JMaa
The 6th Habit: Synergize ผนึกพลังผสานความต่าง

นิสัยที่ 6 Synergize ผนึกพลังผสานความต่าง

วิธีที่ “เหนือกว่า”

1+1 = 3 หรือมากกว่า

“เราสามารถทำอะไรได้เพียงน้อยนิดโดยลำพัง แต่เราสามารถที่จะทำอะไรอีกมากมาย โดยการร่วมมือกัน”
เฮเลน เคลเลอร์


เราคงเคยเห็นฝูงห่านบินไปทางใต้ไม่ว่าจะในหนังหรือด้วยตามาบ้างแล้ว โดยมันจะบินเป็นฝูงตามกันเป็นรูปตัว V นักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้ถึงความมหัศจรรย์ที่ทำให้มันบินในลักษณะนี้ว่า

• ด้วยการบินแบบมีแบบแผน ห่านทั้งฝูงจะบินได้ไกลขึ้น 71% ไกลกว่าที่บินเพียงลำพัง เพราะเมื่อห่านแต่ละตัวกระพือปีก มันจะช่วยทำให้เกิดกระแสลมบนให้กับห่านที่บินตามหลัง

• เมื่อห่านที่นำฝูงเหนื่อย มันจะบินกลับมาอยู่ท้ายแถวของตัว V และยอมให้ห่านตัวอื่นรับตำแหน่งผู้นำต่อไป

• ห่านตัวที่อยู่ข้างหลัง จะกู่ร้องให้กำลังใจห่านที่อยู่ข้างหน้า

• เมื่อห่านตัวใดบินออกนอกแถว มันจะรู้สึกโดยทันทีที่จะบินได้ไม่ดี และจะบินกลับเข้าแถวทันที

• เมื่อห่านตัวใดป่วยหรือบาดเจ็บหรือบินออกนอกแถว ห่านอีกสองตัวจะบินตามประกบมันไปเพื่อช่วยเหลือและคุ้มกัน ทันจะอยู่กับห่านที่ป่วยจนกระทั่งดีขึ้นหรือตายลง จากนั้นก็จะบินร่วมไปกับห่านฝูงอื่นต่อไป หรือสร้างแถวขึ้นมาใหม่เพื่อตามกลุ่มให้ทัน

ห่านเหล่านี้มีการรวมพลังผสานความต่างเพื่อให้เกิดอานุภาพที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นกว่าการทำเพียงลำพังตัวเดียว

การผนึกพลังประสานความต่าง ก็คือ คนสองคนหรือมากกว่า มาทำงานหรือทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อหาทางออกที่ดีกว่าที่จะทำโดยใครคนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง มันจะไม่ใช่วิธีของฉันหรือวิธีของเธออีกต่อไป แต่มันจะเป็นวิธีของ “เรา” และมันจะเป็นวิธีที่เหนือกว่า

การผนึกพลังผสานความต่างนั้นเป็นรางวัล ในขณะที่เรามีชีวิตที่ดีขึ้นจากการฝึกฝนตนเองจากนิสัยอื่น ๆ แล้วโดยเฉพาะการคิดแบบชนะ/ชนะ และการเข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้ผู้อื่นเข้าใจเรา การเรียนรู้ที่จะผนึกพลังเปรียบเสมือนการเรียนรู้ที่จะตั้งแถวรูปตัว V กับผู้อื่นแทนที่จะพยายามบินฝ่าชีวิตโดยลำพัง คุณจะรู้สึกประหลาดที่บินได้เร็วขึ้นและไกลขึ้นมากกว่าเดิมมากเพียงใด

การผนึกพลังคือ
• การเฉลิมฉลองให้กับความแตกต่าง
• การทีมงานร่วมกันเป็นทีม (Team Work)
• การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
• การหาวิธีใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเดิม


การผนึกพลังไม่ใช่
• การทนทุกข์อยู่กับความแตกต่าง
• การต่างคนต่างทำ
• การคิดว่าตนเอง “ถูก”เสมอ
• การประนีประนอม

การผนึกพลังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ในวงดนตรี ในฝูงปลาว่ายน้ำ ในพืชต่าง ๆ การประสานเสียงในวงออเคสตร้า

เราควรยินดีกับความแตกต่าง

ทุกคนเกิดมาไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีส่วนดีส่วนด้อยที่แตกต่างกันออกไป แน่นอนเราไม่ได้ถูกโคลนนิ่งมาให้มีความเหมือนกัน ดังนั้นเราควรยินดีที่เรามีความแตกต่างกัน และควรขอบคุณสำหรับความหลากหลาย (diversity) ไม่ว่าจะเป็น สีผิว เชื้อชาติ เผ่าพรรณ ศาสนา ฯลฯ และมากกว่านั้น เรายังแตกต่างกันในเรื่อง รูปลักษณ์ การแต่งกาย ภาษา ความมั่งมี ครอบครัว ความเชื่อ ความเป็นอยู่ การศึกษา ความสนใจ อายุ ทักษะ สไตล์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

