LovelyTrip เที่ยวทุกที่ที่ใจอยากไป
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2560
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 สิงหาคม 2560
 
All Blogs
 

เที่ยวงาน “สวนลุม” ดู“หม้อข้าว หม้อแกงลิง” ต้นละ3 แสน





วันก่อนเพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยวงานที่ “สวนลุม” แล้วบอกว่ามี “เกษตรกรรุ่นใหม่” หรือ Yong  Smart  Farmer จะมาโชว์นวัตกรรมสุดยอดของตัวเองที่งาน “เกษตรไทยก้าวหน้า  ภายใต้ร่มพระบารมี”  ระหว่าง 16-20 สิงหาคมนี้ 

ถามว่ามีอะไรเด่นในงานบ้างที่อยากไปดูหรือเที่ยวชม สำหรับคนหัวใจสีเขียวรักธรรมชาติและต้นไม้แล้วละก็ ภายในงานมี 3 เด่นที่ไปเดินเที่ยวงานแล้วต้องแวะเช็คอินดูให้ครบให้ได้คือ

เด่นที่ 1. ต้น “หม้อข้าว หม้อแกงลิง” ราคาต้นละ3 แสน 



Yong  Smart  Farmer  ประกิต โพธิ์ศรี  เกษตรกรรุ่นใหม่จากอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองเตรียมโชว์นวัตกรรมพันธุกรรมพืชของไทย สายพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิงที่นำมาผสมร่วมกับพันธุ์ต่างประเทศ จนได้สายพันธุ์ใหม่มา ให้ผู้มาเที่ยวชมในงานวันที่16-20 สิงหาคมนี้ ได้ฮือฮากันเพราะ  ต้น “หม้อข้าว หม้อแกงลิง” นี้ราคาต้นละ3 แสนบาท



สายพันธุ์ใหม่ “หม้อข้าว หม้อแกงลิง” ทั้ง สยามเรด นิลมังกร แบล็คไดมอน ฯลฯ ทาง ประกิต โพธิ์ศรี  หมายมั่นอยากให้เป็นซิกเนเจอร์ของประเทศไทย  ปัจจุบันมีตลาดค้าส่งหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่ ตลาดบางใหญ่ สวนจตุจักรและหน้าสวน   

ส่วนต่างชาติที่นิยมสะสมและนิยมเลี้ยงหม้อข้าว หม้อแกงมากที่สุด ได้แก่  เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น  จีน อเมริกา  



สำหรับคนไทยจะนิยมเลี้ยงสายพันธุ์ต่างประเทศซึ่งมีลักษณะดอกทรงกระบอก  ในขณะตลาดต่างประเทศจะนิยมสายพันธุ์ไทยซึ่งมีลักษณะดอกกลมๆ 

ประกิต  บอกว่า  หม้อข้าว หม้อแกงสายพันธุ์ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดมีนักธุรกิจที่นิยมสะสมจากประเทศเวียดนามเสนอซื้อในราคา 3แสนบาทเป็นสายพันธุ์ N.viking x rafflesiana  และจะนำไปเปิดตัวเป็นครั้งแรกงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” วันที่16-20 สิงหาคมนี้ด้วย



สำหรับคุณลักษณะพิเศษหม้อแกงสายพันธุ์นี้ คือ ต้นด่าง ใบลายเกิดจากยีนส์ที่ผิดปกติทำให้เปลี่ยนสีใบ เป็นใบไม้ที่หายาก จะเรียกว่าเป็นต้นเดียวในโลกก็ว่าได้    ใบและดอกจะลายสีเดียวเป็นจะเกิดขึ้นได้ 1ในล้านต้นจะเจอสักต้น ขณะนี้ยังไม่ทราบเพศ  กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาสายพันธ์อีกที  

นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์ สยามเรด แบล็คไดมอนด์  นิลมังกร คู่ผสมสีดำ ต้นที่เป็นเกลียว ขณะนี้อยู่ระหว่างขอชื่อพระราชทาน

โดยสยามเรดปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่ต้นละ 250 บาท  แบล็คไดมอนด์  300 บาท  ส่วนนิลมังกรจะอยู่ประมาณ 4,000-80,000  หมื่น  ปัจจุบันต้นมีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 14 ไร่  

ประกิต  บอกว่า  การนำต้นหม้อข้าว หม้อแกงสายพันธุ์ต่างๆไปโชว์ในครั้งนี้   เพื่อเผยแพร่ผลการพัฒนาพันธุ์พืชท้องถิ่น ที่กำลังจะสูญพันธุ์ ให้ทั่วโลกได้เห็นคุณค่า และร่วมอนุรักษ์ พร้อมต่อยอดแนวคิดพัฒนาสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้สนใจเข้าร่วมงาน จะได้เห็นพันธุ์พืชใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาสายพันธุ์ รวมถึงช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ไปในตัวด้วย

