Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๑๗ ย้อนรอยอดีต

กลุ่มจิ๊กโจ๋คุมบ่อนไก่ยอมยกหนี้ให้ลูกของยายจันทร์ตามที่รับปาก เพราะฉันชนะการทายพนันชนไก่ตามที่ท้าทายไว้ แม้ในตอนแรกพวกนั้นทำท่าไม่พอใจและคิดเบี้ยวสัญญา แต่เมื่อฉันโชว์ป้ายประจำตัวที่เพิ่งได้รับจากองค์สุลต่านให้ดู พวกเขาก็จำต้องยอมปล่อยตัวฉันออกมา

ยายจันทร์ยังไม่ทราบเรื่องราวที่แท้จริงว่าลูกชายของแกเป็นหนี้พนันชนไก่ เคว็ดจึงขอร้องไม่ให้ฉันบอกผู้เป็นแม่แลกกับการสาบานว่าจะไม่เล่นการพนันอีกและยอมบอกลุงทองว่าฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขา ซึ่งนั่นทำให้ฉันสามารถแวะไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของยายจันทร์ได้บ่อย ๆ ลุงทองเองก็ให้ความเมตตาต่อฉันมากขึ้นด้วยเช่นกัน ถึงขนาดสอนให้ฉันรู้จักสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ด้วย

‘ไอ้เคว็ดมันไม่เอาไหน สอนเท่าไหร่ก็ไม่สนใจไม่รู้จักจำ เอาแต่เที่ยวเล่นเกเรไปเรื่อยเปื่อย ส่วนหลานสาวทั้งสองคนก็พอจะสนใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่คล่องแคล่วนัก...น่าเสียดาย’ ลุงทองบ่นขณะนำสมุนไพรไปตากแดดข้างบ้าน

‘แต่ฉันสนใจเรื่องสมุนไพรมากนะลุง...คงจะดีไม่น้อยถ้าลุงจะยอมถ่ายทอดวิชาให้ฉันนำไปใช้ประโยชน์ช่วยเหลือรักษาคนอื่นต่อไป’ ฉันแสดงอาการกระตือรือร้นเพื่อให้ลุงทองเห็นความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม

ลุงทองยิ้มกว้างตอบรับก่อนจะบอกประโยคที่ทำให้ฉันยิ้มออกมาด้วยหัวใจพองโต

‘แค่เห็นความสามารถในการคัดแยกสมุนไพรของเอ็ง...ฉันก็มีความเชื่อหนึ่งมาตลอดว่าเอ็งนี่ล่ะ...ที่น่าจะสืบทอดวิชาจากฉันได้เป็นอย่างดี’

หลังจากนั้นฉันจึงกลายเป็นลูกศิษย์ของลุงทองไปโดยปริยาย แม้ว่าความจริงแล้วสมุนไพรบางอย่างที่ใช้ในการรักษาโรคนั้นฉันก็พอจะมีความรู้อยู่ก่อนบ้างแล้ว แต่ก็ต้องพบกับความประหลาดใจเมื่อได้เรียนรู้เชิงลึกจากลุงทอง...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาส่วนผสมของสมุนไพรจีนที่ใช้ในการฝังเข็มเพื่อทำให้คนป่วยมีอาการชาและนอนหลับ

‘ซินแสบอกไว้ว่าคนที่ถูกฝังเข็มจะไม่หมดสติในทันทีทันใด จะค่อย ๆ สลึมสะลือและหลับไปในที่สุด...แต่ในช่วงสะลึมสะลือนั่นก็แทบไม่ได้สติแล้ว’

‘ลุงจะสอนวิธีการฝังเข็มให้ฉันด้วย...ใช่ไหม’ ฉันแสดงความกระตือรือร้นทันทีขณะหวนคิดถึงเรื่องราวบางอย่างที่เคยประสบพบเจอตอนที่อยู่ในร่างสร้อย...เพนนีมีอาวุธที่ทำให้คนมีอาการหมดสติและสลบได้

‘มันก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเอ็ง...การฝังเข็มต้องใช้หลายอย่างมาประกอบ...ถ้าฉันเห็นว่าเอ็งพร้อมเมื่อไหร่...เอ็งอาจได้เรียน’ ลุงทองบอกน้ำเสียงจริงจังก่อนจะวกไปคุยเล่าเรื่องราวความหลังครั้งสมัยที่แกร่ำเรียนวิชามาจากครูชาวจีนให้ฟังต่อไป

