"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
ถ้าเล่นหุ้นคือเล่นการพนัน มันจะเป็นการพนันชนิดไหน แพ้ชนะกันด้วยอะไร.?

เมื่อวันเสาร์ผมได้อ่านบทความคุณหมากเขียว
จากหนังสือมีตติ้ง
ทำให้เกิดความคิดแวบขึ้นมาทันที
คุณหมากเขียว เอ่ยถึงโปกเกอร์ ดัมมี่ เก้าเก
ว่าเป็นการเล่นหุ้นแบบ value speculator
บังเอิญผมพอจะเล่นเป็นแต่ เก้าเก
ก็เลยขออ้างอิง"เก้าเก"ก็แล้วกัน ฮาๆๆๆ

"เก้าเกที่จะเอามาอ้างอิง
จะไม่มีการนับสี และนับดอก ถือว่าตองคิงใหญ่ที่สุด"

ดูภาพประกอบกันก่อน
ขอตัวไปเข้าห้องส่วนตัวแคบๆ
ตอบคำถามกันดู
แล้วอาจจะได้แนวคิดสไตล์สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งว่า
เล่นหุ้นคือการเล่นการพนัน ที่แพ้ชนะกันด้วย......



จากคุณ : คลาย เครียด - [ 28 มี.ค. 48 09:04:51 ]


มารายงานตัวครับ

เดามั่วๆ คือ
ชนะเพราะจิตใจมังครับ
สามารถหลอกล่อให้ขวามือที่มีแต้มเหนือกว่าให้หมอบได้

จากคุณ : buglife - [ 28 มี.ค. 48 09:16:17 ]


ผมขอตอบว่า มีหุ้น ที่ มีดี อยู่ในตัวมัน เอง แม้ สภาพ คล่อง น้อย แต่ หาก งบ ดี ปันผล ดี ก้อ มี คน กล้าเก็บ ครับ

เราต้องเลือกหุ้น ดี ๆ กรองหุ้นดี ให้ ออก ครับ

หุ้นที่ดี แต่ ราคา แพง บรรลัย ก็ ต้องทยอย ขายทำกำไร ตามรอบ นะครับ อย่าเสียโอกาส ครับ

จะรอ พี่ เคลี่ มาเฉลย อีกที ครับ



จากคุณ : samsam - [ 28 มี.ค. 48 09:24:02 ]


ถ้าอธิบายตามไพ่ ด้านซ้ายชนะเพราะ ถือไพ่สีเดียวกัน คือโพธ์ดำทั้ง 3 ใบ ส่วนด้านขวา มีแค่ 6 แต้ม

ความใหญ่เล็กของไพ่จะเรียงตามนี้ (ทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้ว)
โพธ์ดำ >> หัวใจ >> ข้าวหลามตัด >> ดอกจิก

แต่ถ้าเล่นกันจริง ๆ ไพ่นี้ ยังสรุปไม่ได้ว่าใครชนะ เพราะว่า เก้าเก คือ การเล่นที่ใช้จิตวิทยา มากกว่าดวง เหมือนกับ โป๊กเกอร์ ทำให้ไพ่ไม่ดีก็มีสิทธิ์ชนะได้

ถ้าจะเอามาเปรียบกับการเล่นหุ้น ผมว่ามันตรงกันตรงที่ใช้หลักของจิตวิทยา มากกว่าดวง
ต่างจากไพ่ป๊อก ที่ใช้ดวงและฝีมือ(โกง)
การเล่นหุ้นเป็นการเล่นกันด้วยจิตวิทยาของคนหมู่มาก
คุณต้องอ่านใจคนทั้งกลุ่มที่ถือหุ้นตัวนั้น ๆ อยู่

หากคุณอ่านถูก คุณก็มีโอกาสเสมอตัวไปกว่าครึ่งแล้ว
ทำไมถึงแค่เสมอตัว ???
การอ่านได้ ไม่ใช่หมายความว่าจะได้กำไร เพราะสิ่งที่คุณอ่านได้อาจจะเป็นการเทขาย เมื่อคุณอ่านออก คุณก็สามารถเทขายได้ก่อนคนอื่น ทำให้เจ็บตัวไม่มาก

ชักจะนอกเรื่องแล้วเอาเป็นว่าผมขอสรุปว่า
เล่นหุ้นคือการเล่นการพนัน ที่แพ้ชนะกันด้วย...... จิตวิทยา ครับ

จากคุณ : ราษฏรโกโรโกโส (นายมะพร้าว) - [ 28 มี.ค. 48 09:32:22 ]


ซ้ายมือมีเด้งด้วย
คิดได้แค่นี้แหละครับ
เล่นไงลืมไปแล้ว ขอทบทวนก่อน

จากคุณ : เต่าหยวนเปียว - [ 28 มี.ค. 48 09:32:47 ]


ในเกมกีฬาหลายประเภท การใช้วิธีหลอกล่อคู่แข่งขันสามารถทำได้ถูกต้องตามกติกา
ผู้ถือไพ่มือซ้ายสามารถชนะได้โดย
หนึ่ง ขนาดหน้าตักใหญ่กว่า
สอง เนื่องจากผู้ถือไพ่มือขวาไม่สามารถเห็นหน้าไพ่ของผู้ถือไพ่มือซ้ายได้ (ข้อมูลไม่ครบถ้วน)
สาม ถ้าผู้ถือไพ่มือซ้ายเล่นตามพ็อพ และไม่หยั่งเชิงเช็คข้อมูล (เก๋าเกมน้อยกว่า อ่านสีหน้าไม่ออก)

