หางแดงรำลึก กรุงเทพ - ไทเป ตอนจบ เก็บตกที่เที่ยว
เป็นประเทศที่เขียน Blog ได้ยาวนานข้ามปีกันเลยสำหรับการเที่ยวไต้หวันในครั้งนี้ ตอนสุดท้ายจะเ็นการเก็บตกสถานที่ต่างๆ รวมทั้งของกินที่ได้ไปเจอะเจอมา

สำหรับที่แรกที่อยากจะเก็บตก คือ กู้กงหรือที่เรียกว่า National Palace Museum เป็นที่ที่ชอบมาก และประทับใจมากๆ เช่นกันค่ะ

วิธีการไปไม่ยาก นั่งรถไฟสายสีแดงมาลงสถานี Shilin ตามโพยบอกว่าพอออกมาตาม EXIT 1 ก็มานั่งรอรถสาย R30 ที่หน้า Watson แล้วขึ้นรถฟรีต่อไปที่กู้กงได้เลย



ภาพนี้ถ่ายจากบนรถ R30 เวลาถามทางเรียกกู้กง คนไต้หวันทุกคนก็รู้จัก



รูปภาพด้านใน ถ่ายได้แค่นี้ เขาห้ามถ่ายภาพข้างใน
โชคดีมากๆ วันที่ไปเป็นวันชาติพอดี เขาให้เข้าไปชมได้ฟรี
ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม ประหยัดไป 160 TWD เอาไปกินขนมได้เลย

ตอนไปถึงก็ไปที่ Admission เพื่อจะไปจ่ายค่าเข้า แต่พอไปถึงเขาปิดตู้
ไอ้เราก็เดินโมโหว่าเจ้าหน้าที่ไปไหนเนี่ยไม่มาเก็บตังค์ เลยเดินไปถาม Info
พอ Info บอกว่าฟรีเท่านั้นแหละ หายเป็นปลิดทิ้ง อยากไปฉลองวันชาติกับเขาจริงๆ



ใครจะไป Museum แนะนำให้เข้า Website Meseum ไปศึกษาประวัติของแต่ละชิ้น
ก่อนนะคะ จะทำให้อินมากยิ่งขึ้น
//www.npm.gov.tw/en/home.htm

ขอเอาภาพจาก Website โชว์เป็นน้ำจิ้มสัก 3-4 ภาพ

ภาพนี้เป็นไฮไลท์ของเราเลย จริงๆ ไม่รู้จักเจ้าผักกาดนี่หรอก พอดีตอนไป
ซุนยัดเซน
เห็นเขาขายผักกาดที่ทำด้วยแก้วเป็นของที่ระลึก ก็ได้แต่สงสัยว่าผักกาดมันมีดีอะไรหนอ
มาเจอเข้าที่ Museum นี่แหละ แล้วก็ต้องทึ่ง กับจินตนาการของคนคิดมาก

ขออนุญาตเอาประวัติเขามาลงด้วย อาจยาวหน่อย

Jadeite Cabbage with Insects
Ch'ing Dynasty (1644-1911)
Length: 18.7 cm, width: 9.1 cm, thickness: 5.07 cm

