รีวิว.....เที่ยวไปถามไป @ หนองคาย 2
มาเที่ยวหนองคายกันต่อนะคะ หลังจากเอาของเก็บเข้าที่พัก
จุดหมายแรกของเราคือจะไปทำบัตรผ่านแดนไปลาว ชาวบ้านจะบอกว่าไปทำที่ OTOP กว่าจะหา OTOP เจอขับเลยไปหลายกิโลอยู่ ต้องขับย้อนกลับมา แผนที่ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เล้ย OTOP ตั้งอยู่ซะไกล แอบคิดไม่ได้ว่า ทำไมไม่ไปตั้งใกล้ๆ ด่านน้อ ถ้าจ้างเขาทำแถวด่านเขาคิด 100 บาท เลยขี่รถมาทำเองดีกว่า



เข้าไปทำบัตรผ่านแดนกัน



ไปถึงก็หยิบบัตรคิวก่อน แบบบุคคลทั่วไป 30 บาท แบบเร่งด่้วน 40 บาท

ไปถึงไอ้เราก็หยิบแบบธรรมดาก่อน รอเท่าไหร่ก็ไม่เรียก เลยลองหยิบแบบเร่งด่วน หยิบปุ๊บเรียกปั๊บ ไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จ ไม่รู้จะมีราคา 30 บาทแบบบุคคลทั่วไปไว้ทำไม ทั้งๆ ที่คนก็ไม่เยอะอะไร อย่า่งงี้บังคับเก็บ 40 ไปเลยทุกคน แล้วบริการแบบเท่าเทียมเลยดีกว่า



เสร็จจากภารกิจหลักแล้ว ก็ไปเที่ยวอย่างสบายใจ มาดูแผนที่กันว่าไปที่ไหนบ้าง



ที่แรกที่ไปก็คือ วัดโพธิ์ชัย ไปนมัสการหลวงพ่อใส



ไปกราบพระที่ศาลาเล็กก่อน ขวามือ



ขึ้นไปกราบหลวงพ่อใสข้างบนอุโบสถกัน



มาดูประวัติหลวงพ่อใสกันนิดนึง หลวงพ่อใสจัดสร้างขึ้นโดย พระราชธิดาพระเจ้าไชยเชษฐาธราช กษัตริย์แห่งล้านช้างนคร ทั้ง 3 พระองค์ คือ สุก เสริม ใส ได้ขอพรจากพระราชบิดาโดยให้ช่างหล่อ พระพุทธรูปประจำพระองค์ และตั้งชื่อตามพระนามของพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ ตามลำดับ คือ พระสุก พระเสริม และพระใส ประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย แขวงเมือง เวียงจันทน์ พระรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระ บวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ยกกองทัพไปปราบกบฎเจ้าอนุวงศ์ ณ นครเวียงจันทน์ จนสงบแล้วจึงได้อัญเชิญ พระสุก พระเสริม พระใส มาจากถ้ำที่ภูเขาควาย เนื่องจาก ชาวเมืองได้นำเอาไปซ่อนไว้ขณะที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบภายในเมืองหลวง โดยอัญเชิญลงในแพไม้ไผ่ผูกติดกันอย่างมั่งคง ทั้ง 3 ลำ ล่องลอยมาตามน้ำงึม แล้วมาขึ้นฝั่งแม่น้ำโขงที่ เมืองหนองคาย ที่วักหอก่อง หรือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ จังหวัดหนองคาย รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งจอมเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานี และเจ้าเหม็น (ข้าหลวง)อัญเชิญพระใส ขึ้นเกวียนไปไว้ที่กรุงเทพ ฯ แต่เกวียนที่ใช้อัญเชิญพระใสมาถึงวัดโพธิ์ชัยเกวียนก็หักลงไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อพระใสประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัยจนถึงบัดนี้



กราบพระเสร็จตั้งใจจะไปศาลาแก้วกู่ต่อ ไม่เคยรู้จักเลยว่าคืออะไร พี่ที่เช่ารถเขาวงให้ก็เลยลองมาดู ขี่รถตามแผนที่ที่มีหลงไปซะ ต้องไล่ถามไปเรื่อยๆ จนกลับมาถูกทาง เส้นทางระหว่างไปมีแนวต้นไผ่สวยดี บรรยากาศประมาณเกาหลีที่เกาะนามิ อันนี้คิดเอง ยังไม่เคยไปเกาหลี 555



