Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
27 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
มอดินแดงแห่งความหลัง 2

ในบรรดาเพลงสถาบันที่พี่ๆกลุ่มสอนให้เราร้องนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัย, Boom KKU ,ขวัญมอดินแดง, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มอดินแดง, ร่วมใจมอขอ, และมอดินแดงแห่งความหลัง สำหรับข้าพเจ้าแล้วชอบเพลงมอดินแดงแหงความหลังและมอดินแดงที่สุด มีเรื่องเล่าถึงเพลงมอดินแดงแห่งความหลังเอาไว้ว่า ค่ำคืนของเดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหน็บหนาวที่สุดของมอดินแดง รุ่นพี่ของเรา ๓ คน ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นแรก กำลังอ่านหนังสือสอบที่เฉลียงหน้าหอสอง ภายหลังการสอบแล้วทุกคนก็จะต้องแยกย้ายจากกันไปตามวิถีทางของตน ตลอด ๔ ปี ผ่านทั้งสุขและเศร้า ด้วยความผูกพัน อาลัย ความเหงา ความมืด และความหนาวเย็นในคืนนั้นจึงถูกกลั่นกรองมาเป็นเพลง ที่มีชื่อว่ามอดินแดงแห่งความหลัง

“...........มอดินแดงยามนี้ คืนนี้เดี๋ยวนี้คงเศร้า ทุกค่ำเช้าแสนปวดร้าวเมื่อเราจากกัน
ครั้งก่อนเคยภักดิ์ ร่วมใจรัก ร่วมใจกัน เคยร่วมใจฝันเพื่อสร้างสรรค์สวรรค์แดนดิน......... ”

“พวกคุณทำได้แค่นี้เหรอ....” เสียงนั้นฉุดข้าพเจ้าออกมาจากภวังค์

“เพลงมหาลัยนะครับ ตั้งใจหน่อย .....ทีFour Please ทำไมร้องดังจัง” เสียงเฮรับจากพี่ๆฝั่งโน้นก็ดังประสานขึ้นทันที่ที่ประธานเชียร์พูดจบ

“ผมรู้ว่าพวกคุณเหนื่อย ถ้างั้นผมให้เวลาพักรับประทานอาหารสำหรับวันนี้ .....”

เมื่อพี่ลีดด์ ขึ้นจากสนาม พี่ๆกลุ่มก็กุลีกุจอขนข้าวกล่อง น้ำ ขนม มาให้น้องกลุ่มเหมือนเคย หลายๆกลุ่มคลายเครียดโดยการแปรแถวเป็นตัวอักษรประจำกลุ่ม บางกลุ่มก็ร้องเพลงโดยมีพี่ๆมาเต้นเป็นModel วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่น้องใหม่ปีนี้จะทำการทดสอบเพลงมหาวิทยาลัย สองวันก่อน เราทดสอบเพลงผ่านแค่ ๓ เพลง คือ ร่วมใจมอขอ, Boom KKU, มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนวันนี้ช่วงแรกเราผ่านเพลง มอดินแดง ส่วนเพลงมาร์ช, ขวัญมอดินแดง, และมอดินแดงแห่งความหลัง ยังไม่ผ่านซักเพลง

ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ข้าพเจ้าก็ทานข้าวได้ไม่มากนัก ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยเพียงแต่รู้สึกกังวลเท่านั้นว่าถ้าเองเพลงไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร ฝนก็ตั้งเค้าว่าจะตกเสียให้ได้ ถ้าเกิดตกมาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะหลบยังไงไหว

“น้องคะเรามีเวลาไม่มากพอนะคะ ขอให้พี่สตาฟช่วยจัดน้องเข้าระเบียบเชียร์ด้วย อีกสักครู่ประธานเชียระทำการทดสอบเพลงมหาวิทยาลัยค่ะ” เลขานุการเชียร์ประกาศผ่านไมค์ออกมา

เมื่อทุกอย่างพร้อม การทดสอบเพลงก็เริ่มขึ้น เพลงขวัญมอดินแดง ซึ่งเป็นเพลงที่ต้องปรบมือพร้อมๆกัน

“ขวัญเมืองขอนแก่น ไม่มีใดแม้นเหมือนมอดินแดง รื่นรมย์งามสมเป็นแหล่ง ชาวมอดินแดง พร้อมเพรียงแรงภูมิใจ.....

......ดั่งไม้ยืนต้นทนแห้งแล้งขวัญชาวมอดินแดงล้นอุรา สามัคคีกันใฝ่ฝันศรัทธาทั่วแดนฟ้าแห่งเรา” เหมือนนัดกันไว้เป็นอย่างดี เพลงนี้เราร้องจบ ไม่โดนเก็บกลางครัน เสียงเฮดีใจจากพี่ๆที่มาดูก็ดังขึ้นทันที

“ผมว่ามันคงเป็นเหตุบังเอิญ” ประธานเชียร์ขัด

“คุณต้องแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เรื่องฟลุค ผมขอทดสอบเพลงนี้อีกครั้งครับ” เสียงบ่นอุบจากเพื่อนๆก็ตามมา ว่าประธานเชียร์ไม่มีเหตุผล บ้าอำนาจ

“ขวัญชาวมอดินแดง ไม่เคยแห้งแรงเพราะแรงใจมั่น กาลพฤกษ์งามนั่น หยัดยืนเป็นขวัญน้อมชีวันบูชา.....”

