Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 

Canadian Rockies l 4 Days Tour

13 กรกฎาคม2555

คำเตือน!!! บล็อคนี้ยาวมาก


วันแรก 9 มิถุนายน 2555 {Vancouver–Kelowna–Winery–Orchard–OK Lake-Salmon Arm}

ทัวร์นี้เป็นทัวร์ของคนจีนค่ะ ปกติที่นี่จะมี 3 แบบ คือ ทัวร์ฝรั่ง (แพง) ทัวร์จีน แล้วก็ทัวร์เกาหลี คิดไปคิดมาก็ตกลงเอาทัวร์จีนเพราะว่าเราพอได้ภาษาจีนกลาง มันก็ไม่น่าจะยากเวลาสื่อสารกัน

ทัวร์นี้ใช้ 3 ภาษา คือ อังกฤษ จีนกลาง และจีนกวางตุ้ง

ได้ 2 ใน 3 ภาษาที่คุยกันในรถน่าจะดีกว่านะคะ

ราคาทัวร์ที่ให้ตอนแรกจะมีแต่ค่าโรงแรม ค่าเดินทาง ถ้าเราจะร่วม Meal Plan กับเค้า หรือจะ Upgrade ห้องพัก หรือจ่ายค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ก็จ่ายตั้งแต่ตอนจองเลยค่ะ ไม่งั้นตอนเที่ยวต้องไปหาร้านกินเอง ซึ่งบางแห่งก็ไม่มีร้านให้เลือกก็ต้องนั่งกินกับทัวร์นี่แหละ ยกเว้นว่าจะสั่งอาหารที่ไม่เหมือนกัน

รถเค้าจะมารับเป็นจุดๆ ไปค่ะ ดังนั้นคืนแรกเราเลยไปนอนที่ La Quinta Ricmond




ห้องก็ประมาณนี้ค่ะ



อันนี้เป็นห้องที่อยู่มุมสุด ห้องจะใหญ่กว่าอีกห้องที่หลังจากทริปนี้เราไปนอนค่ะ อันนั้นแคบกว่าเยอะ ไม่ชอบเลยเพราะนอน 3 คน 3 คืน

โรงแรมนี้ใกล้กับสนามบินมากค่ะ มีรถรับส่งแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย แต่เราก็ให้ทิปคนขับรถไปแทนไม่มากค่ะ {3 คน 5 เหรียญ}

มีอาหารเช้าถึง 9 โมง อาหารเช้าก็โทส ครัวซองส์ เนื้อบดแผ่นๆ ไข่ คอนเฟล็กส์ ผลไม้ ชากาแฟแล้วก็วาฟเฟิล ทุกอย่างเราต้องทำเองนะคะ สนุกๆ

{หลังจากกินไป 4 วัน ก็เบื่อแหละ ไม่ไหวแล้ว}

อย่างว่าทัวร์จีน ก็ยังเป็นทัวร์จีน เค้านัดวันแรก 7.30น. ที่ล็อบบี้ของโรงแรม มีการขานชื่อแซ่ แล้งบอกว่าต้องไปขึ้นรถคันไหนที่หน้าโรงแรม ขึ้นเสร็จก็ไปรับคนอีกโรงแรมแล้วก็ถึงเวลาเดินทางค่ะ

ไกด์จริงๆ แล้วเค้าพูดกวางตุ้ง แต่ภาษาจีนกลางเค้าดีมากทีเดียว ภาษาอังกฤษฟังแทบไม่ออกเลย 555
อันนี้ขึ้นกับดวงเราว่าจะเจอไกด์แบบไหนนะคะ

ที่นั่งก็เหมือนรถทั่วไป แต่มีที่รองเท้าเพราะเราต้องเดินทางไกล จะได้นอนสบาย ทุกวันเค้าจะประกาศที่นั่งใหม่ของวันรุ่งขึ้น จะได้เสมอภาค ไม่ใช่นั่งด้านหลังแต่แรกก็นั่งหลังตลอดทางเหมือนทัวร์ไทยค่ะ เค้าจะเลื่อนเราไปเรื่อยๆ ตอนแรกเก๋นั่งทางซ้ายมือด้านหลัง วันต่อมาก็เลื่อนขึ้นมาด้านหน้า 4 แถว คู่ที่นั่งด้วยก็ยังเป็นคนเดิมนะคะ แค่ว่าเค้าเลื่อนเราเท่านั้น