แต่ก็นั่นล่ะ...ฉันเชื่อว่า สักวันหนึ่งลุงทองต้องยอมสอนให้แน่ ๆ ฉันจึงตั้งใจฟังลุงทองแต่โดยดี แม้ว่าบางเรื่องเล่านั้น ลุงทองจะเล่าให้ฟังมาหลายสิบรอบแล้วก็ตาม

‘พี่แก้ว...เหนื่อยไหม ช่วยลุงบดสมุนไพรมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว กินน้ำก่อนสิพี่’ เสียงหวานของเปลื้องดังมาจากด้านหลัง เมื่อหันไปดูก็เห็นเธอกำลังยื่นขันน้ำมาให้ ‘เย็นนี้พี่แก้วกินข้าวกับพวกเรานะ...มีปลาช่อนตากแห้งที่พี่ชอบด้วย’

สายตาหวานส่องประกายของหญิงสาวที่ส่งมาให้นั้น...ทำให้ฉันต้องรีบหลบตาและก้มหน้าดื่มน้ำจนหมดขัน ใจก็นึกไปถึงภาพความทรงจำของสร้อยที่ฉันเคยเห็น...เปลื้องคือป้าของสร้อยในอนาคต เธอมีชะตากรรมที่น่าเวทนาเหลือเกิน

เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาวอีกคนที่กำลังเดินมาสมทบทำให้ฉันอดคิดถึงสร้อยขึ้นมาไม่ได้...สร้อยมีเสียงหัวเราะเหมือนแม่ของเธอในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยนกันเลยทีเดียว

‘แหม...พี่เปลื้อง...ใจคอไม่คิดจะเอาน้ำมาให้ลุงบ้างรึ...อะไรก็พี่แก้ว...พี่แก้ว’ ฉายยิ้มกว้างเปิดเผยแววตาบ่งบอกให้รู้ว่ากำลังรู้ทันผู้เป็นพี่สาว ซึ่งฉันก็ได้แต่ภาวนาว่าอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันกำลังกลัวไปเอง

‘พูดถึงมื้อเย็น...นี่ก็บ่ายมากแล้ว....ฉันต้องรีบกลับไปหมู่บ้านวิลันดา’ ฉันปฏิเสธการอยู่ทานอาหารมื้อเย็นแบบกลาย ๆ ‘อย่างที่เคยบอกไว้ว่าเจ้านายชาวดัตช์มีเมตตาอนุญาตให้ฉันออกมาข้างนอกแค่ช่วงบ่ายเท่านั้น’

‘เอ็งน่าจะเลิกทำงานกับพวกหัวแดงนั่น...เอ็งจะได้ติดตามฉันไปช่วยรักษาชาวบ้านได้’ ลุงทองบอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังออกว่ากำลังรู้สึกขัดใจอะไรบางอย่าง...ซึ่งฉันรู้ว่าแกคงไม่อยากให้ฉันทำงานอยู่กับพวกดัตช์นั่นเอง

‘เอาเป็นว่า...นับตั้งแต่พรุ่งนี้...ฉันจะติดตามลุงทองไปรักษาชาวบ้านที่ป่วยนะ’ ฉันรีบรับอาสาลุงทองทันที

ลุงทองหันขวับมาเลิกคิ้วใส่ก่อนจะยิ้มยิงฟันตาหยี ‘บ๊ะ...เอ็งนี่มันได้ใจฉันจริง ๆ’

‘หมายความว่าพี่แก้วจะมาอยู่ที่นี่กับพวกเรา...เอ่อ..ลุงทองด้วยเลยรึเปล่า’ เปลื้องแทรกขึ้นด้วยเสียงแหลมสูง ‘วันนี้ฉันจะได้เตรียมจัดที่นอนให้พี่แก้วเลย’

‘น้อย ๆ หน่อยพี่เปลื้อง...ลุงทองรับพี่แก้วมาช่วยงาน...ไม่ได้รับเขามาเป็นหลานเขย’ ฉายเสียงสูงพูดขัดขึ้นบ้างด้วยสีหน้าทะเล้นล้อเลียนพี่สาวของตน

‘บ้านของไอ้แก้วก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก...ไม่ต้องมากินนอนอยู่ที่นี่หรอกน่า’ ลุงทองบอกพลางทำสีหน้าติเตียนหลานสาวคนโต ‘เอ็งมาที่นี่ตั้งแต่เช้าก็แล้วกัน...จะได้ช่วยทำงานเต็มวัน...ถ้ามีคนเจ็บที่ไหนจะได้เดินทางไปกับฉันได้ทันที’

