(.") ตัวป่วนประจำซอย ... ถึงร้าย แต่ก็น่ารัก (เป็นบางเวลา) นะเออ (",) ... อาจไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมบ้านเพื่อนๆ นะคะ ไม่ค่อยว่างน่ะค่ะ อย่าว่ากันเน้อ ~* v
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
19 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
++ New York Cheesecake ++

หามาตั้งนาน กับสูตร New York Cheesecake เนื่องจากเบื่อ Blueberry Cheesecake เหลือเกิน (แบบว่าไม่ชอบกิน blueberry อ่ะ) ส่วนตัวแล้วชอบทาน cheese นะคะ แต่ว่าพวก non-bake cheesecake เนี่ย กินเยอะๆ แล้วมันเอียนๆ ครีมชีสอยู่เหมือนกัน

งานนี้เอาใจพี่ชายสุด love โดยเฉพาะ (request มานานแล้วว่าอยากกินเหลือเกิน ทำเอาน้องสาวอยากกินตาม)

แล้วไอ้ NY-cheesecake ที่ว่าเนี่ย มันก้อหายากซะจริงๆ ไม่ค่อยมีใครทำอ่ะ (ตามเบเกอรี่โรงแรมก็แพงเหลือเกิน เบี้ยน้อยน่ะค่ะ

เมื่อ เม.ย. ที่ผ่านมา ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติแล้วเหมาตำรามาเพียบ (หมดตัว) มีอยู่เล่มนึงเขียนถึงสูตร NY Cheesecake เป็นสูตรแรกของหนังสือเลย โดดเด่นโดนใจใช่เลยแบบนี้ มีรึจะปล่อยให้หลุดมือ ว่าแล้วก้อลงมือทดลองสูตรกันหน่อย




New York Cheesecake

พิมพ์
พิมพ์ถอดข้างได้ (springform pan) ขนาด 8" ทาเนยแล้วรองกระดาษไข

ฐานเค้ก
ขนมปังกรอบ/บิสกิต/แครกเกอร์ (อะไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นบิสกิตก็จะมีรสชาติหอมหวานขึ้น) บดให้ละเอียด 200 กรัม
เนยสดละลาย 60 กรัม
น้ำตาลทราย 2 ชต.

เนื้อเค้ก
ครีมชีส 500 กรัม
ไข่ แยกไข่แดงไข่ขาว 4 ฟอง
แป้งข้าวโพด 1 ชต.
น้ำตาลทราย 200 กรัม
วนิลา 2 ชช.
ครีม 100 กรัม
ครีมเปรี้ยว 100 กรัม
เกลือ 1/2 ชช.
ผิวมะนาวขูด 1 ลูก

เอามาจากหนังสือเล่มนี้เองค่า... "10 best Cheesecakes" ของคุณปริศนา บุญสินสุข รายละเอียดขออนุญาตไม่ลงนะคะ อยากรู้เคล็ดลับต้องไปหาอ่านกันเอาเอง (แบบว่าทรัพย์สินทางปัญญาอ่ะนะ) อย่างไรก็ตาม ต้องกราบขออภัยท่านผู้เขียนไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ลงมือทำกันเลย....
  • ผสมบิสกิตที่บดแล้วเข้ากับเนยละลาย และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน กรุลงในพิมพ์ให้คลุมก้นถาด กดให้แน่น แช่เย็น 1 ชั่วโมง

  • ตีครีมชีส น้ำตาล ไข่แดง แป้งข้าวโพด และวนิลา เข้าด้วยกัน เติมครีมเปรี้ยว ตีให้เข้ากัน ค่อยๆ เทครีมใส่ขณะตีไปทีละน้อยจนเข้ากันดี เติมเกลือและผิวมะนาว คนให้เข้ากัน

  • ในชามอีกใบ ตีไข่ขาวจนตั้งยอดแข็ง ผสมอย่างเบามือ (fold) เข้ากับส่วนผสมครีมชีส เทใส่พิมพ์ อบ 170C ประมาณ 50 นาที โดยไม่เปิดเตาอบเลย จนเค้กมีสีสวย ปิดเตาอบ

