LovelyTrip เที่ยวทุกที่ที่ใจอยากไป
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
เปิดใจ “คริสตี้ เคนนีย์” ผู้ลิขิตชีวิตตนเอง สู่เส้นทางฝัน “นักการทูต”








เส้นทางสู่วิชาชีพ “นักการทูต” หนึ่งในอาชีพติดอันดับโลกที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่จะมีสักกี่คนที่ใฝ่ฝันแล้วสามารถคว้ามันมาได้อย่างสมเกียรติและภาคภูมิใจตลอดการเดินทางของชีวิต  แต่สำหรับ “คุณคริสตี้  เคนนีย์”  เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา  ประจำประเทศไทย  ผู้หญิงแกร่งและเก่งระดับแถวหน้าของโลก สามารถทำในสิ่งที่ใฝ่ฝันให้เป็นจริงได้ ทำได้อย่างไร?

ทำไมถึงใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น “นักการทูต”  อะไรคือ แรงบันดาลใจที่ทำให้ฝันนั้นเป็นจริง...?  

วันนี้ “คุณคริสตี้  เคนนีย์”  ได้เปิดใจเล่าให้ชาวปลาทูฟังอย่างหมดเปลือก ปลาทูเลยขอนำความรู้ และประสบการณ์อันทรงคุณค่านี้ มาแบ่งปันให้ทุกคน ที่มีฝันไว้เป็นกำลังใจในการเดินไปสู่ฝันนั้นกันให้ได้นะคะ

ปลาทูเชื่อว่า ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเพื่อนๆ ทุกคน ต้องมีสักจังหวะหนึ่งที่เป็นเสี้ยววินาทีก่อนการตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินของเราแล้วทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ เช่นเดียวกับ  คุณคริสตี้  ที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งยังไม่เคยคิดที่อยากจะเป็นนักการทูตและไม่รู้จักว่า ทูต เป็นอาชีพแบบไหน ชีวิตของ ทูต ต้องทำอะไรบ้าง  รู้แต่ว่าในหัวใจของเธอมีความสนใจที่จะทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ส่วนในอนาคตก็ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือเหมือนกับคุณแม่ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ


แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณคริสตี้ ได้มีโอกาสเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทำให้โลกของการเรียนเริ่มกว้างขึ้น คุณคริสตี้ได้เจอเพื่อนๆมากขึ้น มีเพื่อนมากมายโดยไม่รู้ตัว  และเรื่องราวที่ได้ยินจากเพื่อนๆ ก็ทวีคูณมากขึ้นด้วย จวบมาวันหนึ่ง ได้ยินเพื่อนๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยพูดคุยกันเกี่ยวกับ ชีวิตการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในสถานทูตสหรัฐอเมริกาว่า พวกขาเหล่านั้นนอกจากได้ทำงานที่นี่แล้วยังได้เดินทางไปทำงานสถานทูตในหลายประเทศทั่วโลกด้วย ตอนนั้นที่ได้ยินก็ได้เกิดความคิดแว่บขึ้นมาทันทีว่า  โอ้วววว เป็นงานที่น่าสนใจมาก เพราะปกติเป็นคนที่ชอบเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆ อยู่แล้ว และการเดินทางได้ช่วยให้เห็นโลกที่กว้างขึ้นด้วย

จากความสนใจสู่ความใฝ่ฝันที่อยากจะเข้าทำงานกับสถานทูตสหรัฐอเมริกา ทำให้คุณคริสตี้ ได้กลับไปปรึกษาคุณพ่อและคุณแม่ว่า ลูกสนใจที่จะเลือกเรียนวิชาที่จะไปเป็นนักการทูต  แต่คำตอบที่ได้ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ไม่ชอบ  ไม่อยากให้ลูกสาวไปทำงานกับสถานทูตนอกประเทศ หรือไปอยู่ในที่ไกลๆห่างครอบครัว  ลูกต้องอยู่กับพ่อแม่ถึงจะดี   แต่คุณคริสตี้ บอกกับตัวเองว่า  ดิฉันจะทำ ดิฉันต้องทำได้ ดิฉันจะพยายามทำให้ได้

