....Love iS All Around You...
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2562
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 ตุลาคม 2562
 
All Blogs
 

ตุลาพาตุ๊ดเที่ยว : คุนหมิง - ลี่เจียง - แชงกรีล่า PART ll




หลังจากวันแรกหอบร่างมาถึงแชงกรีล่ากันเรียบร้อย เช้าวันที่ 2 ของเราเริ่มด้วยการ ..... กินข้าวไม่ทันจ้าาา อิ "สวัสดีค่ะ" ทั้ง 2คน
 12



วิ่งหอบข้าวของลงมาห้องอาหาร ตุ๊ดหยิบหนมปังติดมือมาไว้โรย เอ๊ย ไว้กินระหว่างทางแค่นั้น


เช้านี้เราเริ่มต้นที่ 普达措森林公园  (Potatso National Park )
เอาจริงไไม่ได้คาดหวังอะไรมาก รู้ว่ามันคืออุทยานแห่งชาติ แต่นางเป็นระดัง 5A เด้อ เป็น World natural heritage เชียว ดังนั้นมันต้องมีอะไรดีๆแน่ๆ 





แชงกรีล่า -普达措森林公园  (Potatso National Park )








ไม่ถึง 20 นาทีจากที่พัก เราก็มาถึงค่ะ คนขับแจกออกซิเจนให้คนละกระป๋อง พร้อมกับเสื้อคลุมตัวหญ่ายยยสีแดง ซึ่ง #ตุ๊ดไม่ถูกใจสิ่งนี้ เพราะมันไม่สวย แต่เราก็ต้องหอบไปด้วย  ใส่ได้ซักพักก็ถอด เพราะเดินๆแล้วเริ่มร้อนขึ้น













































































รูปที่นี่มันก็จะเยอะนิดนึง เพราะมันสวยมากกกกก บรรยากาศ อากาศดีมากกกกก
วันนี้ฟ้าใสมากกกกก ฟ้าเป็นฟ้า แต่อุณหภูมิอยู่ที่ 13-14 องศาเอง แต่แดดแรงใช้ได้นะ เพราะรู้สึกได้ถึงความเกรียมที่หน้า (หนาๆ)เบาๆหลังกลับมา

















ภาพผีป่า



















เกลียดจริต

















น้อนนนนนน เอ็นดูวววว คงหนาว แถมฝนตกปรอยๆลงมาซะอีกแน่ะ




พอเรารวมตัวกันครบ 7 ชีวิตก็นั่งรถที่ท่ารถกลับมาที่ที่จอดพร้อมกัน ส่วน อิผีบ้าของเรา นางแพ้ที่สูง มีอาการหน้ามืด จะเป็นลม เลยนั่งรถกลับมารอที่จุดนัดหมายก่อน  จากจุดนี้เราก็ได้เวลากลับลี่เจียงกันแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวแวะกินข้าวเที่ยงกันก่อน






อาหารเที่ยงวันนี้พอได้ ทีแรกไม่มีเนื้อจานยักษ์ข้างหน้านี้นะ พอดีทุกคนเห้น พนง ยกจานผ่านไป ให้อีกโต๊ะด้านหลังเรา ทีแรกนึกว่าเราก็มี แต่ไม่ใช่ อันนั้นเหมือนอีกโต๊ะเค้าสั่งเพิ่มให้ทีมเค้า พออิผีบ้าเห็นรู้ว่าเพื่อนอยากกินนางเลยขอ แต่ทางร้านบอกว่าไม่มีในเมนู ต้องจ่ายเอง เลยไม่เอา

แต่สุดท้ายโต๊ะนั้นเค้ายกมาให้แล้วบอกว่าให้ เพราะพวกเค้ากินไม่ไหวแล้ว จะไปแล้ว เราเลยคีบกันหมุบหมับคนละชิ้น2ชิ้นแล้วส่งคืน (อร่อยเหอะ)   แต่เค้าไปกันแล้วเลยเอาไปให้โต๊ะอื่นต่อ 

