Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
มาเสริมดวงการค้า...ให้ทำมาค้าขึ้น ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันค๊าบบบ....เฮง เฮง เฮง





































สวัสดีคับ เพื่อนๆสมาชิก
เพิ่งผ่านวันวิสาขบูชามา ได้ไปทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียนกันบ้างรึป่าวครับ

วันวิสาขบูชา ได้ถูกยกให้เป็นวันสำคัญของของโลกเชียวนะ
และประเทศไทยของผม..ก็ได้รับให้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ศาสนาพุทธ
ไหนๆ..ชาวโลกก็ให้เกียรติเราถึงขนาดนี้ เราชาวพุทธก็มีหน้าที่ช่วยกันเผยแผ่ออกไป

แต่ในโลกของความเป็นจริง...มีอีกหลายมุมมองที่เกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ ความศรัทธา

ในกระบวกการความเชื่อ ความศรัทธา กับ ความงมงาย มีเส้นแบ่งห่างกันเพียงตัวหนังสือสองด้านในแผ่นกระดาษ...ในความคิดผม

แต่ว่า...มันจะดีแค่ไหน ถ้าเราสามารถนำเอาความศรัทธามาเสริมความเชื่อมั่นที่มีในตัวเอง ทำให้ชีวิตก้าวไปอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น


อ่ะ..ผมหาเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเสริมดวงค้าขายดีมาฝากเพื่อนสมาชิกที่ทำมาค้าขายกันคับ







การเสริมดวงค้าขายดี

การที่จะค้าขายดี เกิดจากกุศลผลบุญที่ทำมาดีทั้งในอดีตและปัจจุบันชาติ ส่วนการเสริมเป็นเพียง การเสริมให้เกิดมงคลเพิ่มขึ้น โดยการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวง เสริมราศี และมีของขลังที่ปลุกเสกจากเกจิอาจารย์เข้าช่วย โดยพึ่งบารมีท่านอีกทางหนึ่ง เหมือนการขอบุญท่าน






1. อันเชิญพระคู่บารมี เข้าร้านบูชาเสริมสิริมงคล



ผู้เกิดวันอาทิตย์

พระปางถวายเนตร ......เสริมวันเกิด

ประวัติย่อพระปางถวายเนตร

เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้ว จึงประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ใต้ร่มศรีมหาโพธิ์เป็นเวลา ๗ วัน จากนั้นจึงเสด็จออกจากใต้ร่มโพธิ์ไปประทับยืนอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อิสาน) ทอดพระเนตรต้นศรีมหาโพธิ์โดยไม่กะพริบพระเนตรเป็นเวลา ๗ วัน เพื่อทรงรำลึกถึงคุณของต้นศรีมหาโพธิ์ที่แผ่กิ่งก้านประทานร่มเงาให้ความร่มเย็นเป็นที่สบายช่วยให้พระองค์บำเพ็ญเพียรทางจิตจนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

คำบูชาพระประจำวันอาทิตย์ ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ) แล้วกล่าวคำว่า

“ อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะ วัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส ตังตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเร มุรัตติง เย พราหมะณา เวทะคุสัพพะ ธัมเม เตเม นะโมเต จะมัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุโพธิยา นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา อิมังโส ปะริตตัง กัตตะวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ”




เสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 .....เสริมการค้า

พระคาถาบูชา เสด็จพ่อ ร.5

ธูป 9 ดอก

ตั้งนะโม 3 จบ

พระสยามิน ทะโร วะโร อัตตัง พุทธะสังฆิ หิติอรหัง
วะรังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปิโยเทวา มนุสานัง
ปิโย พรหมานะ มุคคะโม ปินัน หริยัง นะมามิหัง

ขออานิสงค์แห่งการเผยแพร่ จงดลบันดาลให้ผู้ที่พิมพ์ ผู้ที่พบเห็นมีความสุขความเจริญ
สมหวังดั่งปรารถนาทุกประการ ขอให้พบทางสว่างในการดำเนินชีวิต ในการตัดสินปัญหาต่างๆ ให้คลี่คลายไปในทางที่ดีด้วยเทอญ





พระแก้วมรกต .....เสริมความสำเร็จ




ตำนานพระแก้วมรกต

ในบันทึกแนบท้ายพระราชพงศาวดารเหนือ ระบุไว้ว่า พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในปี พุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ วัดอโศการาม กรุงปาฏลีบุตร ในแผ่นดินพระเจ้ามิลินท์ (เมนันเดอร์) โดยเริ่มแรก เริ่มจากพระนาคเสนเถระได้ปวารณา จะสร้างพระพุทธรูปให้สืบต่อพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช จึงได้เป็นกังวลว่าจะหาวัสดุใดมาสร้างพระพุทธรูปนี้ ด้วยปริวิตกว่า หากใช้ไม้ ก็จะไม่อยู่ถึง 5000 พระชันษา หากใช้เหล็ก ก็อาจจะถูกนำไปหลอมละลายเมื่อคราวจะมีผู้ทำลาย หากจะใช้หินศิลาธรรมดา ก็จะดูเป็นพระพุทธรูปสามัญทั่วไป จึงได้ตกลงปลงใจเลือกใช้แก้วมณีมาจำหลักพระพุทธรูป เพียงแต่ยังกังวลว่าจะใช้แก้วมณีชนิดใด

การนั้น สมเด็จพระอมรินทราธิราช พร้อมกับพระวิสสุกรรมเทพบุตร ได้จำแลงกายเป็นมานพธรรมดา ไปกราบนมัสการพระคุณเจ้าว่า ตนทั้งสองเป็นพ่อค้าเดินทางมาหลายที่ ได้ไปพบแก้วรัตนโสภณมณีโชติ อันมีรัตตนายกดิลกเฉลิม 3000 ดวง สีแดงสุกใส ที่เขาวิบุลบรรพต (เวฬุบรรพต) ณ ดินแดนห่างไกลโพ้น คิดว่าเป็นแก้วที่เหมาะสมควร แก่การนำมาจำหลักพระพุทธรูปให้สืบพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช ว่าแล้วดังนั้น เมื่อถึงเขาวิบุลบรรพต สมเด็จพระอมรินทราธิราช จึงทรงโปรดให้พระวิสสุกรรมเทพบุตร เข้าไปนำแก้วรัตนโสภณมณีโชติมา แต่พระวิสสุกรรมทรงกราบทูลว่า ยักษ์ผู้เฝ้าแก้วนั้นมิยอมมอบให้ สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงทรงเสด็จด้วยพระองค์เอง พวกยักษ์ก็ยังกราบทูลไม่ถวายแก้วรัตนโสภณมณีโชติเช่นเดิม โดยทูลเหตุผลประกอบว่า แก้วนี้เป็นแก้วคู่บุญบารมีพระบรมศุลีจอมไกรลาส เป็นแก้วชั้นมหาจักรพรรดิ มิสามารถถวายให้ได้จริง สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงทรงตรัสตอบว่า จะทรงนำไปจำหลักพระพุทธรูปให้สืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดล่วง 5000 พระชันษา เหล่ายักษ์จึงประชุมกันและลงความเห็น มอบแก้วโลกาทิพยรัตตนายก อันมีรัตนายกดิลกเฉลิม 1000 ดวง สีเขียวทึบ (หยกอ่อน) ให้ไปแทน

เมื่อถึงวัดอโศการาม จึงทรงมอบให้พระนาคเสน และพระวิษุกรรมจึงทรงจำหลักพระพุทธรูปองค์นี้ถวายดังพระประสงค์ เมื่อจำหลักเสร็จเรียบร้อยเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม ตามประสงค์ของพระนาคเสนเถระแล้ว พระนาคเสนจึงบอกบุญไปยังอุบาสก อุบาสิกา สร้างมหาวิหารใกล้กับอโศการาม แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นประดิษฐานไว้เหนือแท่นรัตนบัลลังก์ และปฐมฐาปนาถวายพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต



