งที่จับอยู่ตามบาดแผลเย็นจัดจนปวดร้าวเข้าไปถึงกระดูก ก่อนที่พายุหิมะจะพุ่งทะลุทะลวงกลับมาอีกครั้ง เขารีบกลายร่างเป็นแมลงสีดำมุดดินหนีหายไปทันทีทันใด

ตามพื้นดินที่แมลงสีดำมุดดินหนีหายไประเบิดกระจุยกระจายเป็นทางยาวด้วยพลังอำนาจของพายุหิมะ

“แรร์เน็ส….”

“ใคร?”

เจ้าชายหิมะได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเรียกชื่อของตน

“ใครเรียกข้า…” พลางหันซ้ายหันขวามองไปทั่วทิศทาง ตามหาที่มาของเสียง

“เฟรนลี่…”

ชื่อของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นในสมองขึ้นมาเฉย ๆ

เขาไม่เข้าใจ ทำไมชื่อนี้ถึงปรากฎขึ้นมาในสมอง ความรู้สึกบอกเพียงว่าเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง และเธอต้องเป็นเจ้าของเสียงที่กำลังเรียกเขาอยู่ขณะนี้เป็นแน่ เธอเป็นใคร? ทำไม? ต้องนึกถึงเธอ แล้วทำไม? จำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้เลย

สมองของเจ้าชายสับสน ความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหญิงเฟรนลี่ขาดหายไป เจ้าชายพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก พอจะนึกออกกลับรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที ปวดหัวราวกับสมองจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

“อ๊าก…..ก!!” เจ้าชายทุรนทุรายกับความเจ็บปวดนั้นอย่างมาก ขบฟันกรามแน่น สะบัดศีรษะไปมา เดินซวนเซเปะปะไปทั่ว สองมือกดบีบขมับสองข้างอย่างแรง ก่อนทรุดตัวลงก้มศีรษะกระแทกกับพื้นเพื่อหวังให้ทุเราความเจ็บปวดทรมานนั้น

เจ้าชายแรร์เน็สไม่ละความพยายาม เมื่อเริ่มมองเห็นภาพความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหญิงเฟรนลี่ลาง ๆ แต่ยิ่งพยายามนึกถึง กลับยิ่งปวดหัวมากขึ้น ๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างต้องการทำให้เจ้าชายลืมเจ้าหญิงเฟรนลี่ แต่เจ้าชายไม่ยอมแพ้ ความรู้สึกส่วนลึกบอกเจ้าชายว่า เธอต้องมีความสำคัญต่อเขาอย่างมาก ต้องฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับเธอให้ได้

“แรร์เน็ส…เจ้าอยู่ที่ไหน”

เสียงเจ้าหญิงดังขึ้นอีก เจ้าชายสัมผัสได้ถึงความห่วงใยเอื้ออาทรจากน้ำเสียงนั้น พยายามดึงจิตให้ซึมซับรับรู้จดจ่ออยู่ที่น้ำเสียงนั้นเพียงอย่างเดียว เลิกสนใจความเจ็บปวดที่ได้รับ พยายามทำจิตแค่รับรู้ถึงความเจ็บปวดเท่านั้น แค่รู้ว่าเจ็บ แต่ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจมัน ไม่จดจ่ออยู่กับความเจ็บปวดที่กำลังได้รับ เมื่อจิตจดจ่ออยู่กับอีกสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว ไม่ใส่ใจความเจ็บปวด ทำให้ความเจ็บปวดนั้นลดน้อยลงโดยอัตโนมัติ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหญิงเฟรนลี่ค่อย ๆ ฉายชัดขึ้นในสมอง ทุก ๆ การกระทำ ทุก ๆ ความรู้สึกเกี่ยวกับเธอชัดเจนขึ้น ความทรงจำเกี่ยวกับเธอกลับคืนมา