ตามภาพ ผู้ถือไพ่มือซ้ายคงได้เห็น เอจ กับ คิงของผู้ถือไพ่มือขวา ถ้าโดนไล่ทุบโดยไม่เก๋าเกม คงอ่านว่าน่าจะติดได้ไพ่ดีกว่า

จากคุณ : สามวาฯ (สามวาฯ) - [ 28 มี.ค. 48 09:35:56 ]


การเล่นหุ้นเป็นและไม่เป็นการพนันครับ ขอยืนยัน :)


การเล่น Poker ก็สามารถเป็นการลงทุนได้ถ้าคุณสามารถจัดระดับความเสี่ยงในแต่ละตาของหน้าไพ่ และเงินลงทุน


การบริหารความเสี่ยง บริหารผลตอบแทน จะเป็นตัวตัดสินระดับความเสี่ยงการลงทุน


ระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนในระยะเวลาที่กำหนด
การเสี่ยงโชค ระดับความเสี่ยง มากกว่า 75-99.99 %
การพนัน ระดับความเสี่ยง มากกว่า 50 %
การลงทุน ต่ำกว่า 50 %


เพราะฉะนั้นคุณสามารถลงทุนในหุ้น หรือเล่นพนันในหุ้น ก็ได้ :)

จากคุณ : อี้จับซา (BeSmile) - [ 28 มี.ค. 48 09:38:30 ]


ความจริงแม้แต่"เก้าเก" ผมก็รู้แบบงูๆปลาๆ
เอาเป็นว่า ผมจะถือว่าเก้าเกที่จะกล่าวถึง

"ไม่มีการนับสี นับดอก และไพ่ตองคิงใหญ่ที่สุด"

หลายๆคน ตอบได้ตรงใจที่ผมคิดไว้เหมือนกันเลยครับ
น่าจะเล่นหุ้นแบบการพนันได้แล้ว ฮาๆๆๆ
ผมก็เริ่มจะเชื่อแล้วว่า
ถ้าเล่นหุ้นเป็นการเล่นการพนัน
มันก็เป็นการพนัน
ที่แพ้ชนะกันด้วยใจเป็นปัจจัยสำคัญ
(แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มันต้องประกอบด้วยอำนาจซื้อและขาย
และการรู้ไพ่ของเราก่อน แล้วค่อยอ่านใจไพ่ของคนอื่น)

คุณแซมมี่ นั่นเป็นคำตอบแนววีไอ
กระทู้นี้ ผมพยายามจะตอบโจทย์ที่ว่า

"ถ้าเล่นหุ้นคือเล่นการพนัน
มันจะเป็นการพนันชนิดไหน แพ้ชนะกันด้วยอะไร.? "

ผมขอตั้งสมมติฐาน 3 ข้อ เพื่อพยายามตอบโจทย์ข้างต้น

1 การเล่นหุ้นคือการเล่นการพนัน
ที่ปราศจากการโกง และเล่นตามกติกาทุกอย่าง
(ขำกลิ้ง อยากหัวเราะเป็นภาษาจีนไหหลำ คักๆๆๆๆ)

2 ให้ถือว่าสถิติต่อไปนี้เป็นบันทัดฐานคือ

คนเล่นหุ้น 100 คน
จะขาดทุน 80 คน
เสมอตัว 10 คน
ได้กำไร 10 คน

3 คนที่ถือไพ่ที่มีค่ามากที่สุดดังในภาพประกอบ
ก็อาจจะแพ้การพนันได้
ถ้ามีกติกาว่า

"เกได้ไม่จำกัดจำนวนเงิน"



จากคุณ : คลาย เครียด - [ 28 มี.ค. 48 09:43:33 ]


เพิ่มเติมนะครับ กติกาของ เก้าเก จะเรียงใหญ่เล็กตามนี้
ตอง > สเตรสฟรัส(เรียง+สี) > เซียน(ขอบ) > เสตรส(เรียง) > สี > แต้ม

ตอง คือ ไพ่เหมือนกัน 3 ใบ ส่วนใหญ่ 333 จะใหญ่สุด เพราะรวมกันได้ 9 ตามด้วย AAA KKK QQQ JJJ แต่บางที่ให้ AAA ใหญ่กว่า
สเตรสฟรัส(เรียง+สี) คือไพ่เป็น ดอกเดียวกันทั้ง 3 ใบ และไพ่เรียงกันด้วย เช่น 7(โพธ์ดำ) + 8(โพธ์ดำ) + 9 (โพธ์ดำ)
เซียน(ขอบ) คือมีไพ่เป็น ตัวหนังสือ ทั้ง 3 ใบ ยกเว้น A ไม่นับ เช่น JJQ QQK JKK
เสตรส(เรียง) คือไพ่มีแต้มเรียงกัน เช่น 789 456 แต่ A23 ไม่นับ ต้องเป็น QKA
สี คือ ดอกเหมือนกัน เช่น รูปของ จขกท ด้านซ้ายมือ
แต้ม ใครที่แต้มเยอะกว่าชนะ นับแต้มเช่น รูปด้านขวามือของ จขกท มี 664 รวมกันได้ 16 นับ 6 แต่ม 1 ไม่นับ ถ้าแต้มเท่ากัน ให้นับไพ่ใบที่ใหญ่(แต่มเยอะ)ที่สุดในมือ เรียงตามนี้
A K Q J 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1
ถ้าถือไพ่ที่ใหญ่เท่ากันอีกให้ดู ดอก เรียงตามนี้
โพธ์ดำ >> หัวใจ >> ข้าวหลามตัด >> ดอกจิก


จากคุณ : ราษฏรโกโรโกโส (นายมะพร้าว) - [ 28 มี.ค. 48 09:48:20 ]


