สุดยอดไสยศาสตร์ไทย Thai Superstition "ต่อ พุฒาเวทย์"
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2558
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 
1. ความจริงของคำว่า “ไสย” จากประสบการณ์ของผม ... อ่านจากผมได้เท่านั้นในโลกนี้ เชื่อสิ !!!

คุณๆ สามารถอ่านความหมายของคำว่าไสย ไสยะ ไสยศาสตร์ได้จากข้อมูลทั่วๆไปจากในหนังสือบ้าง ในอินเตอร์เนทบ้างได้ให้ความหมายว่า “ไสย” คือ “หลับ”“นอนหลับ” หรือแปลว่า ”ดีกว่า”“ประเสริฐ”

ตรงข้ามกับคำว่าพุทธะ ที่แปลว่า “ตื่น” ใช่ไหมครับ.............

เอาหละต่อไปนี้จะเป็นการวิเคราะห์ของผมเป็นประสบการณ์จากการใกล้ชิดกับหมอไสยศาสตร์และพิธีกรรมต่างๆ ผมติดตามผลต่างๆด้วยนะครับ ตามผมมาเลย......

ธรรมชาติของไสยศาสตร์สายขาวมันจะทำงานโดยใช้คาถาอาคมขับเคลื่อนผ่านพลังจิตของพี่หมอพลังจิตตรงนี้จะเป็นตัวกำหนดความรุนแรงของคาถาให้เกิดผลต่างๆ

ในไสยศาสตร์สายดำนั้นจะใช้วิญญาณผีที่ไม่ดีเอามาลงคาถาและใช้จิตของหมอส่งวิญญาณเข้าไปทำร้ายคนทั้งให้เจ็บป่วย พิการ เครียดทำอะไรไม่ขึ้นหรือตายมันอยู่ที่เจตนาของหมอไสยศาสตร์มนต์ดำคนนั้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นไสยศาสตร์ทั้งสองสายนี้ไม่ว่าจะทำไสยศาสตร์ใส่ใครจะมีข้อจำกัดต่างๆเหมือนกันเช่น คน คนนั้นอยู่ในช่วงดวงจิตที่แข็งหมอไสยศาสตร์เก่งๆบางคนถึงกับบอกเลยว่าค่อยมาทำดีกว่าให้พ้นช่วงที่คนนี้จิตแข็งไปก่อนเพราะคาถามันจะเข้าได้ยากในทางไสยศาสตร์สายดำก็เช่นกันนะครับถ้าหมอไสยศาสตร์มนต์ดำคนนั้นส่งดวงวิญญาณผีตายโหง ไปทำร้ายคนแบบต่างๆถ้าคนคนนั้นจิตแข็งผีที่หมอส่งไปจะตีกลับไปสู่หมอไสยดำเจ้าพิธีคนนั้นถึงกับโดนของของตนเองและถ้าตนเองไม่เก่งจริงก็จะไม่มีวิชามากันผีที่ตีกลับมาจะเป็นอันตรายอย่างมาก