เด่นที่ 2.มันหวานสายพันธุ์ฮาวายช่วย  “ชะลอความแก่” 



มันหวานสายพันธุ์ฮาวาย เป็นของ วิวัฒน์  ศรีกระสัง  หนึ่งใน Yong  Smart  Farmer   แห่ง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ที่ผันตัวเองจากอาชีพ นักสื่อสารมวลชนมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ปลูก “มันหวานอินทรีย์” 100%  สายพันธุ์ต่างประเทศและสายพันธุ์ไทย จำนวน 50ไร่ 

วิวัฒน์ บอกว่า ความพิเศษของมันหวานนี้ คือ   มีหัวสีขาว แต่เนื้อสีม่วง  สีสันสวยงาม  มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการอย่างมาก 

โดยเนื้อในสีม่วง มีสารช่วยชะลอความแก่ มีเกษตรกรปลูกในไทยน้อยมาก เพียง 10-15 รายเท่านั้น แต่ผลผลิตที่ได้สำหรับการปลูก 1 ไร่ ได้มากถึง 3,000 กิโลกรัม  และราคาดี 350 บาท/กก.แต่ถ้า นำเข้าจากต่างประเทศจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 2-3 พันบาท 

ฉะนั้นใครที่อยากรับประทานมันหวานรสชาติอร่อยและมีราคาถูกกว่ามันนำเข้าจากต่างประเทศถึง  10 เท่า  ก็ให้มาเที่ยวชมในงาน  “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” วันที่16-20 สิงหาคมนี้

เด่นที่ 3.สเปรย์ดับกลิ่นจาก "มูลไส้เดือน"



ไอเดียเจ๋งๆ แบบนี้เป็นของ จามจุรี  กันคำ  เด็กสาวจากเชียงใหม่ที่มีดีกรีถึงวิศวกรด้านอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ ที่ผันตัวเองจากมนุษย์เงินเดือนมาเป็นเกษตรกรุ่นใหม่ หรือ Yong  Smart  Farmer แล้วมาตั้งถิ่นฐานอยู่เมืองหนองคาย    

จามจุรี  ได้รวมตัวกับเพื่อนๆที่เข้าร่วมโครงการในการปลูกผักอินทรีย์และร่วมกันทำตลาดจำหน่าย   จากนั้นได้จุดประกายความคิดอยากต่อยอดการผลิตปุ๋ยใช้เองเพื่อลดต้นทุนการผลิต   โดยศึกษา ค้นคว้าวิธีผลิตปุ๋ยไส้เดือนด้วยตนเอง  จนเกิดความเชี่ยวชาญสามารถผลิตจำหน่ายภายใต้ชื่อ “อีคิวฟาร์ม จำกัด”   

นอกจากเลี้ยงทำปุ๋ยแล้วยังได้เลี้ยงไส้เดือนเพื่อการค้าอีกด้วย   ไส้เดือนที่จามจุรีเลี้ยงเป็นไส้เดือนสายพันธุ์ African night crawler ที่สามารถผลิตมูลไส้เดือนเร็วกว่าสายพันธุ์พื้นบ้านถึง 6 เท่า ขยายพันธุ์ได้เร็วกว่าอีกด้วย

เลยทำให้เกิดไอเดียต่อยอดมูลไส้เดือน  ด้วยการสร้างนวัตกรรมจากการเลี้ยงไส้เดือนดิน  โดยค้นพบสารกำจัดกลิ่น ที่เกิดจากการสร้างของจุลินทรีย์ที่ใช้อากาศที่อยู่ภายในใจตัวของไส้เดือน  ผ่านการเลี้ยงไส้เดือนดินด้วยวิธีพิเศษและใช้นวัตกรรมการหมักสกัดและกรอง  ผ่านความร้อนเพื่อทำการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์  ให้คงเหลือแต่สารดับกลิ่น   ถือเป็นนวัตกรรมสเปรย์ไส้เดือนดินครั้งแรกของเกษตรกรไทยที่นำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ใช้กับร่างกายมนุษย์ได้   

ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไส้เดือน “อีคิวฟาร์ม”  ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากธรรมชาติ   ไม่มีกลิ่น มีความปลอดภัยปราศจากการแพ้  ปัจจุบันนอกจากผลิตเป็นสเปรย์ดับกลิ่นเท้าของคนเราแล้ว ยังมีสเปรย์ดับกลิ่นน้องหมา แมวอีกด้วย ปัจจุบันจามจุรีอยู่ระหว่างเสนอจดสิทธิสเปรย์ดับกลิ่นมูลไส้เดือนเป็นสเปรย์ดับกลิ่น

