"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
บทคัดยืด เรื่องการตั้งนาฬิกาหุ้นตามแนวคิดของสำนักมวยวัด (Temple Boxing School)

มุมศาลาวัด ริมน้ำ

เป็นตำรา จาก...เฮียคลายเครียด
ที่คัดลอกมาเก็บไว้เป็นทางเลือกในการลงทุน
ก่อนที่วันเวลา จะพัดพาหายไปกับสายลม
เป็นบันทึกชีวิตนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง


Arrow ก่อนอื่น ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า..
มิได้มีเจตนา จะล่วงเกินความคิดผู้อื่น
หรือชี้แนะในทางที่ผิด ทุกบทความเป็นเพียงข้อเขียน
แง่คิด มุมมอง ที่เก็บไว้นี้เพียงไว้อ่านแบบยามว่าง...

--------------------------------------------------

Abstract on Stock Timer according to TBS Conceit oop! Concept

ตั้งภาษาปะกิตแบบพี่แอนดรู บิ๊กส์ส่ายหน้า
เผื่อพี่บั๊กสีดาจะหลงเข้ามาอ่าน
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

ส่วนภาษาไทยที่คิดจะตั้งกระทู้คือ

บทคัดยืด เรื่องการตั้งนาฬิกาหุ้นตามแนวคิดของสำนักมวยวัด
(Temple Boxing School)


เขียนโดย คลายเครียด

จากผลการวิจัยพื้นกระทู้ข้างต้นได้ความว่า
ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว ที่ตั้งนาฬิกาของตัวเอง
ไว้ช้ากว่าเวลามาตรฐาน

ถ้างั้น ทำไมเวลาเล่นหุ้น
เราจึงไม่สามารถตั้งนาฬิกาหุ้นของเรา
ให้เดินได้เร็ว หรือเดินเท่ากับนาฬิกาหุ้นมาตรฐาน
คำตอบแบบกำปั้นทุบหุ้นอิสเทิร์นไวร์คือ

ไม่เคยมีนาฬิกาหุ้นที่เป็นมาตรฐานในตลาดหุ้น

นาฬิกาหุ้นทุกเรือนในตลาดหุ้น
ตั้งตามมาตรฐานของเจ้ามือ

สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่ง (Temple Boxing School)
ได้ตั้งหลักเกินไว้สองข้อเกี่ยวกับนาฬิกาหุ้นคือ

๑ ราคาหุ้น

สำนักของเราเชื่อว่า
ราคาหุ้นคือผลลัพธ์จากการปรับสมดุล
ระหว่างอำนาจซื้อของเงิน กับอำนาจขายของหุ้น

๒ เจ้ามือ

สำนักเราเชื่อว่า เจ้ามือคือ
บุคคลหรือคณะบุคคล ที่ครอบครอง
เงินที่มีอำนาจซื้อนำจริง
หรือครอบครอง
หุ้นที่มีอำนาจขายนำจริง
ดังนั้นนาฬิกาหุ้นจึงมีเวลามาตรฐานเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
แล้วแต่ว่าเจ้ามือด้านไหนมีแรงปะทะมากกว่า
แต่นาฬิกาหุ้นที่เดินได้มาตรฐานมากที่สุดก็คือ
นาฬิกาหุ้นที่ตั้งโดย
เจ้ามือที่ครอบครองทั้ง
เงินที่มีอำนาจซื้อนำจริง
และ หุ้นที่มีอำนาจขายนำจริง

นอกจากเงื่อนไขข้างต้นแล้ว
สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งเขื่อว่า
ไม่เคยมีนาฬิกาหุ้นเรือนไหนเดินได้ตรงตามมาตรฐาน
แม้แต่นาฬิกาหุ้นของเจ้ามือ
ที่ครอบครองเพียงอำนาจด้านใดด้านเดียวเท่านั้น ฮาๆๆๆ

มีวิธีใดที่เราจะตั้งนาฬิกาหุ้นของเรา
ให้เดินได้เร็วกว่า
หรือเดินได้เที่ยงตรงเท่ากับนาฬิกาหุ้นของเจ้ามือ

คำตอบก็คือ
ไม่มีวิธีไหนที่ได้ผลแน่นอนร้อยเปอร์เซนต์
เราต้องกำหนดนาฬิกาหุ้นประจำชีวิตของเราขึ้นมาเอง

ตั้งขึ้นมาเอง แล้วลองใช้วัดดู
ถ้ามันเดินเร็วหรือเดินเท่านาฬิกาหุ้นของเจ้ามือ

"ได้บ่อยๆ"

