บูเช็คเทียน







บูเช็คเทียน ฮ่องเต้อิสตรีองค์เดียวของจีน

ขณะนี้เมืองไทยเรามีการรณรงค์ในเรื่อง สิทธิสตรีกันมาก การรณรงค์นี้มีมาตั้งเกือบสองพันปีแล้วค่ะ นำโดยสตรี ผู้เข้มแข็งหรือหญิงเก่ง ผู้มีนามว่า “บูเช็คเทียน” ซึ่งเป็นฮ่องเต้องค์หนึ่งของจีนโบราณ ดังนั้น ทีมงาน ต่วย'ตูน จึงขอนำเรื่องของพระนางมาให้อ่านกันในซันเดย์ สเปเชียล หนนี้ค่ะ เพราะเรื่องราวในชีวิตของ นางพญาองค์นี้ โลดโผนตื่นเต้นสนุกสนานยิ่งนัก

บูเช็คเทียน มีนามเดิมว่า “บูเหม่ยเหนียง” แปลว่า โฉมงามเลอเสน่ห์ ...นับเป็นชื่อที่สมตัวมาก...นางเกิดเมื่อปี ค.ศ.625 พออายุได้ 14 ปี กิตติศัพท์ความงามของนางก็ลือลั่นไปทั่ว จนล่วงไปสู่พระกรรณของ พระเจ้าถังไทจง ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถัง พระองค์จึงมีดำรัสให้ นางเข้าวังเพื่อถวายตัว เป็นนางสนมในราชสำนักที่นคร ฉางอาน อันเป็นราชธานีของจีนยุคนั้น

แต่ก่อนหน้าที่บูเหม่ยเหนียงจะเข้าวังนั้น โหราจารย์แห่งราชสำนัก ได้เคยพยากรณ์ว่า ต่อไปสตรีแซ่อู่จะมีอำนาจขึ้นล้มราชวงศ์ถัง เมื่อสืบหากัน...ก็พบว่า แซ่บูของบูเหม่ยเหนียงนั้นออกเสียง เป็นภาษาจีนกลางว่า “อู่” พระเจ้าถังไทจงจึงไม่ค่อยวาง พระทัยในนางสนมน้อยผู้นี้ แม้ว่าจะโปรดปรานนางอยู่มากก็ตาม

หลักฐานอย่างหนึ่งซึ่งแสดงว่าบูเช็คเทียนเป็นสาวงามทรงเสน่ห์เอามากๆนั้นก็คือ แม้กระทั่งไทจือหรือองค์รัชทายาทก็มีจิตปฏิพัทธ์ สนิทเสน่หาในตัวนางเช่นกัน!

ดังนั้น เมื่อพระเจ้าถังไทจงสิ้นพระชนม์ลง และบูเช็คเทียนจำต้องโกนหัวเข้าวัดบวชชี ตามโบราณราชประเพณี องค์ไทจือซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้า ถังเกาจงฮ่องเต้ก็ไม่ลืมเลือนนาง สู้อุตส่าห์ไปสึกชีออกมาจากวัดเข้าสู่วัง ดำรงตำแหน่งเป็นสนมเอกของพระองค์!!

เมื่อเข้าวังอีกครั้งหนึ่งได้ดังใจหมายแล้ว บูเช็คเทียนก็รู้ว่าตัวเองมิได้ เกิดมาเพื่อที่จะเป็นเพียง นางบำเรอเท่านั้น หากจะต้องยิ่งใหญ่กว่าใครในราชสำนักฝ่ายใน ซึ่งบทบาทของบูเช็คเทียน เพื่อกรุยทางไปสู่อำนาจวาสนานั่น ได้ลุยไปบนเลือดเนื้อและชีวิตของคนอื่นหลายคน

ไม่เว้นแม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไข ลูกในไส้ของตนเอง!

