Fourthird Photo
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
3 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เลี้ยงลูก1คนในญี่ปุ่น ต้องใช้เงินถึง......20กว่าล้านเยนหรือประมาณ8ล้านกว่าบาท...โอ้เเม่เจ้า...






วันนี้ไปทำธุระที่ธนาคารเห็นเเผ่นพับอันหนึ่งเขาเขียนเรื่องเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสำหรับการมีลูก1คน เพื่อให้คนเป็นพ่อเป็นเเม่ได้เตรียมตัวกัน บอกไว้ตั้งเเรกเกิดจนจบมหาลัยเลย

-เเรกเกิดในช่วง0ขวบ ประมาณ5เเสนเยน น่าจะถึงเเค่ค่าคลอดก็ปาไป3เเสนเเล้วมัง(เเต่ก็ได้คืนจากรัฐ)

-วัยก่อนเข้าอนุบาล ประมาณ1ล้าน4เเสน8หมื่นเยน ไม่รู้ว่าตัวเองใช้ไปเท่าไหร่เหมือนกันนะ

-วัยอนุบาล ประมาณ1ล้าน6เเสน3หมื่นเยน เฉพาะค่าเล่าเรียนประมาณ6เเสน ค่ากิน ค่าเสื้อผ้า ค่าเที่ยว รวมเเล้วไม่เเน่ใจว่าถึงหรือเปล่า

-วัยประถม ประมาณ3ล้าน5เเสน8หมื่นเยน ค่าใช้จ่าเกี่ยวกับการเล่าเรียนประมาณ1ล้านเยน เรียนโรงเรียนรัฐ ไม่เสียค่าเทอม

-วัยมัธยมต้น...กำลังเผชิญอยู่ 3ปีประมาณ2ล้าน9เเสน5หมื่นเยน ไม่ได้จดรายละเอียดอะไร เเต่คาดว่าน่าจะถึง เพราะมีค่ากวดวิชา

-วัยมัธยมปลาย ประมาณ3ล้าน7เเสน2หมื่นเยน ค่าเรียนไม่ฟรีเเล้ว ต้องจ่ายเองหมด

-วัยมหาลัย อันหนักสุดๆ ประมาณ9ล้าน2เเสนเยน ไม่รู้จะมีเงินส่งลูกเรียนไหม สงสัยต้องให้ลูกหาสอบชิงทุนเอามัง

นี่เเหละเหตุผลหลักที่ทำให้ต้องมีลูกได้เเค่คนเดียวเท่านั้น มีมากกว่านี้ตาย....


Create Date : 03 กันยายน 2553
Last Update : 3 กันยายน 2553 8:53:08 น. 11 comments
Counter : 1636 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ

มีญาติอยู่ที่นั่นเหมือนกัน มีลูก 3 คน ไล่ตั้งแต่ แรกเกิด (20 สค.53) 4 ขวบและ 10 ขวบ อุแม่เจ้าต้องใช้เงินเท่าไหร่อ่ะ


โดย: กรุ๊ปบีราศีสิงห์ วันที่: 3 กันยายน 2553 เวลา:10:50:15 น.  

 
เข้ามาเก็บข้อมูล และรีบจดคะ
แม่ย่าก็บอกมาเหมือนกัน
เรียนมหาลัยนะ ปีละ สองร้อยห้าสิบมัง
กว่าจะจบก็ตามเขาบอก พันมังพอดี
ถ้าได้เสียมากกว่านี้อีก


โดย: Hamugo วันที่: 3 กันยายน 2553 เวลา:13:31:16 น.  

 
แพงมากค่ะ ตอนนี้อยู่เกาหลี ไม่รู้จะแพงอย่างนั้นหรือป่าว นี้น้องเพิ่ง 9 เดือนเอง เลยยังไม่ค่อยมีค่าใช้จ่ายมากนัก จะหนักไปที่ผ้าอ้อม และนมมากกว่าค่ะ


โดย: nampalo76 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:1:06:48 น.  