พระคาถาบูชาพระแก้วมรกต

ิควรจัดดอกไม้ จุดธูป เทียนบูชา พร้อมอธิษฐานจิตให้มีสมาธิด้วยใจบริสุทธิ์และตั้งนะโม 3 จบก่อนจึงค่อยว่าคาถาดังนี้

พุทธะมะหามะณีระตะนะปฎิมากะรัง ปูเชมิ

ทุติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปฎิมากะรัง ปูเชมิ

ตะติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปฎิมากะรัง ปูเชม

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะมะหาเตโช เจวะมหาปัญโญ จะมหาโภโค จะมหายะโส จะภะวันตุ เมฯ นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุฯ

/font>



พระแม่ลักษมี.....เสริมความร่ำรวย


ประวัติความเป็นมา พระแม่ลักษมี

พระแม่ลักษมี เป็นตัวแทนแห่งความดี ความงามและความรัก ความมั่งมีและโชคลาภ คัมภีร์วิษณุปุราณะ ได้กล่าวถึง ชาติกำเนิดของพระลักษมี ไว้ 2 ทาง ทางหนึ่งว่า เป็นบุตรีของพภฤคมุนี พระปชาบดีกับนางชยาติ แต่ที่น่าเชื่อถือที่สุดคือชาติกำเนิดเมื่อคราวกวนเกษียรสมุทร

ในสมัยพระเวท ซึ่งเป็นยุคเก่าแก่มาแต่โบราณ อ้างว่า พระลักษมีนั้นคือ เทพธิดาพระองค์หนึ่งในสมัยนั้นทรงเป็นเทวีแห่งความร่ำรวย ทรัพย์สินเป็นอันมากจนเทวดาพระองค์อื่นอิจฉา จึงได้ทำการปล้นและแย่งชิง สมบัติของนางไปหมดสิ้น จนนางต้องไปพึ่งพระวิษณุเทพ พระลักษมีทรงเป็นอัครมเหสีต้องอวตารติดตามไปเป็นคู่ครองทุกชาติไป ดังนั้นเมื่อพระวิษณุเทพทรงอวตารเป็นปลา พระลักษมีเป็นนางปลา,วราหะ(หมูป่า) พระราม - สีดา , พระกฤษณะ - รุกมินี ,สิทธัตถะ - ยโสธารา เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ พระลักษมี จึงได้ชื่อว่า มีความซื่อตรง จงรักภักดี ทั้งรักและเทิดทูนในพระสวามี แต่เพียง ผู้เดียว



บูชาพระลักษมี-เพื่อขอความร่ำรวย มั่งคั่ง และโชคดี มีลาภ

โอมศานตาการัม ภุชะคะสะยะนัม ปัทมะนาภัม สุเรศัม วิศวาธารัม คะคะนะสะทฤศัม เมฆะวรรณัมศุภางคัม ลักษมีการตัมกะมกละนะยะนัม โยคิภัร์ธยานะคัมมะยัม วันเทวิษณุม ภะวะภะยะหะรัม สรรวะโลกัยกานาถัม




พระโพธิสัตว์กวนอิม ......เสริมความสุข




ประวัติพระโพธิสัตว์กวนอิม
พระโพธิสัตว์กวนอิม เดิมเป็นเทพธิดาที่มาจุติยังโลกมนุษย์ เพื่อมาช่วยปลดเปลี้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ ท่านเป็น ราชธิดาองค์ที่สามของกษัตริย์เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน องค์ที่สามชื่อ เมี่ยวซ่าน คือ พระโพธิสัตว์กวนอิมนั่นเอง ตอนเยาว์วัยท่านเป็นพุทธมามกะ มีความรู้แจ้งในหลักพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อความหลุดพ้นจากสังสารวัฏ ตอนนั้น พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วยกับความ ประสงค์ของราชธิดา จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบังลังก์ต่อไป แต่องค์หญิงสามไม่สนพระทัยเรื่อง ลาภยศสรรเสริญอันจอมปลอม

ซึ่งแม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด ต่อมาองค์หญิง สามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจแต่ก็มีเหล่ารุกข- เทวดามาช่วยทำงานให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชีนำองค์หญิงไปอยู่ที่วัดนกยูงขาวและ ให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิง ก็มีพระทัยเด็ดเดี่ยวไม่เปลี่ยนแปลง งานการต่างๆ ก็มี เหล่าเทวดามาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าใจว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไปพร้อมกับพวกแม่ชีทั้งหมด
มีแต่องค์หญิงสามเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้พระ เจ้าเมี่ยวจวงทราบดังนั้น จึงสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต ตอนนั้นมีเทพารักษ์คอยคุ้มครององค์หญิงสามอยู่ โดย- เนรมิตทองคำทิพย์เป็นเกราะหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย จนดาบหักสะบั้นถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก

โดยเข้าใจว่า นายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับองค์ หญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำองค์หญิงขึ้นพาดหลัง แล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงชัน
ต่อมา เทพไท่ไป๋ ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดองค์หญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์จน- สามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม
ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าใจว่าองค์หญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก ต่อมาไม่นาน บาปกรรมที่ พระองค์ก่อไว้ได้ส่งผล กษัตริย์เมี้ยวจวงเกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียาใดที่จะสามารถรักษาให้หายได้
องค์หญิงได้ทรง ทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธเคือง การกระทำของพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้างเพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย
องค์หญิง เมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรดชี้แนะหนทางดับทุกข์ ด้วยเหตุนี้ พระโพธิสัตว์กวนอิม จึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธ และฝ่ายเต๋าในขณะเดียวกัน


พระคาถาไว้พระกวนอิมกวงอิมไต่สือจั่ง

กวงอิมไต่สือ เส็กห่ออี่ทง นับหยี่ไต่หง่วน สิห่งชิมโชว
ไฮ่โต่หมี่จิงกิ๋ว โค่วอิ่มเซียบ่อ ฉะปุหิ่งชิง ฮอสัก

นำมอกวงซื่อ อิมผู่สัก หม่อฮอสัก
นำมอกวงซื่อ อิมผู่สัก หม่อฮอสัก
นำมอกวงซื่อ อิมผู่สัก หม่อฮอสัก
โพวมิ้งวราหิ่ง อิมผู่สัก หม่อฮอสัก
โพวมิ้งวรหิ่ง กิ้วโค่วฉิ่มเซีย ฉื่อปุย ช่วยหวบ
โต่วหมี่จิงสุ่ยโป่ว ปูเหลี่ยง เซี้ยซี้โฮ เซงเล้ง
โปยหยุย เจ้งบ่อแซ

นำมอกวงซื่อ อิมผู่สัก หม่อฮอสัก
นำมอกวงซื่อ อิมผู่สัก หม่อฮอสัก
นำมอกวงซื่อ อิมผู่สัก หม่อฮอสัก
กวงอิมเมี่ยวหวบ เฮ่าบ่อเปี่ย ไต่ไฮ่เตวี่ย อิมบ่วง
จี่เจี่ยโท่วแช น้อยหง่วงเซี่ยง ชำเจี่ยงจู ห่วงเน่า
หง่วง ติกตี้หุยจิง เหม่งเลี่ยวโพวหงวง จ่วยเจียง
เล็กเซียว ตื๊อซี่ลี่ เสี่ยเกี๊ย ผู่สักเต๋า






ผู้เกิดวันจันทร์

พระปางห้ามสมุทร ......เสริมวันเกิด


ประวัติย่อพระปางห้ามสมุทร

ครั้งหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปประกาศพระศาสนายังตำบล อุรุเวลา เสนานิคม ทรงขอประทับอยู่ในสำนักของอุรุเวลกัสสปะ ผู้เป็นหัวหน้าชฎิลซึ่งเป็นที่เลื่อมใสของมหาชนในแคว้นมคธ