เราจะรับมือกับความหลากหลายนี้ได้อย่างไร มีอยู่ 3 วิธีที่เราจะเลือกใช้ดังนี้

1. หลีกหนีต่อความหลากหลาย
2. ยอมทนต่อความหลากหลาย
3. เฉลิมฉลองและยินดีกับความหลากหลาย

ลองตรองดูว่า ตอนนี้เราเลือกที่จะใช้ชีวิตเราด้วยวิธีไหน และวิธีใดควรจะเป็นวิธีที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืนที่สุด

คนที่หลีกหนีมักจะกลัวกับความแตกต่าง และมักมีความคิดว่า สิ่งที่ตนเองยึดถือ หรือเป้นอยู่คือ “ดีที่สุด” “ถูกต้องที่สุด” หรือ “เป็นแค่วิธีเดียว” และพอใจในการที่จะดูถูกผู้อื่นที่แตกต่างออกไป และมักจะรวมกลุ่มกันกลายเป็นกลุ่มที่มี “พวกมากกว่า”

คนที่ยอมทน จะมีความเชื่อว่า ทุกคนนั้นมีสิทธิที่จะแตกต่าง และไม่ได้หลีกหนีต่อความหลากหลาย แต่ก็ไม่ยินดีกับมันเช่นกัน มักจะเลือกที่จะต่างคนต่างอยู่เพื่อให้เกิดการกระทบกระทั่งน้อยที่สุด โดยไม่รบกวนกัน แม้จะอยู่ใกล้กันเพียงใดก็จะไม่ผสานพลังเพราะเห็นว่าความแตกต่างนั้นเป็นภาระ ไม่ใช่ความเข้มแข็งที่เกิดขึ้นได้

ผู้ที่เฉลิมฉลองและยินดีกับความต่าง ในสายตาของพวกเขา ความต่างคือความหลากหลาย = ประกายแห่งความสร้างสรรค์ = โอกาส

ความแตกต่างก่อให้เกิดความท้าทายซึ่งเป็นประตูไปสู่การค้นพบ
ความแตกต่างคือความเข้มแข็งไม่ใช่ความอ่อนแอ เราพร้อมที่จะค้นหาวิธีที่เหนือกว่า

คำจำกัดความของคำว่า “ทางสายกลาง” ในศาสนาพุทธนั้นไม่ได้หมายถึงการประนีประนอม แต่หมายถึง “ทางที่เหนือกว่า” การประนีประนอม คือ 1+1=1.5 การร่วมมือ คือ 1+1=2 แต่การผนึกพลังประสานความต่างนั้นคือ 1+1=3 หรือมากกว่านั้น ซึ่งมันคือการร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์

แผนปฏิบัติของการผนึกพลังผสานความต่าง

ขั้นเริ่มต้น: ระบุปัญหาหรือโอกาส

วิธีของเขา: เข้าใจความคิดของผู้อื่นก่อน

วิธีของเรา: ให้ผู้อื่นเข้าใจเราด้วยการแสดงความคิด

ระดมความคิด: สร้างสรรค์ทางเลือกและความคิดใหม่

*** จงมีความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ
หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์
ใช้ความคิดเพื่อต่อความคิด
วิธีที่เหนือกว่า: หาวิธีที่ดีที่สุด


“แม้คุณจะได้เล่นในเกมที่เป็นที่สุดแห่งชีวิต ทว่าสิ่งที่คุณจะจำได้ก็คือความรู้สึกของการทำงานเป็นทีม คุณอาจจะลืมการเล่น ลืมลูกที่ทำแต้มได้ และลืมว่าได้คะแนนเท่าไร แต่คุณจะไม่มีวันลืมเพื่อนร่วมทีม”


_________________________________________
เฮเลน เคลเลอร์ คือ นักเขียนและอาจารยืชาวอเมริกันที่มีชีวิตอยู่ระหว่าง คศ. 1880-1968 ซึ่ง ตาบอดและหูหนวกตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ

ไปต่อที่ habit ที่ 7 เลยค่ะ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=joy2k&month=06-2008&date=23&group=2&gblog=4



Create Date : 23 มิถุนายน 2551
Last Update : 16 กรกฎาคม 2552 22:29:33 น. 0 comments
Counter : 1888 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

แม่น้องเอเอ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่น้องเอเอ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.