อย่างที่บอกไม่รู้จักเลยว่าศาลาแก้วกู่คืออะไร แต่พอใกล้ถึงก็รู้เองว่าใช่แน่ เพราะเริ่มมีสิ่งประหลาดสูงๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ถ้ามากลางคืนคงน่ากลัวพิลึก แล้วเราก็มาถึงศาลาแก้วกู่จริงๆ เจอสิ่งนี้ยืนต้อนรับอยู่



ศาลาแก้วกู่ สร้างโดยปรารถนาให้ที่แห่งนี้เป็น เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เชื่อว่าทุกศาสนาผสมผสานกันได้ ...ตั้งอยู่ ชุมชนสามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย ในพื้นที่ 42 ไร่ รูปปั้น ทั้งเล็กใหญ่แล้วว่ากันว่ามีไม่น้อยกว่าหลักพัน ศาลาแก้วกู่สร้างขึ้นโดย “ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์” หรือ “ปู่เหลือ” ( พ.ศ. 2476 – 2539 ) ร่างปู่เหลืออยู่ภายในอาคารชั้นที่ 3 ของศาลาแก้วกู่ ร่างไม่ได้เปื่อยเน่า และสานุศิษย์บอกว่า เส้นผมของปู่เหลือ จะเป็นสีดำ และเป็นสีขาว สลับสับเปลี่ยน แบบนี้อยู่เรื่อยๆ (ดำก็ดำล้วน ขาวก็ขาวล้วน)

เสียดายตอนไปไม่ทราบไม่ได้เข้าไปกราบนมัสการท่าน ได้แต่เดินชมเทวาลัย



ดูรูปไปเรื่อยๆ ละกันนะ สวยจริงๆ นึกถึงนครธมกันเลยทีเดียว











จากนั้นขอแวะเติมพลังที่ตลาดก่อน ขอข้าวจี่สักก้อน
แบบกลมชุบปลาร้า แบบแท่งธรรมดา
แบบชุบปลาร้าอร่อยมากกกกกก



จากนั้นขี่รถต่อมาที่พระธาตุหนองคาย หรือ พระธาตุกลางน้ำ เดิมชื่อพระธาตุหล้าหนอง เป็นพระธาตุที่หักพังอยู่กลางลำน้ำโขง
ห่างจากชายฝั่งปัจจุบันประมาณ 180 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตามตำนานอุรังคธาตุ (พระพนม)
จากการสำรวจใต้น้ำของหน่วยโบราณคดีภาค 7 พบว่าองค์พระธาตุมีฐานก ว้างด้านละ 17.2 เมตร ย่อมุมที่ฐาน และมีความสูง
ประมาณ 28.5 เมตร หักออกเป็น 3 ท่อน สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 20–22 เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายพระธาตุบังพวน
มากที่สุด หนังสือประชุมพงศาวดารภาค 70 บันทึกไว้ว่า “พระธาตุเมืองหนองคายได้ เพ (พัง) เมื่อวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9
ปีพุทธศักราช 2390” และตลิ่งได้ถูกน้ำเซาะจนมองเห็นพระธาตุอยู่เกือบกึ่งกลางลำน้ำโขงในปัจจุบัน

พระธาตุหล้าหนองยังคงเป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคาย ชาวบ้านได้จัดงานประเพณีเกี่ยวกับพระธาตุทุกปี นอกจากนี้ทางจังหวัด
ได้ก่อสร้างพระธาตุหล้าหนององค์จำลองสูง 15 เมตรขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยบรรจุชิ้นส่วนพระธาตุองค์จริงอยู่ภายใ น

อันนี้เป็นองค์จำลองนะ อยู่ติดริมแม่น้ำโขงเลย ตอนเย็นๆ วิวดี มาดูพระอาทิตย์ตก มีร้านอาหารแถบนี้อยู่มากมาย เป็นแนวจิ้มจุ่ม หมูกระทะ



