บ้านนี้ .. ของพี่เก๋า (เท่านั้น)
บ้านนี้ .. ของพี่เก๋า .. เท่านั้น

            เสียงเลื่อยตัดเหล็กฉากดังเป็นระยะ แต่เพราะความที่มันดังมาก อาจเกินกว่าร้อยเดซิเบลในความคิดของพี่เก๋า นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถทนนอนในตะกร้าหน้ารถมอ’ไซค์ต่อไปได้ จึงกระโดดลงมายังพื้นดินด้วยสรีระอันอวบอิ่มไปบ้าง ด้วยเหตุว่าช่วงนี้น้ำหนักตัวของพี่เก๋าเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ยิ่งเมื่อเทียบด้วยระยะห่างจากพื้นถึงพุงก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจน

            หลังจากที่ก่อนหน้านี้แม่หายไปจากบ้านพักใหญ่โดยที่พี่เก๋าไม่รู้เลยว่า แม่ไปไหน ถามใครก็ไม่มีคำตอบ กระทั่งวันที่แม่กลับบ้าน
บ้านจึงเป็นบ้านสำหรับพี่เก๋า แต่ทว่า ..

            ทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง ไม่จีรังยั่งยืน ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างที่พี่เก๋าไม่ทันได้มีเวลาตั้งตัว


            พี่เก๋าซึ่งบัดนี้กลายเป็นสาวใหญ่ของบ้าน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนล้วนแต่เป็นที่น่าเกรงขามสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นเสียสิ้น หน้าตาของเธอจริงจังอยู่เสมอ ราวกับมีเรื่องให้ครุ่นคิดมิเว้นวัน หากแต่ภายในจิตใจเล่า .. ใครจะล่วงรู้

            บางครั้งเรื่องที่ทำให้หนักใจก็เป็นเรื่องของไอ้หนุ่มแปลกหน้าที่คอยมาวนเวียนส่งเสียงร้องน่ารำคาญ พี่เก๋าเธอเลือกแล้วว่า สิ่งใดในชีวิตที่ต้องการ .. อิสระ ไร้พันธะ .. โลกนี้มีเสรีตราบที่ใจต้องการ แต่อันตรายจากผู้ชาย เอ่อ .. ไอ้หนุ่มที่มาเกาะแกะก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

            บางคราวก็เป็นเรื่องของอริที่จริงๆแล้ว แม่มักจะปรามพี่เก๋าอยู่บ่อยๆว่า เขาไม่ได้ต้องการจะก้าวล่วงหรือล้ำเส้น เพียงแต่ในยามที่แม่ไม่มีใคร ทั้งพี่คนโต และน้องคนเล็ก หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้แม่อยู่ในความอารักขาของพี่เก๋า  แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความปลอดภัยของแม่ ถ้าปราศจากหน่วยข่าวกรอง ซึ่งกรองได้ตั้งแต่เสียงรถรา และผู้คน หากมีใครแปลกปลอมเข้ามาในเขตรั้วบ้าน อริในความคิดของพี่เก๋า จะขู่กรรโชกย้ำเตือนให้รู้ตัวทันที

            หากนั่นก็ไม่ใช่เหตุผลให้พี่เก๋ายอมผูกสัมพันธไมตรี .. เพราะ ‘ไม่มีมิตรแท้ในหมู่หมา ที่เข้ามายังอาณาจักรของแมว’


             “แม่ .. ยาวเท่านี้พอไหม”

            เสียงผู้ชายคนนั้นถามขึ้นหลังจากที่ก้มหน้าก้มตาทำเสียงดังจนบาดเข้าไปถึงประสาทหูอันเปราะบางอย่างพี่เก๋า ใครกันนะเคยพูดเอาไว้ว่า

            ‘แหม .. แมวบ้านนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ นิสัยเหมือนใคร’

            แว่วเสียงเพื่อนบ้านแวะมาทักทายกับแม่เมื่อครั้งหนึ่งนานมากแล้วก่อนที่แม่จะไม่อยู่บ้าน สีหน้าแม่ยังยิ้มแย้มไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอย่างไร จึงต่อท้ายให้เสียเอง

            ‘ใครเอามา .. ก็ต้องเหมือนคนนั้นสิจ๊ะ ..’