ความเฉลียวฉลาดเฉียบแหลมอันเป็นสมบัติประจำตัว ช่วยให้บูเช็คเทียนค่อยๆ ดำเนินการตามเป้าหมายไปได้ทีละน้อย แต่มั่นคง นางโค่นล้มสนมเอกที่โปรดปราน ของฮ่องเต้ได้ราบคาบ และรวบอำนาจดูแลราชสำนักฝ่ายในมาไว้ในกำมืออย่างนิ่มนวล โดยที่พระอัครมเหสีหรือฮองเฮาผู้มีหน้าที่บังคับบัญชาฝ่ายในเองไม่อาจทำอะไรได้ ในที่สุดบูเช็คเทียนก็ก้าวไปจนถึงขั้นคิดการกำจัดฮองเฮาเสีย เพื่อจะตั้งตัวเองขึ้นดำรงตำแหน่งอันยิ่งยศนี้แทน

แผนการของนางนั้นกล้าได้กล้าเสีย และ “เหี้ยม” เสียจนใครก็ไม่อาจคาดถึง

นั่นคือ นางลงทุนบีบคอธิดาน้อยองค์เดียว ของตนเองจนตายคามือ เพื่อป้ายความผิดไปให้แก่ฮองเฮา!

และเกาจงฮ่องเต้ก็เชื่อสนิทเสียด้วยซีคะ จึงถอดถอนฮองเฮาจากตำแหน่ง แล้วนำไปคุมขังไว้

ความฝันอันสูงสุดของบูเช็คเทียน มาสัมฤทธิผลในปี ค.ศ.655 เมื่อพระเจ้าเกาจงฮ่องเต้แต่งตั้ง นางขึ้นเป็นฮองเฮา โดยไม่หวั่นไหวต่อคำทัดทานของเหล่าเสนาบดีอื่นๆ

เกาจงฮ่องเต้แม้จะอยู่ในวัยหนุ่มแน่น แต่ก็ทรงอ่อนแอประชวรออดแอดอยู่เสมอ บูเช็คเทียนจึงทรงช่วยเหลือด้วยการแอบถวายคำแนะนำอยู่หลังพระวิสูตร ในขณะที่ฮ่องเต้ประทับบัลลังก์มังกรว่าราชการในท้องพระโรงธาร

ความคิดความอ่านของฮองเฮานั้นก้าวหน้า จัดว่าเป็น “คลื่นลูกใหม่” ในยุคสมัยของนางเห็นว่า การรับราชการเป็นขุนนางนั้นน่าจะกระทำด้วยวิธีสอบคัดเลือก แทนที่จะใช้ระบบ “เส้น” อย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งฮ่องเต้ก็ทรงเห็นดีด้วย ดังนั้น ในเวลาต่อมาฐานกำลังของบูเช็คเทียน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถสอบผ่านเข้ามาเป็นขุนนางได้จึงเพิ่มทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ ราชการแผ่นดินแทบทั้งหมด นับว่าอยู่ในเงื้อมมือของบูเช็คเทียนแล้วนะคะ การขึ้นสู่อำนาจของบูเช็คเทียนนั้น มิได้เกิดจากความงามของนางเพียงอย่างเดียว แต่ความเฉลียวฉลาดและกล้าตัดสินใจฉับไวทันการณ์ก็เป็นสิ่งช่วยเสริมอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเห็นได้จากเรื่องต่อไปนี้

ครั้งหนึ่งในระหว่างที่ฮ่องเต้กับฮองเฮาเสด็จแปรพระราชฐานไปพักที่เชิงเขานอกเมือง ได้เกิดอุทกภัยกะทันหัน นํ้าบนเขาไหลบ่าลงมาท่วมบริเวณวังที่ประทับอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ตื่นตระหนกไปหมดทุกคน

ในช่วงวิกฤติอย่างนี้ ไม่มีใครเป็นห่วงใคร ละค่ะ ห่วงแต่ชีวิตตัวเท่านั้น จึงปรากฏว่า ข้าราชบริพารล้วนเอาตัวรอด หนีไปจากที่ ประทับเกือบหมด ถ้าเป็นผู้หญิง ธรรมดาอาจร้องวี้ดว้าย ด้วยความตื่นกลัว แต่บูเช็คเทียนแสดงความ กล้าหาญ เด็ดขาด ให้ประจักษ์ด้วยการบัญชาการ เฉียบขาดให้ทหารรักษา พระองค์รีบ ผูกแพ ขึ้นให้ฮ่องเต้ประทับแล้ว นำไปยังเกาะสูงพ้นนํ้า อันเป็นสถานที่ ปลอดภัย จนกระทั่งขุนพลคนสำคัญ คนหนึ่งมารับ พระองค์เสด็จคืนไปได้โดย สวัสดิภาพ...