ทางออกของลุงทองช่วยทำให้ฉันโล่งใจมากขึ้น ในขณะที่แอบเห็นว่าเปลื้องมีสีหน้าแย้มยิ้มกว้างอย่างชัดเจน....นี่ถ้าเธอรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงเหมือนกัน...นึกไม่ออกเลยว่าเธอจะโกรธและผิดหวังมากขนาดไหน

* * * * * * * * * * * * * *

 พิธีแต่งงานของมะเตโอสกับวิเลียนผ่านไปด้วยดี แต่สถานะความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเนปาดูเหมือนจะยิ่งห่างไกลกันออกไปทุกที เราแทบจะไม่ค่อยได้เจอกันเลยเพราะเนปาได้รับมอบหมายจากเมอเตสให้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสถานีการค้าที่ท่าเรือ เขาไม่ค่อยกลับเข้ามาที่หมู่บ้านวิลันดา ส่วนฉันเองก็ไม่มีโอกาสออกไปแถวท่าเรือบ่อยนักเพราะต้องใช้เวลาในการติดตามลุงทองไปช่วยรักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วย รวมทั้งบรรดาทหารของสิงหลาที่ได้รับบาดเจ็บกลับมาจากการสู้รบด้วย ...และต่อมาไม่นานนัก ฉันก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาฝังเข็มอาบสมุนไพรจากลุงทอง และได้ใช้วิชาความรู้นั้นช่วยรักษาชาวบ้านและทหารสิงหลาได้มากขึ้น

 ทว่า...จากการที่ติดตามลุงทองไปรักษาทหารที่บาดเจ็บกลับมานั้น ทำให้เส้นทางเดินชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ในช่วงท้ายๆ ปี พ.ศ. ๒๒๐๔

 ‘ถึงแม้เราจะมีท่าน และหมอจากต่างเมืองมาช่วยรักษาทหารที่บาดเจ็บ แต่ก็ต้องเสียเวลานำทหารกลับมารักษาในเมืองสิงหลา  ถ้าหากได้หลานของท่านออกไปพร้อมกับทหารและคอยช่วยรักษาทหารที่บาดเจ็บในสนามรบได้ทันเวลาก็จะดีมาก’

คำอธิบายของหัวหน้าหมอทหารทำให้ลุงทองกับฉันต้องกลับมาปรึกษาหารือกันอีกครั้ง

‘ถึงแม้ว่าเอ็งจะเรียนรู้วิชาไปหมดแล้ว...แต่ฉันก็อดเป็นห่วงเอ็งไม่ได้...การเป็นหมอติดตามทหารออกไปสู้รบข้างนอก...มันเสี่ยงอันตราย...เพราะนั่นหมายถึงเอ็งต้องไปรบกับเขาด้วย’ ลุงทองมีสีหน้ากังวลอย่างชัดเจน ‘เอ็งก็เปรียบเหมือนลูกหลานแท้ ๆ ของฉันนะเจ้าแก้ว...ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเอ็ง...ข้าคงเสียใจมาก’

‘ถ้าฉันปฏิเสธ...คงไม่เป็นการดีแน่...หัวหน้าหมอทหารคนนั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้เราปฏิเสธเลยนะ...เขายังบอกด้วยว่าวันนี้เขาจะกลับไปรายงานองค์สุลต่านเพื่อรับฉันเป็นหมอทหารออกไปสนามรบเพิ่มอีกคน’ ฉันอธิบายด้วยความกังวลใจมากเช่นกัน....การออกไปในสนามรบไม่เคยเป็นสิ่งที่ฉันคาดการณ์ไว้

ตอนมาอยู่ในร่างสร้อย...ฉันไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่า...เพนนีเคยเป็นหมอทหารด้วย

  ที่สำคัญ...ถ้าเป็นหมอทหารออกสนามรบ...ฉันต้องปลอมเป็นผู้ชายอยู่ตลอดเวลา...ความลับอาจแตกได้สักวัน

‘ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันยอมให้เธอปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อเป็นหมอรักษาคนได้...แต่หากยอมให้เธอเป็นหมอทหารออกสนามรบ...ถ้าเมอเตอัสรู้เข้า...เขาคงกลับมาฆ่าฉันแน่’ เมอเตสบอกหลังรับรู้ความจริงหมดแล้วในเย็นวันนั้น ‘หัวหน้าหมอทหารคนนั้นยังไม่รู้สินะ...ว่าเธอเป็นผู้หญิง...และเป็นลูกสะไภ้ของฉัน....หากเขารู้ความจริง...เขาอาจเปลี่ยนใจ...ฉันจะไปบอกเขาเรื่องนี้เอง’

