space
space
space
<<
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
30 มกราคม 2563
space
space
space

เงื่อนไขสมัคร "บัตรคนจน" ปี 63 เปลี่ยนไป ปรับเกณฑ์ใหม่เข้มกว่าเดิม!



บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมเปิดลงทะเบียนใหม่ ต้นเดือน ก.พ. 63
ปรับเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนคนจนเข้มงวดขึ้น
โดยจะยังได้รับสิทธิ์และเงินช่วยเหลือในด้านต่างๆ เหมือนเดิมเลย


   บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่เราเรียกกันสั้นๆ ถือเป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนของภาครัฐ เริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 นับมาจนถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลา 2 ปีกว่าแล้ว หลักการคร่าวๆ ของเจ้าบัตรนี้ก็คือให้คนว่างงานหรือมีรายได้น้อยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับภาครัฐ จากนั้นก็จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้มั้ยนั่นเอง ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนคนที่ผ่านเกณฑ์ก็จะต้องไปรับบัตร เพื่อนำมาใช้จ่ายและรับสิทธิ์ที่ภาครัฐได้กำหนดไว้แบบง่ายเวอร์

   สำหรับสวัสดิการที่ภาครัฐมอบให้กับผู้ได้สิทธิ์ ก็ถือว่าเยอะทีเดียวเลยล่ะ จนบางครั้งคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์เห็นแล้ว ก็ว้าวอยู่เหมือนกัน อยากจะได้สิทธิ์บ้างไรงี้ 555 เดินทางฟรี ค่าน้ำฟรี ค่าไฟฟรี ซื้อของมาได้รับ 
ส่วนลดราคา หรือใช้ฟรีอีก นับถึงตอนนี้มีผู้ได้รับสิทธิ์รวม 14.5 ล้านคน ก็ประมาณ 1/5 ของประชากรทั้งประเทศกันเลย



ปรับเกณฑ์ใหม่ "บัตรคนจน" ถ้าใครไม่จนจริง ก็หมดสิทธิ์นะ





   หลังจากที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ได้ให้ผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ เพื่อรับช่วยเหลือในด้านต่างๆ ของภาครัฐในหลากหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน จนตอนนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการมากถึง 14.5 ล้านคน ก็ยังมีบางคนอาจจะไม่มีรายได้น้อยจริงแต่กลับได้รับสิทธิ์ ทำให้หน่วยงานรัฐฯ หาทางที่คัดคนที่ตรงคุณสมบัติจริงๆ ให้ได้รับสิทธิ์เท่านั้น เรียกว่าเป็น promotion เฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ยืนยันได้จริง ๆ เท่านั้น โดยจะนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้ตรวจสอบคัดกรองคุณสมบัติ ซึ่งหลักการคร่าวๆ จะเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ใหม่ตามนี้เลย

✘ หลักเกณฑ์เดิม : ดูจากรายได้รวมส่วนบุคคล จะต้องเป็นผู้ว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

✔ หลักเกณฑ์ใหม่ : ดูจากรายได้รวมของทั้งครอบครัว หารเฉลี่ยด้วยจำนวนคนในครอบครัว จะต้องไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ทั้งครอบครัว



   หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าแบบเก่ากับแบบใหม่แตกต่างกันยังไง แล้วจะต้องคำนวณยังไงเพื่อหาว่าสามารถขึ้นทะเบียนคนจนได้รึป่าว ลองดูจากตัวอย่างกันดีกว่า

   กรณีที่ 1 เช่น ครอบครัว A มีจำนวนสมาชิก 4 คน พ่อมีรายได้ 300,000.- ต่อปี / แม่มีรายได้ 200,000.- ต่อปี ส่วนลูกอีก 2 คนยังไม่มีรายได้ แสดงว่าทั้งครอบครัวจะมีรายได้รวม 500,000.- ต่อปี มีสมาชิกทั้งหมด 4 คน เฉลี่ยแล้วจะมีรายได้คนละ 125,000.- ต่อปี
 
✘ หลักเกณฑ์เดิม : ลูก 2 คนที่ยังไม่มีรายได้ สามารถขึ้นทะเบียนคนจนได้

✔ หลักเกณฑ์ใหม่ : เมื่อเฉลี่ยรายได้ต่อคนแล้ว พบว่าเกิน 100,000.- ต่อปี จึงทำให้สมาชิกทั้ง 4 คนในครอบครัว ไม่สามารถขึ้นทะเบียนคนจนได้



   กรณีที่ 2 เช่น ครอบครัว A มีจำนวนสมาชิก 5 คน พ่อมีรายได้ 200,000.- ต่อปี / แม่มีรายได้ 150,000.- ต่อปี ส่วนลูกอีก 3 คนยังไม่มีรายได้ แสดงว่าทั้งครอบครัวจะมีรายได้รวม 350,000.- ต่อปี มีสมาชิกทั้งหมด 5 คน เฉลี่ยแล้วจะมีรายได้คนละ 70,000.- ต่อปี

✘ หลักเกณฑ์เดิม : ลูก 3 คนที่ยังไม่มีรายได้ สามารถขึ้นทะเบียนคนจนได้

✔ หลักเกณฑ์ใหม่ : เมื่อเฉลี่ยรายได้ต่อคนแล้ว พบว่าไม่เกิน 100,000.- ต่อปี จึงทำให้สมาชิกทั้ง 5 คนในครอบครัว สามารถขึ้นทะเบียนคนจนได้