            แล้วก็หัวเราะครื้นเครงกันไป ตอนนั้นพี่เก๋ายังเด็กกว่านี้ ไม่เข้าใจสิ่งที่แม่พูดคุยกัน ก็แค่ได้ยินได้ฟังแต่ไม่ได้สนใจ จนหลายหนเข้าพี่เก๋าก็ชักจะเริ่มเข้าใจและเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น


            “อืม เท่านั้นก็ได้ น่าจะกว้างขวางดี”

            พี่เก๋าเหลียวไปมองแม่ที่ตอบคำถามเขาคนนั้นเมื่อหลุดออกมาจากความคิดของตัวเอง ความเหนื่อยหน่าย รำคาญทำให้ต้องย่างสามขุมตรงไปยังเก้าอี้ไม้ที่ต่อมาจากเสากลมเก่าๆผ่าซีกครึ่งท่อน ที่แม่ทำไว้สำหรับนั่งหย่อนใจในสวนที่มีต้นไม้มากมาย ถัดเข้าไปอีกนิดมีกรงกระรอกซ่อนตัวอยู่ และนานๆครั้ง เจ้าของกรงก็จะออกมาเปิดหูเปิดตาแล้วกลับเข้าไปเองเมื่อถึงเวลา ซึ่งพี่เก๋าก็เคยเห็นอยู่บ้างเหมือนกัน

            พี่เก๋าแหงนมองยังที่หมายย่ำเท้าซ้ายขวาหน้ากะระยะ แล้วใช้ขาหลังดีดตัวเป็นแรงส่งกระโจนขึ้นไปบนนั้น ก่อนจะนั่งปัดป่ายหางที่ห้อยพ้นเก้าอี้ราวต้องการสงบสติอารมณ์ นี่ถ้าพี่คนโตมาเห็นเข้าคงต้องเดินเข้ามากอดแล้วก็ถามอย่างรู้ใจแน่ๆ

            ‘พี่เก๋า .. เป็นอะไร .. รำคาญใครอีกล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า’

            แต่ไม่ใช่วันนี้ วันที่มีคนทำเสียงดังอึกทึก แถมยังสร้างมลภาวะต่อชั้นอากาศ ดีไม่ดีคงล่องลอยไปจนชั้นบรรยากาศที่เขาว่ากันว่ามีมากมายหลากหลายชั้นนั่นแหละ

            ‘ไง มานั่งหน้าแป้นอะไรตรงนี้’

            เสียงพี่กระรอกสมาชิกรุ่นใหญ่ ทักทายเพราะเห็นว่าพี่เก๋ามานั่งจ้องมองเธอ หรือเขาก็ไม่รู้ กระโดดไปมา ทั้งตีลังกา ม้วนหน้า ม้วนหลัง อาจมีใส่ราวดอฟเล็กๆด้วย บางครั้งพี่เก๋าก็แอบเอาพี่กระรอกไปนินทากับพี่แรดในบ่อบัวอเมซอนว่า ช่างเป็นกระรอกไฮเปอร์ทั้งที่อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว

            ‘เซ็งน่ะพี่รอก .. เสียงดังจนนอนไม่หลับ’

            ‘แต่วันๆ ฉันก็ไม่เห็นหล่อนจะตื่นมาดูโลกสักกี่มากน้อยนี่นา ..’

            คำยอกย้อนจากผู้อาวุโสสูงสุดกลับมาเข้าตัวพี่เก๋าอย่างจัง จนถึงกับสะบัดหางไกวไปมาแรงขึ้นกว่าเดิม

            ‘ฮึ ..’