(อ่านว่า มะ – คด) ทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ นานัปการเพื่อให้อุรุเวลกัสสปะคลายความพยศลง พระองค์ทรงทำปาฏิหาริย์ห้ามน้ำที่ไหลบ่ามาจากทุกสารทิศมิให้เข้ามาในที่ประทับ และเสด็จจงกรมภายในวงล้อมที่มีน้ำเป็นกำแพง เหล่าชฎิลพายเรือมาดู เห็นเป็นอัศจรรย์ จึงยอมรับในพุทธานุภาพ และขออุปสมบทเป็นพระภิกษุ

คำบูชาพระประจำวันจันทร์ ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ) แล้วกล่าวคำว่า

“ ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโปสะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

“ ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโปสะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

“ ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโปสะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ”




พุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ......เสริมการค้า
(ดูที่วันอาทิตย์)


กุมารทอง ......เสริมเรียกลูกค้า




กำเนิดกุมารทอง
กุมารทองนั้นเป็นของขลังที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล เป็นที่นับถือคุ้นเคยของคนรุ่นปู่ย่า แม้กระทั่งในทุกวันนี้ความเชื่อในเรื่องกุมารทองนั้นก็ยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่ โดยจะเห็นได้จากการที่ร้านค้าหรือผู้ประกอบกิจการต่างๆมักจะมีหุ่นกุมารทองตั้งไว้บูชาไว้ด้วยความเชื่อที่ว่ากุมารทองนั้นจะสามารถเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน หรือให้โชคลาภแก่ผู้เลี้ยงอีกด้วย

ตำนานกุมารทองจากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นได้กล่าวถึงกำเนิดของกุมารทองไว้ตอนหนึ่งว่า ขุนแผนจับได้ว่านางบัวคลี่เมียของตนคิดวางยาพิษเพื่อจะฆ่าตน จึงได้ลงมือฆ่านางบัวคลี่ แล้วจึงผ่าท้องของนางเพื่อเอาบุตรชายภายในท้องนั้นมาทำเป็นกุมารทอง โดยทำพิธีในย่างศพเด็กและปิดทองคำเปลวจนกระทั่งกลายเป็นผีกุมารทอง แล้วใส่ห่อผ้าไว้ กุมารทองจัดได้ว่าสำคัญกับขุนแผนมาก เพราะกุมารทองนั้นก็เป็นบุตรคนหนึ่งของขุนแผนเช่นเดียวกัน

เหตุที่กุมารทองนั้นถูกจัดให้เป็นของวิเศษอย่างหนึ่งนั้น สันนิษฐานได้ว่าได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยขุนแผนซึ่งอยู่ในยุคกรุงศรีอยุธยา และได้รับสืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ แต่การสร้างกุมารทองนั้นไม่สามารถทำแบบขุนแผนได้เนื่องจากผิดทั้งกฎหมาย และศีลธรรม


กุมารทองโชคลาภเมตตามหานิยม
กุมารทองอีกประเภทหนึ่งนั้นมีไว้เฝ้าบ้าน เรียกลูกค้า เป็นเมตตามหานิยม ไม่มีชื่อเรียกโดยเฉพาะ โดยทั่วไปนั้นผู้บูชาจะตั้งชื่อเอง โดยจะตั้งชื่อที่เป็นมงคล เรียกทรัพย์ต่างๆ กุมารทองชนิดนี้จะไม่มีความดุร้ายสามารถเลี้ยงกันได้ทุกคนไม่มีอันตรายเหมือนอย่างกุมารทองทองชนิดข้างต้น

กุมารทองด้านเมตตาที่สร้างโดยอาจารย์รุ่นเก่าที่ขึ้นชื่อว่าขลังได้แก่หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม แต่ปัจจุบันนี้คือหลวงพ่อแย้มซึ่งเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อเต๋ กุมารทองทางเมตตานี้จะมีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านของการเฝ้าบ้าน เรียกลูกค้า


คาถาบูชากุมารทอง

นะโม (3 จบ)
"พุทธัสสะบูชา ธัมมัสสะบูชา สังฆัสสะบูชา ปติ ปติ บูชา ภะวันตุเม อุกาสะ อุกาสะ ข้าพเจ้าขอไหว้ตุ๊กตาทอง ขอจงมาบังเกิดอยู่ในจักขุ

ทวาร ในมะโนทวาร ในกายทวารแห่งข้าพเจ้า ขอเดชเดชะ ข้าพเจ้าได้ทำบำเพ็ญกุศลมาแต่อเนกอนันตชาติ เกิดด้วยตุ๊กตาทอง ลาภทุก

ประการ จงมาบังเกิดกับข้าพเจ้าทั้ง 8 ทิศ เนืองๆ ขอจงมาทุกวัน อย่าได้ขาดแคลน ลาภ สักการะ นั้นเลย ให้เหมือนดั่งเช่นตุ๊กตาทองนี้เถิด"






นางกวัก .......เสริมกวักเงินกวักทอง



ประวัติ นางกวัก

นางกวักชื่อจริงว่า สุภาวดี บิดาชื่อ สุจิตพราพหณ์ มารดาชื่อ สุมณฑา เกิดที่เมืองมัจฉิกาสัณฑ์ (อยู่ห่างไม่ไกลจากเมืองสาวัตถี) มีครอบครัวประกอบอาชีพทำมาค้าขาย ต่อมาสุจิตตพราหมณ์ผู้เป็นพ่อ ได้ขยายกิจการซื้อเกวียนมา 1 เล่ม นำสินค้าไปเร่ขายในต่างถิ่น บางครั้งบุตรสาวขออนุญาตเดินทางไปด้วย เพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ระหว่างการค้าขาย

สุภาวดีได้มีโอกาสพบกับ "พระกัสสปเถระเจ้า" เป็นอริยสงฆ์แสดงธรรม หลังจากสุภาวดีฟังธรรมเทศนาอย่างตั้งใจแล้ว พระกัสสปเถระเจ้าได้กำหนดจิตเป็นอำนาจจิตพระอรหันต์ ประสิทธิ์ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว โดยได้ตั้งกุศลจิตประสาทพรเช่นนี้ทุกครั้งที่สุภาวดีมีโอกาสไปฟังจนจบอำลากลับ ต่อมา สุภาวดีได้เดินทางติดตามบิดาไปทำการค้า และมีโอกาสฟังธรรมพระอริยสงฆ์อีกท่านหนึ่ง นามว่า "พระสิวลีเถระเจ้า" สุภาวดีได้ฟังธรรมอย่างตั้งใจ สุภาวดีจึงมีความรู้แตกฉานในหลักธรรมต่างๆ เป็นอันมาก พระสิวลีเป็นผู้มีชีวิตอัศจรรย์กว่าพระสงฆ์อื่น คือ ท่านอยู่ในครรภ์มารดานานถึง 7 ปี 7 เดือน จึงคลอดออกมา พร้อมด้วยวาสนา บารมี ที่ติดกับวิญญาณธาตุของท่าน ท่านจึงเป็นผู้มีลาภสักการบูชามาหาท่านตลอด เมื่อถึงคราวจำเป็นและต้องการ ทุกครั้งที่สุภาวดีได้ฟังธรรมและลากลับ พระสิวลีเถระเจ้าได้กำหนดกุศลจิต ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว เช่นเดียวกัน จิตของสุภาวดีจึงได้รับประสาทพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ ส่งผลให้บิดาทำการค้าได้กำไรไม่เคยขาดทุน

นางได้รับพรว่า "ขอให้เจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง จากการค้าขายสินค้าต่างๆสมความปรารถนาเถิด"

