LovelyTrip เที่ยวทุกที่ที่ใจอยากไป
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 กรกฏาคม 2560
 
All Blogs
 
เมื่อเด็กเอนที่ 1 สละสิทธิ์เรียนคณะแพทย์ เพราะอยากเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย




น่าสนใจมากสำหรับอาชีพยุคใหม่ที่โลกต้องการ อาชีพ "นักคณิตศาสตร์ประกันภัย" เพราะ เมื่อย้อนไปอ่านเรื่องราวในที่ผ่านมา เด็กเอนที่ 1 สละสิทธิ์เรียนคณะแพทย์ เพราะอยากเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย เรื่องดีๆสู่การสร้างแรงบันดาลใจในอาชีพยุคใหม่ จากคุณทอมมี่ แอ๊คชัวรี่  "พิเชฐ  เจียรมณีทวีสิน" ที่ได้สัมภาษณ์น้องถึงสาเหตุว่าทำไมถึงสละสิทธิ์ฯ ดังนี้

และแล้ววงการประกันภัยก็หันมาจับจ้องกับเหตุการณ์นี้เมื่อมีข่าวว่าเด็กที่สอบเอนทรานซ์ที่ได้ที่ 1 เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้สละสิทธิ์เรียนหมอและเลือกหันมาเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแทนซึ่งร้อยวันพันปีที่จะเห็นคนเก่งๆ แบบนี้ให้ความสนใจเข้ามาสู่เส้นทางสายนี้

ผมจึงขอท้าอาสามาพูดคุยกับน้องคนเก่งของเราน้องฉัตรมงคล ปิ่นทอง หรือน้องคิด ดังต่อไปนี้ครับ

ทอมมี่ :ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีให้กับน้องคิดที่เอนทรานซ์เข้ามาได้คะแนนที่ 1ของประเทศ ไม่ทราบว่าลำบากมากไหมครับกว่าจะไปถึงจุดนี้ได้

น้องคิด : ก็ยากมากเลยครับ พยายามอ่านหนังสือและทำความเข้าใจกับบทเรียนทุกวันก็ไม่คิดเหมือนกันครับว่าผลลัพธ์จะออกมาได้ดีกว่าที่คาดไว้

ทอมมี่ : และตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบ้างครับ

น้องคิด : รู้สึกภูมิใจมากและอยากจะขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่และคุณครู รวมถึงเพื่อนๆ และสิ่งแวดล้อมที่ช่วยสนับสนุนให้ผมประสบความสำเร็จในการสอบเอนทรานซ์ครั้งนี้ด้วย

ทอมมี่ : วิชาอะไรที่เราชอบมากที่สุดครับและทำไมถึงชอบวิชานั้น

น้องคิด : ผมชอบวิชาคณิตศาสตร์ครับเพราะมันตรงไปตรงมา ได้ใจ ใช้ได้จริง และตัวเลขไม่เคยโกหกเราครับ

ทอมมี่ : จริงหรือเปล่าครับที่น้องคิดสละสิทธิ์ในการเรียนแพทย์ และหันมาตั้งเป้าเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

น้องคิด : ครับผมผมอยากเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยครับ

ทอมมี่ :พี่สงสัยจังเลยครับว่าอะไรทำให้น้องรู้จักอาชีพนี้จนกลายเป็นตัวจุดประกายที่สร้างแรงบันดาลใจให้น้องอยากเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยครับ

น้องคิด : ผมได้ฟังจากวิทยุและได้อ่านหนังสือ TopJob Secret ของพี่เกี่ยวกับอาชีพนี้ทำให้ผมได้ติดตามบทความที่พี่เขียนและเข้าใจว่าอาชีพนี้ยังขาดแคลนตลอดจนมีความสำคัญในการจัดการความเสี่ยงต่างๆทำให้จุดประกายจนกลายเป็นอาชีพที่ผมอยากเป็นครับ

ทอมมี่ : รู้สึกยินดีมากเลยครับที่ผลงานของพี่เป็นหนึ่งในแรงบัลดาลใจให้คนเก่งๆอย่างน้องได้รับรู้ว่าอาชีพนี้มีตัวตนอยู่และอย่างนี้ก็ทราบสิครับว่าถ้าจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นจะต้องมีความรู้ทางด้านใดบ้าง