            เพียงเท่านั้นเจ้าของร่างสีน้ำตาลดุจหญ้าแห้งก็ยุติการสนทนาด้วยทันที หันหลังขวับกระโดดลงสู่พื้นดินอีกครั้ง แล้วเดินเข้าไปวนๆเวียนๆดูที่มาของเสียงพูดคุยระหว่างแม่กับผู้ชายคนนั้น

            “นี่บอกลูกหรือยัง ว่าจะไม่ให้เจ้าเก๋าเข้าไปวุ่นวายในบ้านน่ะ”

            “บอกแล้ว คุยกันเมื่อเช้า”

            น้ำเสียงของแม่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะเพราะยังไม่หายดีจากอาการเจ็บป่วยก่อนหน้านี้

            พี่เก๋านั้นพอรู้ระแคะระคายมาบ้าง เพราะได้ยินน้องคนเล็กคุยกับพี่สาวอีกคนที่เรียกว่าแฟน อีกทั้งยังเคยพาเจ้าตัวประหลาดแก้มยุ้ยมาที่บ้าน แล้วพี่คนโตบอกให้เจ้าแก้มยุ้ยเรียกพี่เก๋า เพราะพี่เก๋าแก่กว่าตั้งสามปี

            “ลูกว่าไง”

            ผู้ชายคนนั้น ยังเซ้าซี้แม่ไม่เลิกราขณะที่กำลังเอาเหล็กฉากมาพาดต่อกันแล้วไขน็อตให้แน่น จนออกมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่

            “เขารักของเขา ก็ไม่อยากให้ออกมาอยู่แบบนี้ แต่เขาก็เข้าใจนะ ว่าแม่ไม่สบาย”

            พี่เก๋าหูผึ่งแม้จะจับใจความไม่ได้ว่าหมายถึงอะไร แต่ที่แน่ๆมันต้องเกี่ยวกับตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย

            “เดี๋ยวคอยดูเถอะ ตอนกลับมา ใครจะอ้อนใคร หึหึ”

            อีกแล้ว .. พูดจามีลับลมคมใน ผู้ชายคนนี้ช่างทำตัวไม่น่าไว้ใจเลยจริงๆ


            “พี่เก๋า เป็นไง มานั่งมองอยากช่วยหรือไง .. แม่เห็นป้วนเปี้ยนหลายรอบแล้ว”

             แม่หันมาเห็นพี่เก๋าที่นั่งมองตาแป๋ว .. ในความรู้สึกของแม่

            แต่จริงๆแล้วพี่เก๋ากำลังจ้องเขม็งอย่างข้องใจกับเจ้าของสิ่งนี้ มันใหญ่มาก แถมรูปทรงก็คุ้นตาเหมือนเห็นอยู่ไม่นานมานี้เอง .. ที่ไหนนะ

            “มาสำรวจไว้ก่อนมั้ง คงกลัวจะคับแคบ เคยนอนแต่ห้องกว้างๆ”

            ผู้ชายคนนั้นออกความเห็นกลั้วหัวเราะเมื่อนำไม้แผ่นใหญ่มาวัด ตัดเป็นแผ่นใหญ่ๆสองแผ่น แล้วเจาะรูใช้ลวดผูกเข้ากับเหล็กฉาก ผลที่ออกมาคือ มันเหมือนกล่องที่สามารถพับปิดเปิดได้


            “ลูกบอกให้ทำมุ้งติดให้ด้วยนะ กันยุง”

            แม่แสดงความคิดเห็นบางอย่าง ซึ่งพี่เก๋าก็มองว่าเข้าที เดี๋ยวนี้พอฝนตกยุงก็บินกันให้หวือไปหมด บางครั้งพี่เก๋ายังต้องเสียสละบริจาคไปอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็ .. ถือว่าทำบุญ

            นั่งมองจนเบื่อไม่รู้จะทำอะไร ก็วนเวียนไปมา เข้าออกหน้าบ้านทะลุหลังบ้าน โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ในไม่ช้าโอกาสที่จะได้ทำแบบนี้นั้น .. ไม่มีอีกแล้ว



            ‘แม่ .. แม่’

            ในวันที่แม่ไม่ได้เปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ แม่มักจะเปิดหน้าต่างรอบบ้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก เสียงร้องแผ่วเบาดังขึ้นจากริมหน้าต่างผ่านโครงมุ้งลวดและเหล็กดัด บอกให้แม่รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร

            “ว่าไงพี่เก๋า หิวข้าวแล้วหรือ ..”