เจ้าชายก้มลงมองความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ผลึกน้ำแข็งเกร็ดหิมะที่จับตัวตามผิวหนังของร่างกายทุกส่วนซึมหายเข้าไปใต้ผิวหนัง กลับกลายเป็นผิวหนังตามปกติ ผมสีขาวโพลนแปรสภาพเป็นสีเทาเข้มตามเดิม เล็บมือเล็บเท้าแหลมคมสีขาวขุ่นที่งอกออกมานั้นหดสั้นเข้าอย่างเดิม จุดศูนย์กลางของดวงตากลายเป็นสีสนิมเหล็กตามปกติ แก้วคริสตัลกลางหน้าผากหดหายกลับเข้าไปในกลางหน้าผาก

“เฟรนลี่!!”

เจ้าชายออกวิ่งตามหาเธอทันที ความรู้สึกบอกว่าเธออยู่ห่างไกลเหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน เขาจะต้องค้นหาเธอจนพบให้ได้ เจ้าชายแรร์เน็สวิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละ ไม่เหน็ดเหนื่อย วิ่งตามกระแสความรู้สึกที่สัมผัสได้

อารมณ์และความรู้สึกของเจ้าชายผ่อนคลายลง เริ่มรู้สึกดีขึ้น เมื่อวิ่งเข้าใกล้เจ้าหญิงเข้าไปเรื่อย ๆ เขาสัมผัสได้ถึงความเป็นตัวตนของเธอมากขึ้น ๆ ใจกังวลถึงชายชุดดำฝาแฝดที่จับตัวเธอไป เข้าใจว่าน่าจะแยกร่างออกมาจากคนที่ฟาดเขาด้วยกระแสไฟฟ้า พวกมันจะทำอะไรเธอรึเปล่า พวกมันจะพาเธอไปที่ไหน หรือว่าพวกมันอันตรทานหายไปพร้อมกันตอนที่มันกลายเป็นแมงสีดำมุดดินหนีไป ตอนนี้เธอจะปลอดภัยหรือเปล่า? อยากรู้เธอเป็นอย่างไร อยากเจอเธอเหลือเกิน จะต้องไปเจอเธอให้ได้ จะต้องปกป้องเธอ จะต้องเอาตัวเธอกลับคืนมา ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมต้องห่วงเธอมากมายขนาดนี้

“แรร์เน็ส…”

เจ้าชายผมเทาหยุดวิ่งเมื่อถึงบริเวณที่ได้ยินเสียงเจ้าหญิงเฟรนลี่อย่างชัดเจน เธอต้องอยู่ที่นี่! เธอต้องอยู่แถวนี้! สายตากวาดไปทั่วทุกทิศทุกทาง

แต่ไม่พบเธอ!

เธออยู่ที่ไหน?

เธออยู่ที่ไหนกันแน่?

“เฟรนลี่…..!!” เจ้าชายตะโกนเรียกชื่อครั้งแล้วครั้งเล่า ใจหายเมื่อค้นหาเธอไม่พบ

“แรร์เน็ส….ข้าอยู่นี่….!!” เจ้าหญิงพยายามเรียกเจ้าชายอยู่ตลอดเวลา เธอสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาเช่นกัน

เจ้าชายแรร์เน็สรีบวิ่งตามเสียงเธอไป

“เฟรนลี่…………….!!!” เจ้าชายตะโกนเรียกชื่อเธอจนสุดเสียง

…เห็นเธอแล้ว…

เธอยืนอยู่ที่นั่น!!

