....Love iS All Around You...
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
::: มิงกาลาบา.........ตอน สองหอยไม่หวั่นบุกบั่นจนถึงไจค์ถิโย (พระธาตุอินทร์แขวน) :::

หลังจากเมื่อวานเริ่มตระเวนทั่วย่างกุ้งกันขำๆ.....ทั้งร้อนและเหนื่อย เพราะพักน้อย แล้วก็เดินเยอะ(มวากกกกก)
เช้าวันที่สองที่พม่านี้ต่างหากของจริง......เราจะเริ่มทริปแบบเต็มสูบกันวันนี้แหละ หุๆๆๆ


ตื่นมาอาบน้ำอาบท่าตั้งแต่เช้า เพราะนัดกับรถไว้ 9โมงเช้า
แต่ว่า.......รุ่นเราแล้ว มีรึจะเที่ยวแบบธรรมดาไก่กา อิอิ .....คว้าทานาคาที่ซื้อมาเมื่อวานมาใช้คร๊า

แต่จะทำเองก็เกรงจะไม่งาม เลยให้น้องที่เกสเฮาส์ช่วยทำให้ดูเป็นตัวอย่าง......


ทานาคาแบบสำเร็จ ผสมน้ำแล้วใช้ได้เลย ....








รูปมัวได้อีก แต่ได้อารมณ์ดี ฮ่ะๆๆๆๆ



กินข้าวเช้าเสร็จก็พุ่งตัวได้ละ เพราะหนทางยังอีกยาวไกลนัก .....
....เรากำลังจะไป Bago (บะโก หรือ หงสาวดี) แวะเที่ยวตามที่ต่างๆ และปลายทางคือ พระธาตุอินทร์แขวนที่ Kyaitho (ไจค์โถ่) .....ด้วยรถเก๋งคันนี้ ซึ่งไร้แอร์ - -''





เจ๋งโคด .....ใครจะคิดว่ามันพาเราไปซะไกลได้แบบไม่ต้องลงเข็น - -''



ก่อนเดินทางไกล Zawzaw (2) พาเราแวะเติมน้ำมันก่อน ......เราเจอปั๊มน้ำมันที่เก๋าที่สุดเท่าที่เคยประสบ -*-






ต้องเติมสองปั๊ม เพราะปั๊มแรกน้ำมันไม่พอ เหอๆๆ...







จากนั้นก็แทบไม่มีบทสนทนาใดใดอีกเลย.......สองสาวไทยหลับอนาถยาว 4 ชั่วโมงยันบะโกเลย ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ
ตื่นมาอีกทีตอนที่คนขับเรียก..... " Ni ,this place is new...so beautiful"
อ่อ...เครๆ สวยเว้ย ๆ....ตื่นๆ.....แล้วก็ลงไปไหว้พระกัน .....
ขอโทษอย่างแรงที่นิจำชื่อที่นี่ไม่ได้ ...นาทีนั้นได้ยินว่า อะไรมุนีๆซักอย่าง - -''






















แดดจัดมาก อากาศร้อนฆ่าใคร !!!!! ......นาทีนี้เริ่มสร่าง ไปต่อกันเลยค๊า
ห่างไปอีกนิดเดียวก็มี พระธาตุไจค์ปุ่น (Kyaikpun) .....น้องที่ขายของพูดไทยได้
ขายโพสการ์ดให้วาจนได้ ฮ่ะๆๆๆ แต่ถูกไปไหน 20 ใบ 1000 จั๊ด .....

จากนั้นก็พาเราเดินดูรอบๆ ด้วยอาการงกไม่อยากเสียค่าเข้า 10 USDค่ากล้องอีกต่างหาก 300 จั๊ด .....
แต่สุดท้าย คุยกันปากดว่า 10 USD ที่จ่าย เราเอาบัตรนี้ไปโชว์ที่อื่นในเมืองนี้แล้วเข้าชมได้หมด ไม่ต้องจ่ายอีก
อ่ะนะ จัดไป....













เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีอายุราว 500ปี สี่องค์ที่หันหน้าไปสี่ทิศ ตามประวัติบอกว่าสร้างไว้โดยสี่สาวที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ - -''










สังเตว่าทุกวัด ทุกที่จะมีน้ำดื่มให้ ....แต่ว่า งานนี้ขอไม่ลองนะ เสี่ยงเกิน เหอๆๆ


รอยยิ้มสาวน้อย ...น่ารักจัง ..ชอบบบ ^^






ขับรถต่อมาอีกนิดเดียวก็มีอีกที่ .....เป็นพระพุทธไสยยาสน์ขนาดใหญ่ที่อยู่กลางแจ้ง ...
เรียกว่า...เมี๊ยะตาเลียง ..... เป็นพระพุทธรูปที่หน้าสวยจังแฮะ....ดูสิ















ขณะที่กำลังชื่นชมความสวยงามของพระพุทธรูป น้องชาวพม่าก็พย๊ามมมมมพยามขายโปสการ์ดให้เรา ส่วนเณรก็ตามขอตังค์วาแบบไม่หวั่นแดดที่กำลังแผดเผาเอาซะเลย แต่งานนี้ไม่ให้หรอก ชิ


หลังจากอิ่มเอมกันไปละก็ไปกันต่อ..เลยไปอีกไม่ไกลเป็นวัดที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่ง
ที่นี่คือ ชเวตาเลียง (Shwethalyaung) ถือเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองบะโกนี้แหละ







ด้านในโอ่อ่าใช่ย่อย ในวัดยังไม่วายมีร้านของของที่ระลึก ดูไม่ค่อยจะเข้ากันซักเท่าไหร่แฮะ








เขียนว่าอะไรวานบอก......เดาเอาว่า "กรุณาถอดรองเท้า" กร๊ากกกกก เก่งไปไหนยะ 555555+


และแน่นอนที่สุด เสียค่ากล้องถ่ายรูปเมื้อนนนนเดิม











จากนั้นเราก็มุงหน้าไปอีกที่ซึ่ง Zawzaw แนะนำให้แวะดูค่ะ.......จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร แต่สงบมากกกกก













จากนั้น Zawzaw ก็หันมาถามด้วยหวังดีว่าเราจะพักกินข้าวกันก่อนมั้ย จะกินอาหารแบบไหน จีน หรือ พม่า..
ป่วยกะอาหารการกินพม่ามาก ไม่สะอาดและเสี่ยงกะท้องเสียมาก ....แต่เราก็ยังตัดสินใจ "ลอง" อาหารพม่าซักมื้อ ฮ่ะๆๆๆๆ






ข่าวว่ามีแต่แกงกะหรี่จิงจัง - -''
แถมให้ไปดูที่หลังครัวด้วย เพราะเค้าทำไว้หมดแล้ว เหมือนข้าวแกงบ้านเราที่สั่งแล้วเค้าก็จะตักมาให้
แต่นี่น่ากลัวกว่าแสนล้านเท่านัก เหอๆๆๆ.......สุดท้ายเลยสุ่มเลือกมาสองเมนู คือ แกงกะหรี่กุ้ง กับ แกงผักรวมไรซักอย่าง


แต่บนโต๊ะก้จะมีน้ำพริก ผักสด แล้วก็เครื่องเคียงอีกสองอย่างไว้ให้อยู่แล้ว อ่อ มีซุปให้ด้วย แต่ออกแนวคาวๆหน่อย เพราะเป็นซุปปลา - -''









ระหว่างนี้คนขับรถเราก็แว็บบบไปแฮฟที รอคร๊า ......เราเลยต้องยืนรอหน้าร้านให้พม่าได้มองของแปลกๆไปเพลินๆ - -''


และป้ายต่อไปของเราคือ พระราชวังของพระเจ้าบุเรงนองค่ะ (Kanbawzathadi palace)











ของใช้ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี





ท่อนไม้ที่ขุดพบ





เก่าแก่ แต่สภาพยังสมบูรณ์อยู่มาก มีหมายเลขกำกับทุกท่อน อันไหนที่แตกร้าว หรือทำท่าจะแยกออกจากกันก็จะมีการรัดไว้ด้วยเหล็ก


เก่าชนะเลิศ เหอๆๆๆ



จากนั้นก็ขับรถไปอีกด้าน ซึ่งห่างกันราวสองร้อยเมตรมั้ง
นี่คาดว่าเป็นที่ประทับอีกที่นึง....ซึ่งที่นี่มีห้องบรรทมของพระนางสุพรรณกัลยาอยู่ด้วย