การที่หมอไสยศาสตร์ส่งคาถาหรือวิญญาณตายโหงไปทำร้ายหรือช่วยคนนั้นคาถาและผีที่ส่งไปจะมีช่องทางในการเข้าสู่ดวงจิตของคนโดยผ่านทางช่องลมคือช่องว่างระหว่างนิ้วมือและนิ้วเท้าผมเคยเอาคนที่โดนของสายดำขาพิการมาหลายเดือนอย่างไม่ทราบสาเหตุพี่หมอล้างของให้เดินได้ในนาทีนั้นเลยครับไว้ผมจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดต่อไปนะพี่หมอบอกว่าหมอสายดำคนนี้ใช้จิตเอาคาถาส่งดวงวิญญาณผีตายโหงเข้ามาในขาของแม่ชีคนนี้ผีมันเข้ามาระหว่างนิ้วเท้าของแม่ชีแถมคาถาสวดปิดร้านค้าของแม่ชีอีกต่างหากคุณรู้รึเปล่าครับว่าทำไมพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ถึงต้องใช้เล็บมือสิบนิ้วและเส้นผมหรือเสื้อผ้าคนมาประกอบพิธีผมจะอธิบายให้ฟังนะครับว่า....ก็เพราะคาถาที่หมอเจ้าพิธีที่ส่งมานั้นเมื่อลงคาถาผ่านรูปถ่ายคาถาก็จะวิ่งตรงไปยังดวงจิตของคนในรูปถ่ายถ้ามีเล็บและเส้นผมจะทำให้คาถาเข้าเร็วกว่าปกติโดยเพิ่มช่องทางจากเพียงแค่ใช้รูปถ่ายอันนี้คือทั้งในสายขาวและสายดำนะครับในกรณีที่ไม่มีรูปถ่ายกับเล็บหรือเส้นผมจะใช้เพียงชื่อกับนามสกุล เขียนลงกระดาษจะต่างกันเพียงคาถาจะเข้าช้าหน่อยแต่ถ้าไม่มีอะไรเลยพี่หมอก็สามารถเพ่งจากในป่าช้าผ่านเจ้าเปลวอีกทีได้แต่เป็นวิธีที่คาถาไปช้าที่สุด แต่ในสายดำวิชาที่หมอมันใช้มักจะใช้ดวงจิตเพ่งมายังผู้เคราะห์ร้าย(กรณีที่ไม่มีรูปถ่าย)การใช้ผีของหมอสายดำจะรวดเร็วมากในกรณีที่คนที่เป็นเป้าหมายอยู่ไม่ไกลพิธีกรรมของหมอสายดำเก่งๆจะฝืนธรรมชาติมากนะครับพอรับกรรมก็รับเต็มๆเช่นกันหมอทั้งคนจ้าง คาถาและผีของไสยดำจะผ่านเข้ามาทางช่องทางเดียวกันกับหมอสายขาว

ทั้งหมอไสยศาสตร์สายขาวและสายดำคาถาและผีที่ถูกส่งมาจะผ่านเจ้าที่ที่บ้าน วิญญาณตายายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านที่เราบูชา(กรณีนี้คือหมอไสยศาสตร์ทำพิธีในป่าช้านะครับไม่ใช่ทำน้ำมันเช่นน้ำมันพรายเอากระดูดผีมาโรย เอาของจากวัดล้างมาบดแล้วเอามาโดนตัวคนหรือให้กินนะครับ)

ส่วนใหญ่หมอเก่งๆจะสามารถผ่านสิ่งกีดขวางเหล่านี้ไปได้หรือเพียงแค่อาจจะใช้เวลาเพิ่มสักหน่อยเท่านั้นคนเราส่วนใหญ่มักจะมีดวงจิตที่แข็งนอกอ่อนใน บางคนมีดวงจิตที่แข็งเป็นช่วงๆไม่มีใครดวงจิตแข็งตลอดเวลานะครับมีเป็นช่วงๆทั้งนั้นและคาถาไสยขาวและไสยดำก็จะค่อยๆซึมเข้าผ่านช่องทางดังกล่าวที่ผมบอกไปข้างต้นคาถาและผีนั้นเมื่อมันถูกส่งมาถึงตัวคนมันจะรออยู่รอบๆตัวคนคนนั้นนะครับมันจะเข้าไม่ได้ทันทีถ้าดวงจิตคนคนนั้นแข็งแต่มันจะรอจนกว่าจิตคนนั้นอ่อนลงคาถาหรือวิญญาณตายโหงนั้นมันจะเข้าปับปับ ปับ ๆๆๆๆเลยหละครับแต่พอช่วงที่จิตคุณกลับมาแข็งอีกคาถามันก็จะหยุดเข้าและรอจังหวะที่จิตคุณอ่อนครั้งต่อไปไสยศาสตร์ที่มีกระบวนการแบบนี้ทุกๆพิธีกรรมนะครับเชื่อผมสิฟังจากผมได้เท่านั้นเชื่อดิความแตกต่างของดวงจิตคนระหว่าง จิตแข็งกับจิตอ่อนเมื่อคุณจิตแข็งจะมีสมาธิความหนักแน่น เข้มแข็ง มันจะแสดงออกมาจากทางคำพูดแววตาคุณจะมีสมาธิตามธรรมชาติของคนจริงไหมครับเมื่อคุณจิตอ่อนลงคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้จะลดลงและสมาธิจะไม่ดีเหมือนช่วงที่คุณเข้มแข็งจิตแข็งใช่ไหมครับ