กล่าวสำหรับไส้เดือนจัดเป็นหนึ่งในประเภทของสมุนไพรในอดีต  มีคุณสมบัติในการรักษาโรคและบำรุงร่างกายตั้งแต่อดีตกาล   จึงไม่มีอันตรายแต่อย่างใดต่อร่างกาย  นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่มีใครค้นพบคือสามารถนำมาทำกำจัดกลิ่นอับชื้นตามร่างกายและทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นได้อีกด้วย

3 จุดเด่นที่ถ้าหากใครได้ไปเที่ยวงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” วันที่16-20 สิงหาคมนี้ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ แล้ว จึงไม่ควรพลาดและบอกต่อกันค่ะ

งานนี้ต้องขอบคุณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้สนับสนุนการจัดงานดังกล่าวขึ้น 



ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า  ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาในรัชสมัยแห่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงอุทิศกำลังความคิด ทุ่มเทพระวรกายอย่างที่ทรงไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อคนไทย โดยเฉพาะด้านการเกษตร  เมื่อล่วงเข้าสู่รัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 พระองค์ก็ทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ที่จะสืบสานแนวพระราชดำริ โดยนำ“ศาสตร์พระราชา”มาปัดเป่าทุกข์บำรุงสุขให้แก่คนไทยทุกคน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจส่งเสริมการเกษตรอย่างมากมาย ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช โดยทรงยึดแนวทางทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการช่วยเหลือราษฎรแก้ไขปัญหาดิน น้ำ และการเกษตรในลักษณะต่างๆ อาทิ โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2545 เพื่อเป็นหน่วยบริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร แก่ประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารที่ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งโครงการพัฒนาลุ่มน้ำและพัฒนาพื้นที่แห่งต่างๆ ที่ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความปลื้มปีติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นหน่วยงานรับสนองพระราชกรณียกิจต่างๆ ดังกล่าว

และเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนพรรษาครบรอบ 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 ในปีนี้     กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินโครงการ“เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในอันที่จะทำให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุข โดยจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2560 ที่ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร



ทางด้านคุณสมชาย  ชาญณรงค์กุล  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวด้วยว่า งานนี้มีถึง 3 ไฮไลท์สำคัญคือ มีการจัดแสดงนิทรรศการ 3 โซนที่ผุ้เข้าเที่ยวชมงานสามารถเลือกชมได้ตามใจชอบ 

โซนแรกเป็น“นิทรรศการมีชีวิต”เสมือนจริง

จัดแสดงเรื่องสำคัญ อาทิ   นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีต่อการพัฒนาการเกษตร ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งยังได้จัดถวายพระพรเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของรัชกาลที่10, ผลการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) ผลผลิตจากการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ในตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และผลงานของ Yong Smart Farmer หรือยุวเกษตรกรรุ่นใหม่ของไทย

โซนการจัดแสดงนวัตกรรมทางการเกษตร 

มีการนำนวัตกรรมและผลงานวิจัยต่างๆ ออกเผยแพร่ เช่น การพัฒนาพันธุ์ข้าวระดับพันธุวิศวกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ จุลินทรีย์ดิน รวมทั้งอบรมการเกษตรที่ทุกคนสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน แม้แต่คนในเมือง เช่น การปลูกผักแนวตั้ง การปลูกผักใช้พื้นที่น้อย และการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงการฝึกอบรมอาชีพที่หลากหลาย

โซนการจัดแสดงและเปิดตลาดสินค้าการเกษตร   

นำผลผลิตคุณภาพจากเกษตรกร อาทิ สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI) ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม ผลิตภัณฑ์พืช สมุนไพร เกษตรอินทรีย์ และของดีทุกภูมิภาคต่าง ๆ เช่น กล้วยเล็บมือนางชุมพร สับปะรดท่าอุเทน ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง กล้วยหินบันนังสตา ข้ามหม่มหอมซ้อมมือ หอยนางรมสุราษฎร์ธานี เนื้อโคขุน ผลิตภัณฑ์จากอโวคาโด มาจัดแสดงและให้ประชาชนเลือกซื้ออย่างจุใจ
ถือเป็นการรวมพลของเกษตรกรไทยจากทั่วประเทศที่จะเดินทางมาร่วมกันแสดงพลังเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เนื่องจากทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ทำให้เกษตรกรมีความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตร 

จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติแก่ในหลวงของปวงชนชาวไทย เพื่อให้ทรงสถิตเป็นมิ่งขวัญแก่อาณาประชาราษฎรชาวไทยและเกษตรกรไทยให้เกิดความรุ่งเรืองตลอดไป 






 

Create Date : 11 สิงหาคม 2560
0 comments
Last Update : 11 สิงหาคม 2560 22:45:42 น.
Counter : 1548 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
Raveetawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




เที่ยว+กิน+ช้อปแล้วนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันกัน
New Comments
Friends' blogs
[Add Raveetawan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.