ตอนแรกลุงคนที่ดูแลไม่ยอมให้ถ่ายรูป ห้ามนั่นนี่ แต่ไหง อยู่ๆจะถ่ายตรงไหนก็ได้ งงกะแก


จากนั้น Zawzaw ก็บอกเราว่าจะพาไปดู Big snake pagoda .....
นาทีนั้นไม่ได้ตื่นเต้นไร คิดว่าน่าจะเป้นวัดที่มีเจดีย์เกี่ยวกับงู หรือ รูปปั้นงูตัวใหญ่ๆม้างงงงง

แต่ทว่า.................














พอหายสะเทือนขวัญแล้วก็ไปต่อกันเลย.....
จุดสุดท้ายของเมืองนี้แล้วค่ะ...พระเจดีย์ชเวมอดอว์ (Shwemawdaw) ...ที่นี่มีอายุกว่า 2500 ปีแล้วอ่ะ
เค้าว่ามีพระเกศาธาตุ สองเส้น อยู่ใต้พระเจดีย์นี้ เมื่อเกินแผ่นดินไหวขึ้น ยอดองค์พระเจดีย์ก็หักพังลงมา เหลือแต่เพียงฐาน....เมื่อบูรณะใหม่จึงนำพระเกศาธาตุไปไว้บนยอดพร้อมทั้ง ประดับเพชรไว้บนยอดด้วย

ที่นี่มีลักษณะคล้ายชเวดากอง แต่ใหญ่และสูงกว่า เห็นได้ไกลกว่าสิบกิโลเมตร...จึงได้รับสมญาว่า "เจดีย์จมูกร้อน " เพราะถ้าใครไปยืนมองล่ะก้อต้องแหงนมองจนคอตั้งบ่า ทำให้จมูกรับกับแสงแดดจนแสบร้อนเลย นั่น......



ส่วนยอดพระธาตุที่หักพังลงมาก็ถูกนำมาประดิษฐานไว้ข้างพระเจดีย์นั่นเอง
















จากนั้น Zawzaw ก็พุ่งตัวพาเราไปเมือง ไจค์โถ่ (Kyaikto) เพราะเราจะไปพระธาตุอินแขวนกันต่อจ้า....
ซึ่งเราจะขึ้นไปบนพระธาตุอินแขวนกันเย็นนี้เลย ........ซึ่งระยะทางจากบะโกไปอีกเมืองไม่ได้ใกล้เลย หลับไปแปดตลบยังไม่ถึง เล่นเอาลุ้นกันน่าดู เพราะเราต้องไปให้ทันรถกะบะรอบสุดท้ายที่จะพาไป Base camp


และแล้วเราก็มาถึง ไจค์ปุ่น เบสแคมป์ (Kyaipun Basecamp) จนได้ แบบหมิ่นเหม่ - -''


รถกะบะ หรือบรรทุกที่ว่านี่ เป็นแบบเปิดประทุน (หรูไปไหน) ....มีแผ่นไม้ขนาดไม่ถึงฝ่ามือพาดเป็นเบาะ นั่งได้แถวละ 6 คน ...ไม่รู้ว่านั่งกันกี่แถวเพราะไม่ไหวจะนับ เหอๆๆๆๆ.... อัดกันแบบไม่ต้องกลัวว่าจะร่วงไหนเลย เอาเป็นว่าแทบได้เสียกันเรยทีเดียะ - -''

ราคาค่างวดคนละ 15,000 จั๊ด ......ถ้าอยากนั่งสบายหน่อย (รึป่าว?) ก็นั่งหน้าได้ แต่ต้องจ่ายเพิ่มอีกกี่พันจำไม่ได้
นาทีนี้เราเลือกนั่งแบบสามัญชนดีกว่า เอาให้เต็มที่ไปเลยงานนี้......



อย่าบอกว่าแซ่บเพียงใด บนแผ่นไม้เล็กๆนั่น เง้อออออ...









