JMaa
The 2nd Habit: Begin with the end in mind เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ

นิสัยที่ 2. Begin with the end in mind เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ

“ควบคุมโชคชะตาของคุณเอง ก่อนที่ผู้อื่นจะเข้ามาควบคุมแทน”

ลองใช้เวลากับตนเองหน้ากระจกสักระยะหนึ่ง แล้วมองเข้าไปในกระจกดูที่คนที่เราเห็นตรงหน้า ว่าเราอยากจะแต่งงานกับคนนี้หรือไม่ หากคำตอบคือ ไม่ คน ๆ นี้ยังขาดอะไรที่ยังไม่เหมาะสมกับเรา

การกำหนดภาพทิศทางชีวิตของเราอย่างชัดเจน หมายถึงการตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับเราและตั้งเป้าหมายสำหรับชีวิต be proactive สอนว่าเราเป็นผู้นำพาชีวิตของเราเอง เราไม่ใช่ผู้โดยสาร begin with the end in mind บอกว่าเราในฐานะคนขับรถ จงเป็นคนตัดสินว่าเราจะไปทางไหนและร่างแผนที่เพื่อที่จะไปให้ถึงยังจุดหมาย

การเริ่มต้นดำเนินชีวิตด้วยจุดมุ่งหมายในใจ ก็เหมือนกับการร่างพิมพ์เขียวเพื่อจะสร้างบ้าน หรือการอ่านสูตรก่อนทำขนมเค้กนั่นเอง

ลองใช้เวลากับตัวเองสักพัก เปิดใจกว้าง ๆ หายใจเข้าลึก ๆ แล้วลองจินตนการถึงเราในอีกหนึ่งปีข้างหน้าว่าเราอยากจะมีบุคลิกแบบไหน อยากประสบความสำเร็จอย่างไร แล้วเราได้ทำอะไรเพื่อให้ตัวเองเป็นคน ๆ นั้นหรือยัง หรือเราเพียงแค่อยู่ไปวัน ๆ อย่างล่องลอยไร้จุดหมาย

เรามักจะได้ยินบริษัทใหญ่น้อยมากมายมักมีคำปณิธาน (missions) ติดไว้ที่กำแพงอย่างสวยงามเพื่อให้ทราบถึงแนวทางการดำเนินการของบริษัทนั้น ๆ เช่นเดียวกัน

เราเองก็จำเป็นต้องมีคำปณิธานส่วนบุคคลของเราเอง (Personal mission statement) เป็นความเชื่อถือของเราเองหรือคติประจำใจส่วนตัวที่เราใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต ส่วนสำคัญในการร่างปณิธานส่วนบุคคลก็เพื่อค้นพบว่าเรามีความสามารถพิเศษด้านใดบ้าง เพื่อให้เราได้พบพรสวรรค์ของเราได้ง่ายและเร็วขึ้น

เราจะวาดปณิธานของเราเองได้อย่างไร
1. เราอาจนึกถึงคนที่เป็นวีรบุรุษของเรา เราชื่นชมเขาเพราะอะไร หรือ
2. ลองคิดดูว่าอีกสักยี่สิบปีข้างหน้าเราจะอยู่กับใครบ้าง และเรากำลังทำกิจกรรมอะไรกับพวกเขาเหล่านั้นอยู่
3. อะไรทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจอย่างที่สุด
4. หากเรามีเวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ ในห้องสมุดที่ดีเลิศที่สุด เราอยากจะศึกษาเรื่องอะไรมากที่สุด
5. ลองจดรายการที่เราชอบที่สุดมา 10 อย่าง เช่น ชอบทำอาหาร ชอบร้องเพลง ฯลฯ
6. ลองจินตนการว่า อีกห้าปีข้างหน้า หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมาขอสัมภาษณ์บุคคลสำคัญของเราสามท่านคือ พ่อ แม่ พี่น้อง หรือเพื่อนอีกหนึ่งคน เราต้องการให้พวกเขาพูดถึงเราว่าอย่างไรบ้าง
7. ลองนึกถึงตัวแทนของเราสักหนึ่งอย่าง และคิดหาเหตุผลว่า ทำไมสิ่งนั้นจึงเป็นตัวแทนของเรา เช่น เราเป็นกุหลาบแดง เพราะสวยจัดจ้านและหอมมาก แต่มีหนามแหลมคมนะ เป็นต้น
8. หากเรามีเวลาหนึ่งชั่วโมงที่จะอยู่กับคนที่จากโลกนี้ไปแล้ว เราเลือกจะอยู่กับใครและ จะถามเขาเรื่องอะไร
9. คนเราล้วนมีพรสวรรค์ไม่หนึ่งก็สองด้าน เราสามารถหาความสามารถพิเศษของเราได้ไหมจากรายการที่เราลองเขียนออกมา หรืออื่น ๆ ที่ไม่มีในรายการข้างต้นก็ได้

ลองเขียนหรือค้นหาดูนะคะ

เรามาเริ่มต้นเขียนปริธานของเราเองจากการสะสมคำคมที่เราชอบ หรือการคิดไปเรื่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ ถึงสิ่งที่เราอยากจะทำออกมาให้ได้มากที่สุดภายในสิบห้านาที หรือลอกคำคมที่เราประทับใจมาใช้ก่อนแล้วค่อยปรับให้เป็นของเราเองในที่สุดก็ได้ค่ะ