เขารีบวิ่งเข้าไปหาเธออย่างเร็วที่สุด แต่ทว่ากลับวิ่งเข้าไปหาเธอไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ใจอยากเขาไปหาเธอเหลือเกิน อยากจะเอื้อมมือไขว่คว้าตัวเธอไว้ แต่มันห่างไกลเหลือเกิน ไม่อาจเอื้อมมือถึงตัวเธอได้เลย เท้าต้องหยุดวิ่งเมื่อวิ่งมาถึงที่สุดของริมฝั่งแม่น้ำอันกว้างใหญ่และกำลังไหลเชี่ยวกรากขวางกั้นทั้งสองคนอยู่เบื้องหน้า

“แรร์เน็ส…………..!!” เจ้าหญิงตะโกนเรียกชื่อของเจ้าชายเช่นกัน น้ำตาซึมออกมาคลอดวงตาสีเขียวมรกตไว้อย่างตื้นตันใจ

ในที่สุดเขาก็มา เขาไม่เคยทอดทิ้งเธอเลย ไม่ว่ายากลำบากแค่ไหน เขาต้องมา เธอเชื่อเขาเสมอ

ต่างคนได้แต่ยืนมองกันและกันอยู่นาน อยากจะวิ่งเข้าไปหากันและกันเหลือเกิน แต่กลับทำไม่ได้

เจ้าชายแรร์เน็สพยายามคิดหาทางที่จะข้ามฝั่งไปให้ได้ หากจะกระโดดข้ามฝั่งไป ความกว้างใหญ่ของแม่น้ำสายนี้เป็นอุปสรรคอย่างมาก และรู้ดีว่าเป็นสิ่งที่เหนือความสามารถของเขา แม้ว่าเจ้าชายผมเทาจะสามารถกระโดดได้ไกล ได้สูงกว่าคนปกติธรรมดาก็ตาม แต่ไม่อาจข้ามแม่น้ำใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างแน่นอน

หรืออีกหนทางหนึ่งคือกลายร่างเป็นปิศาจหิมะ พลังมหาศาลต้องทำให้เจ้าชายข้ามแม่น้ำสายนี้ไปถึงเธอได้อย่างง่ายดาย แต่เขาไม่ต้องการให้เธอเห็นเขาในร่างของปิศาจ เขากลัวว่าเธอจะรังเกียจ กลัวว่าเธอจะไม่ยอมรับ เขากลัวว่าเธอจะผิดหวังและเสียใจ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ กลัวจะสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับเธอไป กลัวจะจำเธอไม่ได้เหมือนที่เพิ่งประสบมาก่อนหน้านี้ เขาจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด

เจ้าชายแรร์เน็สวิ่งไปวิ่งมาพยายามหาหนทาง มองไปรอบตัว ดวงตาสีสนิมเหล็กกวาดสายตาสแกนด์หาสะพาน เรือ โขดหิน เกาะแก่ง หรืออะไรก็ได้ที่จะสามารถพาเจ้าชายข้ามฝั่งไปพบเจ้าหญิง แต่มองไปทางไหนกลับพบเจอแต่ความว่างเปล่า ไม่มีสะพานแห่งความหวังนั้น ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่มี….มีแต่สายน้ำอันเชี่ยวกรากที่ขวางกั้นอยู่ตรงหน้าอย่างหนักแน่นมั่นคง

“แรร์เน็ส….เจ้าไม่เป็นไรใช่มั้ย…”

เจ้าหญิงสัมผัสได้ถึงความร้อนรนกระวนกระวายของเจ้าชายด้วยความห่วงใย

เจ้าชายผมเทาผ่อนลมหายใจออกเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดภายใน เสียงที่แสดงถึงความห่วงใยของเจ้าหญิงทำให้เจ้าชายต้องค่อย ๆ คิด และใจเย็นมากขึ้น พยายามจะไม่เครียด เพราะไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงกังวลใจเกี่ยวกับตัวเขามากกว่านี้

ครู่หนึ่ง…หลังจากที่จิตใจสงบลง…

เหมือนกับว่ายิ่งเครียดกลับยิ่งทำให้คิดอะไรไม่ออก แต่พอจิตใจสงบลง ความคิดจึงเริ่มเรียงตัวเป็นระเบียบมากขึ้น เสมือนแม่เหล็กที่เรียงโมเลกุลอย่างเป็นระเบียบจึงสามารถสร้างพลังสนามแม่เหล็กมหาศาลได้ต่างจากแม่เหล็กที่เรียงโมเลกุลอย่างยุ่งเหยิง

ใช่แล้ว!