ห้องน้ำในรถ ไกด์จะบอกแต่วันแรกเลยว่า ถ้าไม่จำเป็นกรุณาอย่าใช้ เพราะเค้าจะไม่ได้ทำความสะอาดจนถึงวันสุดท้าย ให้ช่วยสงสารคนที่อาจจะได้นั่งหลังวันสุดท้ายด้วย ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือดีค่ะ

เราออกจากแวนคูเวอร์แค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้นก็ได้ชมวิวของหิมะหลงฤดูแล้ว ไกด์ว่ามีหิมะหลงฤดูเมื่อวันสองวันก่อน บนภูเขาเต็มไปด้วยหิมะเหมือนหน้าหนาวเลยทีเดียว แต่คิดว่าถ้าหน้าหนาวจริงๆ หิมะน่าจะเยอะกว่านี้หลายเท่า





วันนี้อากาศไม่ดี ฝนตกพรำๆ เก๋ไม่ได้เอากล้องออกมาถ่ายรูปเลย มีรูปบางส่วนอยู่ในกล้องน้องสาวแต่ยังไม่ได้ไฟล์เลยค่ะ มีถ่ายตอนที่ไปเที่ยว Winery ชิมไวน์เท่านั้น

เราถึงที่นั่นตอนประมาณ 14.30น. เวลาแวนคูเวอร์ค่ะ อากาศขมุกขมัว แต่ฝนหยุดแล้ว




ภายในที่ที่ให้ชิมไวน์





อากาศไม่ดีเลย



Ice Wine เป็นของฝากขึ้นชื่อของแคนาดาค่ะ รสชาดหวานเจี๊ยบ ซ่าๆ นิดๆ เมาง่ายด้วย ทำจากองุ่นที่เก็บช่วงฤดูหนาว ไม่เหมือนไวน์ทั่วไป เขาว่าราคาแพงกว่าไวน์ปกติ เลยจัดมา 4 ขวดค่ะ เป็นไวน์ขาว ไวน์แดงที่นี่ไม่อร่อย ไม่ถูกจริต แต่อีกที่ตอนไปน้ำตกไนแองการ่าพกไวน์แดงกลับมา 1 ขวด ที่นั่นอร่อยกว่า

วันที่ไปมีจัดงานแต่งอยู่ที่นี่ด้วย น่ารักดี แต่คงเลิกแล้วเหลือแต่เต้นท์ไว้เป็นอนุสรณ์ให้นักท่องเที่ยวจีนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก





หลังจากนั้นก็นั่งรถยาว มีแวะเดินตลาดมั่ง เข้าห้องน้ำมั่งจนถึงเมือง Salmon Arm ตอนประมาณ 17.30น. เวลาแวนคูเวอร์

ที่ต้องบอกเวลาแวนคูเวอร์เพราะว่าระหว่างทางมีการเปลี่ยนเวลาด้วย ซึ่งจำไม่ได้ว่าเปลี่ยนตอนไหนค่ะ ยึดเวลาแวนคูเวอร์แล้วกันนะ

คืนนี้เรานอนที่ Prestige Salmon Arm Waterfront กัน

เข้าโรงแรมแล้วไกด์ก็จะนัดเวลาคนที่ร่วม Meal Plan กับทัวร์ให้ออกมาเจอกันแล้วจะไปกินข้าว มื้อนี้เป็นบุฟเฟ่อาหารจีนค่ะ อร่อยดี เพราะเป็นมื้อแรกที่เจอบุฟเฟ่ หลังจากนี้ไม่อยากคิดแล้ว อาหารเที่ยงจะเป็นโต๊ะจีน อาหารเยอะมากจนกินกันไม่หมดเลย อร่อยด้วยค่ะ

กินเสร็จตอน 20.30น. เค้าก็พาเรากลับโรงแรม ใครจะเดินกลับก็ไม่ว่าค่ะ แต่วันนั้นอากาศหนาวมากกกก คนส่วนใหญ่เลยเลือกที่จะนั่งรถทัวร์กลับกัน