  • จากนั้นปล่อยให้ชีสเค้กพักอยู่ในเตาอบต่ออีก 2 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาก็เปิดประตูเตาอบให้เค้กพักตัวต่ออีก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยเอาไปแช่เย็นข้ามคืน




วันรุ่งขึ้นก็ให้รีบตื่นแต่เช้าเพื่อมาถอดเค้กออกจากพิมพ์



นั่งชื่นชมผลงานสักพัก แล้วค่อยเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่งหรือผลไม้ตามชอบ





เนื่องจากมีซอสสตรอเบอรี่เหลืออยู่ในตู้เย็น จัดการบีบ ... บีบ... ละเลงซะชุ่มฉ่ำไปเลย

ส่วนรสชาติน่ะ ... ... อร่อยสุดยอด !!
จะกินเปล่าๆ ก็ได้ ไม่เหม็นชีสแน่นอนเพราะอบจนสุกหมดแล้ว แต่ถ้ากลัวเลี่ยนก็ต้องใส่ผิวมะนาวเยอะหน่อยนะคะ ถ้าเป็นผิวเลม่อนจะหอมมากค่ะ



หมดเกลี้ยง ทั้งเค้ก ทั้งคัปปูชิโนร้อน อา....

สมแล้วที่เพียรพยายามหาสูตรอยู่นาน.. งานนี้อิ่มอ้วนกันถ้วนหน้า แต่ไม่สามารถส่งไปถึงระยองได้ เพราะฉะนั้น คุณพี่ชายที่รัก กรุณาดูรูปไปก่อนนะคะ
ใครจะไปคิดว่าแม่ฮ่องสอนก็มีชีสเค้กฉบับไฮโซกินด้วย ประสพความสำเร็จแบบนี้คราวหน้าจะใส่เหล้า Amaretto ด้วยคงจะดี



ส่วนชิ้นนี้ แพ็คใส่กล่องใสเรียบร้อย ใครอยากกินบ้างยกมือขึ้น เหลือชิ้นสุดท้ายแล้วนะ !!



Create Date : 19 มิถุนายน 2550
Last Update : 30 มิถุนายน 2550 19:45:21 น. 22 comments
Counter : 1324 Pageviews.

 
เย็นนี้จะกินอะไรดีไม่รู้ ๆ แต่ตอนนี้เจ๊หลีขอรูปสุดท้ายก่อนค่ะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:8:19:49 น.  

 
สุดยอดเลยฮะ


โดย: YuMmY_AuMmY วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:8:56:22 น.  

 
เอ่อ....จะถ่ายใกล้ขนาดนี้ทำไมเนี่ย

รู้ไหม ทำเราน้ำลายไหลหมดแล้ว....


โดย: honeynut วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:14:34:12 น.  

 
ขอซักชิ้นนะคะ


โดย: momijimi วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:15:10:41 น.  

 
โอ้ชีสเค้ก..


เห็นแล้วนึกถึงบรรยากาศยามเช้า กาแฟซักถ้วย แล้วก็ชีสเค้กแบบนี้
คงแฮปปี้น่าดูเลย


โดย: Qooma วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:20:00:11 น.  

 
ชีสเค้กน่าทานดีจัง
แต่อยากรู้ ไอ้คาปูชิโน่ เนี่ยชงเองหรือป่ะคะ คอกาแฟมาเอง กำลังฝึกทำโฟมค่ะ บางที่มันก็แฟ่บ บางที่มันก็เนียนเชียว แล้วแต่นม ค่ะ


โดย: Dublina วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:21:31:49 น.  

 
น่ากินมากเลยค่ะ

เนื้อดูนุ่มๆจังเลย อบสีสวยอีกตังหาก ลูกสนก็มีเล่มนี้
อยู่ที่บ้านเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยลองเลย วันหลังสงสัย
ต้องทำบ้างซะแล้ว


โดย: ลูกสน วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:21:51:23 น.  

 
น่ากินมากๆค่ะ


โดย: chava วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:8:52:21 น.  