   จะเห็นได้ว่าหลักเกณฑ์ใหม่เน้นรายได้ของสมาชิกทั้งครอบครัวเป็นตัวตัดสินว่าจะถือบัตรคนจนได้มั้ย ไม่ได้สนใจรายได้ส่วนบุคคลอีกต่อไปแล้ว เพราะบางคนอาจจะไม่ได้จนจริง ตัวเองไม่มีรายได้ แต่คนในครอบครัวกลับมีรายได้เยอะมาช่วยดูแล ซึ่งไม่ตอบโจทย์เป้าหมายของโครงการที่ต้องการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่แท้ทรู




สิทธิประโยชน์สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ปี 63

  หลังจากที่เราได้รู้กันแล้วว่าในช่วงต้นปี 63 นี้ จะเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การสมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ใหม่ รวมถึงผู้ถือบัตรคนจนเดิมกว่า 14.5 ล้านคน ก็จะถูกตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ใหม่ด้วย เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยที่แท้จริงได้รับเงินช่วยเหลือในด้านต่างๆ จากทางภาครัฐอย่างเต็มที่ แล้วผู้ถือบัตรคนจนจะได้รับสิทธิ์ โปรโมชั่น อะไรบ้าง? เช็คลิสต์กันหน่อย




วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค คนละ 200-300 บาทต่อเดือน (จะได้รับเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน)

ผู้มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาท (ต่อปี) จะได้รับเงิน 300 บาท
ผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาทขึ้นไป (ต่อปี) จะได้รับเงิน 200 บาท

-วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท ต่อ 3 เดือน (จะได้รับเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน ม.ค., เม.ย., ก.ค. และ ต.ค.)

-ค่าโดยสารรถเมล์-รถไฟฟ้า 500 บาท ต่อเดือน (จะได้รับเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน)

   แต่ละคนสามารถรับสิทธิ์โดยใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจ่ายเงินได้เลย ระบบจะตัดเงินจากกระเป๋าเงินให้โดยอัตโนมัติ เช่น เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS/MRT/ARL ก็ต้องติดต่อที่ห้องจำหน่ายตั๋วก่อน ส่วนขึ้นรถเมล์ ขสมก. เอาบัตรแตะจ่ายผ่านเครื่อง EDC กับพนักงานได้เลย



สังเกตง่ายๆ พนักงานจะห้อยเครื่องไว้กับตัว โชว์บัตรแตะจ่ายได้เลย

ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท ต่อเดือน (จะได้รับเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน)

-ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท ต่อเดือน (จะได้รับเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน)

-ค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาท ต่อเดือนต่อครัวเรือน (จนถึงเดือน ก.ย. 63)

จะต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์เพื่อรับเงินชดเชยค่าน้ำประปาผ่านทางเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เราใช้บริการก่อน จึงจะมีสิทธิ์รับเงินคืนด้วยนะ

การประปานครหลวง : กดลงทะเบียนที่ https://eservicesapp.mwa.co.th/welfareregist/
การประปาส่วนภูมิภาค : กดลงทะเบียนที่ https://payment.pwa.co.th/welfare-register/


-ค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาท ต่อเดือนต่อครัวเรือน (จนถึงเดือน ก.ย. 63)

จะต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์เพื่อรับเงินชดเชยค่าไฟฟ้า ผ่านทางเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เราใช้บริการก่อน จึงจะมีสิทธิ์รับเงินคืนด้วยนะ

การไฟฟ้านครหลวง : กดลงทะเบียนที่ https://meagate1.mea.or.th/welfareregis
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค : กดลงทะเบียนที่ https://eservice.pea.co.th/welfareregister
PEA





หน้าตาของเว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำหรับลงทะเบียนรับสิทธิ์


โปร เงินคืนภาษี VAT 5% สูงสุด 500 บาท/เดือน (จนถึงเดือน ก.ย. 63)

จะต้องเป็นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เท่านั้น ก็คือเหมือนกับเอาบัตรเดบิต/บัตรเครดิตไปรูดซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ นั่นเอง

สินค้าที่ซื้อจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) ด้วย ถ้าหากเป็นสินค้าที่ไม่ได้จดเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ข้าวสาร จะไม่ได้รับเงินคืนนะ ซึ่งระบบสามารถเช็กได้จากร้านค้าที่เราไปซื้อ

ทางภาครัฐฯ จะโอนเงินคืนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยสามารถนำบัตรคนจนไปถอนเงินสดที่ตู้ ATM ออกมาใช้ หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าฯ และร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมโครงการได้

สรุปง่ายๆ ก็คือผู้ถือบัตรคนจนสามารถใช้จ่ายได้สูงสุด 10,000.- ได้คืนภาษี 5% เท่ากับ 500.- ในแต่ละเดือนนั่นเอง





ปันโปรสรุปให้

-เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) สำหรับผู้สมัครใหม่ในช่วงต้นเดือน ก.พ. 63 โดยเปลี่ยนหลักเกณฑ์ให จะดูจากรายได้ของสมาชิกครอบครัว ไม่ได้ดูจากรายได้ส่วนบุคคลเหมือนสมัยก่อนแล้ววว

-ใครที่ถือบัตรคนจนกลุ่มเดิม จำนวน 14.5 ล้านคนก็จะโดนด้วย เพราะเค้าจะเช็กย้อนหลังด้วยว่ามีรายได้น้อยจริงมั้ย ยังมีสถานะเป็นผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการต่างๆ ของภาครัฐอยู่รึป่าว

-สิทธิประโยชน์ของผู้ถือบัตรคนจน ก็จะยังได้รับเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนหน้า ทั้งค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ, ซื้อก๊าซหุงต้ม



ขอขอบคุณข้อมูลจากไทยรัฐ ออนไลน์




 

Create Date : 30 มกราคม 2563
0 comments
Last Update : 30 มกราคม 2563 14:55:32 น.
Counter : 146 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

สมาชิกหมายเลข 5399748
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 5399748's blog to your web]
space
space
space
space
space