ว่าไป เวินซินนางก็เป็นคนน่ารักนะ เห็นมะ จะติ๊สท์จะเหวี่ยง ไม่เอาใครยังงัย แต่จริงๆก็มีน้ำใจ แล้วก็สนุกสนุน หลังๆชอบมาคุยด้วย แล้วก็แจมในคลิปวิดิโอ 118






นั่งรถกลับเข้าลี่เจียงอยู่ๆก็หันมาถามตุ๊ดว่า ไปบาร์เกย์ในลี่เจียงมายัง? เธอควรไปนะ  55555555




อีกคนที่คุยด้วยบ่อยก็น่าจะเจ้ ที่นั่งมาข้างกันหลังสุด 
เจ้มาจากอีสาน (东北) ของจีน 55555 สาวอีสานมาเจอกัน เกี่ยวมะ118
เจ้มาคนเดียว และชอบถ่ายรูป เลยช่วยนางถ่ายบ่อยๆ แล้วนางก็ดูเป็นอาเจ้ๆ ชอบยืม power bank ชั้นจนแบตหมด - -'' แต่นางน่ารัก แอด wechat กันและยังคุยกันจนตอนนี้ ^^





ระหว่างทางออกมาจากแชงกรีล่า














ระหว่างทางกลับมีคนเรียกร้องว่าไหนๆก็ผ่านสวนแอปเปิ้ลแล้ว แวะมั้ย
คนขับเลยแวะให้เก็บแอปเปิ้ลกัน เก็บแล้วก็คิดตังค์ตามที่เราเอาใส่ถุงมานั่นแหละ หรือจะเด็ดกินบ้างก็ไม่ว่ากัน






เราไม่เก็บ เพราะช่วงนี้งดผลไม้อยู่ แล้วก็ไม่ได้ถูกเด้อ แต่ก็ถือว่าสนับสนุนกันอ่ะเนาะ





........................................................................................................................




ลี่เจียง -  丽江古城 (Lijiang Old town)




เรากลับมาถึงลี่เจียงตอน 5 โมงเย็นได้ ลงจุดเดิมที่ขึ้นรถ
จากนั้นก็มีพุชายมารับ (พ่านพ่านน้อยคนเดิม) พาเราไปเช็คอินที่ที่พัก ซึ่คนละที่กับที่เราจองตอนแรก (ที่เค้าดูแลอยู่) เพราะเราเปลี่ยนแพลนการเที่ยวไปแชงกรีล่าก่อน พอวันจะพักจริงๆห้องพักเค้าเต็ม เลยหาห้องของ Hostel ข้างๆกันให้ ซึ่ง ดีเลยล่ะ











มีน้องมาค้อนรับแขกด้วย น่ารักมากกก พวกนางรู้ความ ไม่วุ่นวาย



อ่อ ห้องพักเรา ราคา 413 บาทถ้วน สำหรับ 2 คน....ซึ่งตัดตังค์ผ่าน airbnb ก่อนหน้านี้แล้ว 
ห้องพักแลดูผัวเมียมาก ฮันนีมูนสุดไรสุด ห้องน้ำมีแต่ม่านเด้อจ้า ไม่มีประตู (แยกห้องอาบน้ำ กั้นกระจก) เวลาใครจะใช้ส้วม อีกคนก็ต้องออกไปรอด้านนอก เพื่อความเป็นส่วนตัว 555555


บรรยากาศเมืองเก่าลี่เจียงก็จะประมาณนี้ค่ะ





























































大水车 (กังหันน้ำ จัดหลักของที่นี่)



























.......................................................................................................................