น้องคิด :เท่าที่ทราบมาก็มีความรู้ทางการประกันภัย สถิติ ความน่าจะเป็น เศรษฐศาสตร์การบัญชี ทฤษฎีดอกเบี้ย รวมไปถึงการสร้างแบบจำลองอนาคต

ทอมมี่ : นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกเรียนจุฬาฯคณะบัญชี สถิติ สาขาประกันภัยหรือเปล่าครับ

น้องคิด :ถึงแม้ว่าการจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องจบปริญญาทางด้านนี้มาโดยตรงเพราะการจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นจะต้องสอบเอาคุณวุฒิที่ทั่วโลกยอมรับซึ่งก็มีอยู่ 10 ตัวหลักๆ ถ้าสอบได้ครบหมดก็จะได้คุณวุฒิสูงสุดระดับเฟลโล่ (fellow)เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้วก็จบคณะอะไรมาก็ได้แต่ที่ผมเลือกเรียนที่คณะนี้ เพราะมีวิชาที่ใกล้เคียงกับการสอบเป็นนักคณิตศาตร์ประกันภัยที่ผมต้องสอบครับ

ทอมมี่ :ถ้างั้นน้องคิดตั้งเป้าสอบคุณวุฒินักคณิตศาสตร์ประกันภัยอย่างไรบ้างครับ

น้องคิด : อยากสอบครบ 10 ขั้นจนเป็นเฟลโล่ครับผมทราบมาว่าในต่างประเทศนั้น การสอบ 4 – 5ตัวแรกจะทำควบคู่กับการเรียนในมหาวิทยาลัยไปด้วย ผมวางแผนจะทยอยสอบตั้งแต่ตอนปี 1เพราะเริ่มเห็นเพื่อนที่วางแผนจะสอบผ่านให้ได้ 2 ตัวแรกในตอนปี 1 อยู่เหมือนกันโดยตัวแรกก็จะเป็นวิชาคณิตศาสตร์การเงิน (Financial Mathematics) และตัวถัดมาก็จะเป็นวิชาความน่าจะเป็น(Probability) ซึ่งผมเคยเห็นตัวข้อสอบมาบ้างครับ ยากทีเดียวอ่านดูแล้วยังไม่เคยเรียนมาก่อนจะไปหาที่เรียนเสริมเพื่อเตรียมตัวสอบวุฒิเหล่านี้เป็นการเฉพาะอยู่ครับ

ทอมมี่ : ในตอนเรียนม.ปลายนั้นได้เรียนกวดวิชาทางคณิตศาตร์บ้างไหมครับและการกวดวิชาในระดับมหาวิทยาลัยนั้นจำเป็นแค่ไหนครับ

น้องคิด :ผมไม่เคยกวดวิชาคณิตศาสตร์ในตอนม.ปลายครับแต่สำหรับการจะเลือกเรียนเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นก็อยากจะหาที่เรียนเสริมเพราะมันเป็นวิชาเฉพาะทางและการสอบแต่ละครั้งก็จะจับเอาหลายๆวิชามาผสมกัน ซึ่งถ้าเราพยายามอ่านเองก็น่าจะพอสอบผ่านได้แต่คงต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านไปจนครบ 10 ขั้นและในตอนนี้ก็ทราบมาว่าทางสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทยก็เริ่มสนับสนุนให้มีการจัดสอนกวดวิชาเฉพาะทางด้านนี้อยู่ถือว่าเป็นโชคดีของผมที่จะได้ไปเรียนครับซึ่งผมว่ามันก็คงเหมือนกับการจบทางด้านนิติศาสตร์แล้วไปกวดวิชาเพื่อเรียนเนไปสอบเป็นอัยการ

ทอมมี่ :พี่ก็ว่าการสอบแต่ละขั้นของคุณวุฒิทางคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นมันไม่ง่ายถ้าหาที่เรียนเสริมได้ก็ถือว่าเป็นการลงทุนสร้างความรู้ทางปัญญาที่คุ้มค่าครับโดยเฉพาะหัวโค้งสุดท้ายของการศึกษาก่อนที่จะจบออกไปทำงานกัน

น้องคิด : แล้วพี่ทอมมี่ล่ะครับเคยเรียนกวดวิชาในการสอบหลักสูตรคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือเปล่าครับ