คอนเซ็ปของคำว่า ”ไสย” ที่แปลว่านอนหลับที่ตรงกันข้ามกับคำว่า “พุทธะ”ที่แปลว่าตื่นก็มาจากตรงนี้เอง นะครับจากประสบการณ์ของผม!!!สภาวะของจิตที่ไร้สติ ไร้ศีลไม่มีปัญญา ในมุมมองของศาสนาพุทธจะเป็นดวงจิตที่ไม่แจ่มใส ก็คือยังไม่ตื่นก็คือยังหลับอยู่ การได้ทำสมาธิตามหลักของพุทธ เราจะสามารถกำหนดจิตของตนเองได้แทบตลอดเวลามีสติ เป็นผู้ตื่นฉะนั้นดวงจิตคุณจะถูกฝึกหัดจนแข็งแรงมาก จน “ไสย” “ไสยะ” “ไสยศาสตร์”จะเข้ามาครอบงำดวงจิตคุณแทบจะไม่ได้เลยหละครับ(แต่สุดยอดของไสยศาสตร์อย่างน้ำมันพรายและอื่นๆนั้นเมื่อคนที่ครอบครองนำน้ำมันไปโดนตัวคนคาถามันจะซึมผ่านผิวหนังและวิ่งไปตามเส้นเลือดทั่วตัวรอดยากครับถ้าจิตไม่แข็งเกินคนจริงๆ)

ด้วยเหตุนี้เองวิชาไสยศาสตร์ด้านการต่อชาตา รักษาโรคร้าย ของพี่หมอผมถึงได้ผลแทบ 100%ก็เพราะคนที่เป็นโรคต่างๆจะมีดวงจิตที่อ่อนตามธรรมชาตินั่นเอง

ยังไม่หมดนะครับสำหรับคำว่า “ไสย” ของไสยศาสตร์จากประสบการณ์ของผม ไสยศาสตร์มีหลายรูปแบบมากนะครับแต่ผมมองเป็นสองทางคือ

•การทำใส่ตนเอง

•ทำใส่ผู้อื่น

เป็นอย่างนี้ทั้งสายขาวและสายดำนะครับในการทำใส่ตนเองนั้นเช่นว่า การเสริมดวงล้างกรรมโดยไสยศาสตร์ ส่วนการทำนะหน้าทองนั้นส่วนตัวผมไม่ได้มองว่ามันเป็นไสยศาสตร์นะครับแต่เป็นการทำราศี

การทำใส่คนอื่นก็คงพอเดากันออกนะครับว่าคุณต้องมีคู่กรณีที่มีปัญหากันไสยศาสตร์จะเข้าไปทำให้เขาคนนั้นใจอ่อนเห็นใจคุณหรือแล้วแต่พี่หมอจะกำหนดจิตแต่ในสายดำก็จะมีวิธีที่รุ่นแรงกว่าอาจจะทำให้คู่กรณีของคุณประสาทเสียไปเลยครับผมเห็นมาแล้วพวกเขมรมันทำ

*ในกรณีที่พ่อแม่ทำใส่ลูกลูกไม่อยู่ในโอวาสลูกหนีตามชาย ลูกหนีออกจากบ้าน ลูกรวยแล้วเวอร์ไม่เห็นหัวพ่อแม่ฯลฯถึงใช้ไสยศาสตร์สายขาวช่วย พี่หมอจะลงคาถารุนแรงมากเผลอๆจะแรงกว่าหมอสายดำซะอีก

หัวข้อตรงนี้ผมจะอาไปทำเป็นตัวจบของปริญญาโท นะครับ แล้วจะทำให้มันได้ตีพิมพ์ให้ได้ผมจะวิจัยมันอย่างละเอียดต่อไป.....