This piece is almost completely identical to a piece of bokchoy cabbage. Carved from verdant jadeite, the familiar subject, purity of the white vegetable body, and brilliant green of the leaves all create for an endearing and approachable work of art. Let's also not forget the two insects that have alighted on the vegetable leaves! They are a locust and katydid, which are traditional metaphors for having numerous children. This work originally was placed in the Forbidden City's Yung-ho Palace, which was the residence of the Kuang-hsü Emperor's (r. 1875-1908) Consort Chin. For this reason, some have surmised that this piece was a dowry gift for Consort Chin to symbolize her purity and offer blessings for bearing many children. Although it is said that the association between the material of jadeite and the form of bokchoy began to become popular in the middle and late Ch'ing dynasty, the theme relating bokchoy and insects actually can be traced back to the professional insect-and-plant paintings of the Yüan to early Ming dynasty (13th-15th c.), when they were quite common and a popular subject among the people for its auspiciousness. In the tradition of literati painting, it has also been borrowed as a subject in painting to express a similar sentiment, indirectly chastising fatuous officials. For example, in a poem written in 1775, the Ch'ien-lung Emperor associated the form of a flower holder in the shape of a vegetable with the tradition of metaphorical criticism found in the T'ang dynasty poetry of Tu Fu, in which an official was unable to recognize a fine vegetable in a garden. The emperor thereupon took this as a warning to be careful and alert. Regardless of whether it is a court craftsman or the maker of this jadeite bokchoy cabbage, all are merely giving play to their imagination and creativity, following the taste and directions of their patrons. Despite not having more historical records to probe these ideas, it nonetheless provides the viewer with greater room for imagination.



อันนี้เป็นเหมือนหมู 3 ชั้น ดูแล้วแหยงดี ได้ความรู้สึกมาก คนทำนี่ก้ช่างจินตนาการ มาดูประวัติกัน

Meat-shaped Stone
Ch'ing Dynasty (1644-1911)
Height: 5.73 cm, width: 6.6 cm, thickness: 5.3 cm

In the collection of the National Palace Museum, two of the most famous works on display are "Jadeite Cabbage" and "Meat-shaped Stone", which is why these two are often exhibited together for the appreciation of visitors. At first glance, this meat-shaped piece of stone looks like a luscious, mouth-watering piece of "Tung-p'o meat". Made from banded jasper, it is a naturally occurring stone that accumulates in layers over many years. With time, different impurities will result in the production of various colors and hues to the layers. The craftsman who made this meat-shaped stone took the rich natural resources of this stone and carved it with great precision, and then the skin was stained. This process resulted in the appearance of skin and lean and fatty layers of meat, the veining and hair follicles making the piece appear even more realistic.



ขออีกรูปละกันเป็นกล่องเก็บของที่ทำเป็นช่องเล็กช่องน้อยเต็มไปหมด
ถ้าเป็นเราคงหาของไม่เจอแน่ๆ จริงๆ มี อีก 2-3 ชิ้นที่อยากเอามาอวด แต่ไม่มีรูปใน Website คงต้องไปดูเองกับตา

Square Sandalwood Curio Box (with 30 curios inside)
Ch'ien-lung Reign (1736-1795), Ch'ing Dynasty (1644-1911)
Length: 25 cm, width: 25 cm, height: 21 cm

When closed, this curio box looks like a plain container. The advantage to this type is that it does not take up much space in storage. Although the outside appears quite simple, it is by no means monotonous. The reason lies in the decorative method of using "panels" by the artisans who made it. On the one hand, they allow the viewer to appreciate both painting and calligraphy. On the other hand, they pique one's curiosity to find out what lies inside. Not letting the viewer down, the wings of the panels can be pulled out one by one to form a fan-shaped chest. Almost instantly, the static form of the box becomes animated. Combined with the center that can be turned, it looks almost like a windmill about to spin! If you thought that the pleasure in searching for the curios inside ended here, just wait! The sumeru mount forming the pedestal of the box is also a storage area. Almost like a modern interior design, this technique of using panels to conceal objects is a perfect match! Such innovation is indeed all by unrivaled in traditional Chinese craftsmanship!