ขอบคุณข้อมูลของคุณ นายมะพร้าวครับ
ความจริงผมยกตัวอย่างเก้าเก
เพื่อจะบอกว่า
การพนันบางอย่างสามารถแพ้ชนะกันที่ใจ

ถ้าลองคิดจากสมมติฐานข้อที่ ๒
คนเล่นหุ้น 100 คน
จะขาดทุน 80 คน
เสมอตัว 10 คน
ได้กำไร 10 คน

เล่นหุ้นจะเป็นการพนันชนิดใด
แพ้ชนะกันได้อย่างไร
ลองตอบไปตามการเล่นการพนันแต่ละลักษณะ

ก. เล่นหุ้นเป็นการพนันแบบเสี่ยงดวงล้วนๆ
ไม่สามารถพลิก ให้แพ้ชนะได้ด้วยการวัดใจ
แต่อาจจะเอาชนะด้วยสถิติบางอย่างได้

เล่นหวย จะมีคนชนะ 1 คน
คนแพ้ 99 คน
จึงไม่ตรงกับข้อสมมติฐานข้อที่สอง

แทงกองสามกอง ปั่นแปะสองเหรียญ
จะมีคนชนะ 33.333 คน
คนแพ้ 66.666 คน
ซึ่งไม่ตรงกับข้อสมมติฐานข้อสองเช่นกัน

ข. เล่นหุ้นเป็นการพนันแบบดวง + อำนาจในการเก
+ สิ่งที่สำคํญที่สุดคือรู้จักไพ่ตัวเองและ การอ่านใจคู่ต่อสู้ให้ได้
ว่ากำลังถือไพ่อะไรอยู่

ถ้าคิดตามนี้
ก็จะเป็นไปได้ว่า

มีคนอยู่ ๑๐ คน (เซียนหุ้น และมนุษย์หุ้นเกรดเอและบี)
สามารถอ่านใจคู่แข่งอีก ๘๐ คน (แมลงเม่าหุ้น)
แต่ไม่สามารถอ่านใจคู่แข่งอีก ๑๐ คน (มนุษย์หุ้นเกรดซี)

การอ่านใจคู่ต่อสู้
คนสิบคน จะรู้จักไพ่ตัวเองเป็นอย่างดี
ว่าตัวเองมีไพ่อะไรอยู่ในมือ
หลังจากนั้น ก็อ่านใจคู่ต่อสู้ว่า มีไพ่อะไรอยู่
ผ่านทาง จำนวนเงินในการเกแต่ละครั้ง
ถ้าคู่ต่อสู้ไพ่ดี เขาจะต้องตามแน่นอน
แต่จะตามถึงระดับไหน
ก็อยู่ที่การวัดใจและอำนาจของไพ่ในมือของคู่ต่อสู้

เซียนหุ้นและมนุษย์หุ้นที่แท้จริง
จะต้องรู้เราให้ได้เป็นอันดับแรก
แล้วจึงพยายามรู้เขาให้ได้
ผ่านทางอำนาจซื้อของเงินและอำนาจขายของหุ้น
ไม่ว่าจะด้วยเส้นกราฟ ข่าวหรือผลประกอบการของหุ้น

จากคำตอบข้างต้น
พอจะตอบได้ว่า
คนที่พยายามเล่นหุ้นแบบการพนัน
โดยคิดว่าเป็นเรื่องของการเสี่ยงดวงล้วนๆ
เล่นซี้ซั้ว เดี๋ยวก็ได้เงินเอง
จะมีคนที่คิดแบบนั้นหนึ่งคน ที่ดวงดีจริงๆ ได้กำไร
ส่วนอีก เก้าสิบเก้าคน จะเจ๊งเละเทะ

จากคุณ : คลาย เครียด - [ 28 มี.ค. 48 10:14:05 ]


แต่ถ้านักเล่นหุ้นคนใด มีสติ มีเครื่องมือ
ไม่คิดว่า
เล่นหุ้น เป็นการเล่นการพนันแบบเสี่ยงดวงล้วนๆ
นักเล่นหุ้นคนนั้น ก็จะอยู่รอดได้
แม้จะเล่นหุ้นแบบการพนันก็ตาม
ไว้มีโอกาส(อีกแล้ว ฮาๆๆๆ)
ผมจะเล่าเรื่องที่ลุงที่คุ้นเคยในคอร์ทแบดมินตัน
เล่าให้ฟังนานมาแล้ว
เป็นเรื่องของเพื่อนบ้านผู้เดินเข้าบ่อนทุกวันอย่างมีความสุข
แม้แต่อบายมุข ก็ยังเอาชนะคนไม่ได้
ถ้าเราสามารถรู้จักควบคุมใจตัวเอง

ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากที่สุดในการหุ้นและเล่นการพนัน

นี่โพสๆมา
ผมยังตอบข้อสมมติฐานข้อที่สามไม่ได้เลยว่า
ถ้าการเล่นหุ้น สามารถเกได้ไม่จำกัดจำนวน

คนที่ถือไพ่ที่มีค่ามากที่สุด
ก็ยังแพ้อยู่ดี

ดังนั้น ทางที่ดีก็คือ
อย่าเล่นหุ้นแบบการพนันเป็นอันขาด
ถ้าคุณไม่มีอำนาจซื้อของเงินและอำนาจขายของหุ้น
หรือไม่มีเครื่องมือใดๆ ในการอ่านใจคู่ต่อสู้ ฮาๆๆๆๆ