ก็แสดงว่า เรามีวิธีตั้งเวลานาฬิกาหุ้นที่มีประสิทธิภาพมาก
สามารถแปลงร่างจากแมลงเม่าหุ้นกลายเป็นมนุษย์หุ้นได้แล้ว
วิธีการตั้งนาฬิกาหุ้นประจำตัว
ให้เดินเร็วกว่า เดินเร็วเท่านาฬิกาหุ้นของเจ้ามือ

ตามหลักเกินของสำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่ง
เชื่อว่า
"คนเรามันเชี่ยวผิดกันเว้ยไอ้ศร
ทางใครก็ทางมันซิวะ"

สำนักของเราจัดให้ท่านเป็นนักลงทุนแนวต่างๆ
ตามวิธีการตั้งเวลานาฬิกาจริงในชีวิตประจำวันดังนี้

๑ นักลงทุนแนว vi (value investor)
ในชีวิตจริงชอบใส่นาฬิกาอนาล็อก
เพื่อดูทั่วทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

มักจะมองราคาหุ้นผ่านแรงกรรม
จากผลประกอบการบริษัทและเศรษฐกิจ

นักลงทุนแนววีไอ
มักจะเป็นนักลงทุนที่ชอบตั้งนาฬิกาหุ้นให้เดินเร็วกว่า
นาฬิกาหุ้นของเจ้ามือ ด้วยการมองไปที่ผลประกอบการในอนาคต
หรือมองผลประกอบการในปัจจุบัน
แล้วเดา เอ๊ยวิเคราะห์อนาคต
บ่อยครั้งที่นักตั้งนาฬิกาหุ้นแนวทางนี้จะเจ๊ง
เพราะว่าแทนที่จะตั้งตามแนวคิดตัวเอง
ดันไปตั้งตามนาฬิกาหุ้นของน้องมะนาว
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า

๒ นักลงทุนแนว vs (Value Speculator)
จำได้ว่า คุณอยากเชือกเป็นคนบัญญัติคำนี้ขึ้นมา

นักลงทุนแนวทางนี้
จะมองราคาหุ้นผ่านผลลัพธ์โดยตรงของแรงปะทะ
ระหว่างอำนาจซื้อของเงินและอำนาจขายของหุ้น
ผ่านวิชาสถิติ ว่าด้วยความน่าจะเป็น

สำนักเราจัดให้นักเล่นหุ้นแนวทางนี้
เป็นคนที่ตั้งนาฬิกาประจำชีวิตไว้ตรงตามเวลามาตรฐาน
และชอบใส่นาฬิกาดิจิตอล ที่ให้ความสำคัญเฉพาะปัจจุบัน

เวลาเล่นหุ้นก็จะเป็น
นักเล่นหุ้นที่ตั้งนาฬิกาหุ้นตรงตามนาฬิกาหุ้นของเจ้ามือ
นักเล่นหุ้นแนววีเอส
จะไวต่อการเปลี่ยนแปลงนาฬิกาหุ้นของเจ้ามือมากๆ
คนที่จับการเปลี่ยนแปลงของนาฬิกาหุ้นเจ้ามือได้แล้ว
เท่าที่ผมเล่นพวก เอ๊ยจำได้ก็คือ

พระอาจารย์เผ่น วัดพันลี้
พี่เสี่ยกาเบรียล
พี่แอนดี
พี่เด่นศรี
นักเล่นหุ้นแนวทางนี้มักจะเจ๊งก็เพราะว่า
ตั้งตรงตามเวลาก็จริง
แต่นาฬิกาตัวเองมันเจ๊งไปตั้งนานแล้ว
ไม่ยอมเปลี่ยนซะที
ดันทุรังใช้แต่เรือนเดิมอยู่ได้
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

๓ นักลงทุนแนว vsop
(Value Surfing by Openminded Pragmatic)
พวกนี้จะไม่แก่ตำรา เหมือนพวก dogmatic

ในชีวิตจริง นักลงทุนแนวทางนี้
มักจะตั้งเวลาแบบผสมผสานคือ
เร็วก็ได้ ตรงเวลาก็ดี
และเลือกใส่ได้ทั้งนาฬิกาอนาล็อกและดิจิตอล
พวกวีเอสโอพีจะไม่เคยตั้งเวลานาฬิกา
ช้าแม้แต่ครั้งเดียว
โดยเฉพาะเวลาที่มีนัดกับกิ๊ก ฮาๆๆๆ