สถานที่ต่อไปที่อยากแนะนำสำหรับนักช้อปของถูก คือ Wufenpu
ขึ้นสายสีน้ำเงินไปลงสถานี Houshanpi



คาดหวังว่าจะได้เสียเงินที่นี่สักที ชอบนักของลดราคา
แบบเดินประตูน้ำ Platinum อ่านมาจาก Taiwan's Lover
มีคนแนะนำ รวมทั้งเพื่อนแอร์แนะนำอีกแล้ว บอกว่า
ของหลังการบินไทยมาจากที่นี่หลายเจ้าเลยนะ



พอออกจากสถานีรถไฟฟ้ามาก็เจอภาพนี้ เอ แล้วร้านขายเสื้อผ้าจะอยู่ไหนหว่า
ตัดสินใจเดินตามสาวๆ ที่ลงมาสถานีเดียวกัน คุณไปไหน เราไปด้วย
น่าจะจุดหมายเดียวกัน



แล้วก็ไม่ผิดหวัง สาวๆ พามาแหล่งขายสื้อผ้าจริงๆ
พอเดินจริงๆ แล้วผิดหวังเหมือนกัน ของไม่ถูกอย่างที่คิด
เสื้อสวยๆ ดีๆ นี่ 700-800 อัฟเลยนะ
แม้แต่ที่อยู่ในถุงๆ ที่เห็นนี่ บางตัวเฉียดพันเลยทีเดียว
จะมีที่เอามาโละหน้าร้าน 100 TWD อยู่หลายร้าน
แต่ก็เป็นพวกมีตำหนิกับไม่มีไซส์ซะมาก เลยได้ของมานิดหน่อย
ไม่เป็นที่ประทับใจเท่าไหร่

มารู้เคล็ดไม่ลับจากสาวไต้หวันที่เจอบนไฟล์ขากลับ
ชีบอกว่าต้องมาตอนเปลี่ยนฤดู ช่วงเดือน พ.ค. กับ ก.ย.
ลดกระหน่ำ มาช่วงนี้เฉยๆ แพง ถ้าช่วงโละเสื้อฤดูหนาวต้องมา
พ.ค. หรือจะรอโละเสื้อฤดูร้อนต้องมา ก.ย.

โอ้ ขอบคุณสาวไต้หวัน ครั้งหน้าจะได้จองตั๋วถูกเดือน



ที่ตลาด Wufenpu ได้มีโอกาสชิมไอติมรถเข็นความประหลาดอยู่ตรงที่ไอติมเขาห่อแป้ง โรยด้วยถั่วขูด แล้วใส่ผักชี

เกิดมาไม่เคยกินไอติมใส่ผักชี รสชาติแปลกประหลาดดี



ไปถึงไต้หวัน ลองไปดู 7/11 ของเขาดูบ้างนะคะ



ได้ลองชิมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ 7/11 มาลวกน้ำกินที่โรงแรม
OMG บะหมี่เนื้อตุ๋น มีเนื้อตุ๋นจริงๆ อยูในกล่องด้วย



มาดูบรรยากกาศร้านอื่นๆ ทั่วไปบ้าง อันนี้เป็น Sushi Express เห็นตามสถานีรถไฟฟ้าทั่วไป เกือบไม่ได้เข้าไปเพราะคิดว่าคงเหมือนโออิชิทั่วไป

พอเข้าไปแล้วเกือบไม่ได้ออกไปร้านอื่น

ซูชิถูกมาก คำละ 10 บาท อันนี้เป็นพวกหน้าไข่หวาน ส่วนหน้าแซลมอน ทูน่า ปลาไหล คำละ 15 บาท เกือบเหมาหมดร้าน แต่ก็ตัดใจเลือกมา 6-7 คำ อร่อยและสดมากๆๆ โออิชิชิดขอบไปเลย ไม่แปลกใจที่ใครๆ บอกว่าไปที่นี่ต้องไปลองอาหารญี่ปุ่น ขอเพิ่มอีกนิดต้องลองซูชิด้วย



จะให้ดูเบื้องหลังความสำเร็จด้วย Map ที่ได้มาจาก Info ละเอียดมากๆ Map อันนี้เองที่ทำให้ตัดสินใจไป DanShui
ดูจากแผนที่ของกินเพียบ แต่ขอบอกหาไม่เจอสักร้าน เขาอุตส่าห์เขียนชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษ แต่ไปถึงจริง
ทุกร้านมีแต่ชื่อภาษาจีน คือเหมือนจะช่วยอ่ะนะ แต่ช่วยไม่เสร็จ