ขุนพลผู้นั้นถ้าเอ่ยชื่อคุณผู้อ่านคงร้องอ๋อ

ซิยิ่นกุ้ย ผู้ทรงพลังไงล่ะคะ

ด้วยเหตุที่เล็งเห็นในนํ้าจิตนํ้าใจกันอย่างแท้จริง เกาจงฮ่องเต้จึงมีความ “เกรง” บูเช็คเทียนอยู่ในส่วนลึกนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ความเหี้ยมหาญของบูเช็คเทียนนี่ เรามองเห็นได้ตลอดเวลาที่อ่านประวัติของนาง นอกจากกำจัดขุนนางที่ไม่เห็นด้วยไปหมดสิ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมแล้ว ยังมีเรื่องบันทึกไว้ด้วยว่า บูเช็คเทียนสังหารพี่สาวร่วมสายโลหิตกับนางด้วยอีกคนหนึ่ง สาเหตุที่สังหารก็เพราะว่าบังอาจมาเป็นสนมอีกคนหนึ่งของฮ่องเต้ ซึ่งบูเช็คเทียนถือว่าเป็นการทรยศอย่างอภัยไม่ได้...

ถังเกาจงฮ่องเต้ประชวรสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ.683 ราชโอรสผู้เป็นไทจือได้ครองบัลลังก์มังกร ทรงพระนามว่า “ถังจงจงฮ่องเต้” บูเช็คเทียนเปลี่ยนฐานะเป็นพระราชชนนีหรือฮองไทเฮาไปแล้ว แต่อำนาจยังมีเหมือนเดิม คือฮ่องเต้องค์ใหม่จะทำอะไรก็ต้องผ่านความเห็นชอบของฮองไทเฮาก่อนเสมอ ไม่อาจมีอำนาจเต็มตามลำพังได้เลย ซึ่งทำให้ฮ่องเต้ อึดอัดมาก จึงทำการกระด้างกระเดื่องต่อพระมารดา

บูเช็คเทียนแสดงความเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง ด้วยการถอดถอนองค์ฮ่องเต้ ออก จากตำแหน่ง แล้วตั้งองค์ ใหม่ขึ้นแทน คราวนี้พระ นางดำเนินนโยบายเดิม คือขึงวิสูตรหลัง บัลลังก์ที่ประทับว่า ราชการคอยแนะนำ บงการ ฮ่องเต้ตลอดมา โดยที่องค์ใหม่ มีฐานะ เป็นหุ่นเท่านั้นเอง

และท้ายที่สุดจึงได้ ลงมือโค่นอำนาจฮ่องเต้ ซึ่งเป็นโอรสของพระนางเอง

บูเช็คเทียนสถาปนาตนเองเป็น ฮ่องเต้อิสตรีองค์แรกของจีน เมื่อปี ค.ศ.689 และเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ เป็นราชวงศ์โจว สมดังที่โหราจารย์ ได้ทำนายทายทักว่า สตรีแซ่อู่จะล้มราชวงศ์ถัง...

อำนาจของฮ่องเต้อิสตรีนั้นมากมาย ถึงกับบังคับบุปผา ให้แย้มบานในฤดูหนาวได้นั่นแน่ะ...