ในที่สุดเจ้าชายก็คิดวิธีที่จะข้ามฝั่งแม่น้ำได้สำเร็จ พลางจ้องมองฝ่ามือของตัวเอง ภาพการต่อสู้กับพวกโจรกบฎริกเกอร์แห่งป่าเคนาฟปรากฏขึ้นในห้วงนึก เมื่อกระแทกฝ่ามือเข้าที่ร่างของโจรคนไหน คน ๆ นั้นจะแข็งกลายเป็นน้ำแข็งทันที แต่พอเวลาผ่านไป คน ๆ นั้นจะกลับมาเป็นคนปกติได้อย่างเดิม คิดได้ดังนั้นแล้ว จึงรีบวิ่งรี่ไปยังริมฝั่งแม่น้ำอีกครั้ง ก้มลงกระแทกฝ่ามือลงในกระแสน้ำเชี่ยวทันที พลังเย็นในร่างกายแผ่พลังงานลงสู่แม่น้ำเชี่ยวให้แข็งตัว และกลายเป็นพื้นน้ำแข็งในพริบตา เจ้าชายรีบวิ่งข้ามแม่น้ำอย่างรวดเร็ว เพราะสภาพแม่น้ำอันกว้างใหญ่ พลังเย็นไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของพลังน้ำอันมหาศาล ตลอดจนทิศทางการไหลทั้งหมด รวมถึงระยะทางของความยาวไกลของสายน้ำได้ ขณะที่วิ่งไปนั้น แผ่นน้ำด้านนอกจะค่อย ๆ หลอมละลายกลับคืนสู่ความเป็นแม่น้ำอย่างเดิมทันที

เจ้าหญิงเฟรนลี่มองเจ้าชายแรร์เน็สวิ่งข้ามพื้นน้ำแข็งของแม่น้ำสายนั้นมาอย่างใจหายใจคว่ำ เมื่อมองเห็นพื้นน้ำแข็งของแม่น้ำเริ่มละลายรวมตัวกลับคืนสู่ความเป็นแม่น้ำเชี่ยวเช่นเดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่น้ำแข็งแผ่นสุดท้ายจะละลายหมด เจ้าชายรีบกระโดดขึ้นฝั่งได้อย่างทันท่วงที

เจ้าหญิงดวงตาสีมรกตรีบวิ่งเข้าไปหาเจ้าชายด้วยความดีใจที่สุด อยากจะโผเข้าไปกอดเขาไว้ให้สมกับความดีใจเหลือเกิน แต่ทว่า…ทุกครั้งที่เผลอเข้าไปกอดเจ้าชาย ชายหนุ่มจะต้องทำสีหน้าแปลก ๆ เขาอาจจะรำคาญเธอ อึดอัดใจเพราะเธอรึเปล่า? เธอไม่ควรทำให้เขาลำบากใจอีก เจ้าหญิงได้แต่เพียงวิ่งไปหยุดอยู่ต่อหน้าเจ้าชายแรร์เน็สเท่านั้น ได้แต่จ้องมองเขาอย่างเต็มตา น้ำตารื้นขึ้นมาคลอดวงตาแสนสวยคู่นั้น

เจ้าชายแรร์เน็สโผเข้าสวมกอดร่างบางนั้นไว้แนบอก ด้วยความดีใจเหลือเกิน ในที่สุดเขาก็ได้พบเธอแล้ว ได้พบเธอแล้วจริง ๆ เจ้าชายกอดร่างเล็กนั้นแน่นขึ้นเหมือนจะย้ำความรู้สึกของตัวเอง ว่าเป็นตัวตนของเธอจริง ๆ สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ความมีเลือดเนื้อ ความมีชีวิต ไม่ใช่ความฝัน ไม่อยากให้เธอจากเขาไปไหนอีกแล้ว