และที่สำคัญที่สุด
ถ้าคุณคิดว่า
" การเล่นหุ้นคือการเล่นการพนันแบบเสี่ยงดวงล้วนๆ"
คุณก็ต้องเตรียมตัวเป็น 99 คนที่เหลือให้ดีๆด้วย
นี่คือหลักเกินอีกหนึ่งข้อ
จาก "สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่ง"
ขอบคุณซือหมวยอริน อีกครั้ง
ที่คิดชื่ออินเตอร์ให้กับคำว่า"มวยวัด" ฮาๆๆ

จากคุณ : คลาย เครียด - [ 28 มี.ค. 48 10:26:30 ]


ขอบคุณเฮียคลาย เครียดครับ ที่อ่านบทความผม แล้วจุดประเด็นต่อ น่าสนใจมากครับ

คุณมะพร้าว นี่ถ้าจะเซียนเก้าเกตัวจริง แฮะ ผมไม่ได้เล่นนาน ลืมหมดแล้ว ขอเซฟเอาไว้อ่านก่อน

เห็นด้วยกับคุณ อี้จับซา (BeSmile) หมายเลข 13 ฮ่า ว่าหุ้นเป็นการพนันก็ได้ ไม่เป็นก็ได้

ผมได้อธิบายในบทความแล้ว และแบ่งออกเป็น

1. ลงทุนในหุ้น (ไม่เป็นการพนันแน่นอน)
2. เล่นหุ้นแบบ VS (Value Speculating) คือเล่นพนันแบบใช้กึ๋น เช่น ดัมมี่ โปกเกอร์ เก้าเก

"การเล่น Poker ก็สามารถเป็นการลงทุนได้ถ้าคุณสามารถจัดระดับความเสี่ยงในแต่ละตาของหน้าไพ่ และเงินลงทุน" มันเป็น Value Speculating ครับ ไม่ใช่ Investing อันนี้ผมไม่เห็นด้วยกับคุณอี้จับซา (BeSmile)
3. เล่นหุ้นแบบ Speculator หรือพวกเก็งกำไร อาศัยดวงอย่างเดียว เช่นเล่นไพ่ป๊อกเด้ง ไฮโล

ยังมีอีกพวก แต่น้อยมาก คือพวก นักค้ากำไร (Arbitrager) เป็นศัพท์ทางการเงิน เป็นพวกที่เก็งกำไรโดยปราศจากความเสี่ยง สามารถทำได้ในตลาดหุ้นและforex ตัวอย่างของนัก Arbitrager ที่เก่งๆ คือ จอร์จ โซรอส

เอาไว้ถ้าว่าง ผมจะลองเขียนการทำ Arbitrager ให้ลองได้อ่านกันใน วางหมาก...กระดานหุ้นแล้วกันครับ

จากคุณ : หมากเขียว - [ 28 มี.ค. 48 10:46:48 ]


ว่าถึงการพนันที่แพ้ชนะที่การวัดใจ
ผมยังจำฉากสุดท้ายของหนังจีนเรื่อง
"เซียนตัดเซียน" ได้แม่นยำ

พระเอกเป็นยอดเซียนไพ่เผ
ส่วนคู่ต่อสู้ก็เป็นเซียนเหนือเซียนที่ไม่เคยแพ้ใคร

เกมเดิมพันสุดท้าย
ที่เล่นกันจนหมดหน้าตัก
พระเอกมีไพ่ที่เปิดคือ
A A A 10
เซียนคู่แข่งมีไพ่ที่เปิดคือ

K K K 10 และไพ่ที่ปิดอยู่คือ K

เขาสร้างให้มันเว่อๆ ระหว่างเกมเดิมพันสุดท้าย
พระเอกโดนคู่อริบุกยิงคาโต๊ะ
เลยต้องหยุดเล่นชั่วคราว
โดยทิ้งไพ่ไว้ที่โต๊ะ
เข้าห้องน้ำไปทำแผล
พระเอกเรียกภรรยาไปพบในห้องน้ำ
บอกว่า ฉันเล่นต่อไปไม่ได้ ให้เธอไปนั่งเล่นแทน
ไพ่ที่ฉันกบไต๋ไว้คือ 9
ดังนั้น
เธอต้องเกให้หมดหน้าตักเพื่อให้เซียนคู่แข่งยอมหมอบ
ภรรยาของพระเอกตกใจมาก เกิดมาไม่เคยเล่นไพ่
แต่ก็ต้องนั่งเล่นแทน
และก็ทำตามที่พระเอกบอกทุกอย่างด้วยการเกจนหมดหน้าตัก
จำไม่ได้ว่ากี่ร้อยล้านเหรียญ
ฝ่ายเซียนคู่แข่ง ก็สะดุ้งเล็กน้อย
ไม่แน่ใจว่า พระเอกกบไต๋ A ไว้หรือเปล่า
นั่งจ้องหน้าและท่าทางของนางเอกอยู่นานเพื่ออ่านใจ
ในที่สุดก็ตามจนหมดหน้าตัก
เมื่อเห็นนางเอกเก็บอาการไม่อยู่
มีเหงื่อแตกออกมา
ทั้งๆที่แอร์เย็นเจี๊ยบ
พอไพ่เปิดออกมา
เซียนที่ว่าเหนือเซียนก็ถึงกับหงายหลัง
เพราะมันกบไต๋ A เอาไว้

นี่เขาเรียกว่า
เหนือเซียนยังมีเซียน
พระเอกแน่ใจว่า เซียนคู่แข่งจะต้องอ่านใจนางเอกจาก
ใบหน้าและท่าทางอย่างแน่นอน
ก็เลยบอกความเท็จกับภรรยาตัวเอง
เพื่อให้เก็บอาการไม่อยู่
และคู่ต่อสู้ เกตามจนหมดหน้าตักในที่สุด