แวะเติมพลังด้วยข้าวเหนียวมะม่วงร้านนี้ก่อน



เสียดายรูปไม่ชัด 50 บาท อร่อยมากกกกก



จากนั้นไปหาที่ชมพระอาทิตย์ตกริมโขงกัน พยายามจะหาฉากหลังเป็นสะพานไทย-ลาว ถามไป หลงไป พยายามจะไปที่หาดจอมมณี
หรือที่เขาเรียกว่าพัทยาอีสาน แต่ชาวบ้านบอกว่าหาดไม่มีมาหลายปีแล้ว น้ำมันเยอะ แต่ในที่สุด เราก็ได้มาชมวิวพระอาทิตย์ตกตรงนี้
บริเวณใกล้ๆ หาดจอมมณี (ไปอีกก็ไม่ถูกแล้ว หลงเข้ามา)







ดื่มด่ำกับธรรมชาติริมโขงเสร็จ ไปลุยอาหารค่ำกันเลย เลือกร้านนี้เพราะคนเยอะดี ไม่มีเหตุผล อยู่ไม่ไกลจากที่พักด้วย



เริ่มกันที่ไส้หมู



ต้มยำกุ้ง



ปลาหมึกแดดเดียวทอด
อร่อยทุกอย่างเลย ค่าเสียหายมื้อนี้ 300 กว่าบาทเท่าแดงแหนมเนือง



จริงๆ มีร้านน่าทานอีกเยอะมากๆ แถวนั้นเป็นตลาดโต้รุ่งกันเลย แต่ไม่มีที่จะใส่แล้ว กลับที่พักสลบเหมือด

เช้าตื่นมา 6 โมงกว่า ขี่รถเครื่องออกไปใส่บาตรพระ จากนั้นก็เริ่มหาอะไรรองท้อง จริงๆ อยากทานไข่กระทะนะ แต่..
มีอย่างอื่นน่าสนใจกว่ามาตัดหน้าไป เราไปแวะเดินตลาดแล้วเจอเจ้าข้าวจี่อันเล็กนี้ เขาใส่เครื่องอบร้อน ทาเนย โอ้ แป้งกรอบนอกนุ่มใน ชิ้นละ 6 บาท



นั่งกินข้าวจี่กับโอวันตินหรือกาแฟร้อน พร้อมด้วยปาท่องโก๋ ตัวละบาท ในตลาด โอ้ว....สุดยอด อย่างงี้แหละถึงไม่มีพื้นที่ให้ไข่กระทะ



ระหว่างขับรถเครื่องผ่านก็เจอร้านขนมปังหลายร้านเลียนแบบร้านจาก กทม.
เอ หรือ กทม. เลียนแบบเขาหว่า



ภาพสุดท้ายที่หนองคาย สมเป็นเมืองแห่งพญานาคจริงๆ แม้แต่เสาไฟยังเป็นรูปพญานาคเลย เสร็จแล้วก็เอารถไปคืน เก็บกระเป๋าเตรียมตัวข้ามไปลาว เจ้าของรีสอร์ทบอกไปเช้าๆ ดี คนไม่เยอะ ก็เลยรีบไปที่รีสอร์ทมีบริการรถไปส่งให้ที่สะพานด้วย แจ้งเขานิดนึง ประหยัดค่ารถไปได้โขเลย

ทริปนี้ประทับใจหนองคายมากๆ เกินความคาดหวังมากๆ อาหารก็สุดแสนอร่อย ที่เที่ยวก็ตื่นตาตื่นใจ ไว้จะกลับมาเยือนอีกเด้อ




Create Date : 19 กรกฎาคม 2554
Last Update : 19 กรกฎาคม 2554 20:06:17 น.
Counter : 3628 Pageviews.

12 comments
  
ร้านดีดี โภชนา นะสุดยอดแล้ว เป็นร้านรับแขกของหนองคาย
อร่อยกว่าร้านข้าวต้มในกรุงเทพฯ เจ้าดัง ๆ ราคาแพง ๆ หลายร้านเลย
บางวันต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีแย่งโต๊ะกัน เพราะคนลาวข้ามมากินเยอะ
ผสมโรงกับคนไทยจากภาคต่าง ๆ มากันเต็ม ข้าวเหนียวมะม่วงในอีสาน
หลายร้าน เราคิดว่าอร่อยกว่าร้านเจ้าดังในกรุงเทพฯ เยอะเลยเพียงแต่
มันอยู่ไกล คนชิมเลยไม่รู้จัก คิดว่าอร่อยกว่าป้าคนดังที่หัวหินอีกนะ
โดย: อัลปลั๊ก IP: 122.154.16.246 วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:03:20 น.
  