เจ้าหญิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะอย่างงุนงง เมื่อเจ้าชายเข้ามากอดไว้แน่นขนาดนี้ แต่หัวใจกลับไม่ปฏิเสธ หรือขัดขืนอ้อมกอดนั้นเลย หัวใจสัมผัสได้ถึงความห่วงใยมากมายผ่านสองแขนอันแข็งแกร่งที่โอบกอดเธอไว้ ที่พร้อมจะปกป้องเธอเสมอ สัมผัสจากลมหายใจอุ่นที่เปี่ยมด้วยความเอื้ออาทร จากความรู้สึกที่ซึบซับรับรู้ผ่านทุกอณูของความรู้สึก เปลือกตาบางหลับลงอย่างอุ่นใจ ใบหน้าสวยใสแนบลงกับอกกว้างของเจ้าชาย น้ำตาไหลละตามแก้วนวลคลายความหวาดกลัว ความเป็นห่วงกังวลใจ อ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่น…ปลอดภัย แตกต่างจากอ้อมกอดแห่งรักของผู้ให้กำเหนิด แตกต่างจากอ้อมกอดของบีวาร์ องครักษ์ที่เปี่ยมด้วยความซื่อสัตย์ เต็มไปด้วยจงรักภักดี และคุ้นเคยราวกับพี่น้องร่วมสายโลหิต แต่อ้อมกอดของเจ้าชายแรร์เน็สให้ความรู้สึกพิเศษ ไม่อาจค้นหาเหตุผลมาตอบตัวเองได้ว่าเพราะอะไร เพียงรับรู้สัมผัสได้ผ่านความรู้สึก

สักพักใหญ่เจ้าหญิงจึงขยับตัว รู้สึกอายที่ปล่อยให้เจ้าชายกอดไว้เนิ่นนานเกินไปแล้ว เมื่อเจ้าหญิงขยับตัว เจ้าชายจึงมีสติรู้ตัว จึงรีบคลายวงแขนจากร่างสาวน้อย

ดวงตาสีมรกตค่อย ๆ เงยขึ้นมองหน้าเจ้าชายอย่างเขิน ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ผิวหน้านวลแซมด้วยสีชมพูระเรื่อ แต่พอมองเห็นสีหน้าเจ้าชาย ความอายนั้นกลับอันตธานหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยอย่างชินตาของเจ้าชายกำลังแดงจัด เจ้าชายผมเทารีบหันหน้าหลบ เบี่ยงตัวออกไปทันที ด้วยความรู้สึกเขินอายเต็มกำลัง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยกล้าเข้าไปกอดผู้หญิงคนไหนแบบนี้เลย และไม่เคยรู้สึกอยากกอดผู้หญิงคนไหนนอกจากแม่เท่านั้น แต่กับเจ้าหญิงเฟรนลี่ไม่รู้เพราะอะไรที่สั่งให้ทำอย่างนั้น

เจ้าหญิงอดขำในท่าทางของเจ้าชายไม่ได้ เมื่อเห็นเจ้าชายแห่งเรียวพยายามหลบหน้าหลบตา แต่เจ้าหญิงกลับนึกสนุกแกล้งล้อเลียนเข้าไปเสนอหน้า เอียงคอมองเจ้าชายด้วยสีหน้าอมยิ้มตลอดเวลา

“แรร์เน็ส…เป็นอะไรไปหรือ?” ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า เจ้าชายเขินก็ยังแกล้งทำเป็นถาม ทำไม่รู้ไม่ชี้อีก เจ้าชายรีบหมุนตัวหลบหันหน้าหนีไปทางอื่น เมื่อเจ้าหญิงตามมาจ้องหน้าจ้องตาแบบนี้