บิดารู้ว่าสุภาวดีคือผู้ที่เป็นสิริมงคลที่แท้จริง เป็นที่ไหลมาแห่งทรัพย์สมบัติของครอบครัว ครอบครัวร่ำรวยขึ้นเป็นมหาเศรษฐีมีเงินทองและกองเกวียนสินค้ามากมาย เทียบได้กับธนัญชัยเศรษฐี บิดาของวิสาขาแห่งแคว้นโกศล บิดาของสุภาวดีได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้า ปฏิบัติธรรมด้วยความศรัทธา เมื่อนางสิ้นชีวิตแล้ว ชาวบ้านจึงปั้นรูปแม่นางสุภาวดีไว้บูชา ขอให้การค้ารุ่งเรือง และความเชื่อดังกล่าวนี้ ก็แพร่หลายเข้ามายังสุวรรณภูมิ จากการเผยแพร่ของพราหมณ์ และยังคงเป็นความเชื่อที่สืบมาจนถึงทุกวันนี้




คาถาบูชานางกวัก

ทุสะ นิมะ ธะนัง โภคา
เอหิ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ
เอหิ จิตตัง ปิยังมะมะ






ผู้เกิดวันอังคาร

พระปางไสยาสน์ .......เสริมวันเกิด

ประวัติย่อพระปางไสยาสน์

เมื่อพระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ วัดเชตะวัน ในพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นอสุรินท ราหู จอมอสูรซึ่งสำคัญตนว่ามีร่างกายสูงใหญ่กว่าพระพุทธเจ้า จึงไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพระพุทธเจ้าด้วยทิฐิมานะ พระพุทธองค์ทรงหวังจะปราบทิฐิมานะจอมอสูร จึงทรงเนรมิตพระวรกายให้โตใหญ่ ยิ่งกว่าจอมอสูร หลายเท่าในท่าประทับนอน และทรงแสดงธรรมโปรดจนจอมอสูรละพยศหมดทิฐิ ยอมอ่อนน้อมต่อพระพุทธองค์ในที่สุด

คำบูชาพระประจำวันอังคาร ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ) แล้วกล่าวคำว่า

“ ยัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภึงสะนัง ยัม หิ เจวานุยุญชันโต รัตตินทิวะมะตัน ทิโต สุขัง สุปะติ สุตโต จะปาปัง กิญจิ นะปัส สะติ เอวะมาทิคุณูเปตัง ปะริตตันตัม ภะณามะเห “





พระแก้วมรกต ......เสริมการค้า
(ดูที่วันอาทิตย์)


พระพุทธชินราช .......เสริมความสมหวัง




ตำนานพระพุทธชินราช

ตำนานการสร้างพระพุทธชินราชปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีว่า พระมหาธรรมราชาที่ (พญาลิไทย) รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์พระรวง กรุงสุโขทัย โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1900 ตามพงศาวดารเหนือ ได้กล่าวเรื่องการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา เจือนิยายไว้ มีใจความว่า เมื่อพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกได้โปรดให้สร้าง เมืองพิษณุโลก เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตรัสให้สร้างวัดพระรัตนมหาธาตุ มีพระมหาธาตุ รูปปรางค์ สูง 8 วา และ พระวิหารทิศ กับระเบียงรอบพระมหาธาตุ ทั้ง 4 ทิศ โปรดให้ช่างชาวชะเลียง (สวรรคโลก) เชียงแสน และหริภุณชัย(ลำพูน) ร่วมมือกันสร้าง พระพุทธรูป หล่อด้วยทองสัมฤทธฺ์ 3 องค์ สำหรับประดิษฐานในพระวิหารทิศ ได้เริ่มทำพิธีเททองหล่อ ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ สัปตศกจุลศักราช 317 (พ.ศ.1498) เมื่อกะเทาะหุ่นออกแล้ว ทองคงแล่น ติดเป็นองค์พระบริบูรณ์เพียง 2 องค์ คือ พระพุทธชินสีห์ กับพระศรีศาสดา ส่วนพระพุทธชิราชทองไม่แล่นติดเต็มพระองค์ ต้องทำพิธีหล่อต่อมาอีก 3 ครั้งก็ยังไม่สำเร็จ ครั้งหลังสุด พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ต้องตั้งสัษจาธิษฐาน แล้วทำพิธีเททองหล่อเมื่อ วันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง นพศกจุศักราช 319 (พ.ศ.1500) จึงสำเร็จเป็นองค์พระบริบูรณ์ในการหล่อครั้งหลังสุดนี้ปรากฏว่ามีปะขาวผู้หนึ่งจะมาแต่ใด ไม่มีใครทราบได้มาช่วยปั้นหุ่น และเททองหล่อพระด้วยเมื่อสร็จพิธีหล่อพระแล้ว ปะขาวก็ออกเดินทาง ไปทางเหนือเมืองพอถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งก็หายตัวไปไม่มีผู้ ใดพบเห็นอีก ดังนั้น จึงเข้าใจกันว่าปะขาว ผู้นั้นคือ เทวดา แปลงตัวมาช่วยหล่อพระพุทธชินราชจึงได้พุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก เลยเป็นเหตุให้เกิด ความเลื่อมใสในพระพุทธรูปองค์นี้ยิ่งขึ้น (พระพุทธชินราช ในพระราชนิพนธ์ของ ร.5 พ.ศ.2460)



คาถาบูชาพระพุทธชินราช

นะ ชาลิติ ประสิทธิ ลาภา ปะสันนะ นะ จิตตา สะทา โหติ ปิยัง มะมะ สัพเพ ชะนา พะหู ชะนา สัพเพ ทิสา สะมาขะตา กะลาโภชนา วิกาละโภชนา อาคัจฉันติ





รัชกาลที่ 5 .......เสริมความสำเร็จ
(ดูที่วันอาทิตย์)




พระนารายณ์ .......เสริมขจัดศัตรูหมู่มาร




ประวัติพระนารายณ์ หรือ พระวิษณุ

คัมภีร์มหาภารตะ เล่าไว้ถึงพระนารายณ์ว่าแต่เดิมคือฤๅษีตนหนึ่ง เป็นบุตรของฤๅษีธรรมมะ ได้เดินทางจากโลกมนุษย์ ไปสู่สถานที่ของพวกพราหมณ์พร้อมเพื่อนสนิทนามว่า “นร” เพื่อบำเพ็ญเพียรจนได้รับการเคารพบูชาจากเทพเทวดาทั้งมวล ต่อมาได้รับการขอร้องจากเหล่าเทวดาให้ช่วยปราบอสูรที่สร้างความเดือดร้อน ฤๅษีทั้งสองจึงได้รับปากช่วยเหลือโดยได้ออกรบกับอสูรจนได้รับชัยชนะ จึงได้รับความเคารพนับถือจากเหล่าเทวดายิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน จนภายหลังฤๅษีนารายณ์ได้ออกเดินทางไปบำเพ็ญตนยังหิมาลัยจนบรรลุผลเป็นพราหมณ์ (ผู้รู้แจ้งทุกสิ่งในโลก) และได้เป็นผู้นำเหล่าพราหมณ์ในเวลาต่อมา จากการยกย่องบูชาตลอดที่ผ่านมาจนเป็นที่รู้จักในนาม “พระวิษณุ(นารายณ์)”