ข้อควรระวัง 3 ประการ

1. ตราประทับในทางลบ คุณเคยรู้สึกว่าถูกคนอื่นประทับตราให้คุณในด้านลบหรือเปล่า เช่น ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ หรือ แม่สมองกลวง หรือ สวยแต่โง่ พวกบ้าอำนาจ ฯลฯ เราจะออกมาจากภาพลักษณ์แย่ ๆ แบบนั้นได้อย่างไร หากเราไม่อยากจะเป็นคนแบบนั้นในสายตาคนอื่น หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือตัวเราเองอาจจะคิดว่าเรากำลังจะเป็นเหมือนที่เขาประทับตราให้เราไปซะแล้ว
2. หมดอาลัยตายอยาก บางครั้งเราทำอะไรผิดพลาดไปสักครั้งหรือสองครั้งในชีวิต ก็อาจทำให้เราหมดอาลัยตายอยากในชีวิตได้ จงอย่าให้อาการนี้อยู่กับเรานาน และคิดไว้เสมอว่า ทุกคนล้วนเคยล้ม ยิ่งล้มยิ่งมากประสบการณ์
3. พิงกำแพงผิด การที่เราพยายามทำบางอย่างอย่างมากแต่เมื่อสำเร็จกลับไม่รู้สึกภูมิใจที่ทำสำเร็จ แสดงว่าเรากำลังหลงเป้าหมาย คือ การที่เราไม่มีเป้าหมายนั้นอาจเป็นปัญหา แต่การที่เรามีจุดมุ่งหมายที่พาเราไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องกลับกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงมากกว่ามาก


เมื่อเขียนปณิธานเสร็จแล้วเราก็ลองมาวัดเป้าหมายกันดังนี้

1. เป้าหมายที่เราตั้งนั้นมันคุ้มค่าที่เราจะทำหรือเป็นหรือไม่
2. เขียนเป้าหมายนั้นขึ้นมา เพื่อให้กลายเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ความหวังเลื่อนลอยอีกต่อไป
3. ลงมือทำ ไม่ใช่แค่ “จะ”ทำ
4. ใช้ช่วงเวลาที่มีค่ามากที่สุด บางช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป เราอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางเป้าหมายของเราตามนั้น ดังนั้นเราอาจต้องมาปรับปรุงแก้ไขและประเมินกันใหม่ว่า ปณิธานของเรายังใช้ได้อยู่เสมอหรือไม่ ต้องปรับอะไรบ้าง อย่างไร เพื่อะไร และเหมาะสมไหม คุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ ตัวอย่างช่วงเวลาที่อาจต้องปรับเป้าหมาย เช่น เริ่มงานใหม่ มีการเกิด มีชัยชนะ มีบ้านใหม่ เรียนจบ เริ่มวันใหม่
5. การทำตามเป้าหมาย มาลองดูว่าใครบ้างที่จะร่วมทางไปยังเป้าหมายกับเรา เขาอยากจะไปกับเราไหม และเขามีปณิธานร่วมกับเราไหม ไปด้วยกันจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวเพราะอะไร จะปรับแนวทางปณิธานให้มีร่วมกันได้ไหม และใครจะต้องมีหน้าที่ทำอะไร อย่างไร

เมื่อเราได้เป้าหมายที่ดีแล้ว ก็ถึงคราวปฏิบัติ อย่างตั้งใจ แน่วแน่ และเข้มแข็ง เช่น อยากมีลูก ต้องหมั่นทำการบ้านให้ถูกวิธี และต่อเนื่อง และดูแลสุขภาพ ร่างกาย เอาใจใส่กันและกัน เก็บเงินทองไว้เพื่อการคลอดและอื่น ๆ เป็นต้น

จงมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และทำชีวิตของเราให้เป็นสิ่งวิเศษทุกวัน

ต่อที่ habit ที่ 3 ที่นี่ค่ะ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=joy2k&month=06-2008&date=23&group=2&gblog=9



Create Date : 23 มิถุนายน 2551
Last Update : 16 กรกฎาคม 2552 22:20:46 น. 1 comments
Counter : 1969 Pageviews.

 
อ่านอย่างนี้แล้วนึกย้อนดูตัวเอง สมัยเป็นเด็กๆ เคยมีปณิธานว่าอยากเป็นคุณนายนั่งๆนอนๆในบ้าน อิอิ เรียนจบก็ตั้งปณิธานว่าจะทำงานด้านการค้า เรียนโทเสร็จ ไปๆมาๆ ไม่ได้จับทางนั้น มาจับเรียนทางอื่น ก็ตั้งปณิธานใหม่ว่าจะเป็นแม่พิมพ์ของชาติ แต่ตอนนี้ไปๆมาๆ มาได้ปณิธานดั้งเดิมสมัยเด็ก คือเป็นคุณนายนั่งๆนอนๆในบ้าน ฮิฮิฮิ


โดย: ป้อม IP: 74.185.165.26 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:7:19:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

แม่น้องเอเอ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่น้องเอเอ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.