ขากลับนั่งรถไฟ Express กลับ ดูภายในโบกี้ สะอาดสอ้าน 160 TWD



มาดูตั๋วรถไฟกัน สถานีที่ต้องลงคือเถาหยวน

ปัญหามันเกิดตอนนี้แหละ คิดมาตลอดว่าเถาหยวนคือสถานีสุดท้ายที่ทุกคนจะต้องลง ปรากฎว่าไม่ใช่ พอถึงสถานีเราก็ไม่แน่ใจ ทำไมทุกคนไม่ลง ดีที่เอะใจขึ้นมาวิ่งลงตอนวินาทีสุดท้าย

นี่ถ้านั่งเลยไปนี่ ตกเครื่องได้เลย



ขึ้นมารีบวิ่งไปต่อรถบัส เสียอีก 30 TWD รถบัสก็ดีใจหาย ทั้งคันมีอยู่ 5 ตน
ก็ออกรถไปส่งให้

มาดูกันชัดๆ ว่าฟ้าใสขนาดไหน อันนี้สถานีรถไฟเถาหยวน



บรรยากาศบนรถ



มาถึงสนามบินขาออกแล้วค่ะ



ปิดท้ายด้วย Gate น่ารักๆ ที่นี่ เห็นมาหลายกระทู้แล้ว ไม่คิดว่าเขาจะ Create ได้ขนาดนี้ ที่สำคัญอาหารและของฝากที่อยู่ด้านในนี้ขายไม่แพงเลย ราคาแทบไม่ต่างจากร้านข้างนอก แถมตอนกลับเจอสาวไต้หวันเม้ากันตลอดจนถึง กทม. 4 ชม. ขากลับเลยเหมือนแป๊บเดียว สาวไต้หวันวางแผนเที่ยว กทม. อยุธยา เชียงใหม่ 15 วัน พาแม่กับน้องมาด้วย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว เห็นแผนของเขาแล้วเราหนาวเลย อยู่กรุงเทพฯ แท้ๆ บางที่ยังไม่เคยไป

เขาบอกจะไปเดินตลาดห้วยขวาง ไปตลาดวังหลัง จะไปเดินสะพานพุทธ แล้วก็ตลาดน้ำตลิ่งชัน

เราบอกที่พูดมาน่ะ ยังไม่เคยไปเลย ชีทำหน้าประหลาดใส่ สงสัยเราต้องวางแผนเที่ยว กทม. ซะแล้วไม่ให้อายสาวไต้หวัน

หลงรักประเทศไต้หวันและคนไต้หวันมากๆ ค่ะ



ปิดท้ายไต้หวันด้วยความอิ่มค่ะ 555 ขอบคุณที่ไปเที่ยวด้วยกันแบบมาราธอนนะคะ ^^



Create Date : 29 มิถุนายน 2556
Last Update : 29 มิถุนายน 2556 17:59:29 น.
Counter : 2014 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Bpearl
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ชื่อเปิ้ลค่า

ที่มาของ Bpearl
ก็มาจากเปิ้ลนี่แหละ ตอนไปต่างประเทศฝรั่งถามชื่ออะไร พอบอกชื่อ Ple..Apple มันขำใหญ่เลย ฝรั่งไม่ค่อยใช้ชื่อผลไม้เป็นชื่อเล่น ก็เลยขอเพี้ยนมาเป็น Pearl แทน ฝรั่งออกเสียงได้ง่ายด้วย ทีนี่ตอนสมัครสมาชิก Pantip มีคนใช้ Login ว่า Pearl แล้ว คิดอะไรไม่ออก ชอบเข้าห้อง Blue Planet เลยเติม B หน้าชื่อตัวเองไปซะเลย คล้องจองกับห้อง BP ไง

**เพิ่งสร้าง FB Ple Bpearl ตามไปเป็นเพื่อนกันได้นะคะ**
มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30