กลับมาตรงที่ว่าประสบการณ์ของคำว่าไสยศาสตร์ไสยเวทย์ของผมกันต่อนะครับ อะไรอีกจากประสบการณ์ของผมที่เข้ากับคำว่า “ไสย” ที่แปลว่า ”หลับ”“ดีกว่า”และตรงข้ามกับคำว่า “ตื่น”อย่างไร

ในทางสายดำคาถาจะมีความรุนแรงมากมายและถ้าได้เข้าไปในดวงจิตใครแล้วนั้นก็จะทำให้เกิดผลต่างๆตามที่หมอไสยดำกำหนดส่วนใหญ่เป็นการทำอันตรายคนในรูปแบบต่างๆ เมื่อคนผู้นั้นถูกปกป้องจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆวิญญาณตายายหรือบุญเก่าๆ ก็ตามจะทำให้สิ่งที่หมอไสยศาสตร์สายดำส่งมาไม่สามารถเข้าสู่ดวงจิตคนได้และจะตีกลับไปหาผู้ที่ส่งมันมา

ในสายขาวพี่หมอของผมใช้พลังจิตกับคาถาในการทำให้พิธีกรรมไสยศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์บังเกิดผลต่างๆ เป็นที่กล่าวขวัญแบบเงียบๆมานักต่อนักแล้วก็คือว่าเมื่อช่วยคนได้สำเร็จคนก็จะนับถือพี่หมอไปเลยและไม่กล้าพูดถึงมากนักผมสังเกตว่าเวลาผมชวนคนที่พี่หมอล้างของให้สำเร็จคุยเรื่องพี่หมอจะไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึงพี่หมอมากนักอิอิ จะทำหน้าเงียบๆ ไม่ยิ้ม ไม่เครียด อิอิ

ในทางไสยศาสตร์พลังจิตสายขาวของพี่หมอนั้น มีคำว่าไสย อีกอย่างหนึ่งที่ผมจับรูปแบบมันได้คือ.....

เคยมีคนมาให้พี่หมอช่วยเรื่องทำนองว่ามีคนยืมเงินเขาไปล้านนึงและไม่คืนเขาทวงยังไงก็ไม่คืนเลยอยากใช้พิธีกรรมทางไสยศาสตร์เข้ามาช่วย พี่หมอก็บอกว่าท่านสามารถทำได้ทำได้ให้มันคืนเงินเราแต่มันไม่คืน เราก็จะได้เงินจากทางอื่นแทน.......... งงไหมครับ

วิธีทำงานของคาถามีอยู่ว่าพี่หมอเอารูปถ่ายชื่อนามสกุลของคนที่มาให้ช่วยกับคู่กรณีของเขาเข้าไปสวดในป่าช้าให้ดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของผีเจ้าเปลวไปดูแล้วลงคาถา เปิดทาง ล้างกรรม ต่างๆ(ผมไม่กล้าถามพี่หมอมาก)พอพี่หมอลงอักขระคาถาต่างๆ แล้วก็จะทำพลังในการสวดวันสุดท้าย(การทำพลังคือการอัดพลังจิตลงไปในคาถาให้คาถาทำงานได้เกิดผลต่างๆ)และหลังจากนั้นพี่หมอจะให้เอาของที่ท่านสวดเสร็จกลับไปไว้ที่บ้านของเจ้าหนี้คนนั้นเพื่อให้คาถาพลังต่างๆเข้ามาในตัวเจ้าหนี้และคู่กรณีคนนั้นจนครบ100%ตัวคนนอกของพิธีจะต้องถือศีลตามที่พี่หมอบอกอย่างเคร่งครัดในบางสิ่งบางอย่างนะครับเมื่อคาถาเข้าไป100% จะเกิดผลดังต่อไปนี้

คาถาเขาจะมีเวลาในการเข้าไปสู่ดวงจิตของคนนะครับแล้วแต่คนจิตแข็งจิตอ่อน คู่กรณีที่ติดหนี้ล้านนึงนั้นจะเริ่มมีความรู้สึกต่างๆตามที่พี่หมอกำหนดจิต นึกถึงเจ้าหนี้ ใจอ่อน กลัว เจ็บต่างๆ นาๆแต่ด้วยความเป็นคาถาสายขาวพี่หมอเป็นหมอไสยศาสตร์สายขาวที่ไม่ได้ใช้คาถาทำร้ายคนอะไรมากมายถ้าในกรณีปกติแบบนี้นะครับทำให้คนที่ติดหนี้และไม่ยอมคืนหนี้ให้ล้านนึงนั้นสามารถฝืนความรู้สึกที่พี่หมอกำหนดได้ถ้าเขาทนความรู้สึกแบบนั้นได้คาถาที่พี่หมอลงไปสู่ตัวมันจะตีกลับ ...... ตีกลับ..... คงจะรุนแรงมากนะครับคาถาจะตีกลับมาสู่เจ้าหนี้ที่ให้พี่หมอช่วยนั่นเองที่คาถาตีกลับมาจะมีเงินล้านเข้ามาในชีวิตเจ้าหนี้คนนั้นจนลืมเงินล้านแรกที่ถูกเบี้ยวไปและเผลอๆได้มากกว่าล้านนึงพี่หมอบอกผมว่า “รวยกันมาหลายคนแล้ว คาถานี้ตีกลับ”