หล้งจากดูหนังเรื่องนี้จบ
ผมก็จดจำไว้เป็นข้อคิดว่า
อ่านใจคน ก็อาจจะอ่านผิด
เพราะเขาเจตนาให้เราอ่านผิด
ภาษาของเสี่ยคัดท้ายเขาว่า
สับขาหลอก ฮาๆๆๆ

จากคุณ : คลาย เครียด - [ 28 มี.ค. 48 11:21:29 ]


แพ้หรือชนะผมว่าขึ้นอยู่กับวิธีการเล่นครับ รู้จุดอ่อนคู่ต่อสู้ และมีแผน 1 แผน 2 รองรับนะ ถ้าทำได้ตามนี้ผมรับรองว่าชนะแน่นอน

อธิบายลำบากน่ะครับ ผมเขียนผมยังงงเลย เอาง่าย ๆ เราจับจุดอ่อนเกมที่เราเล่นได้เราชนะ ผมว่าอย่างนั้นนะ

จากคุณ : comgoto - [ 28 มี.ค. 48 11:32:17 ]


.........ตอบถูกแล้วขอรางวัลด้วยนะครับเฮีย.....วันไปมีตติ้งมัวแต่เหนียมเลยอดรางวัลเลย
.........วันนี้อาศัยมั่วนิ่มอาจได้รางวัล.......อิอิ
เก้าเกไม่มีการดูสีหรือดอกเพราะฉะนั้นจึงวัดกันที่แต้มในมือล้วนๆ และมีหลักเกณฑ์เพิ่มอีกคือเรียง-เซียน-ตอง
1.เรียงเช่นไพ่ในมือเป็น1-2-3หรือ4-5-6หรือ10-J-Q แต้มในมือสูงที่สุดคือ9แต่ก็จะแพ้เรียง
2.เซียนคือไพ่ในมือมีJ Q K ........จะชนะเรียง
3.ตองจะชนะทั้งหมด ใหญ่สุดคือKKK
......ที่ไพ่ซ้ายมือชนะทั้งที่มีแต้มน้อยกว่าอาจจะเป็นได้เพราะ
1."ฝีมือ".....คนที่ถือไพ่ซ้าย ใช้จิตวิทยาในการเกทับคนขวามือ จนฝ่อไปเลย(เล่นหุ้นกะเล่นเก้าเกต้องใช้ฝีมือทั้งนั้น)
2."เงินทุน".......คนถือไพ่ซ้ายมือต้องทุนหนาพอสมควร
เพราะแต้มในมือแกมีแค่4แต้ม เกไปแล้วคนขวาเกิดสู้ขึ้นมาอาจหมดตูดเอาง่ายๆครับ (เล่นหุ้นถ้าสู้กะเจ้ามือเราก็เสียเปรียบเพราะทุนเราเป็นแค่ไรขนอ่อนบางๆ1เส้น แต่เจ้ามือเขามีขนรุงรังเต็มหน้าแข้ง .......ดึงยังไงก็ไม่มีร่วง)
.......เพราะฉะนั้นผมว่าเล่นหุ้นมันต้องมีทั้งฝีมือทั้งทุน แถมดวงด้วย ถ้าเราไปเจอเจ้ามือเขามีตองคิงในมือก็อย่าไปซี้ซั้ววัดดวงกับเขาละกันครับ.......

จากคุณ : ton4fm - [ 28 มี.ค. 48 11:33:26 ]


ขอบคุณ คุณ คลายเครียด ที่มีข้อคิดดีๆมาให้อ่านและแสดงความคิดเห็นที่น่าอ่านน่าสนใจมาก

การไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆไม่ว่าที่ไหนก็ตาม แทบจะทุกครอบครัวมีกพกของเล่นที่ถูกใจคือสำรับไพ่

อย่างน้อย 2 คนล่ะที่เตรียมไป ทุกคนมีงานทำดีๆแต่ไม่มีโอกาสรวมญาติเพื่อนฝูงแล้วร่วมวงได้สักที

ยามเจอกันก็เป็นความสุขที่เหมือนเด็กอีกครั้ง จะรวมกลุ่มเฮฮาก็เจ้าสำรับไพ่แผ่นๆ 52 ใบนี้แหละ

รัมมี่เป็นเกมส์ที่พี่ๆน้องๆจะถือหางมองและเชียร์มากที่สุด เกมส์วัดใจคู่ต่อสู้

พวกเขาเล่นจนมองตากันไม่กระพริบ รู้ใจว่าใครมีอะไรอยู่ในมือ เพราะกองเชียร์ข้างหลังออกอาการ

เล่นไม่เป็นดูแล้วต้องเป็นเกมส์ของกลุ่มผู้ชายที่ใช้สมองเขาเล่นกัน

แต่กลุ่มสาวใหญ่สาวน้อยมักเล่นตกปลา ไพ่ป๊อกนี่สิเรียกเสียงกรี๊ดได้สนุกกว่า

คนเล่นไม่เป็นก็เผลอกรี๊ดควักตังค์เล่นกะเขาด้วยเหมือนกัน ได้เงินบ้างไปๆมาๆแปะร่วมวงด้วยเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว

การพนันทุกชนิดมีความเสี่ยง เล่นเฮฮาก็ไม่มีอะไรคิดมาก

เล่นเพื่อความสนุกสนานอย่างฉันท์รวมญาตินานๆเจอะเจอกันที

ก็ได้ไพ่นี่แหละที่ทำให้ออกรสชาติในการเที่ยวแต่ละครั้ง

ได้ระบายความเครียดที่เก็บกดอยู่ในใจให้ออกมาจากการเที่ยวแต่ละครั้ง

แต่การลงทุนในตลาด เป็นตลาดอารมณ์ที่ใหญ่มาก
วัดใจกันยากมาก เพราะโทรจิตกว้างอ่านและเดาใจยากมากๆ