ของกิน ในเมืองเก่าลี่เจียง







ดูเหมือน เหลียงผี (凉皮) แต่ก็เหมือนจะทำจากพืชไรซักอย่างแบบท้องถิ่น  คาดว่าราวๆเหมือนเรากินเฉาก๊วย แต่อันนี้จะแป้งๆ ไม่ได้ลอง 













ชอบกินตรีนไก่มากกกก














































อันนี้ 38หยวน (ราวๆ 200 บาท) กินร้อนๆรองท้องก่อน แล้วค่อยไปกินซี่โครง อิอิ 
ชะนีเลือกสั่งผักราวๆ2อย่าง ลูกชิ้นเนื้อ แล้วก็แฮมที่เห็น เบ็ดเสร็จมื้อที่จบที่ 119 หยวน อิ่มเหมือนกันนะ






อาหารก็ราวๆนี้ แต่โซนนี้จะบอกว่าอาหารแพงมาก ตั้งแต่เรามา ทั้ง พ่านพ่าน ทั้งคนขับรถ ต่างพากันเตือนเราว่าที่นี่อาหารแพง ข้าวของแพง อย่าซื้ออะไร หรือถ้าจะกินร้านไหนถ้าเค้ามีส่วนลดก็จะให้ แต่เราเลือกเดินๆดู แล้วค่อยว่ากันจะกินไร 


หลักๆจานที่ขึ้นชื่อก็น่าจะ 土鸡米线 (ถู่จีหมี่เซี่ยน - ก๋วยเตี๋ยวไรซักอย่าง อันนี้ไม่ได้กิน) แล้วก็ 骨 (ล่าผายกู่ -ซี่โครงเผ็ดๆ เอาจริงๆเผ็ดไม่เท่าเค็มอ่ะ)






ซี่โครงที่เค้าแนะนำ (辣排骨) หน้าตาน่ากินมวากกก แต่ราคาไม่น่ารักเลย ถ้าจำไม่ผิดราวๆ40หยวน /250 กรัม เราเลือกมา 1ซี่ปาไป 120หยวน โค๊ะ ! แล้วกินลำบากด้วยเพราะไม่ได้เปื่อยร่วนจนแทะได้ง่ายๆ โรยด้วยพวกพริก หมาล่า เค็มเข้าไปอีก แนะนำว่าถ้ากิน อย่าปรุงเพิ่ม ถ้าไม่อยากล้างไต !









ข้างทางเราจะพบเต้าหู้ทอดแบบนี้ทั่วเมือง และตามเคย ปรุงแล้วเค็ม 







อันนี้คล้ายหนมเปี๊ยะ แต่จะทอด แล้วข้างในเป็นไส้พุทราจีน อร่อย แต่หวานไปนิด จำชื่อไม่ได้จริงๆ แต่เป็นเมนูที่มาแถวนี้แล้วต้องชิม 









มื้อเย็นแบบจริงจัง ตุ๊ดเลือกบะหมี่แห้งอันนี้ หน้าตาดี นางว่าอร่อยดีอยู่ บาปบุญ







ชะนีอยากกินไรน้ำๆ เลยเลือกบะหมี่อันนี้ เรียกว่า 小锅米线 (เสี่ยวกัวหมี่เซี่ยน)



อาหารในเมืองเก่านี่แพงใช้ได้เลย แต่ร้านนี้คู่ควรกะเรามาก ตกจานละ 16-18-20 หยวน เท่านั้น แล้วจานใหญ่เด้อ แต่ว่าถ้าร้านอื่นๆที่เราเจอนี่คือ 25หยวนอัพ แม้แต่น้ำมะพร้าวที่ปกติเวลามาเมืองจีนแล้วชอบซื้อกิน 15หยวน แถวนี้ 25หยวนจ้าาาา เลิก ! กินน้ำเปล่าไปค่ะ


แต่ถ้า กินข้าวโพด = คนแก่   118

*จากการสังเกตุมีแต่คนแก่ที่เดินกินข้าวโพดเป็นฝัก






สำหรับคนที่ติดกาแฟอย่างเรา แนะนำว่าให้พกกาแฟไปเอง เพราะเมืองจีนไม่ค่อยกินกาแฟกันหรือถ้ากินก็จะเหมือนน้ำล้างแก้วกาแฟ อีกทางคือเดินหา Stabucks ค่ะ ซึ่งนางก็จะเก๋ๆไปตามเมือง ตามทำเลนั้นๆ ราคาไม่ต่างกันมาก และ ชะนีก็ไม่ลืม พกนางกลับมาด้วย อิอิ







.......................................................................................................................................