เจ้าหนี้คนนี้ตอนที่ให้พี่หมอสวดยังไม่ทราบเลยว่าตนเองจะได้เงินจากทางไหนได้แต่พอคาถาตีกลับมามันจะเข้ามาในชีวิตเขาอีกทางหนึ่งอย่างที่ดวงจิตเขาไม่คาดคิดมาก่อนและเป็นอย่างนี้ในหลายๆคาถาด้วยนะครับ เช่น คาถาความรัก เรียกแฟนกลับก็เช่นกันถ้าคนคนนั้นฝืนคาถาพี่หมอได้คาถามันจะตีกลับทำให้คนที่ให้พี่หมอช่วยไปมีความรักใหม่อีกทางหนึ่งอย่างที่ตนเองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้คบกับคนใหม่คนนี้เมื่อเขาอกหักคาถาจะเข้าแล้วตีกลับทำให้เกิดความรักใหม่กับคนใหม่จนลืมเรื่องที่อกหักกับคนเก่าไปเลยนี่คือพิธีและวิธีของพี่หมอสายขาวที่ใช้พลังจิตขับเคลื่อนซึ่งต่างกับหมอไสยดำมากนะครับสายขาวไม่ต้องรับกรรมทีหลัง

พี่หมอบอกผมว่าพี่เก็บค่าครูค่าทำพิธีกรรมไม่แพงแต่เมื่อพี่ทำสำเร็จพี่จะให้คนมาสมนาคุณพี่บ้างอย่าลืมหมอนะเหมือนกับว่าพี่หมอเก็บเงินแค่พอทำพิธีผ่านเท่านั้นแต่จะให้คนมาสมนาคุณพี่หมอตอนที่พี่หมอทำสำเร็จแล้วแต่พี่หมอบอกผมว่าส่วนใหญ่ลืมหมอเพพอช่วยสำเร็จแล้วก็ลืมกัน

“ไสย” ในประเด็นนี้คือการเข้ามาในสิ่งที่เสียไปของคนที่มาให้พี่หมอช่วยการเข้ามาเป็นทิศทางที่ผู้ที่หมอไสยศาสตร์ช่วยนั้นอย่างไม่คาดคิดหรืออาจจะพูดได้ว่า

ไสยคือช่องว่างของดวงจิตที่ไม่ได้จดจ่อถ้าดวงจิตจดจ่อกับอะไรไสยคือช่องว่าในทิศทางอื่นของดวงจิตคนไสยจะทำให้คนสมหวังในทางของไสยไม่ใช่ในทิศทางที่ ตื่นพุทธะคือสิ่งที่จดจ่อมีสมาธิจิตในเรื่องนั้นๆไสยคือสิ่งที่จะสมหวังได้จะอยู่ตรงข้ามกับพุทธะที่ไม่ใช่นัยยะของศาสตร์ความดีกับความชั่วนะครับอย่าตีความแบบนั้นเลย

และอีกอย่างหนึ่งนะครับ“ไสย” แปลว่า หลับ และความหมายอีกอย่างคือ “ดีกว่า”หรือ ”ประเสริฐ”.....มาฟังมุมมองของต่อกันต่อนะครับ

ไสยมีนัยยะในคำว่าดีกว่า หรือประเสริฐเป็นอย่างไรจากประสบการณ์ของผมผมมองเทียบในมุมมองของคำว่าพุทธะที่แปลว่าตื่น

คำว่าพุทธะ แปลว่าตื่น ในศาสนาพุทธจะเป็นการปฏิบัติตนถือศีล ฝึกสติเพื่อให้เกิดปัญญาจิตใจจะแจ่มใส่ เบิกบานมีสมาธิมากทุกคนควรฝึกนั่งสมาธิทุกวันนะครับต่อก็สวดมนต์แผ่เมตตาชินบัญชรสามรอบทุกวัน จิตเราจะแข็งขึ้นมากแต่อย่างไรก็ตามไม่มีใครปฏิบัติแทนเราได้ เราต้องทำมันเอง ผมอ้วนก็จะปวดขาเวลานั่งสมาธิบางวันท่องชินบัญชรไปก็ง่วงไปก็มี