ทอมมี่ : เคยครับ ตอนนั้นเป็นตัวที่ 6เกี่ยวกับวิชาการลงทุน อ่านหลายรอบแล้วก็ยังทำความเข้าใจได้ยากโชคดีที่ตอนนั้นบริษัทของพี่ได้หาอาจารย์พิเศษมาสอนให้ตัวต่อตัวจึงโชคดีผ่านไปได้แต่กว่าจะหาคนมาสอนให้พี่ได้นี่ก็ยากลำบากกันน่าดู

น้องคิด : ถ้าผมได้สอบจนถึงขั้นสูงสุดแล้วผมก็อยากจะนำความรู้ที่ได้มาถ่ายทอดต่อให้คนอื่นเหมือนกันครับ

ทอมมี่ : ดีมากเลยครับเราต้องการคนที่มีความคิดแบบน้องอยู่ จะได้ช่วยพัฒนาบุคลากรไปด้วยกันและในความเห็นของน้องแล้วคิดว่าการสอบเอาคุณวุฒิสำหรับนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นจำเป็นแค่ไหนครับ

น้องคิด : ผมว่าจำเป็นมากนะครับเพราะนักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้องมีความเป็นมืออาชีพและมีความรู้ที่เฉพาะเจาะจงเปรียบเหมือนหมอที่ต้องมีใบประกอบโรคศิลป์และสอบเอาคุณวุฒิเฉพาะทางหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ

ทอมมี่ : จริงครับการสอบคุณวุฒินั้นก็เหมือนกับการเพิ่มระดับความรู้เฉพาะทางของตัวเองเองถึงสอบได้ไม่ครบหมดก็ยังสามารถประกอบอาชีพนี้ได้ เหมือนหมอก็แบ่งเป็นหมอทั่วไปหมอศัลยกรรม หรือแม้กระทั่งหมอที่ไปเรียนเพิ่มเติมเฉพาะทางจนเป็นหมอศัลยกรรมผ่าตัดสมองหรือหัวใจเป็นต้น ซึ่งก็เปรียบเสมือนนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับต้นระดับแอสโซสิเอต และระดับเฟลโล่ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางนั่นเอง

น้องคิด :ผมเห็นว่าการสอบได้เร็วก็จะทำให้ได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายและก้าวหน้าไปได้เร็วด้วยครับ

ทอมมี่ :ในการสอบนั้นจะต้องใช้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ซึ่งแม้แต่พี่เองก็เคยตกเลขมาก่อนในสมัยที่เพิ่งเข้าม.4กว่าจะจับจุดถูกทางแล้วค่อยๆ ฝึกฝนจนเก่งขึ้นมาได้ ก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกันทำให้อยากถามเผื่อเพื่อนๆของน้องที่ยังจับจุดวิชาคณิตศาสตร์ไม่ถูกว่าน้องคิดเคยมีเทคนิคอะไรไหมครับในการเรียนเลข

น้องคิด : เรียนให้เป็นระบบ ให้เป็นเหตุผลไม่ต้องท่องจำครับ ใช้ความเข้าใจเป็นหลัก ตอนแรกๆ อาจจะไม่เร็วก็ทำทีละขั้นไปบ้างเดี๋ยวก็ค่อยๆ เร็วขึ้นเอง

ทอมมี่ :แล้วมีเทคนิคสำหรับคนที่เรียนเลขไม่เก่งอย่างไรบ้างครับ

น้องคิด :คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่ง่ายถ้าคิดมีเหตุมีผลถ้าเริ่มเขวออกจากคณิตศาสตร์เมื่อไรก็ต้องปรึกษาครู พ่อแม่ หรือติวเตอร์ก็ได้ซึ่งในจุดนี้ผมคิดว่าครูทางคณิตศาสตร์ก็ยังขาดแคลนอยู่

ทอมมี่ :พอน้องคิดได้เป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับเฟลโล่แล้ว อยากจะทำอะไรบ้าง

น้องคิด :อยากพัฒนาส่งเสริมบุคคลากรทางด้านต่างๆ ให้มีมากขึ้นและอยากช่วยบุคคลากรในอาชีพอื่นๆ เช่น เกษตรกร ได้มีสวัสดิการที่ดีขึ้นเพราะอาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยเป็นเบื้องหลังของความสำเร็จในอาชีพอื่น