 
-คุณกรุ๊ปบีราศีสิงห์ ถ้าญาติมีงานมีพ่อบ้านอาชีพมั่นคง ก็คงผ่านไปได้ด้วยดี เเน่นอนว่าเลี้ยง3คนก็จะหมดมากกว่าเลี้ยงคนเดียวค่ะ

-คุณHamugo ลองสอบถามจากเพื่อนร่วมงานที่มีลูกจบมหาลัยจนทำงานเเล้ว เขาว่าถึงอาจจะเกินด้วยซ้ำค่ะ เหอๆ

-คุณnampalo76 ใช่ค่ะตอนเล็กๆไม่ค่อยมีค่าใช้จ่าย เเต่ตัวเองก็ไม่ค่อยได้เก็บตังค์เท่าไหร่ เพราะคิดว่าโตมาก็ไม่น่าจะเปลืองมากมายอะไร ตอนนี้เริ่มรู้เเล้วค่ะ บางทียังคิดเลยว่าทำไมรัฐถึงมีสวัสดิการให้ถึงเเค่ช่วงอายุ15ปีนะ เพราะไม่ค่อยเปลือง รัฐน่าจะมีสวัสดิการให้ช่วงม.ปลายถึงมหาลัยบ้าง เพราว่าดูเเล้วค่าใช้จ่ายเยอะกว่าช่วงเเรกเกิด-ม.ต้นมากค่ะ


โดย: Hana* วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:8:55:12 น.  

 
หวัดดีค่ะ
งั้นที่เคยได้ยินเค้าพูดกันว่า "มีลูก1คนจนไป 7ปี" ใช้ไม่ได้แล้วนิ จนไป 20ปี น่าจะดีกว่านะ


โดย: minute waltz วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:9:51:53 น.  

 
คุณminute waltz คิดว่าไม่จนเเค่7ปีหรอกค่ะ น่าจะจนไป20กว่าปีโน้นเเหน่ะ....


โดย: Hana* วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:12:10:32 น.  

 
โหหหห เยอะจังเลย ยิ่งตอนมหาลัยนี่มหาศาลมาก แต่ถ้าลูกเข้ามหาลัยรัฐได้น่าจะเซฟไปเยอะนะคะ เพราะถ้าเอกชนล่ะก้อค่าเทอมปีละล้านขึ้นไป แต่รัฐส่วนใหญ่ไม่ถึงห้าแสน ค่าใช้จ่ายห่างกันหลายเท่าตัว

เห็นรายจ่ายขนาดนี้ ไม่มีลูกดีก่าาา (ข่าวว่ายังไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำไป 555 หมายถึงพูดเผื่ออนาคตน่ะค่ะ)

มานั่งนึกๆ พ่อแม่เริ่มเสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มหาบ้านใกล้โรงเรียนลูกแล้วล่ะ ใช่มั๊ยคะ ถ้าไม่มีลูกก้อคงอยู่ที่ไหนก้อได้ แต่พอมีลูกก้ออยากให้ลูกไปโรงเรียนง่ายๆเลยหาบ้านใกล้โรงเรียนแพงหน่อยก้อช่างมัน พอลูกย้ายโรงเรียนก้ออาจจะต้องมีย้ายบ้านอีกรอบ...เฮ้อ แค่คิดเฉยๆยังเหนื่อยเลย


โดย: enjoymiracle วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:17:49:09 น.  

 
อ่านแล้ว มีคนเดียวดีกว่า แต่ยังอยากได้ผู้หญิงอีกคนค่ะ


โดย: CherryBlossom669 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:9:10:44 น.  