‘อย่านะท่าน....ถ้า...ลุงทองรู้ความจริงว่าฉันเป็นใคร...เขาคงไม่มีวันยกโทษให้ฉันแน่ ๆ’ เมื่อถึงตอนนี้ฉันรู้สึกผิดมากเหลือเกินที่ยังไม่ยอมบอกความจริงกับลุงทอง ยายจันทร์และลูกหลานของพวกเขาสักที...ว่าฉันอยู่ในฐานะลูกสะไภ้ของผู้แทนการค้าบริษัท วี.โอ.ซี

‘ความเก่งกาจของของพวกเจ้า...นำพาความกังวลมาให้ฉันจริงๆ’ เมอเตสถอนหายใจอย่างหนักจนฉันรู้สึกเอะใจในคำพูดนั้น

‘พวกเจ้า...ท่านหมายความว่าอะไร...เกิดอะไรขึ้นกับใครอีกด้วยหรือท่านเมอเตส’

‘ความฉลาดปราดเปรื่องและความสามารถในการต่อสู้ของเนปาเป็นที่เลื่องลือไปถึงนายทหารรับจ้าง...เขาได้รับการร้องขอให้ไปเป็นทหารในหน่วย...และดูเหมือนเนปาจะยินดีในการเป็นทหารรับจ้างมากกว่าดูแลสถานีการค้า...สาเหตุคงเพราะไม่อยากอยู่ปะทะอารมณ์ของมะเตโอสที่ตอนนี้ฉันให้เขาไปช่วยงานที่สถานีด้วยอีกคน’ เมอเตสให้คำตอบที่ทำให้ฉันหูผึ่ง ‘และฉันจำต้องยอมให้เนปาไปเป็นทหารรับจ้างขององค์สุลต่านเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์อันดีและมั่นคงระหว่าง บริษัท วี.โอ.ซี กับเมืองสิงหลา’

ในที่สุด...เนปาก็เดินเข้าสู่เส้นทางของทหารรับจ้างจนได้

‘แต่กรณีของเธอนั้น...น่าลำบากใจมากกว่า...เพราะเธอเป็นผู้หญิง...จะไปเป็นหมอทหารออกสนามรบได้อย่างไรกัน’ เมอเตสวกกลับมาประเด็นของฉัน

‘ฉัน...ฉันตัดสินใจแล้วว่า...จะไปเป็นหมอทหาร...และจะขอเลือกไปอยู่กับหน่วยที่เนปาประจำการ’ ฉันบอกเมอเตสไปโดยไม่ปิดบังความรู้สึกของตัวเองแม้แต่น้อย...ถึงจะยังไม่แน่ใจนักว่าหมอทหารจะมีโอกาสเลือกหน่วยด้วยตัวเองหรือไม่ก็ตาม

ฉันรู้ว่าเมอเตสเข้าใจความรู้สึกของฉัน เขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะบอกให้ฉันตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง

* * * * * * * * * * * * * *

การสู้รบของทหารสิงหลาส่วนใหญ่ล้วนเป็นฝ่ายต้านรับทั้งตามแนวชายแดนและน่านน้ำทะเล ซึ่งการถูกข้าศึกโจมตีทางทะเลนั้นจะมีนาน ๆ ครั้ง เนื่องจากข้าศึกจะต้องรวบรวมกองกำลังทางเรือให้พร้อมมากที่สุดเพื่อจะฝ่าด่านเอาชนะห่ากระสุนปืนใหญ่จากป้อมปราการบนฝั่งและบนภูเขาของสิงหลาได้  ภารกิจของทหารบกส่วนใหญ่จึงเน้นหนักไปที่การดูแลตามแนวชายป่าเขตแดนระหว่างเมืองสิงหลากับเมืองพัทลุงและนคร

ฉันต้องผิดหวังเมื่อได้รับการปฏิเสธจากหัวหน้าหมอทหารว่าฉันไม่สามารถไปประจำการกับหน่วยทหารรับจ้างชาวดัตช์ซึ่งทำหน้าที่ลาดตระเวนทางน้ำได้ เพราะหน่วยนั้นมีหมอชาวดัตช์คอยดูแลอยู่แล้ว ภารกิจที่ฉันได้รับกลับกลายเป็นต้องติดตามทหารออกไปยังชายแดนทิศเหนือซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้เมืองนคร