ทอมมี่ : เป็นเบื้องหลังอย่างไรได้บ้างครับ

น้องคิด : คือชีวิตคนเราอยู่บนความไม่แน่นอนอยากจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับคนอื่นได้ด้วยเครื่องมือทางการประกันสมมติว่าถ้าชาวนามีคนประกันให้ดีๆ ชาวนาก็จะมีเงินพอกินพอใช้ตั้งแต่ต้นถ้ามีประกันดีๆ วิทยาการทางการแพทย์ก็จะช่วยรักษาคนได้มากขึ้นคนเจ็บไข้ก็มีเงินประกันมารักษาพยาบาลได้

ทอมมี่ : แล้วกับธุรกิจประกันภัยล่ะครับคิดว่านักคณิตศาสตร์ประกันภัยมีบทบาทเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง

น้องคิด : ผมอยากทำอะไรให้กับธุรกิจประกันภัยเพื่อให้เข้าถึงกับสังคมและทุกอาชีพและเพื่อให้รู้ว่านักคณิตศาสตร์ประกันภัยมีประโยชน์ มีตัวตนและอยู่เบื้องหลังของการจัดการความเสี่ยง เกี่ยวข้องโดยไม่เอาเปรียบลูกค้าแต่ก็ต้องไม่ทำให้บริษัทขาดทุน เพื่อจะได้ให้บริษัทคงอยู่ได้และไม่เสื่อมสลายไปตามเวลาผมว่าตอนนี้ยังไม่ค่อยมีใครเข้าใจว่านักคณิตศาสตร์ประกันภัยทำอะไรกันเท่าไร

ทอมมี่ :น้องคิดมีอะไรอยากจะฝากถึงคนที่กำลังคิดอยากจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยบ้างครับ

น้องคิด : คิดให้ดีว่าถนัดคณิตศาสตร์หรือเปล่าหรือว่าถนัดอะไร ถ้าสมมติว่าถนัดวิชาอื่นผมก็อยากเชิญชวนให้ไปเลือกอาชีพในสิ่งที่ตัวเองถนัดเพราะว่าคนเราสามารถทำงานได้ดีถ้าเราชอบหรือทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด อยากให้เพื่อนๆหาตัวตนของตัวเองให้เจอครับ

ทอมมี่ :แล้วน้องคิดหาตัวตนของตัวเองเจอตั้งแต่เมื่อไรครับ

น้องคิด : ผมชอบมองปัจจุบัน มองอดีตเพื่อมองอนาคต ต้องขอขอบคุณครูประวัติศาสตร์ที่สอนให้ผมคิดได้ถึงจุดนี้ด้วยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะมีแนวโน้มมาจากอดีตและปัจจุบันเสมอและก็โชคดีที่มีวิชาคณิตศาสตร์ให้เลือก ทำแล้วถนัด ก็รู้สึกดีที่ได้ทำและก็ได้ทำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งผมพบวิชานึงในสาขาของคณิตศาสตร์ นั่นก็คือวิชาสถิติที่ลงลึกด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งก็เป็นอาชีพที่กำลังขยายตัวอย่างเร็วที่สุดเพราะมีคนประกอบอาชีพน้อย

ทอมมี่ :ตอนนี้มีคนสนใจเข้ามาเรียนทางสายนี้กันเยอะขึ้นน้องคิดมองว่าคนที่จบจากสายอาชีพนี้จะล้นตลาดหรือไม่ครับ

น้องคิด : ถ้าตลาดทางด้านสถิติประกันภัยมันล้นเราก็สามารถเบนเข็มไปที่สถิติได้ทันทีแถมยังได้เปรียบคนอื่นด้วยเพราะมีความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงไปในตัวและถ้าไม่อยากเป็นนักสถิติก็ไปเลือกเป็นนักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์หรือแม้แต่เป็นนักบริหารก็ได้ แต่ผมเห็นว่าตลาดนี้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องคนสูงอายุก็มีมากขึ้นทุกวัน การออมเงินผ่านทางการประกันก็มีความสำคัญมากขึ้นอย่างเช่น การลดหย่อนภาษีจากการซื้อประกันชีวิต เป็นต้นดังนั้นผมว่าโอกาสจึงยังมีอยู่อีกมากครับในขณะเดียวกันการจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นจะเทียบกันที่จำนวนขั้นที่สอบได้จึงเหมือนหมอหรืออัยการที่ต้องสอบเอาวุฒิเฉพาะทางเพื่อความเป็นมืออาชีพ