ไสยหรือไสยศาสตร์จะมีหมอไสยศาสตร์เป็นเจ้าพิธี และผู้มาขอความช่วยเหลือคือคนนอกที่มาร่วมประกอบพิธีถือศีลบางอย่างเพื่อคุณภาพของพิธีกรรมหมอไสยศาสตร์เก่งๆเท่านั้นที่จะบอกได้นอกจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของพี่หมอทั้งหมดที่จะเป็นคนกำหนดจิต ลงคาถาต่างๆให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นหมอจะเป็นคนทำให้ทุกอย่างและเราก็รอผลของพิธีกรรมนั้นอย่างเดียวซึ่งแตกต่างกับพุทธะศาสนาพุทธในตรงจุดนี้เหละ อาจจะเป็นที่มาของคำว่า “ดีกว่า” หรือ ”ประเสริฐ”เป็นได้

คุณพอจะเห็นภาพรวมขององค์ความรู้จากประสบการณ์ของผมไหมครับถ้าผมได้ทำวิจัยเป็นเรื่องเป็นราวผมจะอธิบายมันได้ ละเอียดกว่านี้สนั่นโลกไปเลยฮ้าๆ

ศีลที่ใช้ในการควบคุณคุณภาพของพิธีกรรมไสยศาสตร์นั้นมักจะเสื่อมไปจากคนนอกที่มาขอความช่วยเหลือจากพี่หมอนะครับคนนอกที่ประกอบพิธีมักจะถือศีลผิดพลาดทำให้คาถาของพิธีเสียหาย

ศิลเป็นเรื่องหนึ่งนะครับแต่นัยยะของคำว่าไสยยังมีอีกมุมมองหนึ่งของผมจากประสบการณ์ของผมที่ทำให้คาถาไสยศาสตร์เกิดความเสียหายคือคนที่มาขอให้พี่หมอช่วย แล้วไปบอกคนอื่นหลายๆคนว่าตนเองมาทำไสยศาสตร์และอีกประเภทหนึ่งก็คือ พวกใจร้อนมาทำไสยศาสตร์

จิตที่ดีคือจิตปกติพวกที่มีจิตแปลกๆ เข้ากับใครไม่ค่อยได้นั้นพี่หมอเคยบอกว่าไม่อยากช่วยเท่าไหร่พวกที่ใจร้อนแล้วมาพึ่งไสยศาสตร์มาขอพึ่งบารมีเจ้าพิธีที่เป็นผู้วิเศษอย่างพี่หมอของผมแต่มีสภาวะจิตใจที่ร้อนดวงจิตมันจะผิดปกตินะครับเพราะฉะนั้นการทำไสยศาสตร์ดวงจิตต้องเป็นปกติที่สุดถึงจะดีนะครับ

พวกที่ชอบไปบอกคนอื่นว่าตนเองมาทำไสยศาสตร์เรื่องนี้เรื่องนั้นคาถามันจะไปเข้าดวงจิตด้านที่ยังหลับอยู่ ที่เรียกว่า ไสยดังที่ผมบอกไปข้างต้นถ้าคุณไปบอกคนรอบตัวคุณให้ทราบมากๆเข้า มันจะมีดวงจิตด้านไหนที่เป็น ไสยอยู่บ้างหละครับ จริงไหมและถ้าไม่มีไสยแต่คุณมาทำไสยศาสตร์มันจะไสยมาไหนจริงรึเปล่าครับ (บางคนบอกเพื่อนๆไปทั่วเลยเพื่อนๆเขาก็คอยถามๆๆตลอดเวลาจนทำให้เขาเครียดและถูกเพื่อนๆยุยงอีก ถ้าคุณกำลังจะสำเร็จคุณจะทราบได้อย่างไรว่าเพื่อนเหล่านั้นจะไม่อิจฉาคุณมันจะคอยยุจนจิตคุณเสียเชื่อผมสิไสยต้องเงียบๆ)