“...คุณแม่ไม่เข้าใจลูกว่า  ทำไมลูกถึงชอบและสนใจที่จะทำงานการทูต และอยากไปอยู่ที่ประเทศอื่น แต่ดิฉันคิดว่า อาชีพนี้เป็นชีวิตที่น่าสนใจมากที่สุดที่ดิฉันจะมีโอกาสทำงาน  เพื่อมีลูกที่ดีในอนาคต  มีโอกาสได้รู้จักคนในทั่วโลก เป็นโอกาสที่สำคัญมาก”





เมื่อ คุณคริสตี้ พกพาความปรารถนาอันแรงกล้าไว้ในใจ ว่าจะพยายามทำงานนี้ให้ได้  ได้กลายเป็นกำลังให้กับตัวเองโดยไม่รู้ตัว ทำให้ คุณคริสตี้รักการเรียนเพิ่มขึ้น  ตลอดเวลาที่เรียนหนังสือ คุณคริสตี้ไม่เคยคิดเลยว่า การเรียนต้องเรียนหนักและยาก  เพราะว่า เป็นคนที่ชอบการเรียนมาก ชอบที่จะไปมหาวิทยาลัยไปเจอเพื่อนๆ   ไปเจออาจารย์ที่ดีๆ     ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่เคยขาดเรียน จะเข้าเรียนทุก Class  เรียนทั้ง วิทยาศาสตร์  ภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส  หรือแม้แต่เรียนเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก็ไปเรียนเรียกว่ามีอะไรให้เรียนคุณคริสตี้จะเรียนหมด 

คุณคริสตี้ เล่าต่อว่า หลังจากเรียนจบก็เตรียมตัวไปสอบเข้าทำงานเพื่อเป็นนักการทูตที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็มีนักศึกษาเข้าสอบแข่งขันเข้าทำงานกันเป็นจำนวนมาก  แต่คนที่สอบเข้าทำงานก็สอบผ่านน้อยมาก และคนที่สอบผ่านส่วนใหญ่เป็นคนที่เรียนดีและคุณคริสตี้ก็เป็นคนที่มีผลการเรียนที่ดีด้วย

ส่วนเคล็ดลับที่ทำให้คุณคริสตี้สามารถสอบเข้าทำงานการทูตได้นั้น คุณคริสตี้บอกว่า ไม่มีอะไรมาก แค่เป็นคนที่ต้องขยันอ่านหนังสือให้มาก และนอกจากอ่านจากตำราเรียนแล้วก็ต้องอ่านพวกหนังสือพิมพ์ด้วย ต้องอ่านหลายๆเล่ม อ่านบ่อยๆ    เช่น  นิวยอร์กไทม์  หรือติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทางทีวี อย่าง ซีเอ็นเอ็น ก็จะดูบ่อยมาก เพราะการสอบจะมีข้อสอบที่ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในทั่วโลก เกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

คุณคริสตี้แนะนำว่า เด็กรุ่นใหม่ทั่วโลกที่สนใจทำงานด้านการทูต  ต้องเป็นคนที่มีผลการเรียนที่ดี  ต้องรู้จักตั้งคำถามที่ดี  ต้องเป็นคนที่ขี้สงสัยและที่สำคัญต้องมีเพื่อนมากๆหลายคน  และสำหรับวัยรุ่นคนไทยหรือไม่ใช่วัยรุ่นก็ได้  หากมีโอกาสได้พบปะกับชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในเมืองไทย ให้ทดลองฝึกหัดตั้งคำถาม เช่น ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่  คุณมาจากประเทศอะไรคะ ทำไมถึงชอบประเทศไทย

“...การขี้สงสัยและหัดตั้งคำถามเป็นคุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่งของผู้ที่จะมาเป็นนักการทูต เพราะเราต้องพูดกับคนมากมาย ฉะนั้นเราต้องพูดกับคนให้มากๆ โดยไม่ต้องอาย ต้องสู้ๆ เวลามีโอกาสคุณต้องคิดว่า โอเค๊ ดิฉันจะพยายาม ต้องกล้า ต้องพยายาม try something new   เมื่อมีโอกาสก็ต้องลองสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิต ต้องบอกกับตัวเองว่า ทำได้ ทำได้ค่า...”