พวกเก๋พอถึงโรงแรมเราก็ออกเดินแถวๆ โรงแรมต่อ เพราะโรงแรมอยู่ข้างทะเลสาบพอดี มีคนเดินเล่นพอสมควร ช่วงนี้แคนาดามืดช้ามาก สามทุ่มยังสลัวๆ เหมือนห้าโมงเย็นของไทยเลย เราเดินเล่นที่ริมทะเลสาบประมาณ 1 ชั่วโมงก็กลับที่พัก นอนหล่ะค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก






วิวทะเลสาบ





Prestige Salmon Arm Waterfront

ห้องพักดีมาก ห้องน้ำดีมาก อุ่น เน็ตฟรี แถมยังเร็วด้วย




ด้านหลังโรงแรม ถ่ายจากทะเลสาบ






















วันที่สอง 10 มิถุนายน 2555 {Salmon Arm–Emerald Lake–Banff Nat’l Park-Banff-Canmore}

วันนี้คนที่ร่วม Meal Plan จะทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมค่ะ ไกด์จะจัดให้เรานั่งตามเหมาะสม บางครั้งก็ได้นั่งในกลุ่มเรา บางครั้งก็ต้องไปนั่งกับคนอื่นๆ

อาหารก็ทำมาเป็นจานๆ แล้ว โควต้าคนละจานห้ามเบิ้ล น้ำ ชา กาแฟ ช่วยตัวเองค่ะ ไม่จำกัดนะอันนี้





9.30 น. เราถึงที่แวะจุดแรก ให้เข้าห้องน้ำ ซื้อของฝากอะไรก็ว่าไป เราเลยได้รู้ว่าคนจีนก็ซื้อของเก่งไม่แพ้คนไทยเลยทีเดียว

ห้องน้ำเวลาจะเข้าต้องทำเวลานะคะ เพราะทัวร์นี้ทุกคนตรงต่อเวลามาก ผู้ชายอาจไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ผู้หญิงนี่ห้องน้ำ 10 ห้องก็ยังไม่พอค่ะ

ตอนนี้เราอยู่บนที่สูงมาก อากาศหนาวมากกว่าเดิมเยอะ







กระรอกเชื่องมาก มาใกล้ๆ ให้ถ่ายรูป หวังอาหารหล่ะสิแก แต่ชั้นไม่มีนะ



11.50น. เราถึง Emerald Lake ค่ะ อยู่ที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ต้องแจวไปต่อ ที่นี่ไกด์บอกว่าถ้าอากาศดีน้ำจะใสและสวยมาก ตอนนี้ลูกทัวร์พากันผิดหวัง ได้ยินบ่นกันแว่วๆ ว่าเมืองจีนสวยกว่า 555

ทริปนี้คนจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 60% อินโด 20% ฟิลิปินส์ 15% ที่เหลือก็ชาติอื่น เช่นไทยเป็นต้น {3 คนแม่ลูกนี่แหละ}






Emerald Lake



หลังจากนั้นเราก็ไปที่ Sunshine Village Ski and Snowboard Resort เพื่อกินบุฟเฟ่อาหารเที่ยงค่ะ มื้อนี้พอใช้ เริ่มเบื่อละ คิดถึงข้าวกระเพราไข่ดาวเมืองไทยนิดนึง

ก่อนกินไกด์ให้ตั๋วขึ้นกอนโดล่า กินเสร็จถึงค่อยขึ้นไป เค้าให้เลือกว่าจะขึ้นกอนโดล่าหรือจะขึ้นกับกระเช้าธรรมดาแบบนักสกี ซึ่งกอนโดล่ามันน้อยกว่าประมาณ 4:1 น้องสาวกลัวหนาวเลยขึ้นกอนโดล่ากันค่ะ




จุดปล่อยตัวนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเขา




ก่อนขึ้นเค้าก็จะถามก่อนว่าเราพูดภาษาอะไร จีนหรืออังกฤษ แล้วเค้าจะต้องเราเข้าไปฟังว่าเราต้องปฏิบัติตัวยังไงเวลาขึ้นไปอะไรแบบนี้