เพราะฉะนั้นไสยศาสตร์นั้นต้องเงียบๆ ถือศีลอย่างเคร่งจิตใจเป็นปกติอย่าถึงกับสติแตกเป็นพอถ้าคุณร้องไห้ทุกวันผมยังถือว่าปกติอยู่นะครับ เพราะคนที่เข้าหาไสยศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือนะครับมีเรื่องเดือดร้อนต่างๆ มากมายอย่าใจร้อนเป็นพอนะครับ

กลับมาคำว่าไสยศาสตร์อีกนึดนะครับผมมีประสบการณ์ของคำว่า“ไสย” อีกอย่างหนึ่งที่จะบอกเล่าให้ฟัง พิธีกรรมบางอย่างของพี่หมอเช่นการเสริมดวง การทำให้ที่ดิน บ้าน ดอนโดขายได้ ความรัก การค้าขายการเงินและการทำราศี ฯลฯ

พวกคาถาพิธีกรรมที่ทำให้ชีวิตคนดีขึ้นให้ขายของ ขายที่ดินได้ เมื่อดวงจิตจดจ่อว่าต้องขายให้ได้จะขายได้เมื่อไหร่น๊ามันจะเฉยๆนะครับ แต่พอลืมปับ!!! จะมีคนติดต่อเข้ามา พอซื้อรางวัลไว้แล้วลืมปับ!!!มันจะถูก แต่พอจิตจดจ่อจะไม่ถูก.............นี้คือไสยศาสตร์ครับผมจับแพทเทินมันได้

คุณเคยได้ยินเรื่องการทำราศีไหมครับการนะหน้าทองการเจิมหน้าฝาก แล้วแต่คนในท้องที่ไหนจะเรียกต่างกันไป

สำหรับคนที่หน้าตาไม่ดีคาถาหน้าทองจะทำให้ดูมีราศีขึ้นแต่สำหรับคนที่หน้าตาดีตามการตีความของสังคมนั้นๆอยู่แล้วจะยิ่งดีไปกันใหญ่นะครับ และสำหรับคนบางคนถือว่าไม่มีราศีตามธรรมชาติเลยควรจะต้องทำนะครับถ้าคุณชอบถ่ายรูปหรือรู้เรื่องการถ่ายรูปแล้วนั้นคุณจะต้องทราบว่าคนเราหลายๆคนจะมีมุมมองหน้าตาที่ดีที่สุดมุมหนึ่งตรงนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันมากเด็กมหา’ลัยเพื่อนผมคลั่งถ่ายรูปกันแทบทั้งมอ ฮ้าๆ

มุมมองดังกล่าวของหน้าตาเรานั้นเหละครับเรียนกว่าราศี คนที่มีราศีดีทั้งรูปร่างหน้าตา ก็จะได้เปรียบคนทั่วๆไปได้รับความเมตตามหานิยมตามธรรมชาติ ไสยศาสตร์ของอาจารย์ผม คนที่ให้พี่หมอลงคาถาให้นั้นจะมีราศีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าพี่หมอจะกำหนดจิตให้ใครถูกใจบ้าง เพศตรงข้ามบ้างลูกค้าของบริษัทบ้าง ร้านค้าบ้าง ช่วยในเรื่องของการซื้อขายค้าขายบ้าง ฯลฯ

ไสยจะเกิดตรงที่ว่าหน้าตาบางมุมมองจะดูดีและขึ้นมากจนคนรอบข้างทักหรือมองหน้าเรานานๆ ยิ้มๆอะไรประมาณนั้นพี่หมอบอกว่า “ถ้าใครชมเราให้ ยิ้มอย่างเดียวไม่ต้องไปบอกว่าทำราศีเสริมดวงไสยศาสตร์เขาไม่ให้พูดมาก“

ผมยังจำคาถาทำราศีที่พี่หมอลงให้คนได้ท่อนที่เป็นภาษาไทยนะครับเพราะพูดคุยกับพี่หมอบ่อยด้วยหละเลยจำได้ อิอิ ..........งง