 
คุณenjoymiracle ใช่ค่ะ บางครอบครัวก็เป็นอย่างนั้น เช่นครอบครัวน้องชายสามี ย้ายบ้านตอนลูกจะเข้าชั้นประถมค่ะ
สำหรับคุณเเล้วมีศักยภาพสูงคิดว่าสามารถเลี้ยงเเละดูเเลเด็กคนหนึ่งหรือสองคนได้เเน่นอน ถ้าเเต่งงานเชียร์นะคะ ขอถามคุณสักข้อได้ไหม ลูกอยากเรียนวิทย์ จะเลือกวิทย์เเบบไหนถึงจะไม่ตกงาน อนาคตเลี้ยงลูกเเล้วกลัวลูกโตขึ้นมาจะไม่มีงานทำจังค่ะ

คุณCherryBlossom669 อยากมีอีกคนใช่ไหม มีเลยค่ะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเด็กเท่าไหร่ เลยมีคนเดียวพอเเล้ววววว เเฮ่ๆ


โดย: Hana* วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:17:29:48 น.  

 
โอ๊ะ มีคำถามถึงเรา ขอโทษด้วยนะคะ มาตอบช้าไปหน่อย ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ หน้าบานเป็นกระด้งเลย (^______^") อันที่จริงเราก้อไม่ค่อยชอบ(เลี้ยง)เด็กเหมือนกันค่ะ ถ้าจะมีลูกก้อขอคนเดียวพอเลย ทุ่ม 8 ล้านก้อขนหน้าแข้งโกร๋นแล้วค่ะ 555

ตอบเรื่อง กลัวลูกจะตกงานนะคะ เราว่าอย่ากังวลไปเลยค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดก้อคือสอนให้เค้ามีความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ต่อสังคม(เพื่อรักษาหน้าครอบครัว) แต่ต้องต่อตัวเองด้วย ถ้าเค้ามีความรับผิดชอบต่อตัวเอง เมื่อถึงตอนเริ่มเข้า ม.ปลาย เค้าจะรู้และขวนขวายเองค่ะว่าต้องทำยังไงเพื่อให้สอบเข้ามหาลัยได้ พอเข้ามหาลัย เค้าก้อจะรู้เองว่าต้องทำยังไงเพื่อให้หางานได้ ทุกขั้นตอนจะมีไกด์ตลอดเวลาที่อยู่ในสถาบันการศึกษา มีเด็กบางคนที่ไม่ค่อยแคร์อะไร เรียนไปไม่ได้สนใจอนาคต หรือบางคนหาทางเดินชีวิตที่ตัวเองชอบไม่เจอ พอจะจบแล้วก้อสมัครงานไปแกนๆ ไม่ได้ขวนขวายจะหาข้อมูลหรือกลวิธีที่จะหางานให้ได้ โอกาสจะตกงานก้อสูงค่ะ เราเรียนด้านวิศวกรรมมา ถึงแม้ใครจะบอกว่า วิศวะหางานในญี่ปุ่นง่ายเพราะตลาดใหญ่ แต่ที่จริงแล้ว เพื่อนที่จบรุ่นเดียวกันกับเราที่หางานไม่ได้ก้อมีค่ะ ดีมานเยอะแต่ซัพพลายเยอะกว่า :(

ถ้าให้พูดโดยทั่วๆไปก้อขอยกตัวอย่างในสายงานที่เราจบมาละกันนะคะ คนเรียนสายวิทย์ ถ้าเป็นวิทยาศาสตร์จะหางานยากกว่าวิศวกรรมค่ะ เพราะงานด้านวิทยาศาสตร์จะไปเน้นภาควิจัยมากกว่าปฎิบัติ อาจจะได้งานในบริษัทด้านเคมีหรือชีวภาพ แต่ก้อมีไม่มากเท่าไหร่ ส่วนวิศวกรรมก้อแบ่งไปหลายแขนง ถ้าเป็นด้านวิศวไฟฟ้า หรือคอมพิวเตอร์หรือเครื่องกลจะหางานง่ายกว่า สาขาอื่นๆ เพราะมีบริษัทรองรับเยอะมาก อีกหน่อย งานด้านผลิตพลังงานจะมาแรง ใครเรียนด้านนี้น่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานพอสมควรนะคะ ส่วนด้านอื่นๆนอกเหนือจากนี้เราไม่สามารถแนะนำได้จริงๆค่ะ เพราะไม่มีข้อมูลอยู่ในมือตอนนี้ แต่ถ้าหาเจอแหล่งข้อมูลดีๆจะแวะมาบอกนะคะ