กอนโดล่า 1 ห้องนั่งได้สูงสุด 4 คนค่ะ เรามา 3 คนเลยจองไปหนึ่งที่ เม้าท์กันโฉงเฉงไม่ได้ยินเสียงให้ดูหมีที่ด้านล่างเลยทีเดียว

ด้านบนถ้าช่วงหน้าหนาวคงเป็นสถานีปล่อยตัวนักสกี แต่ตอนนี้กลายเป็นสถานีปล่อยตัวนักท่องเที่ยวแทน บนนี้จะเห็นวิวสวยๆ ของ Banff National Park และสามารถเห็น Lake Louise ได้อีกด้วยค่ะ




วิว เห็น Lake Louise รึเปล่าคะ






Sunshine Village Ski and Snowboard Resort



บนเขานี่สูงมากจนทำให้เวลาเราเดินจะเหนื่อยเร็วกว่าปกติ แต่หิมะเยอะดีค่ะ ชอบ ยังไม่เบื่อทีอันนี้

เสร็จแล้วเราก็นั่งรถต่อเพื่อเข้าเมือง Banff ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองหนึ่งของที่นี่ค่ะ ถ้าคนที่ไม่เคยไปนิวซีแลนด์อาจจะบอกว่าเป็นเมืองเงียบๆ แต่ถ้าเคยผ่านนิวซีแลนด์มาแล้วอยากบอกว่าเงียบของจริงต้องไป Cromwell มีแต่บ้านไม่เห็นมีคนเลย

เรานั่งรถเลยเมือง Banff ไปก่อนนะคะ เพราะเราจะไป Bow Falls ที่เค้าโฆษณาว่าเป็นฉากในการถ่ายทำเรื่อง The River of No Return หนังสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังเด็ก

ไกด์ให้เวลา 5 นาทีที่นี่ 5 นาทีเนี่ยะนะ

แต่จะบอกว่ามันพอค่ะ น้ำตกอยู่ข้างๆ ถนนกันเลยทีเดียว มี 1 ชั้นถ้วน แก่งแย่งหามุม ถ่ายรูปเสร็จยังเหลือเวลาไว้เม้าท์อีกเลย






อันนี้แหละค่ะน้ำตก



เสร็จแล้วเราก็เข้าเมืองซื้อของฝากกัน แต่พรุ่งนี้เช้าทัวร์ไม่มีอาหารเช้าค่ะ เราเลยต้องไปหาซื้อของกินก่อน โชคดีมี Safeway หรืออะไรประมาณนี้กลางเมืองเลย เดินไปเดินมาในนั้นก็เจอเพื่อนร่วมทัวร์อีก

คืนนี้ลูกทัวร์บนรถจะแยกกันนอน ส่วนหนึ่ง Upgrade ห้องมานอนในเมือง Banff ที่ Banff Town International Hotel แต่เราลองดูแล้ว โรงแรมที่ทัวร์จัดให้น่าจะดีกว่า เราเลยไม่ได้เพิ่มเงินมานอนในเมืองค่ะ

ที่ดินใน National Park นี่เป็นของหลวง หลวงให้เช่าที่ปลูกสร้างโรงแรมหรือว่าบ้าน แต่ว่าพอถึงเวลาหลวงจะยึดคืนค่ะ เมืองนี้อยู่ใน National Park จึงไม่มีข้อยกเว้น ได้ข่าวว่าโรงแรมแพงพอสมควรทีเดียว




วิวด้านหลังสวยเหมือนอยู่สวิสทีเดียว (ยังกับเคยไปหยั่งงั้น)




อาหารเย็นเป็นโต๊ะจีน เรานั่งกับเพื่อนชาวฟิลิปินส์อีกกลุ่ม เฮอามากๆ อาหารก็พอกินได้ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ว่าอร่อยอะไร ใจแล่นอยากกินซี่โครง Tony Roma ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมาก แต่จ่ายเงินไปละ

