บางปะอินรำลึก ตอนจบ
มาต่อกันที่บางปะอินอีกครั้งหลังจากทิ้งตอนแรกไว้เกือบ 2 อาทิตย์
ตอนนี้เรามุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางของเราคือพระราชวังบางปะอินค่ะ

ไปถึงที่จอดรถเสียไป 20 บาท ก็เกิดอยากไปวัดนิเวศธรรมประวัติ
มาบางปะอินร่วม 10 ครั้งได้มั้งไม่เคยข้ามไปวัดเลย
อยากลองนั่งกระเช้าดูสักครั้ง
กระเช้าก็อยู่ตรงที่จอดรถนั่นแหละ ใกล้นิดเดียว



วิวทิวทัศน์ 2 ฝั่งคลอง



อีกด้านนึง




เป็นกระเช้าที่น่าหวาดเสียวทีเดียว ไม่มีเครื่องป้องกันอันตรายใดๆ
เอาเป็นว่าที่เซ็นโตซ่าอายไปเลย แต่ก็สนุกดีนะ รับลมชิวๆ

อันนี้น่าโกรธเป็นที่สุด บอกว่าเป็นเขตอภัยทาน 2 คนนั่นเพิ่งตกปลาไปหยกๆ
เห็นคาตาเลย



ครั้งแรกที่ข้ามมาวัดนิเวศธรรมประวัติ ขอเล่าประวัติวัดหน่อยละกัน

วัดนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2419
เพื่อใช้เป็นที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ขณะเสด็จประทับที่พระราชวังบางปะอิน
ประมาณวัดพระแก้วกับพระบรมมหาราชวัง



วัดนี้ให้บรรยากาศเหมือนไม่ใช่วัด
สิ่งก่อสร้างจะสร้างเลียนแบบบ้านทรงยุโรป









มาถึงพระเอกของวัดนี้ พระอุโบสถ

วัดนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีการตกแต่งเป็นแบบตะวันตกพระอุโบสถคล้ายกับโบสถ์ฝรั่ง
ในศาสนาคริสต์ มีหลังคายอดแหลมและช่องหน้าต่างเจาะโค้งแบบโกธิค



ที่เห็นข้างบนนั่นเป็นด้านหลังโบสถ์ จะอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์



ด้านหน้าอุโบสถ ย้อนแสงเต็ม



ด้านในอลังการมาก ดูแล้วนึกถึงโบสถ์ศาสนาคริสถ์ที่เพิ่งไปงานแต่งงานมา
บรรยากาศคล้ายๆ กัน ถ้าไม่มีองค์พระตั้งอยู่นี่ นึกว่าโบสถ์คริสต์แน่นอน

ภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส" เป็นพระประธาน ออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ
โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน
นอกจากนี้บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์



ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือ ฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ที่ประดับด้วยกระจกสี



ด้านขวามือของพระอุโบสถนั้นมีหอประดิษฐานพระคันธารราฐซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางขอฝน



ตรงข้ามกับหอพระคันธารราฐเป็นหอประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาเก่าแก่ปางนาคปรกอันเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรี
ฝีมือช่างขอมอายุเก่านับพันปีพระนาคปรกนี้อยู่ติดกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ใหญ่ที่แผ่กิ่งไปทั่วบริเวณหน้าพระอุโบสถ



อีกจุดนึงที่ชอบมากๆ คือ ตรงประภาคาร บรรยากาศดี ถ้ามายืนชมวิวตอนพระอาทิตย์กำลังตก
น่าจะเป็นจุดที่ถ่ายรูปได้สวยงามจุดนึงเลย



สักพักเราก็ข้ามเรือกลับมาที่พระราชวังบางปะอิน แต่อยู่ไม่นาน เท่าไหร่พอดีเพื่อนเกิดไข้ขึ้นมาซะงั้น
งานนี้ใช้บัตรเบ่งผ่านเข้าไป ไม่ต้องเสีย 30 บาท
(ไม่ใช่บัตรเบ่งที่ไหน บัตรไกด์นั่นเอง)

มาดูประวัติพระราชวังบางปะอินกันบ้างพระราชวังบางปะอิน อยู่ห่างจากเกาะเมืองมาทางทิศใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร
ตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าปราสาททองเป็นผู้สร้างพระราชวังแห่งนี้ เนื่องจากบริเวณเกาะบางปะอิน
เป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็นเคหสถานเดิมของพระมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านที่สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพบ
เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเรือเกิดล่มตรงเกาะบางปะ
อิน พระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างวัดขึ้นบนเกาะบางปะอินตรงบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดาในปีพ.ศ.2175 พระราชทานชื่อว่า “วัดชุมพลนิกายาราม”
และให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส แล้วสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งที่ริมสระน้ำนั้น
พระราชทานนามว่าพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์