เด็ก พระ สีกา เบียดกันไร้พรหมแดนจริงๆ - -''



ระหว่างนั่งรถเวลารถออกก็มีป้าคนพม่าคนนึงหันมาถามเราว่า ..............."เป็นคนไทยเหรอ???" .....นั่น
...เราก็บอกว่า "ใช่ค่ะ" ....."มากันกี่คน" ...."สองคนค่ะ" ............."มากันได้ยังงัยสองคน?" - -''

บอกไม่ถูกกันเลย เพราะก็มากันอย่างงี้แหละ ฮ่ะๆๆๆๆๆ..งงงเราเลยตกลงปลงใจว่าเด๋วเดินขึ้นไปพระธาตุด้วยกันละกัน



.................. และแล้วเวลานั้นก็มาถึง..........


เป็นการเดินทางที่เปรี้ยวมาก ทั้งเหวี่ยง ทั้งกระแทก สาระพัด...เข่าชนเข่า ตูดชนเข่า ....เอาเข้าไป เจ็บไปม๊ดดด
แต่ก็มันส์ไปอีกแบบ ฟ้ามืดสนิท ดาวเกลื่อนนนนเลย สวยมวากกก.....ถ้าไม่นับเข่ากับตูดที่เจ็บเพราะกระแทกไม้ แล้ว บรรยากาศได้ใจมาก ......


เนื่องจากถนนแคบมาก รถไม่สามารถสวนกันได้ ระหว่างทางเลยมีปรากฎการณ์จอดกลางทางตรงที่พักรถ เพื่อให้รถคันที่สวนลงมาผ่านไปก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ.....เกร๋สุดๆ



และในที่สุดกับเวลา ชั่วโมงนึง เราก็มาถึง คินปุ่น เบสแคมป์ (Kinpun Basecamp) ...
คนไทยอื่นๆที่มากับทัวร์เค้าก็นั่งเสลี่ยงกัน ซึ่งต้องจ่ายราวๆ 80000 จั๊ด ต่อเที่ยว ถ้าจำไม่ผิด.......ซึ่งเราไม่ (มีตังค์) !!!!



เราเลือกเดิน ............เอิ๊กกก......ตอนอ่านรีวิวและข้อมูลก่อนมามีแต่คนบอกว่าทางขึ้น ชันมาก....นาทีนั้นจินตนาการไม่ออกจริงๆ .......แต่นาทีที่ก้าวขาไปนั้น .....อืมมมมม...โคดเหนื่อย ชันชิบหายยยยยยย .........ซึ่งก็มีคนที่คอยเดินตามเรา เพื่อจะถือของขึ้นไปให้ หรือไม่ก้ให้เรานั่งเสลี่ยงเมื่อไม่ไหว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล ....เสียตังค์ !!!! ดังนั้นอย่าได้หวัง ชิ !!!!!




เกือบๆชั่วโมงกับการเดินขึ้นเขาที่ทั้งชัน และมืดมวากกกกกก.....มีเพียงแสงไฟจากร้านค้าระหว่างทางขึ้นที่เว้นระยะกัน อยู่ ..และไฟก็พร้อมจะดับทุกขณะจิต - -'' ดีที่มีเพื่อนร่วมทางเป็นคุณป้าที่เจอบนรถ แล้วก็คนพม่า หนุ่มสาวอีกคู่นึงที่เดินไปเป็นเพื่อนกัน แถมส่องไฟฉายให้ด้วย ....อภิชาติเพื่อนร่วมทาง ซึ้งจายยยย ^________^






พักเหนื่อยรายทาง ...นาทีนี้จากอากาศเย็นๆ มันร้อนนนรุ่มขึ้นมาทีเดียว......เหนือสิ่งอื่นใด ... ขอออกซิเจนกุได้มั้ยคะ ???? -*-






เส้นทางเดินขึ้นแบบคร่าวๆ ระยะทางราวๆ 3 กม. แต่ยังกะ 3 แสนปีแสง.....



และแล้วก็เจอที่พักเราจนได้ .......เป็นคนสุดท้ายที่มาเช็คอินเรยทีเดียว เหอๆๆๆ


















ที่นี่อยู่บนเขา และที่สำคัญอยู่บนหิน - -''
อากาศที่เย็นอยู่แล้ว เจอพื้นที่เย็นยิ่งกว่า......สภาพถือว่าดีกว่าที่คิดมากกกกก สำหรับการจองแบบไม่ค่อยเห็นภาพ
ในราคา 45 USD ต่อคืน .....