กินเสร็จยังมีเวลานิดหน่อยให้เดิน น้องสาวเจอคนรู้จักที่ทำงานที่นี่ด้วย เลยยืนเม้าท์ข้างทาง ปล่อยให้แม่กับพี่นั่งรอใกล้ๆ จนถึงเวลานัดแล้วเราก็ขึ้นรถนั่ง 1 ชั่วโมงไป Canmore ค่ะ




Holiday Inn Canmore

ห้องพักดีมาก ห้องน้ำดีมาก ใหม่เจี๊ยบ ตกแต่งสไตล์ที่ชอบ อุ่น มีไมโครเวฟ เน็ตฟรี แถมยังเร็วด้วย



















วันที่สาม 11 มิถุนายน 2555 {Lake Louise–Jasper Nat’l Park-Icefield-Peyto Lake-Golden}



อาหารเช้าวันนี้ ของซื้อจากเมื่อคืน





วิวหน้าโรงแรม สวยจนลืมหายใจ




นัดเช้าอีกแล้วค่ะ ล้อหมุน 6.30น. แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะเราตื่นกันเช้ามาก ยังปรับเวลาไม่ค่อยได้ แต่น้องที่อยู่ที่แคนาดา หน้าเหมือนซอมบี้ทุกเช้า 555

รถไปรับเพื่อนที่นอนในเมืองแล้วถึงออกเดินทาง ตอนที่ไปรับเราก็แวะเข้าห้องน้ำก่อนในโรงแรมนี่แหละ สะอาดดี ไม่ต้องต่อคิวนานด้วย เราเดินทางไป Moraine Lake

ไกด์ว่าวิวที่นี่ ตอนนี้กับเมื่อ 20 ปีก่อน มันต่างกันสิ้นเชิง ถ้าเราเอาแบ้งค์ 20 ของรุ่นเก่า ที่ตอนนี้ไม่มี จะมีรูปวิวของแถวๆ นี้ วิวนั้นตอนนี้เปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ ดังนั้นวิวที่เราเห็นตอนนี้ อีก 20 ปี ก็จะเปลี่ยนไปอีก เป็นเพราะหิมะ พายุ และหินที่สไลซ์ลงมา ทะเลสาบบางแห่งก็จะหายไปด้วย




ยังคงมีน้ำแข็งบนทะเลสาบ




หิมะจาก 2 วันก่อน ยังหลงเหลืออยู่




กองหินสไลซ์ กองใหญ่ข้างๆ ทะเลสาบ



ห้องน้ำแถวนี้เป็นห้องน้ำแห้ง ไม่มีน้ำราดนะคะ ถ้าอดทนได้เชิญป้ายหน้า Fairmont Chateau Lake Louise

นั่งรถครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ แปลกดีนะคะที่อื่นๆ เค้าจะเอาชื่อใส่ก่อนคำว่า Lake แต่ที่นี่ดันเรียกว่า Lake Louise ชื่อทะเลสาบตั้งเป็นเกียรติแต่เจ้าหญิงพระราชธิดาของสมเด็จพระราชินีวิคทอเรียค่ะ

ไกด์ให้เวลาเราเดินเล่นแล้วจะมานัดพบเพื่อนรับประทานบุฟเฟ่เที่ยงในโรงแรม คนที่ไม่ร่วมก็แล้วแต่ แต่แถวนั้นไม่มีที่อื่นให้เลือกค่ะ มีลุงร่วมทัวร์เค้าก็ทานกันในห้องอาหารโรงแรม เค้าว่าอร่อยดี แต่ก็แพงเป็นธรรมดา




วิวหน้าโรงแรม




ในโรงแรม




วิวโรงแรมจากข้างทะเลสาบ




ทะเลสาบระหว่างทาง น้ำยังเป็นน้ำแข็งอยู่เลย




ปีนเขาชะเอ่งเงย



ในที่สุดก็ถึงซะทีค่ะ นั่งรถมาตั้ง 2 ชั่วโมงจากLake Louise เพื่อมาที่นี่ Athabasca Glacier






ที่นี่ไม่เหมือนกับที่ Fox Glacie ที่นิวซีแลนด์เลยค่ะ ที่นู่นจะมีทางให้เราเดินไปข้างๆ แล้วตัดขึ้น ระหว่างทางจะได้ชมชั้นของน้ำแข็งสีสวยๆ แต่ที่นี่เค้าให้เรานั่งรถ Snowcoach ที่สามารถปีนขึ้นลงทางที่ชันมากๆ ได้ สะดวกดี ไม่เหนื่อย 555