จิตวิทยามวลชนกล่อมยาก นอกจากมีเหตุการณ์ร้ายแรงจึงจะรวมกันได้เร็ว

ความแตกตื่นขายนี่รวมกันได้เร็วกว่า การได้ยินข่าวดีเสียอีก

การขาย การซื้อจึงต่างกันมาก ขายเพราะความกลัว ดูจะเร็วได้ปริมาณมากกว่าเร็วกว่า

แต่การซื้อๆเพราะข่าวดีนี่ เอื่อยเฉื่อยชา หลับไปกี่ตื่นก็ยังเขียวน้อยอยู่ดี

เพราะทุกคนผ่านบทเรียน ซึมซับความดีใจและความกลัวมามาก กาลเวลาที่ผ่านมามันย้ำให้จำ

การลงทุนในหุ้นเป็นเอกเทศ กว้างเดาใจยาก หากจะปั่นขึ้นต้องใช้เม็ดเงินมาก

ปั่นลงแล้วคนปั่นโดยมากจะรวยเงียบๆจากการโยนหินถามทางทุกครั้ง

ไม่ว่ารายใหญ่รายเล็กล้วนแล้วแต่ได้ใส่ชุดนักรบกันมาก่อนหน้าแล้ว

จึงรู้จักเกมส์วัดใจในตลาดว่ามาเมื่อไหร่ ใจจะบอกและเตือนเองโดยอัตโนมัตว่าจะเป็นอย่างไร

บางทียิ่งรู้ยิ่งเจ็บก็มี เพราะใจไม่ฟัง สติจึงพังเพราะความดื้อที่จิตไม่แข็งพอ

ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : สุเกียง - [ 28 มี.ค. 48 11:39:21 ]


.........คุ้นๆหนังที่เฮียคลายเครียดดู รู้สึกว่าจะ10กว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนม.ต้น แต่ยังจำได้อยู่ยังอยากหาvcdมาเก็บไว้ดูเลยครับ......พระเอกเรื่องนี้เจ๋งจริงๆ(หลอกใช้เมียเล่นงานผู้ร้ายได้เนียนม้ากก)

จากคุณ : ton4fm - [ 28 มี.ค. 48 11:54:17 ]


ขอโทษด้วยคุณ ton4fm
กระทู้นี้ไม่มีรางวัลแจกครับ

ตอนอยู่ในงาน
ชูดีวีดี หนังชีวิตคนจนเกาหลีกับฝรั่งเศส
หนุ่มๆทำเหนียมอาย ไม่กล้ายกมือ
กว่าจะมีใครยอมยกมือ เล่นเอาผมนึกว่าต้อง
เก็บกลับบ้านไปดูเป็นรอบที่สิบ ฮาๆๆๆ

จากคุณ : คลาย เครียด - [ 28 มี.ค. 48 11:59:32 ]


Create Date : 11 สิงหาคม 2548
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 13:18:22 น. 1 comments
Counter : 1927 Pageviews.

 
..........เอ่อ เฮียครับ ที่ไม่ได้ออกไปเอาหนังของเฮียเนี่ย

ทั้งๆที่อยากได้ใจจะขาด ไม่ได้องอายอะไรหรอกครับ

พอดีขอคนที่บ้านมางานมีตติ้ง ถ้ากลับเข้าบ้านไปดึกๆ

แล้วถือหนังของเฮียติดมือมาด้วย ผบ.ทบ.ถาม ผมไม่รู้จะ

ตอบยังไง5555555.......

จากคุณ : ton4fm - [ 28 มี.ค. 48 12:38:35 ]


ขอบคูณครับเฮีย และผู้อวุโส(ในวงการ)ท่านอื่นๆด้วย
ฝั่งซ้ายที่ชนะฝั่งขวา
เพราะมั่นใจว่าไพ่ในมือถึงแม้จะต่ำ แต่มีคนคุ้มหัว
เปรียบเสมือนหุ้นเน่าๆ แต่มั่นใจว่ามีเจ้าคุ้มหัว ถึงตอนนี้ไม่ดี เดี๋ยววันดีคืนดีก็มีคนลาก
ส่วนฝั่งขวา ไพ่ถึงแม้จะมีแต้มสูง แต่ดอกสะเปะสปะคนถือก็เลยขาดความมั่นใจ
เปรียบเสมือนหุ้นพื้นฐานปานกลาง อาจจะมีผลกำไรอย่างต่อเนื่อง แต่คงที่หรือลดลงทุกปี
ทำให้คนถือขาดความมั่นใจ พอตลาดไม่ดีก็ไม่กล้าถือไว้ หมอบดีกว่า

แต่สุดท้าย ทั้งฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวามันก็ยังเป็นเกมส์ ที่อยู่ในกรอบ
ใครจะสู้ใครจะหมอบก็ด้วยการตัดสินใจของตัวเอง บนพื้นฐานการประเมินกำลังคู่ต่อสู้
แพ้หรือชนะก็เกิดจากตัวเราเอง
แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น ผมกลัวแต่พวกแอบดูไพ่คนอื่นก่อน โดยที่กรรมการจับไม่ได้
แถมกรรมการบ้านเราไม่เคยจับได้ซั๊กที
สู้เมื่อไร เราก็แพ้อยู่ร่ำไป .......................