เมื่อเข้าไปอยู่กับหน่วยทหารแล้ว เป็นความลำบากอย่างยิ่งที่จะวิ่งหนีถอยหลังออกมา...ถ้าหากนี่เป็นชะตาที่ต้องเจอ...ฉันเชื่อมั่นว่าฉันจะอยู่รอดปลอดภัยได้ด้วยดี...เพราฉันคือเพนนี

ความคิดนี้เอง...ทำให้ฉันมีความกล้าบ้าบิ่น และไม่คิดที่จะหันหลังหนี

ในวันที่จะต้องออกเดินทาง ฉันจึงทำได้เพียงนำความกล้าหาญไปพร้อมกับตัวเองเท่านั้น

‘ทหารสามคนที่จะมาเสริมกองกำลังของหน่วยเราเดินทางมาถึงแล้วท่าน’ ทหารนายหนึ่งรายงานเสียงดังฟังชัดจนฉันรู้สึกกลัวลูกกระเดือกของเขาจะหลุดออกมา

ฉันยังก้มหน้านิ่งอยู่ปลายแถว ขณะได้ยินเสียงนายทหารหัวหน้าหน่วยขานชื่อทหารที่เพิ่งเข้ามาสมทบ

ชื่อสุดท้ายที่ถูกขานขึ้นมาคือ...เนปา...ชื่อนั้นทำให้ฉันต้องรีบเงยหน้าและวิ่งออกจากแถวเพื่อไปดูให้ชัด ๆ ว่าจะเป็นเพราะฉันหูฝาดหรือไม่

‘ข้า..เนปา...จากกองกำลัง...ทหารรับจ้าง...ที่ถูกปรับแผน...ให้มาช่วยเสริม...กองกำลัง...ทหารราบ...ฝังทิศเหนือ’ เสียงเนปาพูดด้วยภาษาพื้นเมืองแบบกระท่อนกระแท่น

ฉันไม่รู้ว่าเขาไปฝึกพูดภาษาพื้นเมืองของสิงหลามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...รู้แต่ว่าเขากำลังหันมาจ้องหน้าฉัน แววตาราบเรียบราวกับไม่รู้จักกันมาก่อน...ทั้ง ๆ ที่เขาทราบเรื่องจากเมอเตสแล้วว่าฉันต้องมาเป็นหมอทหาร...และเขาคงจำฉันที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายได้

ทุกอย่างผ่านไปด้วยความรวดเร็วจนฉันรู้สึกใจหาย...หน่วยของเราขี่ม้าออกเดินทางจากเมืองสิงหลาเพื่อไปสมทบกับกองกำลังทหารฝั่งทิศเหนือที่มีข่าวว่ากำลังปะทะอยู่กับข้าศึกจากเมืองนครซึ่งเป็นหัวเมืองทางใต้ของอโยธยา

ถึงตอนนี้...หากฉันสามารถลืมเรื่องราวของตัวเองไปเหมือนกับเนปาก็คงดี  เพราะจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจอยู่กับความจริงที่ว่า...ทหารสิงหลา ทหารนคร และทหารอโยธยา  ล้วนเป็นพี่น้องคนไทยในยุคอนาคตของเรานั่นเอง

* * * * * * * * * * * * * *




Create Date : 16 สิงหาคม 2557
Last Update : 22 มกราคม 2558 8:47:17 น. 5 comments
Counter : 606 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะ รอตั้งนาาาาาาานแน่ะ


โดย: S.Tanida IP: 157.7.205.214 วันที่: 17 สิงหาคม 2557 เวลา:9:06:09 น.  

 
@S.Tanida
ขอบคุณมากจริง ๆ ที่ติดตามค่ะ^_____^
ไรต์งานเข้าแบบชุกชุมค่ะช่วงนี้
แต่จะพยายามอัพให้บ่อยขึ้นนะคะ


โดย: KAE IP: 113.53.54.112 วันที่: 17 สิงหาคม 2557 เวลา:14:35:27 น.  

 
พี่แกะ เมื่อคืนคอมนุ่นเอาอีกแล้ว
เดี๋ยวคืนนี้ดึกๆมาอ่านนะคะ
เอาไปซ่อมมาแล้ว TT


โดย: lovereason วันที่: 17 สิงหาคม 2557 เวลา:19:40:09 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
รอนานสำหรับการติดตาม
โหวตจ้า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
ปรัซซี่ Food Blog ดู Blog
รู้นะว่าคิดถึง Travel Blog ดู Blog
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 18 สิงหาคม 2557 เวลา:10:35:07 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: cacaross วันที่: 19 สิงหาคม 2557 เวลา:16:57:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.