พอเช็คอินเสร็จก็รีบไปห้องพัก ด้วยอาการอ่อนล้า ....ซักพักมีพนักงานหาถามว่าจะสั่งอาหารไรกินมั้ย เพราะครัวจะปิดแล้ว ...................เราเลยแจ้งไปว่า "ขอแค่น้ำร้อนได้มั้ยคะ เราเหนื่อยเกินกว่าจะออกไปข้างนอกแล้ว" (งัย มุขนี้พอได้มะ กร๊ากกกกกก) ......ซึ่งเค้าก็ให้มา แหะๆ......


เราเลยได้รับน้ำร้อนสำหรับมาม่าคัพ เย้ๆๆๆๆๆๆๆ ............ สวรรค์ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

แต่ทานโทษ บาปหรือไร เปิดกาไม่เป็น กร๊ากกกกกกกกก เกือบไม่ล่ายแหล่ก แหะๆ....





มาม่าแกล้มพระจันทร์สวยๆบนยอดเขาซู๊งงงงงงง




จากนั้นก็ทำการอาบน้ำอาบท่าแล้วประแป้ง(ทานาคา) ใส่โสร่งผืนใหม่ที่เพิ่งซื้อมา เตรียมออกไปเชิ้บๆที่พระเจดีย์ไจค์ถิโย หรือพระตุอินทร์แขวนกัน ..... ^^

เลือดหมูของนู๋วา น้ำเงินของเค้า.... ^^










แม่นางคนนี้จะไปงานวัดรึไร เหน็บเป๋าตังค์ไปด้วย ฮ่ะๆๆๆๆๆ



อากาศตอนเที่ยงคืนอย่างงี้หนาวเย็นได้ที่เลย ...พื้นเย็นเจี๊ยบบบบบ......
ถึงไม่ให้เข้าไปปิดทองที่องค์พระเจดีย์ตั้งแต่สองทุ่มแล้ว...แต่ผู้คนก็ยังมานั่งสวดมนต์และนั่งสมาธิกันจนดึก
แรงศรัทธาจริงๆ.....
























เราต้องกลับไปนอนพักแล้วล่ะ วันนี้เหนื่อยปางตายมาทั้งวันแล้ว ....................

...................งานนี้หลับเป็นตาย คร่อกก..ก...ก.......








Create Date : 21 มีนาคม 2553
Last Update : 2 กรกฎาคม 2560 16:34:28 น. 5 comments
Counter : 3110 Pageviews.

 
หุหุ....หลับเป็นตาย น่ารัก อิอิ...


โดย: ถนนสายนี้เปรี้ยว วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:01:01 น.  

 
รูปภาพสวยดีค่ะ จะแวะมาเยี่ยมอีกนะคะ


โดย: soda (sodacawaii ) วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:20:58:50 น.  

 
ขอบคุณแขกที่แวะมาเยี่ยมนะคะ ^^
ยังไม่ได้อัพตอนสุดท้ายเลย เพราะเยอะมวากกกก (ขี้เกียจก็บอกไป แหะๆ)
ทริปอื่นเลยโดนดองซะเปรี้ยวว เลย - -''



โดย: NiToRiA วันที่: 11 ธันวาคม 2553 เวลา:14:49:29 น.  

 
จขบ.เล่าเรื่องสนุกดีค่ะ
ภาพก็สวย
เปิดรูปงูให้น้องดู ตกใจกันใหญ่ เพราะตัวใหญ่จริงๆด้วย


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:14:45:06 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล็อคค่ะคุณชะเอมหวาน
ตอนสุดท้ายยังไม่มาเลย เอิ๊กก....เนื้อหาเยอะรูปเยอะ ลำบากจะอัพจริงๆค่ะ



โดย: NiToRiA วันที่: 27 ธันวาคม 2553 เวลา:21:34:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
NiToRiA
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I love Travel
I love Foods
I'm a Catlover !



glitter-graphics.com



: Users Online


Friends' blogs
[Add NiToRiA's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.