โดนเจ้าหญิงแกล้งอยู่อย่างนั้นหลายครั้งจนความอายกลับกลายเป็นความกล้าขึ้นมา คราวนี้เมื่อเจ้าหญิงเข้ามาใกล้ แกล้งมาจ้องหน้าเจ้าชายอีก บุรุษผมเทาจึงหันกลับไปเผชิญหน้า ดวงตาสีสนิมเหล็กประสานสายตากับเจ้าของดวงตาสีเขียวสดใสคู่นั้นนิ่ง การกระทำนั้นของเจ้าชาย ทำให้เจ้าหญิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เริ่มทำอะไรไม่ถูก เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งแปล๊บเข้ามาที่หัวใจ เมื่อถูกเจ้าชายสบตานิ่งงันแบบนี้ ใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อขึ้น และรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาเฉย ๆ เมื่อมืออบอุ่นของเจ้าชายยื่นมาสัมผัสจับมือเจ้าหญิงไว้

“ไม่เอา! ไม่เอา! ปล่อยนะ!” เจ้าหญิงแกล้งโวยวายลั่น พยายามดึงมือของตัวเองออกมา อีกมือหนึ่งทุบ ๆ ต้นแขนอันแข็งแรงของเจ้าชาย เป็นการบอกให้เขาปล่อยมือ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนั่นเอง

เจ้าชายรั้งมือสาวน้อยไว้ไม่ยอมปล่อยมือ หันมามองกิริยาของเจ้าหญิงอย่างเอ็นดู

เจ้าหญิงเฟรนลี่เงยหน้าขึ้นขว้างค้อนใส่คนตัวโตด้วยสายตาเขียวปัด แต่แล้วกลับต้องนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อมองเห็นมุมปากของเจ้าชายแต้มด้วยรอยยิ้มละไม ไม่อยากเชื่อสายตา ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาไม่เคยยิ้มเลย แต่วันนี้เขายิ้ม แถมยิ้มสวยอีกด้วย ดวงตาสีเขียวสดใสดุ ๆ คู่นั้นคลายลง เปลี่ยนเป็นประกายแจ่มใส ใบหน้ายุ่งเหยิงเมื่อครู่ คลี่ยิ้มระบายในสีหน้าอ่อนวัยนั้นให้น่ามองเหลือเกิน

เจ้าชายแรร์เน็สไม่พูดอะไร หันหน้ากลับ แต่มือยังกระชับมือเรียวเล็กของเจ้าหญิงไว้แน่น จูงมือเธอเดินไปด้วยกัน

===============

สวัสดีค่า...ใกล้ปีใหม่อีกปีหนึ่งแล้วเนอะ เวลาผ่านไปเร็วมากกกก เจ้าชายหิมะ จะกลายเป็นเจ้าชายนิทราซะแล้ว ฮี่ ๆ เนื่องจากไม่ไปไหนซักที ส่งเสียง ฝากข้อความทักทายกันหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจเขียนต่อค่ะ แล้วก็อยากฟังคำติชม เสียงสะท้อนจากคนอ่านด้วยค่า...

สวัสดีปีใหม่นะคะ ^ _ ^

ดูแลตัวเองด้วยนะ




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2551
0 comments
Last Update : 19 ธันวาคม 2551 18:57:02 น.
Counter : 426 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
ริเศรษฐ์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ที่นี่คือบ้านแห่งมิตรภาพ
ตั้งอยู่ในหมู่บ้านกำหลาบความเหงา
ถนนน้ำใจ ตำบลยอมรับ ทั้งหนักทั้งเบา
อย่าลืมอำเภอเรา อำเภอจริงใจที่สุดตลอดกาล
อ้อ! จังหวัดเป็นกำลังใจให้ตลอด
หากเธอว่างแวะมาจอดอย่ารีบผ่าน
ระหัสไปรษณีย์ “รอเธอมาเป็นเพื่อนอยู่นะ”
รอพบพาน.....
ไงก็มาสาบานเป็นเพื่อนกัน
ข้อความทักทาย s
New Comments
Friends' blogs
[Add ริเศรษฐ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.