จากคุณ : Livestock - [ 28 มี.ค. 48 13:21:46 ]


มาร่วมวงเล่นไพ่กับเฮียอีกคนครับ
สวัสดีเฮียปรัชญาครับ

หนังที่เฮียยกตัวอย่าง คล้ายๆกับเรื่องสามก๊ก
ตอนที่ขงเบ้งวางแผนหลอกล่อคู่ต่อสู้ด้วยเสียงเพลงบนกำแพง
ลูกชายสุมาอี้ก็ฟังออกครับว่า เสียงดนตรีมีปัญหา
เสียงดนตรีแฝงด้วยความหวั่นไหว ไม่นิ่ง ไม่ใส
สั่งให้ผู้่พ่อลุยเต็มที่
แต่สุมาอี้เองก็ไม่กล้า ที่สุดก็พ่ายแพ้ไป

ในหนัง คู่ต่อสู้พระเอกก็มองออก
และกล้าทุ่มหมดหน้าตัก แฮะ... ที่สุดก็แพ้เหมือนกัน

การต่อสู้กับตัวเอง ยากจริงๆ

จากคุณ : ธราธิป - [ 28 มี.ค. 48 14:20:51 ]


คุณพ่อของดิฉัน บินไปเล่นที่มาเก๊าทุกวันศุกร์ถ้าไม่ติดว่ามีเรือเข้า ขนครอบครัว (น้อยๆ) พี่เลี้ยงเด็ก คนขับรถ ไปครบเซท เนื่องจากเป็นคนขี้เหงา ไปไหนคนเดียวไม่เป็น

ถ้าพวกเขาไม่ยอมไปกัน ก็เอาน้องชายคนเล็กดิฉันติดไปด้วย ลูกที่โตกว่าติดเรียน ติดงาน ส่วนแม่เกลียดการพนัน

ถ้ามีพายุใหญ่ เครื่องลงฮ่องกงไม่ได้ ยังอุตส่าห์ไปเก็นติ้งไฮแลนด์ที่มาเลเซียแทน ซึ่งสมบุกสมบันมาก ไปครั้งเดียวเข็ด ไม่มีใครยอมตามไปด้วย เลยเลิกไป

เล่นมานานนับสิบปี ไม่เคยเสียเงินเลย มีแต่ได้ แต่ไม่มาก เลยไม่โดนเก็บไปเสียก่อน อีกอย่าง เพราะบรรดาผู้ติดสอยห้อยตาม (พ่อออกเงินให้ไปเป็นเพื่อน) คือบรรดา ญาติโกโหติกาทั้งหลาย อาโกว อาแปะ อาเจ็ก อาเฮีย อาแจ้ กระทั่งหลานๆ ต่างเสียกันถ้วนทั่วหน้า

ไปไม่ฟรีจริงนี่นา สุดท้าย เข็ดขยาด ไม่มีใครยอมไปอีก

ระหว่างช่วงนั้น ทุกคนก็เห็นชาวฮ่องกงเขาเล่นหุ้นกัน ก็เล่นเก็งกำไรตามแบบฉบับรายย่อยทั้งโลกเขาเล่นกันนั่นแหละ

อยากเล่นหุ้นมั่ง น่าจะดีกว่าเข้าบ่อน ทุกคนลงความเห็นว่ายังงั้น พอดีเมืองไทยมีโครงการเปิดตลาดหุ้น เลยรอกันอย่างใจจดใจจ่อ ตระเตรียมการ และระดมเงินทุนกันใหญ่

พอตลาดหุ้นเปิด ก็กระโจนกันเข้าไปเลยทั้งตระกูล ไม่ใช่แค่เป็นลูกค้านะ แต่เป็นทั้งโบรก ทั้งผู้ถือหุ้นบุริมสิทธ์ ทั้งมีธนาคารหนุนหลัง เล่นมาร์จินกันทุกคน

พวกลุงๆ ป้าๆ ลูกๆโตกันหมด บรรลุนิติภาวะแล้ว สบายมาก โอนทรัพย์สินทั้งหมดให้ลูก (บอกแล้วว่าเตรียมการพร้อม) แต่พ่อเป็นลูกคนที่ 7 ของครอบครัว ลูกที่บรรลุนิติภาวะมีแค่สอง ดิฉันอยู่อังกฤษ น้องชายเรียนแพทย์ก็ลงเล่นหุ้นด้วย เลยไม่รู้ว่าจะโอนให้ใครดี แม่ก็เล่นด้วย

หุ้นที่ซื้อก็หุ้น blue chip big market cap ทั้งสิ้น ตอนนั้นยังไม่มีพวก warrants และบรรดาหุ้นตัวเล็กตัวน้อยมาให้ปั่นกันเล่นเยอะแยะเต็มกระดานอย่างตอนนี้

เล่นไปเล่นมา เริ่มมีรายย่อยๆตามเข้ามาแย่งกันซื้อ หุ้นก็ขึ้นไปเรื่อยๆๆๆ จนถึงจุดๆหนึ่ง คือทุกคนเงินหมด มีแต่หุ้น

ทีนี้ทุกคนก็อยากขาย แต่ใครล่ะจะมาซื้อต่อ ????