วันแรกของการเข้ามาดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต(ปี พ.ศ. 2524)    คุณคริสตี้  เล่าว่า  วันนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากมีหลายความรู้สึก ทั้งภาคภูมิใจ  ประหม่า กังวล ตั้งแต่เสื้อผ้า ว่า เสื้อที่สวมใส่ทำงานจะโอเคหรือเปล่า เพราะว่าดิฉันไม่มีเสื้ออาชีพ  Professional cloth  

ส่วนวันแรกที่มาดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย( 8 ม.ค.2554)   ความรู้สึกครั้งแรกที่มาอยู่ประเทศไทย  รู้สึกดีใจมาก   เพื่อนคนไทยเป็นมิตรมาก คนไทยได้ช่วยเธอหลายเรื่องเพราะว่าพูดภาษาไทยไม่ได้ ขณะเดียวกันคนไทยก็มีวัฒนธรรมที่สวยงามด้วยเช่นกัน  คุณคริสตี้ บอกว่า ถ้าเธอบินกลับวอชิงตัน ดี.ซี. ไปแล้ว หากมีเวลาว่างจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก (เดินทางกลับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557)



สิ่งหนึ่งที่ คุณคริสตี้ อยากจะแนะนำเวลาเราเดินทางไปอยู่ในประเทศนั้นๆ หรือไปท่องเที่ยวในประเทศนั้นๆ คือ ต้องเข้าใจว่า  ในแต่ละประเทศมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวัฒนธรรมแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ก่อนเดินทางให้อ่านเรื่องราว วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆจะจากหนังสือ  จากอินเตอร์เน็ตก็ได้เพื่อทำความรู้จัก และจะได้ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆได้  

“ดิฉันจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆก่อนไปถึง หรือแม้แต่ไปเที่ยวในประเทศนั้นๆ เมื่อไปถึงประเทศนั้นๆก็จะไปดูวัฒนธรรม ไปศึกษาศาสนา อย่างเมืองไทยก็มาดูการแต่งกาย ชุดไทย วัฒนธรรมไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

คุณคริสตี้ เล่าด้วยว่า ตลอดชีวิตการทำงานด้านการทูตของเธอนั้น เธอมี “คุณเนลสัน  แมนเดลลา” รัฐบุรุษของโลก หรืออดีตประธานาธิบดีของแอฟริกาใต้  เป็น Idol หรือเป็น Hero ในใจ เพราะชื่นชอบแนวคิดของเขาและหลายแนวคิดของเขา ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอได้นำมาปรับใช้ในงานด้วย  คุณคริสตี้ มองว่า “คุณเนลสัน  แมนเดลลา”  เป็นบุคคลที่ พูดและฟังทุกคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง  เป็นบุคคลที่คิดให้อภัยคน ไม่คิดผูกใจเจ็บ ไม่แก้แค้น

“ ดิฉันคิดว่า การพูดกับคนที่คิดไม่เหมือนกับเรา คิดแตกต่างกับเรามันมีความสำคัญมากเลย   ครั้งหนึ่งในชีวิตที่มีโอกาสที่ดีที่ได้ดู คุณเนลสัน แมนเดลา พูดกับผู้คนจำนวนมาก คุณเนลสันเค้าจะฟัง และเวลาพูดจะสงบ peace  พูดแบบมีสติ  มีความเป็นมิตรมาก”


สำหรับชีวิตนักการทูตที่ทำงานอย่างเต็มเหยียดตลอดวัน ตลอดสัปดาห์ เวลาเหนื่อยๆหรือเครียดจากการทำงานนั้น คุณคริสตี้ บอกว่า ต้องพักผ่อนและผ่อนคลายเลย  ซึ่งวิธีผ่อนคลายของคุณคริสตี้คือ กลับมาถึงบ้านก็จะดูโทรทัศน์      เล่นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ บางครั้งก็เซลฟี่ คนเดียว หรือบางครั้งก็เล่นกับแมวที่เลี้ยงไว้หนึ่งตัว  ส่วนวันหยุดก็จะออกกำลังกาย  ชอบว่ายน้ำ ชอบวิ่ง โดยมากจะไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินีแทบทุกวัน แต่ถ้าอยู่ที่บ้านวอชิงตันฯแล้วจะปั่นจักรยาน


ขอบคุณข้อมูลและภาพ  //www.pla-tu.com/BIG-IDOL/Big-idol/October-2014/kristie-kenney-Ambassador-USA.aspx



Create Date : 28 ตุลาคม 2557
Last Update : 29 ตุลาคม 2557 11:31:20 น. 0 comments
Counter : 1212 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Raveetawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




เที่ยว+กิน+ช้อปแล้วนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันกัน
New Comments
Friends' blogs
[Add Raveetawan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.