ปล. ถ้าเรียนหมอคงไม่ตกงานแน่ แต่ค่าเรียนแพงมากๆๆๆๆเลยค่ะ (กว่าจะสอบเข้าได้ก้อค่าติวแพงมากๆเช่นกัน)ส่วนมากคนเรียนหมอนี่เป็นแต่คุณหนูคุณชายลูกเศรษฐีทั้งนั้นเลย เท่าที่เราได้ยินมานะคะ แต่ถ้าคิดซะว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ก้อน่าจะได้ เพราะรายได้หมอสูงมากค่ะ ตอนเริ่มงานใหม่อาจจะยังไม่เท่าไหร่ แต่ยิ่งอายุมากขึ้นกราฟรายได้นี่ขึ้นชันกว่าคนทำงานด้านอื่นๆเยอะเลย (พูดด้วยความอิจฉาค่ะ ^^;)

ยังไงก้อขอให้ลูกคุณ Hana* ประสบความสำเร็จในการเรียนนะคะ เรียนดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ ถ้าเข้าสังคมเก่งมีไหวพริบในการสื่อสารละก้อรู้จักเดาใจผู้อื่นล่ะก้อ รับรองไม่ตกงานแน่ๆ (ตรงนี้ค่อนข้างสำคัญเวลาสัมภาษณ์งานนะคะ เก่งอย่างเดียวไม่พอจริงๆ)


โดย: enjoymiracle วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:18:42:06 น.  

 
คุณenjoymiracle ขอบคุณที่เเวะมาตอบคำถามเรื่องเรียนเรื่องงานอีกครั้งนะคะ
คงจะต้องเข็นให้เข้าเรียนวิทย์ม.ปลาย(เจ้าตัวเขาเลือกไว้เเล้ว)ต่อค่ะ
เรียนหมอคงไม่ไหวเเน่ๆ นอกจากจะหัวดีเเล้วยังต้องมีตังค์อีกด้วย เเฮ่ๆ

ยังเหลืออีกหลายปีกว่าจะถึงเส้นชัย(ลูกมีงานทำ) ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ


โดย: Hana* วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:7:28:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Hana*
Location :
Osaka Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]




อาชีพหลัก:เเม่บ้าน ลูกหนึ่ง(ปีที่20ของการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่)

อาชีพเสริม:รับจ้างทั่วไป หรือเรียกเก๋ๆหน่อยก็part time
(ตอนนี้วิ่งอยู่2งาน มีงานเสริฟอาหารร้านอาหารไทยกับงานเเม่ครัวในเนอร์สรี่เอกชน)
เคยตกงานอยู่บ้านเลี้ยงลูกถึง7ปีกว่าๆ อาการสาห้สสากรรณ์ ดังนั้น งานอะไรก็ไม่เกี่ยง รับทำหมด

อุปกรณ์สร้างภาพ
กล้อง : โอลิมปัสE-300 ,E-10 ,C-5050,C-2100uz
เลนส์ : 14-45mm F3.5-5.6 ,50-200mm F2.8-3.5 ,8mm F3.5 Fisheye, Sigma Apo 50-500mmF4-6.3 , EC-14 ,jisakulens【自作レンズ】,FL-40
Casio EXILIM EX-F1

ข้อเตือนใจสำหรับตัวเอง.....การไม่เป็นหนี้ ดีที่สุด....
Ameriplan
Ameriplan
Friends' blogs
[Add Hana*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.