แม้เชื่อกันว่าบางปะอินจะเป็นที่เสด็จประพาสของกษัตริย์อยุธยาตั้งแต่นี้มา แต่หลังการเสียกรุงเมื่อปี พ.ศ. 2310
ก็ทำให้บางปะอินและบริเวณแถบนี้กลายเป็นที่รกร้าง บางปะอินได้รับการรื้อฟื้นให้เป็นที่ประทับขององค์กษัตริย์
และเจ้านายอีกครั้ง โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยให้สร้างพระตำหนักกลางน้ำและให้นามตามพระที่นั่งองค์เดิม
คือ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เดิมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สร้างด้วยไม้ทั้งองค์
ต่อมา รัชกาลที่ 6 โปรดฯให้เปลี่ยนเสา และพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด



สวยหลายนางแต่ชำรุดเยอะ ผลัดกันซ่อมตลอด






พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร อยู่ทางทิศตะวันออกตรงข้ามกับสระน้ำ เป็นพระที่นั่งเรือนไม้หมู่ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง
มีเฉลียงตามแบบชาเลตของสวิสทาสีเขียวอ่อนแก่สลับกันด้วยงานช่างที่ประณีต สิ่งประดับตกแต่งภายใน ประกอบด้วย
เครื่องไม้มะฮอกกานีจัดสลับลายทองทับที่สั่งจากยุโรปทั้งสิ้น นอกนั้นเป็นสิ่งของหายากในประเทศ
อันเป็นเครื่องราชบรรณาการจากหัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาเขตรอบๆ มีสวนดอกไม้สวยงาม
เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรได้เกิดเพลิงไหม้ ขณะที่มีการซ่อมรักษาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2481
ทำให้พระที่นั่งถูกทำลายไปกับกอง เพลิงหมดสิ้นทั้งองค์คงเหลือแต่หอน้ำปัจจุบันได้สร้างขึ้นใหม่ตามแบบเดิม
ทุกประการ แต่เปลี่ยนวัสดุจากไม้เป็นอาคารคอนกรีตแทน



หอวิฑูรทัศนา เป็นพระที่นั่งหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะน้อยในสวนเขตพระราชวังชั้นในระหว่างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร
กับพระที่นั่งเวหาศน์จำรูญเป็นพระที่นั่ง 3 ชั้น มีบันไดเวียน เป็นหอส่องกล้องชมภูมิประเทศบ้านเมืองโดยรอบสร้าง
ในรัชกาลที่5 เมื่อปี พ.ศ. 2424 ไม่ใช่ไว้ชมเมืองอย่างเดียว ไว้ว่าราชการด้วย เวลาน้ำท่วมน้ำแล้งขึ้นไปบนหอก็มองเห็นหมด
รัชกาลที่ 5 จึงเอาไว้คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรชาวอยุธยา




พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของพระราชวังถัดจากหอวิฑูรทัศนาขึ้นไป พระที่นั่งองค์นี้มีนามเป็นภาษาจีนว่า
"เทียน เม่ง เต้ย" (เทียน=เวหา, เม่ง=จำรูญ, เต้ย=พระที่นั่ง) ประชาชนทั่วไปเรียกว่า "เก๋งจีน" เพื่อเป็นพระที่นั่งสำหรับประทับ
ในฤดูหนาว โดยกลุ่มพ่อค้าชาวจีนในไทยสร้างถวาย รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2432 ลักษณะเป็นพระที่นั่งศิลปะแบบจีน ที่มีลายแกะสลักได้อย่างงดงามวิจิตรยิ่ง โถงด้านหน้าปูด้วยกระเบื้อง แบบกังไส



ภาพนี้ใครที่ทราบประวัติพระนางเรือร่ม คงซาบซึ้ง รัชกาลที่ 5 ทรงประพันธ์ขึ้นมาเพื่อระลึกถึงชายาอันเป็นที่รัก



เปลี่ยนบรรยากาศมาดูสวนระหว่างทาง ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องสวนสัตว์
คือสวนแต่งเป็นสัตว์



แผนที่พระราชวัง



สุดท้ายท้ายสุดวันนี้แล้ว กลับบ้านอย่างอิ่มเอมใจ
มาที่นี่ทีไรไม่เคยผิดหวัง ประทับใจทุกครั้ง
อิ่มเอมไปด้วยบรรยากาศเก่าๆ ภาพสวยๆ ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย
แถมยังได้ไหว้พระทำบุญอีก




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2554 14:05:29 น.
Counter : 3344 Pageviews.

16 comments
  
เคยไปเที่ยวตั้งแต่สมัยยังเด็ก ๆ น่ะค่ะ ปีก่อนโน้นก้ว่าจะไปเที่ยว ๆ แต่ก็คลาดครากัีนซะทุกที เห็นแบบนี้แล้ว ปีนี้คงจะหาเวลาว่างลองไปเที่ยวดูบ้างอ่ะนะคะ..