            ก่อนที่แม่จะเห็นว่านี่ก็จวนจะเย็นแล้ว ภารกิจสำคัญคือต้องตระเตรียมข้าวปลาอาหาร(เม็ด) และสุขาเคลื่อนที่ให้พี่เก๋าก่อนมืด

            “ตายแล้ว .. แม่ลืมไปเลย ขอโทษที รอเดี๋ยวนะ”

            แม่กระวีกระวาดเข้าไปในครัวโดยมีพี่เก๋าวิ่งตามมาติดๆ มาหยุดนั่งใกล้ๆรอแม่เปิดตู้เย็นหยิบกล่องปลาทูที่ซื้อมาจากตลาดให้พี่เก๋าโดยเฉพาะ และทุกครั้งเวลาแม่ขยำข้าวให้พี่เก๋า ก็อดเปรยขึ้นมาไม่ได้ว่า

            “พี่เก๋า เนี่ยนะพ่อเขาซื้อมาให้ แม่สั่งแล้วแท้ๆ ว่าให้ซื้อเข่งละยี่สิบบาท จะได้สามหรือสี่ตัว แต่คราวนี้ พ่อซื้อตัวละยี่สิบมาให้เชียวนะ แม่ว่า พี่เก๋าคงต้องหารกับแม่แล้วล่ะนะ”

            พี่เก๋าไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่แม่พูดหมายถึงอะไร ตอนนี้จิตใจของพี่เก๋ามันจดจ่ออยู่แต่กับชามข้าวในมือแม่ ชามที่มีข้าวเพียงปลายนิ้วหัวแม่มือ แต่มีเนื้อปลาทูหนา นุ่มและหอมกรุ่นยามได้กลิ่น

            พอแม่วางชามให้พี่เก๋าได้ละเลียดความสุขในยามเย็นก่อนสิ้นแสงตะวัน แม่ก็เดินออกไปอีกทาง



            ‘เฮ้อ .. อิ่ม .. ฮ้าวววววว’

             หนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มคล้อย .. ใครว่าจะเป็นแค่กับคนเท่านั้น พี่เก๋าก็หนีอาการเหล่านี้ไปไม่พ้น ก่อนที่จะสลบคาครัวหลังมื้ออร่อย พี่เก๋าก็ได้ยินเสียงของแม่ที่บอกให้รู้ว่า เคหาสน์สวรรค์ถูกเปิดไว้รอเรียบร้อยแล้ว

            “พี่เก๋า มาเข้าบ้านเร็ว .. แม่ปูที่นอน กับเตรียมห้องน้ำไว้แล้วลูก”

            ไม่ต้องมีเสียงเรียกซ้ำให้แม่ระคายคอ พี่เก๋าค่อยๆวิ่งเหยาะเบาๆไปจนถึง ‘บ้าน’ ซึ่งแม่สร้างไว้ให้พี่เก๋าโดยเฉพาะ


            กล่องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าใบใหญ่ใบนั้น ล้อมมุ้งลวดป้องกันยุง เหลือบ ริ้น ไร .. และมันถูกยกมาไว้ในห้องกระจกของพี่คนโตซึ่งมีประตูปิดแน่นหนาอีกชั้น เพื่อความปลอดภัย

            คืนนี้ ก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่พี่เก๋าจะหลับได้อย่างอบอุ่นและเป็นสุข แม้ว่าจะต้องแยกออกมาอยู่แบบส่วนตัวก็ตาม เพราะที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น  บ้านใหม่ของพี่เก๋า .. อย่างสมบูรณ์

            แม้บ้านหลังนี้จะเล็กลงจากเดิม แต่สำหรับพี่เก๋า .. มันใหญ่จนเอาอะไรมาวัดไม่ได้อีกแล้ว


                                *****************************************************



Create Date : 15 กันยายน 2556
Last Update : 15 กันยายน 2556 4:31:48 น.
Counter : 935 Pageviews.

1 comments
  
พี่เก๋า ^^
มาหาพี่เก๋ากี้ คนสวย เริด เชิด หยิ่งค่า

โดย: lovereason วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:1:37:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



โค อัสดง
Location :
สุพรรณบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



.. ตามนั้น อย่างที่มันควรจะเป็น ..
New Comments
กันยายน 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30