โดย: sunsme วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:12:48 น.
  
แวะมาทักทายและมาขอตามไปหนองคายด้วยนะครับ
โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:19:10 น.
  
กำลังจะไปอุดร เลยแวะมาหาข้อมูลที่หนองคายหน่อยครับ
โดย: nongmalakor วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:08:22 น.
  
ไปทีไรก็มัวแต่งมอุดรอยู่ ไม่ถึงหนองคายซะที .. ไว้จะตามรอยนะค๊า
โดย: bettygirl วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:59:17 น.
  
แวะมาชม ครับ
โดย: Kavanich96 วันที่: 20 กรกฎาคม 2554 เวลา:8:19:26 น.
  
@ คุณอัลปลั๊ก นี่เจ้าถิ่นมาเองแน่ๆ 55555
@ คุณ sunsme ขอบคุณที่มาทักทายกันค่ะ
@ คุณกัปตัน เที่ยวเหนือจนครบเลยมาตะลุยอีสานแทนเหรอคะ
@ คุณ nongmalakor จะได้เที่ยวอุดร ไหมคะ 55555
@ คุณ bettygirl ยินดีค่ะ นั่งรถแป๊บเดียวเองจากอุดร ลองดูนะคะ
@ คุณ Kavanich96 ขอบคุณค่า
โดย: Bpearl วันที่: 20 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:16:49 น.
  
ทริปนี้ ไปอุดร 3 วันครับ เลยกะหาข้อมูลเที่ยว จ.ใกล้เคียงด้วยครับ
โดย: nongmalakor วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:7:01:39 น.
  
พึ่งไปเที่ยววัดทางเหนือกลับมา ตามไปเที่ยววัดทีอิสานด้วยครับ
โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 22 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:23:53 น.
  
ศาลาแก้วกู่ สวยแปลกตา เข้าชมมากๆ ค่ะคุณเปิ้ล
เที่ยวไป ถามไป หลงอีกนิดหน่อย แต่ได้เจอที่น่าชม
แบบคิดไม่ถึงแบบนี้ น่าสนุกค่ะคุณเปิ้ล
วาอยากลองเข้าปั้นจี่มั่งจังค่ะ น่าหม่ำทั้งสองแบบเลย
แถมข้าวเหนียวมะม่วง ลูกสวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:48:37 น.
  
คุณเปิ้ลดู Out of Africa หนังเก่าที่ลุง Robert แสดง
หรือว่าตอนนี้เขาเอามาทำใหม่คะ
ถ้าคุณเปิ้ลอินแบบนี้ รับรองมาเที่ยวที่นี่สนุกเลยค่ะ
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:24:36 น.
  
คุณวา เปิ้ลดู Version ลุง Robert นั่นแหละค่ะ สนุกมากๆ
ชักอยากไปแอฟริกาแล้วสิ อิ อิ
โดย: Bpearl วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:37:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bpearl
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ชื่อเปิ้ลค่า

ที่มาของ Bpearl
ก็มาจากเปิ้ลนี่แหละ ตอนไปต่างประเทศฝรั่งถามชื่ออะไร พอบอกชื่อ Ple..Apple มันขำใหญ่เลย ฝรั่งไม่ค่อยใช้ชื่อผลไม้เป็นชื่อเล่น ก็เลยขอเพี้ยนมาเป็น Pearl แทน ฝรั่งออกเสียงได้ง่ายด้วย ทีนี่ตอนสมัครสมาชิก Pantip มีคนใช้ Login ว่า Pearl แล้ว คิดอะไรไม่ออก ชอบเข้าห้อง Blue Planet เลยเติม B หน้าชื่อตัวเองไปซะเลย คล้องจองกับห้อง BP ไง

**เพิ่งสร้าง FB Ple Bpearl ตามไปเป็นเพื่อนกันได้นะคะ**
กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31