ขอบคุณที่เก็บภาพและเรื่องราวมาฝากกันค่ะ
โดย: i'm not superman วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:51:16 น.
  
มีที่จอดรถแบบไม่เสียตังค์ด้วยนะคะ อยู่ใกล้ๆกัน ส่วนมากคนจะไม่รู้
เห็นบล็อคนี้แล้วต้องไปอัพบ้าง ไปมาเดือนที่แล้ว ยังไม่ได้อัพเลย
โดย: chava วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:38:06 น.
  
ที่นีสวยจริงๆ ครับ อยุ่ใกลๆ้ กทม ซะด้วย เหมาะมากมายสำหรับการไปเที่ยวันเดียวกลับ เคยไปมาแล้ว แต่ก็อยากไปอีก ถ้ามีโอกาส
โดย: นายหัวเด่น วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:21:50 น.
  
แวะมาทักทายค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ ได้ดูรูปสวย ๆ เคยไปเมื่อหลายปีมาแล้ว มาเห็นรูปอีกก็อดคิดถึงไม่ได้ ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง แมบุญโหวตให้ด้วยถูกใจจริง ๆ
โดย: Maeboon วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:18:31 น.
  
เมื่อวานก็พึ่งไปบางปะอินมาเหมือนกันครับ
โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:40:13 น.
  
ขอมารำลึกบางประอินกับคุณเปิ้ลค่ะ
ชอบบรรยากาศที่ได้เห็นน้ำแบบนี้มากๆ ค่ะ
สวนก็สวยน่าเดิน แถมสถาปัตยกรรมก็น่าชมค่ะ
ทางนี้หิมะยังมีลงมาในบางวันค่ะ
อากาศเริ่มมีแดดและดีขึ้นมากๆ ค่ะ

โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:43:07 น.
  
Photobucket

ขอบคุณที่แวะไปนะค่ะ :)
โดย: สาวสะตอใต้ วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:21:09:30 น.
  

สวัสดีค่ะคุณเปิ้ล สบายดีนะคะวันนี้
วันนี้วากระโดดจากฝรั่งเศสไปโปรตุเกสค่ะ
ขอผลัด Côte d'Azur ไว้ก่อนนะคะ
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:22:36:35 น.
  


ตอบแบบคุยกันส่วนตัวหลังไมค์นิสสสสนุงค่ะคุณเปิ้ล
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:22:37:26 น.
  
เห็นบางภาพนึกว่าอยู่ยุโรปนะคะเนี่ย
โดย: apple.007 วันที่: 13 มีนาคม 2554 เวลา:20:27:00 น.
  
ยังค่ะคุณเปิ้ล ไปช่วงปลายๆเดือนค่ะ เริ่มมีอาการตื่นเต้นเล็กๆ อิ อิ
โดย: apple.007 วันที่: 16 มีนาคม 2554 เวลา:21:05:18 น.
  
มาทักทายตอนหน้าหนาวเดือนมีนาคมครับ
โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:16:03:22 น.
  


คุณเปิ้ลสบายดีนะคะ
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:1:58:20 น.
  
แวะมาทักทายคุณเปิ้ลค่ะ หลังจากนี้คงจะหายไปนาน กลับมาจะเอารูปสวยๆมาฝากนะคะ
โดย: apple.007 วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:23:08:47 น.
  
ถ้าไปจาก กทม.เส้นพหลโยธิน ต้องไปเลี้ยงเข้าตรงไหน ยังไงคะ ดูในเน็ทไม่เห็นมีแผนที่ให้เลยค่ะ...
โดย: Orange Za IP: unknown, 203.146.116.101 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:19:06:16 น.
  
วาเข้ามาทักทายเยี่ยมเยือนค่ะคุณเปิ้ล
สบายดีนะคะช่วงนี้
แอบๆ ดูด้วยว่ามีอัพอะไรไหมเอ่ย
โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:23:28:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bpearl
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ชื่อเปิ้ลค่า

ที่มาของ Bpearl
ก็มาจากเปิ้ลนี่แหละ ตอนไปต่างประเทศฝรั่งถามชื่ออะไร พอบอกชื่อ Ple..Apple มันขำใหญ่เลย ฝรั่งไม่ค่อยใช้ชื่อผลไม้เป็นชื่อเล่น ก็เลยขอเพี้ยนมาเป็น Pearl แทน ฝรั่งออกเสียงได้ง่ายด้วย ทีนี่ตอนสมัครสมาชิก Pantip มีคนใช้ Login ว่า Pearl แล้ว คิดอะไรไม่ออก ชอบเข้าห้อง Blue Planet เลยเติม B หน้าชื่อตัวเองไปซะเลย คล้องจองกับห้อง BP ไง

**เพิ่งสร้าง FB Ple Bpearl ตามไปเป็นเพื่อนกันได้นะคะ**
กุมภาพันธ์ 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
 
 
26 กุมภาพันธ์ 2554