玉龙雪山  (เขาหิมะมังกรหยก)
ยอดเขาไปทางไหนคะพี่????





ชื่อพี่แกกำลังภายในดีเนอะ เพิ่งรู้จักกันก่อนเดินทางเล็กน้อยเท่านั้น แต่คือจุดที่เรียกว่า MUST GO ! ของลี่เจียงเลยทีเดียว ในรูปคือสวยงาม ภูเขาหิมะฉากหลังคือฟ้าสีฟ้าาาาาาา
มาดูสิ่งที่เราเจอ



หลังกลับมาจากแชงกรีล่า เราพักที่เดิมค่ะ (จ่ายเพิ่ม 120หยวน) แต่ว่าก่อนหน้านี้ 盼盼 (พ่านพ่าน)ได้โทรมาตอนเที่ยงคืนกว่าเพื่อคอนเฟิร์มว่าเราจะไปเขาหิมะนี่ในวันถัดมาจริงๆ เพราะตอนนั้นเหลือตั๋วแค่ 3 ใบ ซึ่งเป้นตั๋วที่รวมการแสดงโชว์แล้ว ดังนั้นราคาจะไม่ใช่ 430หยวน ที่บอกตอนแรก แต่เป็น 550หยวน หรือราวๆ 2,475บาท (ลดให้จาก 580 หยวน)



* ตั๋วไปเขาหิมะมังกรหยกค่อนข้างจำกัด ซื้อล่วงหน้าแค่วัน 2 วัน ซึ่งไม่แน่ว่าจะมีเหลือถึงเรา และราคาก็จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วย ทัวร์ 1Day trip ไปเขาหิมะจะมีราคาต่างกันไปตามฤดู ช่วงพีค- โลว์ ซึ่งช่วงโลว์จะอยูที่ 400 กว่าๆ ถ้าพีคสุดๆจะอยู่ที่ 680-780 เลย  
ดังนั้นควรเช็คดีๆและการมีคนจองให้น่าจะดีกว่ามาลุ้นเอง เพราะแพลนจะขยับหมด เพราะคนเจ้ที่ไปแชงฯกับเราก็ไม่มีตั๋ว





แพลนวันนี้คือ รถตู้มารับ-ไปนั่งรถขึ้นไปจุดขึ้นกระเช้า-ขึ้นกระเช้าไปบนจุด 4506 (ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล) -แล้วปีนขึ้นไปต่อที่ 4680 (ถ้าจำไม่ผิด 555) - แวะเที่ยวรายทางเช่น 蓝月谷 -ชมการแสดง Impression Lijiang




พ่านพ่าน บอกเราวาจะมีรถมารอรับหน้าป้ายรถเมล์ ตอนราวๆ 7.50น. ใช่ค่ะ ต้องตื่นเช้าทุกวัน
รีบออกมาโดยแวะซื้อซาลาเปากับเจี๊ยว (เกี๊ยว) ก่อนออกจากเมืองเก่า เจอเจ้าของร้านที่เคยมาเมืองไทย ชวนกุคุยไปอีก อีนี่ก็รีบ แต่นางอัธยาศรัยดี ใครไปแวะนางด้วย 555555



รถตู้เหมือนเดิมค่ะ เพิ่มเติมคือคนขับไม่โหวกเหวก แต่เล่นเอาช็อคตอนตะโกนด่าคนที่แซงคิวเราตอนเข้าแถวรอขึ้นเขา 117