เล่ากันว่า บูเช็คเทียนทอดพระเนตรเห็นบุปผาในราชอุทยานไม่บานสะพรั่ง เพราะฤดูหนาวปีนั้นหนาวเหน็บเกินไปสำหรับต้นไม้ พระนางก็ออกคำสั่งทันใดเป็นทำนองว่า “บุปผาเอ๋ย เจ้าจงผลิบานพร้อมกันในวันพรุ่ง...” หรืออะไรทำนองนี้ละค่ะ ปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้นนั่นเอง ดอกไม้ในอุทยานหลวงพร้อมใจกันเบิกบานไสวงามอร่ามเรืองไปทั่วเลยทีเดียว

ไม่ใช่เป็นเรื่องของอำนาจเหนือมนุษย์หรือ อำนาจมนตรากฤตยาการอะไรเลย...บูเช็คเทียนใช้วิธีง่ายๆ บังคับดอกไม้ให้บานด้วยการต้มนํ้าร้อนให้เดือดนำไปตั้งไว้ทุกหนแห่งในราชอุทยาน ไอนํ้าเป็นตัวการไปช่วยเร่งให้ดอกไม้แย้มกลีบเบิกบานได้ทุกดอก

นอกจากนี้ บูเช็คเทียนยังสันทัดในทางอักษรศาสตร์พอที่จะแต่งบทกวีไว้หลายชิ้น รวมทั้งบทความทางรัฐศาสตร์ ปรัชญาและโอวาทสอนสตรี เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่บทนิพนธ์เหล่านี้หายสูญไปเกือบหมด...

พงศาวดารจีนกล่าวหาว่าพระนางทรงมักมากในกามคุณ คบชู้สู่ชายมาก หน้าหลายตา ไม่เว้นกระทั่งพระกระทั่งเจ้าในวัด...แต่ถ้าจะว่าไปแล้ว ถ้ายกเอาส่วนที่ดีกับส่วนไม่ดีของบูเช็คเทียนมาขึ้นตาชั่งแล้ว สิ่งแรกมีนํ้าหนักมากกว่า อย่างน้อยพระนางก็มีความสามารถบริหารบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองในทุกๆทาง ไม่เว้นแม้แต่ในด้านศึกสงครามซึ่งรบชนะเกาหลีในสมัยนี้ด้วย

ในด้านศาสนา พระนางใฝ่พระ ทัยในศาสนามาก ทรงสร้างวัดวา อารามหลายแห่ง รวมทั้งพระพุทธรูป ในหมู่ถํ้าลังเหมิน อีกด้วย

ในบั้นปลายของพระชนม์ชีพ บูเช็ค เทียนทรงชรามาก พระชนม์ได้แปดสิบเศษ แล้วยังไม่ยอม มอบอำนาจให้ใคร ร้อนถึงโอรสองค์ ที่เคยเป็น ฮ่องเต้ถังจงจงและ โดนปลดไปแล้วนั้นต้องมา ทูลขอบัลลังก์คืน โดยมีเสนาบดีสนับสนุนกันเพียบ บูเช็คเทียนจึงยอมคืนบัลลังก์ให้โอรสในปี ค.ศ.705 แล้วเสด็จไปประทับที่ตำหนักนอกเมือง

ยุคทองของบูเช็คเทียนก็สิ้นสุดลง พร้อมกับสิ้นสุดราชวงศ์โจวของพระนาง เพราะราชโอรสซึ่งครองแผ่นดินในนามพระเจ้าถังจงจง ได้เปลี่ยนราชวงศ์กลับไปเป็นราชวงศ์ถังตามเดิม บูเช็คเทียนสิ้นพระชนม์ด้วยโรคชราเมื่อปี 706 พระชนมายุได้ 81 พรรษา

มีสุสานหรือฮวงซุ้ยของฮ่องเต้อิสตรีองค์นี้อยู่บนเนินเขาสูง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนครฉางอานแห่งอดีต (ปัจจุบันคือเมืองซีอาน) นับเป็นสุสานอันสวยงามตามถนนที่นำไปสู่สุสานรายเรียงด้วย รูปปั้นดินเผาเป็นรูปคนและ สัตว์ขนาดเท่าตัวจริงตั้งเป็นระยะตลอดไป แต่แผ่นศิลาหน้าฮวงซุ้ยของพระนางเองกลับว่างเปล่ามิได้มีข้อความไว้อาลัยแต่อย่างใดเลย