ก็จบรอบน่ะสิ

ทั้งคนที่เก่งการพนัน และคนที่เจ๊งเพราะการพนัน ล้วนมีโอกาสเจ๊งหุ้นได้เท่าเทียมกัน ต่างกันที่ว่า

ปลาเล็กๆ รอดตาข่ายร่างแหได้ ปลาใหญ่ดิ้นไม่หลุด โดนจับไปแล่เนื้อแถหนัง

รายย่อยถ้ายอมตัดใจ cut loss สั่งขายไม่กี่นาทีก็หมดโอกาสติดหุ้นไม่มีเลย สบาย รอดตัว

รายใหญ่ต่างหาก เจ๊งเละ หนีไม่รอด ตายสนิท

ดิฉันดีใจที่เป็นรายย่อย เป็นปลาตัวเล็กๆ ที่หนีรอดมาได้ทุกครั้ง สบายกว่ากันเยอะ

จากคุณ : prettypetite - [ 28 มี.ค. 48 15:01:15 ]


เล่นหุ้นคือการเล่นการพนัน ที่แพ้ชนะกันด้วย...... ใจครับ

จากคุณ : solarplexus - [ 28 มี.ค. 48 17:01:05 ]


ผมกลับมองว่าทั้งโป็กเกอร์และหุ้นไม่ใช่การพนัน เพราะ เซียนอย่างไงก็เป็นเซียน
สมมุติว่าให้คุณไปสู้กับเซียนโป็กเกอร์แบบมีจำนวนเงินเริ่มต้นเท่ากัน คุณว่าคุณจะมีโอกาสชนะเกิน 10% ตามสถิติที่เฮียคลายเครียดว่ามาหรือเปล่า สำหรับผมว่าโอกาสชนะคงน้อยกว่า 1% แน่ๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ชนะ 10% มักจะเป็นคนหน้าเดิมๆ ส่วน 90% ที่เหลือจะค่อยๆ ตายไปแล้วหน้าใหม่ก็เข้ามาแทน

ผมว่ามันน่าจะเป็นกีฬามากกว่า ที่แต่ละคนเอาฝีมือและสมองมาชิงไหวชิงพริบกัน ส่วนเจ้ามือเขาอาจจะมีอุปกรณ์พิเศษที่ดีกว่าและมีประสบการณ์มากกว่า เราถึงได้สู้กับเขาได้ยาก จริงๆ พวก 10% คงไม่ตีกันเองมั่งครับ สู้ไปทุบหัวพวก 90% น่าจะง่ายกว่า ดังนั้นการที่เราจะไปเป็น 10% ก็คงต้องฝึกฝนพัฒนาความสามารถขยายข้อจำกัดของตัวเอง ให้ใกล้เคียงกับพวก 10% ให้ได้

แต่ยังไก็ขึ้นกับมุมมองของแต่ละคน มองแบบไหนก็เป็นแบบไหนตามที่เรามอง ตัวอย่างเช่นแฟนเรา คนอื่นจะว่าอย่างไงเรามองเขาสวยที่สุดอยู่แล้ว ฮาๆๆๆๆ

จากคุณ : KoKoMan - [ 28 มี.ค. 48 18:30:23 ]


ตามมาฟังเซียนคุยกัน เฮียคลายเครียดจะมีมุมมองน่าคิดมาเสมอ ขอบคุณครับ

จากคุณ : Joy.BJ - [ 28 มี.ค. 48 21:00:46 ]


ขอบคุณทุกท่านที่ออกความเห็นครับ
น่าจะสรุปได้ว่า
ส่วนใหญ่เชื่อว่า
ต่อให้หุ้นเป็นการพนัน
มันก็ยังเป็นการพนัน ที่ไม่ได้แพ้ชนะกันด้วยการเสี่ยงดวง

ความเห็นของคุณโกโกแมนน่าสนใจมาก
ถ้าเราเล่นการโป๊กเกอร์กับเซียนโป๊กเกอร์แล้ว
ต่อให้เรามีเงินเท่ากับเขา เกือบทุกคนก็จะแพ้เซียนโป๊กเกอร์
ดังนั้นเล่นหุ้น
ไม่ใช่การเล่นการพนันแบบเสี่ยงดวงอย่างแน่นอน

จากคุณ : คลาย เครียด - [ 29 มี.ค. 48 11:43:54


ในการพนัน จริง ๆ แล้วยังมีการลงทุนซ่อนอยู่


เหมือนที่คุณโกโกแมน บอกไว้


ทำไมเราเล่นกับเซียนโป๊กเกอร์แล้วมี โอกาสเสียมากกว่า


กลับกันกับการเล่นโยนหัวก้อย (ใช้เหรียญเดียว ไม่มีกลาง) กับ โครตเซียนเกาจิ้ง :) โอกาส ได้และเสีย จะเท่ากัน


เรื่องนี้ทางเมือกนอกเค้ามี หลักสูตรเฉพาะ เป็นพวกนักคณิตศาสตร์การพนัน ทำการวิเคราะห์การเล่นในแต่ละแบบ โอกาสได้-เสียต่าง ๆ สำหรับใช้ใน Casino


ความเสี่ยง โอกาสและผลตอบแทนที่ได้ ในเครื่องเล่นแต่ละชนิด จะถูกคำนวณไว้หมดแล้ว


ขอให้เจ้ามือมีโอกาส มากกว่า ผู้เล่น แค่ 50.01 กับ 49.99 ก็พอ (หาได้ยาก ส่วนใหญ่จะสูงกว่า ยกเว้นพวก โป๊กเกอร์ ซึ่งขึ้นกับหน้าไพ่ที่ได้และการตัดสินลงทุนในแต่ละตา)


นับจำนวนครั้งที่เล่นเป็น ล้าน ๆ ครั้ง ยังไง เจ้ามือก็ได้อยู่ดี


สุดท้าย ในตลาดหลักทรัพย์เมื่อมีเจ้า ก็ย่อมมีบ่อน แล้วยังมีคนเก็บค่าต๋งอีก เฮ้อ เยี่ยมจริง ๆ (ล้อเล่นนะครับ)


สำหรับผมแล้วการลงทุนในหุ้นไม่ใช้การพนันนะครับ :)

จากคุณ : BeSmile - [ 29 มี.ค. 48 15:02:55 ]


โดย: หมากเขียว วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:13:17:57 น.  

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.