พระนามของพระวิษณุ พระนารายณ์ มีผู้ขนานนามเรียกขานจากความแตกต่างกันตามความเชื่อ พระนามตามฤทธิ์อำนาจ และตามเหตุการณ์ที่ต่างกันตามกาล อาทิ อนันตะ ไม่สิ้นสุด จตุรภุช มี 4 กร มุราริ เป็นศัตรูแห่งมุระ นระ (นะระ) ผู้ชาย นารายณ์ ผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ ปัญจายุทธ พระผู้ทรงอาวุธทั้ง 5 อย่าง ปีตามพร ทรงเครื่องสีเหลือง ทโมทร มีเชือกพันเอาไว้รอบเอว กฤษณะ, โควินทะ, โคบาล ผู้เลี้ยงวัว ชลศายิน ผู้นอนเหนือน้ำ พระพิษณุหริ ผู้สงวน อนันตไศยน นอนบนอนัตนาคราช ลักษมีบดี ผู้เป็นสามีของพระลักษมี วิษว์บวร ผู้คุ้มครองโลก สวยภู เกิดเอง เกศวะ มีผมอันงาม กิรีติน ผู้ใส่มงกุฎ พระวิษณุ พระนารายณ์ ทรงประทับบนสวรรค์ เรียก ไวกูณฐ์ พาหนะ คือครุฑ พระวรกายสีนิล ฉลองดั่งกษัตริย์ มีมงกุฎ อาภรณ์สีเหลือง มี 4 กร ถือ สังข์ จักร ตรี คทา บ้างก็กล่าวไว้ว่าทรงถือ ดอกบัว ลูกศร ดอกไม้ หรือเชือกบ่วงบาศ หรือสายฟ้า อาวุธประจำที่ใช้ คือ สังข์ จักร คทา ธนู และพระขรรค์



คาถาบูชาพระนารายณ์


โอม พระนารายะณะราชะ

นามะอุปาทะวะตายะ จัตตุ

ครุฑาพหนะนายะ หะระติ ทิสะฐิตายา

อาคัจฉันตุภุญ ชะตุ ขิปายะตุ วิปปะยะตุ

สะวาหะ สะวาหายะ สัพพะอุปาทะวะ วินาสายะ

สัพพะอันตะรายะ วินาสายะ สุขขะ อันตะรายะ

วินาสายะ สุขขะวัทฒะโก โหตุ

อายุ วัณณะ สุขะ พะลัง อัมหากัง รักขันตุ

สวาหะ สะวาหา สะวาหายะ







ผู้เกิดวันพุธ

พระปางอุ้มบาตร ......เสริมวันเกิด (กลางวัน)


คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ให้บูชาพระปางอุ้มบาตร

ประวัติย่อพระปางอุ้มบาตร

ครั้งหนึ่ง หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเวสสันดรชาดกโปรดพระพุทธบิดา และหมู่พระประยูรญาติ บรรดาพระประยูรญาติได้สดับพระธรรมเทศนาแล้วต่างก็มีความแช่มชื่นโสมนัสจนลืมกราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์ให้มารับภัตตาหารเช้า ในพระราชวัง ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเสด็จออกรับบิณฑบาตจากประชาชนทั่วไปในกรุงกบิลพัสด์ ร้อนถึงพระพุทธบิดาได้เสด็จมาห้ามโดยทูลว่า การออกบิณฑบาตเป็นความไม่เหมาะสมกับศากยวงศ์ แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของวงศ์พระอริยะ

คำบูชาพระประจำวันพุธ กลางวัน ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ) แล้วกล่าวคำว่า

“ สัพพาสีวิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัมภะณามะ เห “



พระปางป่าเลไลยก์ ......เสริมวันเกิด (กลางคืน)

ประวัติย่อพระปางป่าเลไลยก์

ในสมัยพระพุทธเจ้าเสด็จจาริกเข้าไปในป่าลิไลยกะ ตามลำพังผู้เดียว และจำพรรษาในป่านั้น ขณะพระองค์ทรงประทับอยู่ในป่านั้น ได้รับการปฏิบัติและปฏิสันถารด้วยดีจากพญาช้างและพญาวานร พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ทำเป็นพระพุทธรูปปางนั่ง พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุเบื้องซ้าย พระหัตถ์ขวาวางแบ บนพระชานุเบื้องขวา เป็นกริยาทรงรับวัตถุทาน พระพุทธรูปปางนี้ส่วนมากนิยมสร้างมีรูปช้างหมอบถวายกระบอกน้ำ และลิงนั่งถวายรวงผึ้งประกอบ

คำบูชาพระประจำวันพุธ (กลางคืน) ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ) แล้วกล่าวคำว่า

“กินนุ สันตะระมาโน วะราหู จันทัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะติฎฐะสีติ สัตตะธา เมผะเล มุทธา ชีวันโต นะสุขัง ละเภ พุทธะคาถา ภิคีโตมะหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติ “



พระหลวงปู่ปาน .......เสริมความรวย




รัชกาลที่ 5 .......เสริมการค้า
(ดูที่วันอาทิตย์)


พระแม่อุมาเทวี .......เสริมความสำเร็จ






ตำนานพระแม่อุมาเทวี
พระแม่อุมา (ปารพตี หรือ กาลีทุรคา) เทวีแห่งความการุณย์

(ภาคพระแม่กาลีและพระแม่ทุรคา)
เล่ากันว่าพระแม่อุมานั้นแต่เดิมเกิดขึ้นจากการที่พระศิวะใช้พระหัตถ์ข้างขวาลูบเบาๆ ที่กลางพระอุระดังนั้นพระแม่อุมาจึงจุติขึ้นจากกลางทรวงอกของพระศิวะ นั่นเอง แต่ในบางคัมภีร์ได้เล่าไว้ว่าพระอุมากำเนิดเป็นธิดาของพระทักษะประชาบดีพระอุมาในภาคนั้นมีพระนามว่า พระสตี เป็นชายาของมุนีภพคือพระศิวะ อีกภาคหนึ่ง ในครั้งนี้นั่นเองที่พระทักษะประชาบดีพระบิดาของพระสตีหรือพระแม่อุมานั้นก็ได้จัดให้มีพิธียัญกรรม และได้เชิญสวามีของธิดาของพระองค์ซึ่งมีอยู่ หลาย ๑๐ พระธิดานั้นเชิญมาร่วมในงานพิธีนี้ทั้งสิ้น แต่พระมุนีภพหรือพระศิวะในภาคนั้นซึ่งได้เป็นลูกเขยองค์หนึ่งของพระทักษะประชาบดีมิได้รับเชิญ ให้มาร่วมงาน ด้วย พระสตีผู้เป็นธิดาองค์หนึ่งจึงรู้สึกน้อยใจในพระบิดายิ่งนักจึงได้ตัดพ้อต่อว่าไม่เป็นธรรม มีความลำเอียงจึงไม่เชิญพระศิวะ หรือมุนีภพ ผู้เป็นสวามีของ นางมาร่วมในพิธีครั้งนี้เมื่อธิดาต่อว่าแทนสามีตนเช่นนั้น พระทักษะประชาบดีจึงได้โกรธ และได้ดูถูกดูแคลนพระศิวะว่ามีข้อบกพร่องอย่างไรบ้าง พระองค์จึง ไม่ได้เชิญมาร่วมงานพิธียัญกรรมเช่นลูกเขยคนอื่น ๆ เมื่อได้ฟังพระบิดาสบประมาทพระสวามีเช่นนั้นพระสตีจึงเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก ถึงกับทำลายพระชนม์ชีพตนเองจนสิ้นพระชนม์ ต่อมาพระสตีได้ไปกำเนิด เป็นธิดาของพระหิมวัต และนางเมนกาซึ่งก็เป็นความมุ่งหมายของเหล่าเทพที่มีความเห็นใจ และให้พระสตีไปกำเนิดประสูติเป็นพระธิดาของกษัตริย์แห่ง แคว้นอันใหญ่โตแห่งนั้นในภาคนี้ได้มากำเนิดนี้ว่า พระอุมา ฝ่ายพระศิวะหรือมุนีภพในภาคนั้นก็ได้มีความเสียพระทัยเป็นยิ่งนักที่พระสตีชายาของพระองค์สิ้นชีวิตไปด้วย เพราะต้องการปกป้อง และรักษาศักดิ์ศรีของ พระองค์ผู้เป็นสวามีของนาง ดังนั้นพระศิวะจึงได้ออกไปบำเพ็ญพรตอยู่ที่เทือกเขาหิมาลัย