ก่อนขึ้นไกด์ก็ให้เราถ่ายรูปหมู่ ไม่บังคับซื้อ แต่เราก็มีซื้อมา 1 รูป ค่ะ ช่วยเหลือเค้าหน่อย แล้วแนะนำให้เราใส่เสื้อผ้าหนาๆ ใส่แวนกันแดดเพราะแสงสะท้อนจากหิมะอาจทำให้เราตาบอดชั่วคราวได้

เราต้องไปต่อรถที่ด้านบนค่ะ จาก Station ด้านล่าง เค้าจะนับคนก่อนขึ้นรถบัส มีคนแอบขึ้นมาด้วย แต่เค้าซื้อตั๋วนะ ฝรั่งก็มี จีนก็มี ฝรั่งดูง่าย โดนไล่ลงง่ายเพราะต้องเป็นหัวดำทั้งคัน แต่จีนที่มาขึ้นนี่ต้องอาศัยเพื่อนร่วมรถช่วยดูค่ะ สรุปเค้าก็ต้องลงตามระเบียบ




บน Glacier



อยู่แค่ประมาณ 20 นาทีก็ลง ไม่มีกิจกรรมอะไรนอกจากจับกลุ่มถ่ายรูปเหมือนเคย

ลงไปเข้าห้องน้ำ หยอดตู้น้ำดื่มที่ทำจากน้ำจาก Glacier เป็นที่ระลึก อร่อยๆ หวานๆ เย็นๆ ดี เหรียญรุ่นใหม่หยอดไม่ผ่านนะคะ ต้องไปแลกเป็นเหรียญรุ่นเก่า รุ่นใหม่จะเหมือนเหรียญรุ่นใหม่ของไทยที่บางกว่า ตู้มันเลยไม่รับคายออกมาตลอด

กลับออกมา วันนี้เราจะกินเสต็กกัน ไกด์เค้าถามตั้งแต่วันแรกว่าจะเอาอะไร ไก่ ปลา หรือเนื้อ วันนี้หมายมั่นปั้นมือมากว่าจะกินให้อร่อยไปเลย ร้านอาหารที่เราไปกินเป็นร้านจีนอยู่ชั้นสอง ดูจากอาหารของคนอื่นที่สั่งแล้วน้ำลายไหลค่ะ พอของเรามา

ทำไมเป็นแบบนี้เนี่ยะ




เสต็กกินกับข้าวสวยเปล่าๆ >_<



เลยต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย

กินเสร็จกลับโรงแรม คืนนี้ก็แบ่งไปนอน 2 ที่เหมือนเดิม ส่วนหนึ่งเพิ่มเงิน นอนที่ Fairmont Chateau Lake Louise อีกส่วนนอนที่ Prestige Golden ต้องนั่งรถไปต่ออีก 1 ชั่วโมงค่ะ

ครอบครัวเรา 3 แม่ลูก จ่ายเพิ่มนอนที่ Fairmont Chateau Lake Louise

ราตรีสวัสดิ์




Fairmont Chateau Lake Louise

ห้องพักดี ห้องน้ำดีมาก แต่ดูเก่า ห้องเล็ก อุ่น มีพัดลม ไม่มีเน็ตฟรี แพง

โรงแรมนี้ไกด์บอกว่าถ้าจองเองแพงกว่ามากะทัวร์หลายร้อยเหรียญค่ะ ดูจากรูปแล้ว ถ้ามาเองคงไม่นอนที่นี่ ไม่คุ้มเลย
ห้องที่ได้ไม่ได้วิวทะเลสาบนะคะ ถ้าอยากนอนดูวิวต้องจ่ายเพิ่มอีก
แม่บอกว่าเตียงนุ่มเกิน เก๋ว่าสบายดีค่ะ





















วันที่สี่ 12 มิถุนายน 2555 {Golden-Kamloops-Ginseng Factory-Vancouver}


วันนี้ตื่นแต่เช้า เมื่อคืนนอนไม่สบายเพราะหาที่เปิดแอร์ไม่เจอ ไม่แน่ใจว่ามีแอร์รึเปล่า เพราะเค้ามีพัดลมให้ในห้อง