“โอม เสกน้ำล้างหน้าให้ตัวสวยเหมือนนางฟ้า ให้หน้าสวยเหมือนดวงพระจันทร์ให้ราศีกู

นั้นเหมือนดั่งพระอาทิตย์ให้รักกูสนิทเหมือนช้างรักงาเหมือนปลารักน้ำ สิทธิของกู ....โอม ทวด...ลูกต้องท่องคาถานี้ เพื่อให้ ราศีดี...โอมจิตมนุษย์ทั้งหลาย ทั่วทั้งแผ่นดินมาสิมามา ....ให้มีจิตให้รักกูทุกคน(ภาษาเขมรบาลี ผมจำไม่ได้ครับ)”

ใช้เวลาสวดสิบห้านาทีได้นะครับ

เป็นพิธีกรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากเลยครับมันวูบวาบเลยหละครับ พี่หมอบอกว่าแกได้คาถามาจากทวดหรือไงนี่เหละเป็นคาถาโบราณมากเลยครับมีผลกับชีวิตคนมาก ชีวิตจะดีขึ้นเร็วแต่แรกๆจะปวดหัวนิดหน่อยถึงกลางๆและไม่มากไปครับ พอทนได้การทำไสยศาสตร์ใส่ตนเองคาถามันจะเข้าเร็วมากบางครั้งสองนาทีเองครับสมองโล่งเลยเหละ

เอาหละหัวข้อนี้ผมได้เสนอมุมมองและประสบการณ์ของคำว่า“ไสย” และทั้งหมดด้านบนนั้นเป็นความจริงทุกสิ่งเลยครับไสยศาสตร์ถูกออกแบบสร้างมาเพื่อทำให้ชีวิตคนดีขึ้นเจ้าพิธีเป็นผู้วิเศษมีความประเสริฐมีจิตเพื่อช่วยคน “ไสย”คือจิตอีกด้านหนึ่งที่ยังหลับอยู่เวทมนต์คาถาจะบันดารสิ่งต่างๆแล้วแต่เจ้าพิธีจะกำหนดมาทางด้าน จิตไสย นั้นคาถาอาคมจะซึงเข้าสู่ดวงจิตของคนเมื่อจิตของคนอยู่ในจังหวะสภาวะที่เป็นไสยจนกว่าจิตจะตื่นจึงจะหยุดเข้าแต่เมื่อจิตเป็นไสยอีกครั้งคาถาต่างๆก็จะซึมเข้าไปและจะเป็นอย่างนี้จนคาถาเข้า100%ผลลัพธ์ต่างๆก็จะเกิดขึ้นมาดวงจิตดวงนั้นจะถูกครอบงำโดยคาถานั้นและที่สุดถึงที่สุดแล้วถ้าดวงจิตดวงนั้นฝืนคาถาได้คาถาจะตีกลับทำให้ผลลัพธ์จะเข้ามาทางจิตที่เป็นไสยจะได้ผลลัพธ์จากเจตนาเดิมทางด้านจิตไสยนี้คือบทสรุปนะครับ............




Create Date : 24 พฤษภาคม 2558
Last Update : 24 พฤษภาคม 2558 8:19:46 น. 0 comments
Counter : 583 Pageviews.

BlogGang Popular Award#13


 
เทพต่อ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 120 คน [?]




สวัสดีครับ ผมชื่อต่อ นะครับ
เรียกผมว่า ต่อ พุฒาเวทย์ ก็ได้นะครับ
ผมชอบและศึกษาพิธีทางไสยศาสตร์
ของจริง ของแท้ ไม่มั่ว
อ่านได้จากข้อมูลใน บล๊อกแห่งนี้นะครับ
พิธีเสริมดวง ล้างกรรมทำแท้ง ทำเสน่ห์ต่างๆ
คุยกับต่อได้เลยถ้าอยากเจอไสยศาสตร์แท้ๆ เก่งๆ
คุณสามารถติดต่อผมได้ที่ ....

โทร. 085-3476341 หรือ
ไลน์ @Torputhavej (ใส่@ ด้วยจ้า)

(08.00-22.00 น.)
เลยสี่ทุ่มควรไลน์มาก่อนนะ

http://www.puthsaiyavej.com




เพิ่มเพื่อน

 photo 5a180a67-49e3-4e96-bc42-2fd05e3153a2_zpsohmziogp.jpg

 photo Facebook_zpsyonxhc6x.jpg

 photo youtube_zpslozwhpta.jpg

 photo IG_zpskp3digeg.jpg

Flag Counter
Friends' blogs
[Add เทพต่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.