คาถาบูชาพระแม่อุมาเทวี

โอมตัสสะ ปาระพะตี

กาลีทุระคา ปิยังมะมะ

ทุติยัมปิ ตัสสะปาระพาตี

การีทุรคา ปิยังมะมะ

ตะติยัมปิ ตัสสะ ปาระพะตี




ผู้เกิดวันพฤหัส

พระปางสมาธิ .......เสริมวันเกิด

ประวัติย่อพระปางสมาธิ

หลังจากที่พระสิทธัตถะมหาบุรุษ ได้ทรงปราบพระยามารลงได้แล้ว พระองค์จึงได้ทรงตั้งพระทัยเจริญสมาธิ จนได้บรรลุญาณขั้นต่าง ๆ และในที่สุดก็ได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณตรัสรู้เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเวลาเช้าตรู่ของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (วันวิสาขบูชา)

คำบูชาพระประจำวันพฤหัสบดี ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ) แล้วกล่าวคำว่า

“ปูเรนตัม โพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง เยนะ สังวิหิตารักขัง มะหาสัตตัง วะเนจะรา จิรัสสัง วายะมันตาปิ เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง พรัหมะมันตันติ อักขาตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เห “




พระพุทธชินราช .......เสริมความสำเร็จ
(ดูที่วันอังคาร)

พระสิวลี ........เสริมเสน่ห์




ประวัติพระสิวลี

พระสิวลีเถระเจ้า ในอดีตชาติของท่านครั้งพุทธกาลแห่งพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ท่านได้เกิดเป็นกุลบุตรผู้หนึ่งอาศัยในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชายแดนท่านได้มีโอกาสถวายทานแด่องค์พระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยน้ำผึ้งผสมกับดีปลีและเนยแข็งโดยกวนให้เข้ากัน ในโอกาสที่ชาวเมืองนั้นพร้อมกับพระราชาได้มีโอกาสถวายทานเป็นการใหญ่แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น และท่านได้อธิษฐานขอพรไว้ว่า ด้วยกุศลที่ตนกระทำแล้วนี้ ขอให้ตนเองเป็นผู้เลิศด้วยลาภเถิดพระองค์ก็ได้ทรงอนุโมทนาให้ตามปรารถนา

ครั้นในชาติต่อมาคือในสมัยพระโคดมพระพุทธเจ้าของเรานี้ กุลบุตรนั้นได้ถือปฏิสนธในพระครรภ์ของพระนางสุปปวาสาธิดาแห่งโกลิยวงศ์ พระนางต้องทรงครรภ์อยู่ถึง 7 ปี จึงได้ประสูติพระกุมาร และก่อนการประสูติ 7 วัน พระนางต้องได้รับทุกข์ทรมานในการเจ็บพระครรภ์เป็นอย่างมาก ครั้นครบ 7 วันแล้วก็ทรงประสูติได้อย่างง่ายดายเป็นที่เบาใจแก่พระญาติทั้งหลาย

นับแต่พระสิวลีได้บรรพชาไปแล้วก็มีปัจจัยเกิดขึ้นแก่หมู่สงฆ์ตามปรารถนาเสมอมา แม้ท่านจะไปอยู่ในที่ใด ๆ ก็ย่อมบริบูรณ์ไปด้วยลาภสักการะแม้แต่ในถิ่นกันดารเทพยเจ้าก็ยังต้องทรงอุปการะด้วยการถวายทานต่อท่านพร้อมทั้งหมู่สงฆ์เป็นเวลาหลาย ๆ วัน จากสาเหตุนี้เองพระพุทธองค์จงทรงสรรเสริญและยกย่องพระสิวลีต่อหน้าหมู่สงฆ์ทั้งหลายด้วยพระวาจาว่า “พระสิวลีเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้บริโภคด้วยลาภ ยกเว้นแต่พระตถาคตเจ้าแล้วไม่มีผู้ใดจะเลิศด้วยลาภเหมือนพระสิวลีเถรเจ้า”

ส่วนการที่ท่านต้องทรมานอยู่ในครรภ์พระมารดาถึง 7 ปี 7 วัน นั้นก็เนื่องมาจากบุพกรรมในอดีตชาติเมื่อครั้งเสวยชาติเป็นพระราชา ได้ทรงยกกองทัพไปล้อมเมือง ๆ หนึ่งพร้อมด้วยพระมารดาได้ทำการล้อมข้าศึกอยู่ 7 ปี แล้วพระมารดาได้สั่งให้ล้อมต่อไปอีก 7 วัน จึงทรงรับการยอมแพ้ของข้าศึกบุพกรรมนั้นติดตามมาสนองท่านพร้อมกับพระมารดาพระนางสุปปวาสาเอาในชาตินี้



คำอาราธนาพระสีวลี

สีวลี จะมหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทัมหิ สีวลี จะมหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทัมหิ อะหัง วันทามิตัง สะทา สีวลี เถรัสสะ เอตัง คุณัง สวัสติลาภัง ภะวันตุเม ฯ



พระแม่อุมาเทวี ........เสริมอำนาจ
(ดูที่วันพุธ)



ปู่ฤาษี .......เสริมความสำเร็จ




เศียรพ่อแก่นั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของบรมครูปู่ฤาษีทั้ง ๑๐๘ ตน (สรรพนามใช้ตน ไม่ใช่องค์) โดยทั่วไปแล้วจะเรียกกันง่าย ๆ เป็นที่เข้าใจกันว่าเศียรพ่อแก่ แต่จะกำหนดว่าเป็นเศียรของปู่ตนใดนั้นแล้วแต่ผู้บูชาจะสมมุตินาม แต่บางตำราก็จะมีลักษณะของเศียรปู่แต่ละตนนั้นจะแตกต่างกันไป เท่าที่ทราบและเห็นมานั้นจะนับถือเศียรพ่อแก่นารอด เพราะถือว่าเป็นบรมครู อย่างในโองการอัญเชิญเทพนั้นจะมีว่า " ปู่ฤาษีนารอดยอดขุนไกร หรือนารอดยอดตำรับ ก็ว่า" คนไทยถือว่าเศียรพ่อแก่นั้นเป็นเศียรครู ในพิธีไหว้-บูชาครูนั้นจะมีการครอบเศียร ไม่ว่าจะเป็นนาฏศิลป์ ดนตรีไทย ฯลฯ แม้แต่การไหว้ครูของร่างทรงต่าง ๆ ถือว่าการครอบเศียรพ่อแก่นั้นเป็นเรื่องที่เป็นศิริมงคลแก่ตัวเองเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นการประสิทธิให้อย่างเต็มที่
องค์บรมครูปู่ฤาษีตาไฟ หรือ พ่อแก่ตาไฟ นับเป็นองค์ฤาษีที่มีฌานบารมีสูงส่ง ทั้งยังเป็นผู้ว่าชาญอันเมตตา ช่วยเหลือมวลมนุษย์ลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพนับถือท่าน ให้ได้พบประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านหน้าที่การงานของทุกสายอาชีพ

คำบูชา
โอม พระประโคนธัพ พระมุนีเทวา หิตาตุมเห ปะริภุญชันตุ
(ใช้บูชาฤาษีทั้ง ๑๐๘ ตน)



ผู้เกิดวันศุกร์

พระปางรำพึง ......เสริมวันเกิด


ประวัติย่อพระปางรำพึง

หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้ไม่นาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ภายใต้ต้นไทร (อชปาลนิโครธ) ก็ได้ทรงรำพึงถึงธรรมที่ได้ตรัสรู้นั้นว่า เป็นธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งยากแก่การเข้าใจ จึงทรงรู้สึกอ่อนพระทัยในการที่จะนำออกแสดงโปรดสัตว์ แต่เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าสรรพสัตว์มีภูมิต่างกัน จึงทรงดำริที่จะแสดงธรรมตามภูมิชั้นแห่งปัญญาสรรพสัตว์นั้น ๆ

คำบูชาพระประจำวันศุกร์ ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ) แล้วกล่าวคำว่า