เค้านัดตอนหกโมงเช้าเวลาท้องถิ่น รถที่ขึ้นไปหาเพื่อนร่วมทัวร์คนอื่นเป็นรถคันใหม่ เล็กกว่าเดิมเท่านึง

เก๋รีบลงมาถ่ายรูปทะเลสาบตอนเช้า ที่นั่นมีคนกำลังถ่ายรูปอยู่แล้วด้วยค่ะ ตั้งใจกันมากๆ

วิวตอนเช้าก็สวย ทั้งๆ ที่ท้องฟ้าไม่โปรงเลย








รถที่เราจะใช้เดินทางไป Golden




เรานั่งรถไปอีก 1 ชั่วโมง ระหว่างทางก็มีหมี กวางอยู่ริมถนน สัตว์พวกนี้ออกมาไม่ได้เพราะว่าทางการเค้ากั้นริมถนนทั้งสองข้างทางตลอดทางเลยค่ะ ถ้าสัตว์อยากจะข้ามจะมีทางข้ามไว้ให้ ลักษณะเหมือนทางข้ามแยก แต่เค้าจะจัดไว้ให้ดูเหมือนเป็นป่า รถคันนี้เค้าไม่จอดให้เราดูอะไรเลย

ถึง Golden แล้วเราก็ทานอาหารเช้ากันที่นั่น เหมือนเดิมค่ะ เป็นอาหารเช้าแบบฝรั่งคนละจาน น้ำเติมไม่อั้น

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว เป็นการเดินทางบนรถอันแสนยาวนานทีเดียว มีแวะเข้าห้องน้ำมั่ง ดูอะไรมั่ง ก่อนเที่ยงก็แวะ Last Spike เป็นจุดสุดท้ายที่เค้าสร้างรางรถไฟสมัยแรกๆ ค่ะ ประวัติยาวมาก ไปลองหาอ่านกันได้

ไกด์บอกว่า สภาพภูมิประเทศของ British Columbia และแถวๆ ที่เราผ่านมาทำให้การสร้างรางรถไฟเป็นงานที่เกือบจะทำไม่ได้ทีเดียว ในตอนแรกแรงงานไม่พอจนกระทั่งต้องให้คนจีนมาทำงานนี้ด้วยจนสำเร็จในที่สุด มีคนตายเยอะมากค่ะ









เราแวะที่นี่แป๊บเดียวก็ต้องเดินทางต่อ พักอีกทีก็เที่ยงกินบุฟเฟ่อาหารจีน อร่อยใช้ได้ อาหารให้เลือกเยอะดี

ต่อจากนั้นก็ไปแวะซื้อโสมตามโปรแกรมทัวร์จีน แปลกดีค่ะ มาซื้อโสมถึงแคนาดาเลย

ภาคบ่าย ฝนตกพร่ำๆ ตลอดทางอีกแล้ว หลังจากเจออากาศดีๆ ได้ 2 วัน ไม่รู้พรุ่งนี้จะเป็นยังไงมั่ง

กว่าจะถึงแวนคูเวอร์ก็หกโมงเย็นทีเดียว รถจอดส่งคนตามรายทางที่กำหนดไว้ ของเราสามแม่ลูกลงที่ La Quinta Richmond เหมือนเดิม จะนอนที่นี่ต่ออีก 3 คืนแล้วบินไปแคนาดาตะวันออกค่ะ

เพิ่งรู้ว่าแถวๆ โรงแรมมี Toy R Us และร้านอาหารเอเชียมากมาย คืนนี้เรากินหม้อไฟมองโกเลียตามรอบคุณ ha-meow ในรีวิวนี้ค่ะ




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2555
1 comments
Last Update : 13 กรกฎาคม 2555 19:52:03 น.
Counter : 4047 Pageviews.

 

ภาพสวยมากครับ

 

โดย: DJ IP: 110.168.211.21 14 กรกฎาคม 2555 23:28:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
pocha_t
Location :
ยะลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add pocha_t's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.