ทอมมี่ : สุดท้ายนี้พี่อยากให้น้องคิดลองเปรียบเทียบอาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยกับหมอในมุมมองของน้องคิดดูครับ

น้องคิด : ผมเห็นว่าสองอาชีพนี้ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันแต่ควรนำมาเสริมกันมากกว่า ไม่มีใครเก่งกว่าใครต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพราะขนาดหมอเวลาจะสร้างโรงพยาบาลก็ต้องให้วิศวรหรือสถาปนิกมาออกแบบให้เลยในขณะเดียวกันเวลาที่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยไม่สบายก็ต้องไปหาหมอต่างคนต่างมีความเป็นมืออาชีพและทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดครับผมเชื่อว่าทั้งสองอาชีพนี้สามารถทำประโยชน์ให้กับคนในสังคมได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันขึ้นอยู่กับว่าเมื่อจบมาแล้วจะตั้งใจทำประโยชน์เพื่อสังคมมากแค่ไหน

ทอมมี่ : พี่ก็เห็นเหมือนกันครับต่างอาชีพต่างก็มีจุดดี สุดท้ายก็ขึ้นกับว่าคนที่เรียนนั้นชอบหรือถนัดอะไรทำประโยชน์คืนสู่สังคมได้เหมือนกันพี่ดีใจนะครับที่น้องค้นหาตัวเองได้เร็วกว่าคนอื่นและมีเป้าหมายที่ต้องการจะมุ่งไปข้างหน้าพี่เองก็ต้องการดึงคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงเข้ามาทำงานในสายธุรกิจประกันภัยและส่งเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจประกันภัยเพื่อกลับมาดึงดูดคนเก่งๆเหล่านั้นเข้ามาทำงานในสายนี้พี่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องจะกลายเป็นผู้นำที่มีความสำคัญให้กับธุรกิจประกันภัยในอนาคตและถ่ายทอดให้คนรุ่นถัดได้ทำประโยชน์กับธุรกิจประกันภัยต่อๆไปเช่นกันครับ

นักคณิตศาสตร์ประกันภัย คือ นักวิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีทักษะรอบตัวทั้งทางด้านคณิตศาสตร์ สถิติศาสตร์ และการเงินรวมทั้งมีความเชี่ยวชาญในการประเมินผลกระทบทางการเงินจากความไม่แน่นอนในปัจจุบันและเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตโดยวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีต ประเมินความเสี่ยงในปัจจุบันและสร้างแบบจำลองคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตพยากรณ์ออกไปในระยะยาวเพื่อประเมินสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้มากที่สุดรวมถึงโอกาสของสิ่งที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของเหตุการณ์

นักคณิตศาสตร์ประกันภัยไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรีทางด้านนี้โดยตรงหากแต่จะต้องสอบคุณวุฒิทางคณิตศาสตร์ประกันภัยซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะสอบไปได้ไกลแค่ไหน ทำให้ปริญญานั้นเป็นเรื่องรองแต่ถ้าได้เรียนตรงมาก็จะได้เปรียบกว่าส่วนการจะทำงานเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในสายอาชีพนี้ก็ควรจะสอบผ่านวิชาพื้นฐานประมาณ2 – 3 ตัว (เช่น คณิตศาสตร์การเงินหรือความน่าจะเป็น) เสียก่อน

ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนักคณิตศาสตร์ประกันภัยได้ที่www.soat.or.th

 ขอบคุณข้อมูล https://www.finnomena.com/tommy-actuary/physician-to-actuaries/




Create Date : 25 กรกฎาคม 2560
Last Update : 25 กรกฎาคม 2560 22:18:41 น. 1 comments
Counter : 558 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
..Good job.


โดย: emotionless IP: 171.97.62.83 วันที่: 30 กรกฎาคม 2560 เวลา:13:28:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Raveetawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




เที่ยว+กิน+ช้อปแล้วนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันกัน
New Comments
Friends' blogs
[Add Raveetawan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.