 
น่าทานมากคะ อบชีสเค้กนี่ ยังไม่เคยลอง ท่าทางทรมานน่าดูกว่าจะได้กินนะคะ ไว้จะลองทำบ้างคะ


โดย: anadiar วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:14:46:10 น.  

 
คุณ Dublina ...

Cappuccino ร้อน ชงเองกับมือค่ะ

นมเมจิจะให้ฟองนมเนียนที่สุดค่ะ
นมต้องเย็น พิชเชอร์ (Pitcher) ก็ต้องเย็นจัดค่ะ แล้วจะเนียน เนียนโกะค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักคอกาแฟเหมือนค่ะ


โดย: LeaDGlasS วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:16:54:07 น.  

 
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกท่านที่เข้ามาช่วยกันกินชีสเค้กให้หมดนะคะ ค่อยมีกำลังใจหน่อย

ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆ คนค่ะ


โดย: LeaDGlasS วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:16:59:52 น.  

 
หืมม เปิดมาก้อหิวกันเลยทีเดียว น่ากินจังเลยคะ
ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมเยียนกัน


โดย: only eve วันที่: 22 มิถุนายน 2550 เวลา:9:49:53 น.  

 
น่ากินจังเลยค่า ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยม


โดย: Aksarapak วันที่: 24 มิถุนายน 2550 เวลา:23:42:13 น.  

 
อุ้ย!...น่ากินทั้งนั้นเลย...


โดย: อนันตลัย วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:21:08:43 น.  

 
เอาขนมหันตรามาแลกเค็กค่ะ



โดย: อ้วนดำปื๊ดปื๊อ วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:13:45:23 น.  

 
เหมือนทำง่ายๆ เลยนะคะ แต่อัญเนี๊ยะ ช่างไม่มีไอคิวด้านทำขนมเอาซะเลยค่ะ


โดย: มันอยู่ในปอด วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:13:48 น.  

 
น่าทานจังเลยอ่ะค่ะ


โดย: เดียวจัง IP: 58.10.128.80 วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:26:38 น.  

 
มาเยี่ยมทีไร...ก็หิวทุกครั้งเลย...

เอ๋...จขบ. หายไปไหนน๊า...


โดย: อนันตลัย วันที่: 4 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:57:25 น.  

 
โอ้ย เห็นแล้วพุงกระเพื่อม อยากกิน


โดย: mungkood วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:59:49 น.  

 
มาเยี่ยมค่ะ...ขอบคุณที่ไปเยี่ยม annie_martian blog มานะคะ
ขนมในรูปน่ะ...เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว ยิ่งได้เวลาอาหารแบบนี้แล้วด้วย
วันหลังขอเข้ามาชมเมนูใหม่ๆอีกนะคะ


โดย: annie (annie_martian ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:02:38 น.  

 
น่าทานจัง สงสัยต้องลองทำทานดูบ้าง


โดย: fairy~[GoD]mother วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:40:47 น.  

 
มารายงานตัวแล้วครับผม...
หายหน้าไปนาน มัวแต่เล่นเกมอยู่อ่ะค่ะ แหะๆ
เนี่ย เราอัพบล๊อคแล้ว ไปดูกันหรือยังเอ่ย... (ก็หน้าถัดไปนี้เอง 555)


โดย: LeaDGlasS วันที่: 9 กรกฎาคม 2550 เวลา:2:03:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

LeaDGlasS
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






++ A recycled teenager ++


สาวเหลือน้อย ไม่มีใครมาสอยไปซะที
มีแต่คนจองคิวจะมาเสย (ปลายคาง) เพราะความกวนบาทา หน้าหนา ทนทานปานแท่งตะกั่ว
ชื่อ LeaDGlasS แปลว่า กระจกตะกั่ว โปร่งใส แต่ไม่ยอมให้รังสีที่มีความทะลุทะลวงสูงอย่างรังสีเอ๊กซ์ผ่านไปได้
จึงเป็นคำที่อธิบายความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างชัดเจนที่สุด

สโลแกนที่น้องๆ ตั้งให้ = มีปัญหา? หล้าเคลียร์เอง !!
... อืม... ชัดเจน ... 555





Free Testcode



Friends' blogs
[Add LeaDGlasS's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.