“ อัปปะสันเนหินาถัสสะ สาสะเน สาธุสัมมะเต อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ สะทา กิพพิสะการิภิ ปะริสานัญจะ ตัสสันนะ มะหิงสายะ จะคุตติยา ยันเทเสสิ มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะ เห “




รัชกาลที่ 5 ......เสริมงาน
(ดูที่วันอาทิตย์)


พระโพธิสัตว์กวนอิม .......เสริมชีวิต
(ดูที่วันอาทิตย์)

พระแก้ว .......เสริมความสำเร็จ
(ดูที่วันอาทิตย์)




ผู้เกิดวันเสาร์


พระปางนาคปรก .......เสริมวันเกิด

ประวัติย่อพระปางนาคปรก

ครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุติสุขอยู่ใต้ต้นจิก บังเอิญในช่วงนั้นมีฝนตกหนักตลอด ๗ วัน พระยานาคมุจจลินทร์ ได้เลื้อยมาทำขนดล้อมพระวรกายของพระพุทธองค์ ๗ ชั้น แล้วแผ่พังพานปกไว้ในเบื้องบนเหนือพระเศียรเหมือนกั้นฉัตร ด้วยประสงค์จะกำบังลมและฝนมิให้ต้องพระวรกาย

คำบูชาพระประจำวันเสาร์ ก่อนนอน (ตั้งนะโม ๓ จบ ) แล้วกล่าวคำว่า

“ ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โส



รัชกาลที่ 5 .......เสริมความสำเร็จ
(ดูที่วันอาทิตย์)


หลวงพ่อโสธร .......เสริมการงาน


ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธรนี้มีผู้เล่าสืบ ๆ กันมาหลายกระแส ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ได้รับฟังมาจากบรรพบุรุษเล่าให้ฟังต้องกันว่า “หลวงพ่อโสธร” ลอยน้ำมาตามคำว่า มีพระพี่น้องชายกัน 3 องค์ อยู่ทางเมืองเหนือแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ล่องลอยมาตามแม่น้ำจากทางทิศเหนือ เรื่อยมาจามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ในที่สุดมาผุดขึ้นใน แม่น้ำบางปะกง ณ ที่ตำบลหนึ่ง และแสดงปาฏิหารย์ลอยทวนกระแสน้ำให้ประชาชนเห็นทั้ง 3 องค์ ประชาชนแถบนั้นต่างพร้อมใจกันอาราธนาเอาเชือกพรวนมนิลาลงไปผูกมัดที่องค์หลวงพ่อทั้ง 3 แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่งด้วยจำนวนผู้คนประมาณ 500 กว่าคนก็ฉุดขึ้นไม่ได้ เชือกขนาดใหญ่ที่ผูกองค์หลวงพ่อทั้ง 3 ก็ขาดฉุดไม่สำเร็จตามความประสงค์ พระพุทธรูปองค์กลาง คือ หลวงพ่อโสธร เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววนดังกล่าวแล้ว ก็มาผุดขึ้นที่ท่าหน้าวัด โสธร กล่าวกันว่าประชาชนจำนวนมากทำการฉุดลากขึ้นโดยได้มีอาจารย์ผู้มีความรู้ทางไสยศาสตร์กระทำตามพิธีการอันถูกต้อง แล้วเอาด้านสายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธรอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง นำมาประดิษฐานในวิหารสำเร็จตามความประสงค์ แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภช และให้นามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อโสธร องค์หลวงพ่อโสธรจริง ๆ นั้นในสมัยที่ลองลอยน้ำมาเดิม เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิเพชร หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภายหน้าฝูงคนที่มีตัณหาและความโลภแรงกล้ามีอัธยาศัยเป็นบาปลามกไม่มีความศรัทธาเลื่อมใส จักนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวจะไม่เป็นการปลอดภัย จึงพอกปูนเสริมให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายในดังปรากฏที่เห็นในปัจจุบันนี้


คำอาราธนาหลวงพ่อโสธร
กายานะ วาจายะวะ วาโสธะรัง
นามะ อิติปาริหะ ริยะกาง
พุทธธะรูปัง อะหังปิ
วัณทามิ สัพพะโส


พระนารายณ์ .......เสริมอำนาจ
(ดูที่วันอังคาร)







2. นำทองแผ่น 3 แผ่น ไปให้พระผู้มีบารมี เสกนะค้าขายให้และนำมาแปะทางเข้าร้านค้า เสริมดวงค้าขาย




3. อัญเชิญบารมี พระโพธิสัตว์กวนอิม พระแม่นางกวัก รัชกาลที่ 5 ให้กวักเงินกวักทองเข้าร้าน อัญเชิญวันเกิดตนเองข้างขึ้น 5-15 ค่ำ หรืออัญเชิญวันครู ข้างขึ้น 7-15 ค่ำ จะทำให้ค้าขายดี





4. ปลูกว่านเสริมดวง


วันอาทิตย์
ว่าน 4 ทิศ





วันจันทร์
เสน่ห์จันทร์ขาว



วันอังคาร
เสน่ห์กาหลง



วันพุธ
เสน่ห์กวักแม่ทองใบ




วันพฤหัส
เสน่ห์มหาลาภ



วันศุกร์
เสน่ห์มหาโชค



วันเสาร์
ว่านเศรษฐีเรือนกลาง




5. ขายอะไร เสริมตรงวันนั้นวันเกิดตนเอง จะดีขึ้น



--------------------------



หลังจาก บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวง เสริมราศี...แล้ว


ผมขอแถม...คาถาบทเก่าๆอีกซักบทนึง ถ้าทำตามนี้...รับรองว่ารวยแน่ๆคร๊าบบบ



อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา
อย่าเสวนาคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข
อย่าสุกก่อนห่าม อย่าพล่ามก่อนทำ
อย่ารำก่อนเพลง อย่าข่มเหงผู้น้อย
อย่าคอยแต่ประจบ อย่าคบแต่เศรษฐี
อย่าดีแต่ตัว อย่าเอาชั่วใส่คนอื่น
อย่าฝืนกฎระเบียบ อย่าเอาเปรียบสังคม
อย่าชมคนผิด อย่าคิดเอาแต่ได้
อย่าใส่ร้ายคนดี อย่ากล่าววจีมุสา
อย่านินทาพระเจ้า อย่าขลาดเขลาเมื่อมีทุกข์
อย่าสุขจนลืมตัว อย่าเกรงกลัวงานหนัก
อย่าพิทักษ์พาลชน อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี



















Create Date : 20 พฤษภาคม 2551
Last Update : 20 พฤษภาคม 2551 0:00:20 น. 16 comments
Counter : 28069 Pageviews.

 
ก่อนอื่นของไหว้หน้าคอมพ์ก่อนค่ะ

+++++++++++
วันเสาร์
ว่านเศรษฐีเรือนกลาง

เค๊าปลูกไว้ด้วย มีตั้ง 2 ต้นหล่ะค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:24:41 น.  

 
ฝันดีค่ะฮันนี่



โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:28:38 น.  

 
อยากให้คนเข้าบล็อกนี้เยอะๆจัง
ได้อะไรใหม่ๆ เข้าขมองดีออก
แนวมั่กคับลูกเพ่ ยิ่งพระพุทธรูปจากด้านหลังเนี่ย นานๆ ได้เห็นที สุดยอดๆ ขอบคุณที่เอามาให้ดูคับ

ปล. เพลงจังหวะใกล้ๆ กันสามเพลงอ่ะมีคับ แต่ว่าเสียงมิกซ์ดั้งเดิมมันยังไม่เท่ากันค้าบ เด๋วปรับก่อนแล้วจะส่งไปรบกวนที่ตู้ปณ.นะค้าบ ขอบคุณค้าบบบบบบ


โดย: Nagano วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:09:26 น.  