นั่งรถตู้มาถึงตีนเขาก็ต้องเข้าคิวรอขึ้นรถ แล้วก็ต่อขึ้นกระเช้าอีกที ซึ่งคนเป็นแสน แต่ก็ค่อนข้างเร็ว














เรามีออกซิเจนคนละ 2 กระป๋อง เพราะวันก่อนที่ได้มายังไม่ได้ใช้ กะว่าวันนี้ถึงคราวใช้ละ 555
ข้างนอกมีขายกันทั่วไป กระป๋องละราวๆ 20หยวน







รถที่ขึ้นเขา เราเกาะกลุ่มกันไปเพื่อความสะดวก เพราะจะได้ไม่ต้องรอกัน เพราะเรามีต้องไปต่อที่อื่น






คนบาปจริงๆ พอถึงวันที่ต้องขึ้นเขา ฝนก็ตกแต่เช้าเลย ปรอยๆตลอด ฟ้าปิด ขมุกขมัวสุดๆ







แล้วต้องมาเข้าคิว เดินวนๆ อากาศเริ่มเบาบาง หลายคนเริ่มควักออกซิเจนออกมาใช้งาน แต่เรายัง






ก่อนขึ้นกระเช้าจะมีจุดดักเราให้ถ่ายรูป แล้วจะให้เราจ่ายตังค์ทีหลัง อารมณ์แบบว่าลงเขามาแล้วเจอรูปเราบนจาน 
8 

แล้วมันก็ตามคาด ว่าตุ๊ดนี่ปลอมละ รูปออกมาปลอมกว่าตุ๊ดเพื่อนกุอีกค่าาาา 118




ตุ๊ดแอบถ่ายไว้ เราจากมากแบบขำน้ำหูน้ำตาไหล









จากนั้นก็ถึงเวลาขึ้นกระเช้าจ้าาา เรามากัน 8ตอนแรก แต่ลุงคนนึงแยกไป เลยเหลือ 7คน เลยนั่งกระเช้าเดียวกันได้พอดี (กระเช้านึงนั่งได้ 8คน)







เป็นครั้งแรกของตุ๊ดกับการนั่งกระเช้า 





พอมันเคลื่อนตัวจะวืบบบบบบหน่อย เพราะมันสูง แล้วอากาศข้างนอกก็คือเมืองห่าผีดีๆนี่เอง มีแค่หมอก ฝน และความอึมครึม เหนือป่าสนนี่ (พวกกุมาทำไรที่นี่ ??!!!!!!) 140











จะบอกว่าช่วงเวลาบนกระเช้ามีความอึดอัดมากกกกก อากาศน้อย ขึ้นที่สูง กระเช้าแกว่ง อากาศด้านนอกที่มองไม่เห็นอะไรในช่วงแรกๆ หน้ามืด เวียนหัวได้เลย 




และพอมาถึงด้านบน





พี่คะ ไปงัยต่อคะพี่? ยอดเขาไปทางไหน??????






















หิมะลงค่อนข้างหนักเลย ข้างล่างคือฝน  บนนี้หิมะค่ะคุณขาาาาาา












เพื่อความสวย ถอดเสื้อตัวนอกถ่ายรูปค่ะ 


และ






ความผุบผับของตุ๊ด หน้ามืดจ้าาาา ต้องอัดฟอร์มาลีน เอ๊ย ! รับออกซิเจน













แลดูผัวเมียมากกกก เรทติ้งกุตกค่ะ มารอบนี้ชาวบ้านคิดว่ามาเที่ยวกะผัว โอ๊ยยยยย







เกลียดจริต






เราทำได้แค่ถ่ายรูปอยู่ละแวกนี้แล้วก็ต้องกลับลงไปแล้วค่ะ ทุกคนรออยู่ คนบาปจริงๆ มาเขาไม่ได้ขึ้นไปยอดเขา แต่เอาเหอะ น้องมันบอกว่า " มาเขาหิมะ ไม่มีหิมะจะมาเพื่อ??? " 118