หลักเกินที่สำคัญของสำนักนี้คือ
แมว จะดำจะขาวไม่สำคัญ
สำคัญที่ว่า น้องแมวเธอสวย หมวยและอึ๋มหรือเปล่า ฮาๆๆๆ

ดังนั้นหลักการอะไรที่เห็นว่าใช้แล้วได้ผลบ่อยๆ
พี่แกเอาหมดทุกอย่าง แม้แต่โยนหัวโยนก้อยก็เอา ฮาๆๆ

ตัวแทนของสำนักวีเอสโอพีที่เห็นเด่นชัดในตอนนี้คือ
คุณ.......
ผู้พันซิกกี้
พี่เสี่ยคัดท้าย
ผู้กองเตวี่
พี่เสียฟิชชี่ ???
ฯลฯ

สรุปแล้ว ไม่ว่าท่านจะเป็นนักเล่นหุ้นแนวทางไหน
ตั้งเวลาให้ดีแค่ไหน ได้มาตรฐานตามเจ้ามือเพียงไร
ลงท้าย ก็เจ๊งได้ทั้งนั้นแหละ
นึกว่า ตั้งเร็วกับตั้งตรงกับเวลามาตรฐานของเจ้ามือแล้ว

ที่ไหนได้

เจ้ามือท่านเล่นตั้งเวลาตามมาตรฐานของ

ฮ่องกงและญี่ปุ่น

ภาพประกอบในกระทู้
ตัวเลขชุดที่สอง
ผมตัดแปะตัวเลขผิดครับ
hahahahahaha

ที่ถูกต้องคือภาพนี้ครับ

สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งถือว่า

ราคาหุ้นคือ
ผลลัพธ์จากการปรับสมดุล
ระหว่างแรงปะทะของอำนาจซื้อของเงิน และ อำนาจขายของหุ้นครับ
ซึ่งจะต้องลงตัวที่ 1 เสมอๆ



คุณตั้งนาฬิกาไว้ตามเวลามาตรฐานหรือไม่.......

เอาเป็นว่า ถ้าเทียบกับเวลามาตรฐาน
เคารพธงชาติของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
คุณตั้งนาฬิกาไว้อย่างไร

๑ ช้ากว่าเวลามาตรฐาน
ค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่มีใครตั้งช้ากว่าแน่นอน

๒ เท่ากับเวลามาตรฐาน

๓. เร็วกว่าเวลามาตรฐาน
คิดว่า มีคนเป็นจำนวนมาก
ตั้งเวลานาฬิกาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ไว้เร็วกว่าเวลามาตรฐาน เพื่อบริหารความเสี่ยงเรื่องเวลา
ของผมมักจะตั้งให้เร็วกว่าเวลามาตรฐาน
ประมาณ สิบนาที
อยากอ่านความเห็นของท่านอื่นๆๆ ครับ

นาฬิกาในภาพหยุดเดินมาสิบปีได้แล้ว
จำไม่ได้แล้วว่า มันหยุดเดินตอนกลางวันหรือกลางคืน
ตอนนั้น พ่อจะตั้งไว้เร็วกว่าเวลามาตรฐานถึง สิบห้านาที

ในความเห็นของท่าน คิดว่า"ราคาหุ้น"คืออะไร
สำหรับ สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่ง

ราคาหุ้นคือ
ผลลัพธ์หรือสมดุลที่เกิดจาก
แรงปะทะระหว่าง
อำนาจซื้อของเงิน
และ
อำนาจขายของหุ้น
ราคาหุ้นคือตัวปรับสมดุลของอำนาจทั้งสองฝ่ายให้เข้าที่

ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น
จะลดอำนาจซื้อของเงิน
และเพิ่มอำนาจขายของหุ้น

ราคาหุ้นที่ลดลง
จะเพิ่มอำนาจซื้อของเงิน
และลดอำนาจขายของหุ้น

และตัวชี้ขาดราคาหุ้นที่แท้จริงก็คือ
ปริมาณเงินที่จะเข้าไปหมุนเวียนอยู่ในหุ้นตัวนั้นๆ
ส่วนปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนมีอำนาจจำกัดแค่
จำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัทเท่านั้น

ขอมั่ว เอ๊ยโพสแค่นี้ก่อน
มีคนมายืนท้าวสะเอวรอแล้ว ฮาๆๆๆ


Create Date : 26 กรกฎาคม 2548
Last Update : 26 กรกฎาคม 2548 21:14:05 น. 0 comments
Counter : 868 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.