 
วันนี้โหลดช้า เพราะข้อมูลเยอะเลย สวัสดีครับ ดีเจบูบู้ขอเอาบางข้อมูล ไปใช้ทำทัวร์นะครับ ดีมากเลย


โดย: dj booboo วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:12:08 น.  

 
นัทไม่ได้ไปทำบุญ เวียนเทียนที่ใหนเลยค่ะลุง คนบ้านไกลนี่อาภัพจริงๆ


โดย: Picike วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:04:04 น.  

 
รับทราบค่ะ

พระปางห้ามสมุทร

ขอบคุณค่ะที่เอามาให้ได้รับทราบ

แล้วก็จะได้ไปเสริมบารมีกัน


โดย: pat_pk วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:12:57 น.  

 
ขอบคุณคร๊าบบบบบบบ


โดย: ตาอ้วนชวนคุย วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:50:59 น.  

 
ดูดวงความรัก การงาน การเงิน เรื่องทั่วไป กับ อ.สุทธา พิมลยรรยง โหรชื่อดังจากการทำนายดวงการเมืองไทย แม่นสุดๆ โทร 1 9 0 0 8 8 8 0 1 8 ฟังคำทำนายทันที (ใช้ได้ทั้งมือถือและโทรศัพท์บ้าน)

อยากรู้ดวงชะตา โทรเช็คดวงสดๆ ที่นี่ 24 ชม. หมอดูพลังจิต แม่นมากๆ กด 1 9 0 0 8 8 8 0 3 1 โทรออก คุยกับนักพยากรณ์ตัวเป็นๆ ทันที (ใช้ได้ทั้งมือถือและโทรศัพท์บ้าน)

เลขเด็ดมหาลาภ สลากกินแบ่ง ธกส. ออมสิน ตรงเป๊ะแม่นยำ 99.99% งวด 16 กรกฎาคมนี้ อัพเดทแล้ว อยากรู้ โทร 1900 888 002 ฟังทันที (ใช้ได้ทั้งมือถือและโทรศัพท์บ้าน)

ตรวจดวงชะตาเนื้อคู่ แม่นยำดุจตาเห็น พบอ.ฐานิษา เจ้าของคัมภีร์ฮัทจั๊ต-ทอเลียส โทร 1 9 0 0 8 8 8 0 0 8 ฟังคำทำนายทันที แบบตัวต่อตัว (ใช้ได้ทั้งมือถือและโทรศัพท์บ้าน)



โดย: olo IP: 61.19.249.107 วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:33:30 น.  

 
เป็นบล็อกที่เยี่ยมมากเลยค่ะ ดิฉันรู้สึกสบายใจเหมือนมีที่พึ่งอีกทาง ขอบคุณมากนะค่ะ กำลังจาเปิดร้านขายอาหารเลยเข้ามาหาที่พึ่งทางใจ


โดย: เล็ก IP: 58.136.16.153 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:37:57 น.  

 
ก่อนอื่นขอกราบสวัสดีท่านที่อ่านทุกท่านด้วยคะ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ดูบล็อกนี้แล้วรู้สึกชื่นชอบมากเลยคะ
และหลังอื่นขอลาไปก่อน สวัสดีคะ


โดย: เจนซี่ อิ อิ IP: 61.90.122.161 วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:19:52:47 น.  

 
อาตมาอยากทราบว่ากุมารรูปบนของวัดไหนจ๊ะ พอดีมีโยมถวายมาให้จ๊ะ


โดย: หลวงพี่โอ็ด IP: 111.84.33.125 วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:23:05:08 น.  

 
หามานานแล้ว ขอบคุณครับ


โดย: tent IP: 124.157.200.188 วันที่: 4 มีนาคม 2553 เวลา:3:09:46 น.  

 
จะไปลองเสริมดวงบ้างค่ะ ขอบคุณมากนะคะ


โดย: girl IP: 117.47.142.136 วันที่: 18 มีนาคม 2553 เวลา:11:15:31 น.  

 
สิ่งที่ท่านทำผมอ่านแล้วสนับสนุน ขอความดีที่ท่านทำจงรักษาท่านและครอบครัว ให้เจริญรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ ทุกเมื่อเทอญ


โดย: เสฐียรพงษ์ IP: 203.113.113.42 วันที่: 20 สิงหาคม 2553 เวลา:17:39:46 น.  

 
ไม่ทราบว่าสามารถเช่าพระพุทธรูปปางประจำวันเกิดไดที่ไหนครับ (มีเบอร์ติดต่อไหมครับ)


โดย: ไกรวิทย์ IP: 101.51.237.61 วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:5:10:39 น.  

 
ไม่ทราบว่าสามารถเช่าพระพุทธรูปปางประจำวันเกิดไดที่ไหนครับ (มีเบอร์ติดต่อไหมครับ)


โดย: ไกรวิทย์ IP: 101.51.237.61 วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:5:11:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นอกลู่นอกทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








ภาพถ่ายดาวเทียมด้านอุตุนิยมวิทยา
ภาพสดๆจากที่ต่างๆทั่วมุมโลก
Ban Na Song BKK, Thailand
Karon Beach , Phuket , Thailand
Federal Highway, Angkasapuri ,Pantai Valley , Malaysia
Delta Estate , Singapore
Malate ,Manila , Philippines
Bandar Seri Begawan , Brunei
Guangxi Guilin, China
달빛무지개분수(Banpo Bridge Fountain )Sin’gilsa-dong , Seoul , South Korea
Hong Kong skyline from Admiralty, China
Shiomidai , Kanagawa , Japan
Cable Beach, Broome, Western Australia, Australia
Keahua Hawaii , USA
Sacramento California, USA
Washington D.C., USA
Manhattan , New York , USA
McCulloch Kelowna, Canada
Niagara Falls , Ontario , Canada
Panama Canal , Bella Vista , Panama
Santiago de Chile , Región Metropolitana , Chile
Fairbanks, Alaska Forecast Arctic
Mar del Plata Buenos Aires , Argentina
Tasiilaq , Østgrønland , Greenland
London Skyline from the Sheraton Park Tower , Knightsbridge , United Kingdom
Trafalgar Square , London , United Kingdom
Eiffel Tower Paris, France
Harstad Nordland , Norway
Halsum , Svalbarð , Iceland
Amsterdam , Netherlands
Vatican City State, Saint Peter's Basilica Borgo , Italy
Berlin, Germany
Чебоксарский залив, Yakimovo, Chuvashia , Russia
Udaipur Lake Pichola , Rājasthān , India
Mount Everest , Junbesi , Sagarmāthā , Nepal
Cape Town Sanddrift, South Africa
Orpen , Richmond , South Africa
Abū Hayl Dubai , United Arab Emirates
Kairo, Egypt
Medhufushi, Maldives
Mawson station Antarctica

Profile Visitor Map - Click to view visits
หนังทุกเรื่องหรือเพลงทุกเพลงในบล็อกนี้ เป็นเจ้าของ ของลิขสิทธินั้นๆตามเจ้าของเดิม นำมาเพื่อแบ่งปันชมกันในหมู่เพื่อนพ้อง ชาวบล็อกแก้งค์เท่านั้นครับ....
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ 2539 หากผู้ใดคิดจะ ลอกเลียน หรือนำส่วนใดส่วนหนื่ง ของข้อความใน Blog แห่งนี้ไปเผยแพร่ ให้นำไปได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาต จขบ. แต่ต้องคัดลอกแจกจ่ายให้ครบ 50 ก็อปปี้ ไม่เช่นนั้น จะมีอันเป็นไป ต่างๆนานา ถึงขั้นชีวิตตกอับ อิอิ หากแต่ว่า..นำชื่อ จขบ. ไปใช้ในทางเสียหายหรือประจาน จะถูกดำเนินคดี ตามที่ กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด นะจ๊ะ
Friends' blogs
[Add นอกลู่นอกทาง's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.