ระหว่างรอกระเช้ากลับต้องอาศัยออกซิเจนตลอด เพราะด้านในคนเยอะ อากาศน้อย จะวูบเอา








หลังลงกระเช้าและนั่งรถบัสลงมา ก็ลงมาอีกจุด เรียกว่า 蓝月谷 (Blue moon valley)
เรานั่งรถกอล์ฟเล็กๆไปแต่ละจุดได้ แล้วเดินเที่ยว ตั๋วคนละ 50 หยวน (อย่าหาย มีตั๋วรถกอล์ฟแบบฉีกอยู่)





ลงจากเขามายังมีฝนอยู่ แต่มีแดด เอากะเค้าสิ














ถ่ายรูปให้เพื่อน







ถอดเสื้อคลุมเหลืองออกแล้วถ่ายเดี่ยวเต็มตัว 55555






























ชะนีคะ ออกมาค่ะ...หล่อนกำลังเป็นมือที่ 3



















พอเราลงเขา ก็เริ่มมีแดด เริ่มมองเห็นยอดเขา -*-










เรากลับไปเจอคนขับที่ลาดจอดรถ แล้วนั่งรถบัสกลับลงมาอีกจุด ซึ่งแวะกินข้าวก่อนที่จะไปดูการแสดง




เดือดรอกุละค่ะ  55555  ดีตรงที่ไม่ต้องเสียเวลารอ เราแค่ตักผักมาเติมเอง ในหม้อมีแค่ไก่ดำ จบ 555
นี่คือรวมในราราคที่ซื้อทัวร์วันนี้ค่ะ ก็อิ่มแหละ 





.....................................................................................................................



印象丽江  - Impression Lijiang




การแสดงเริ่ม 14.50 น. เรากินข้าวเสร็จก็เดินเข้าที่โชว์แล้วจับจองที่นั่งกันค่ะ ซึ่งมุมสูงน่าจะดีที่สุด อยู่กลางๆเห็นกว้างๆค่ะ




หลากสีมาก เพราะฝนยังตกปรอยๆให้หัวโปกอยู่ตลอดเว




โชว์เป็นการเล่าเรื่องของตัวละครที่เป็นชาวพื้นเมือง ที่เรียกว่า น่าซี (纳西) 
เล่าถึงการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและการเปลี่ยนแปลง ความรัก ความผูกพันธ์คนตัวละครกับครอบครัวและคนที่รัก การจากลา 

การแสดงนี้สร้างโดย จางอี้โหมว ผู้กับกับชาวจีน แต่ฝีมือระดับโลก
เชื่อว่าใครที่ฟังออก จะเข้าใจถึงรายละเอียด ความรู้สึกและการสื่อสารของเรื่องราวที่แสดง
เล่นกุชะนี่นี่น้ำตาตก (กุจะอินกะเค้าเพื่อ???)


























































แนะนำว่า มาแล้ว ควรมาดูค่ะ





เราใช้เวลาเต็มวันกับทริปวันนี้ ถือว่าคุ้มค่าค่ะ 
เป็นบล็อคที่ยาวมาก แต่เรื่องจริงคือมีอะไรเยอะมาก ถ้าลงวิดิโอได้น่าจะบันเทิงกว่านี้ เอาไว้มาเก็บตกอีกตอนละกันน๊า เหลือวันสุดท้ายที่คุนหมิง 


ขอบคุณสำหรับการผ่านมารับชมค่าาาาา 


23




 




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2562
0 comments
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2562 12:05:59 น.
Counter : 1000 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


NiToRiA
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I love Travel
I love Foods
I'm a Catlover !



glitter-graphics.com



: Users Online


Friends' blogs
[Add NiToRiA's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.