ที่เป็นยังงี้ก็เนื่องจากพระประสงค์ของฮ่องเต้หญิงเองแหละค่ะ พระนางตรัสว่าไม่ประสงค์ให้คนร่วมสมัย มาจารึกสรรเสริญเกียรติคุณ แต่ต้องการให้คนรุ่นหลังได้ซาบซึ้งในคุณงามความดีที่ทรงกระทำต่อบ้านเมือง เป็นผู้จารึกสรรเสริญพระนางไว้ด้วยใจจริง...แต่ความเป็นจริงก็คือ ศิลาที่ฮวงซุ้ยนั้นยังคงว่างเปล่ามาจนทุกวันนี้ หามีใครเขียนถ้อยคำสรรเสริญพระนางลงไว้เลยไม่

ไม่มีคำจารึกไว้อาลัยที่ฮวงซุ้ยก็ไม่เป็นไร...อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวนี้คุณความดีในฐานะนักปกครองยอดเยี่ยม ของบูเช็คเทียนได้จารึกไว้แล้วในหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งคนรุ่นหลังผู้มีใจเป็นธรรมได้หยิบยกเอามาวิเคราะห์กันด้วยความเลื่อมใสยิ่ง

ทอดตาทั่วแผ่นดิน นับว่าฮ่องเต้อิสตรีผู้นี้ไร้เทียมทาน...




Create Date : 01 กันยายน 2548
Last Update : 1 กันยายน 2548 4:57:32 น.
Counter : 2003 Pageviews.

9 comments
  
คุณ แทนคุณ แฟนพันแท้ ประวัติศาสตร์ไทยจีนเล่าให้ฟังว่า

แต่ก่อนนั้นเจ๊ปู แกชอบคนขายเครื่องสำอางนายหนึ่งก็เลยให้ลักลอบมาบำบัดความใคร่ในวัง แต่ก็เกรงครหานินทา ก็เลยออกอุบายให้สร้างวัดขึ้นโดยให้ยอดชู้แกเป็นเจ้าอาวาส วัดนี้ก็มีลูกศิทย์เป็นชายหนุ่มหล่อเหลากำยำล่ำสันเต็มวัด แต่ข่าวลือนั้นหนาหูว่า เจ้าอาวาสเป็นเสือไบ เจ๊ปูเช็คแล้วชัวร์เลยจัดการประหารซะให้หายแค้น ...และเรื่องนี้จึงเป็นแผลใจเจ๊ปูสืบมา
โดย: akinis (akinis ) วันที่: 1 กันยายน 2548 เวลา:21:30:27 น.
  
มาเยี่ยม

โดย: Mr.Vop วันที่: 20 ธันวาคม 2548 เวลา:13:39:02 น.
  

ชอบมากๆๆๆ
โดย: เล่าไอ่ IP: 203.118.80.31 วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:56:51 น.
  
^
^
คห. หนึ่งเริ่ดไป เลย อ่านไป มันส์ไป อ่านคอมเม้นส์ ยิ่งได่ รสชาติ เอ้กๆๆ
โดย: fluffyboy101 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2549 เวลา:12:57:00 น.
  
มาเยี่ยมครับ ^^
โดย: Epinephrine วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:50:44 น.
  
ตอนนี้ดูอยู่ ช่องไทยพีบีเอส เนี่ย ตอน4ทุ่ม5นาที

เปิดดูเลย
โดย: 789 IP: 58.9.218.40 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:38:01 น.
  
ช่องทีวีไทย ก็กำลังฉายอยู่นะค่ะ สนุกค่ะ 4 ทุ่มนะค่ะ หลังข่าว จันทร์ถึงพุธ
โดย: มะปราง IP: 125.26.201.88 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:11:17:12 น.
  
ศรัทธาพระนางด้วยความจริงใจ
โดย: namoam IP: 118.173.127.172 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:21:21:47 น.
  
ทุกคนมีดีและไม่ดี ไม่มีใครเพอร์เฟกความดีของพระนางเรื่องเดี่ยวเดียว อดทน และดูแลบ้านเมืองไม่แพ้ชายเราครวดูเป็นแบบอย่าง
รักพระนาง
โดย: กวาง IP: 124.157.217.233 วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:12:28:40 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

srisawat
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กันยายน 2548

 
 
 
 
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30