“พอๆ เถอะผมอายเค้า.....พวกคุณอย่าดันทุรังเลย ผมรู้แล้วว่าเมื่อกี้มันเป็นเรื่องบังเอิญ” ประธานเชียร์ให้กำลังใจสุดขีด

“เพลงนี้ผมขอพักเอาไว้ก่อน.....ขอทดสอบเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยครับ”

เมเจอร์ลีดด์ ให้สัญญาณสั่งลุกขึ้น เราก็ลุกอย่างพร้อมเพรียงเป็นเวฟสวยงาม สามสี่ครั้งจนเพื่อนผู้หญิงบางคนเป็นลมจนต้องหามไปพยาบาลที่หลังแสตนด์ เมื่อลุกพร้อมกันแล้ว แต่ก็ยังร้องไม่พร้อมกัน หรือร้องพร้อมกันแต่เสียงไม่ดัง ก็จะโดนประธานเชียร์ที่ตอนนี้บรรดาพวกเราเรียกขานกันในนามฮิตเลอร์สั่งเก็บทุกคราวไป

“ผมอยากรู้จริงๆว่าคุณเข้ามหาวิทยาลัยได้ยังไง เอาไก่แลกมารึเปล่า ร้องเพลงแค่นี้ยังไม่เป็นเลย แล้วจะไปทำอะไรได้ กี่รุ่นมาแล้วที่เค้าผ่านการเชียร์กลาง ผมก็เพิ่งเคยเห็นรุ่นนี้แหละที่ไม่ได้เรื่องที่สุด”

ฝนเริ่มโปรยลงมาเบาๆ หลายคนทำท่าจะลุกขึ้นหลบฝน
“เชิญครับ...ถ้าคุณรักสบายก็เชิญ..กลับไปนอนที่หอสบายกว่าใช่มั้ยครับ ผมจะได้บอกรุ่นพี่ๆว่าปีนี้เราไม่มีน้องใหม่ ปีนี้ไม่มีกาลพฤกษ์ช่อที่ ๓๖....” ประธานเชียร์พูดดัก จนไม่มีใครกล้าลุก

“เด็กวิทยาเขตหนองคายครับ เชิญได้แล้วครับ รถมารับท่านกลับไปอาบน้ำนอนแล้วครับ....จะนั่งอยู่ทำไมครับ ผมอนุญาต ไม่มีใครว่าคุณกินแรงหรอกครับ เพราะทุกคนก็กินเหมือนกันหมด” เสียงพี่ๆหัวเราะรับมุขประธานเชียร์ดังมาสำทับ

จนอาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษากับพี่ๆจากวิทยาเขตหนองคาย เข้ามาตามน้องถึงแสตนด์ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะลุกขึ้นกลับ

“พวกคุณจะนั่งอยู่ทำไม แล้วคืนนี้จะนอนไหน....”
ใครคนหนึ่งวิ่งไปที่ไมค์หน้าแสตนด์
“หนูเป็นตัวแทนวิทยาเขตหนองคายค่ะ พวกหนูจะยังไม่กลับจนกว่าจะปิดเชียร์ เราทิ้งเพื่อนไม่ได้หรอกค่ะ ขออนุญาตอาจารย์และพี่ๆนะคะ ขอพวกหนูอยู่ต่อ เรื่องที่นอนไม่ต้องห่วง เราพักกับเพื่อนที่ขอนแก่นได้ ขอให้เราได้อยู่ช่วยเพื่อนนะคะ เราก็เลือดสีอิฐเหมือนกันเราจะไม่ยอมทิ้งกันค่ะ” เสียงปรบมือดังกึกก้อง เพราะซาบซึ้งกับน้ำใจที่เด็ดเดี่ยวของเพื่อนวิทยาเขตหนองคาย ที่แม้จะอยู่ไกลแต่ก็เข้ากลุ่มสัมพันธ์และเชียร์ไม่เคยขาด

“ได้...แต่ผมไม่รับประกันนะครับว่าพวกคุณอยู่แล้วเพื่อนจะร้องเพลงผ่าน ผมขอทดสอบเพลงมอดินแดงแห่งความหลัง....”

ฝนยังรินมาไม่ขาดสาย...แต่ทุกคนก็ยังอยู่ครบ ตั้งแต่น้องใหม่, พี่สตาฟที่คอยลุ้นอยู่ด้านหลัง พี่ลีดด์ที่เต้นกลางสายฝนและสนามหญ้าเฉอะแฉะ จนหน้าและผมที่อุตสาห์แต่งมาสวยๆเมื่อตอนเย็น มาตอนนี้หาเค้าไม่ได้ พี่ๆที่มารอดูน้องใหม่ที่ทั้งโห่และโอ๋ก็ยังไม่ไปไหน รวมถึงประธานเชียร์ฮิตเลอร์ที่ยืนโดดเด่นอยู่ฝั่งโน้น ก็ยังคอยถากถางไม่ขาดปาก

“ยามนี้จำไกลดวงใจของฉันหมองไหม้ แสนเศร้าฤทัยสุดหักใจหลงรักไม่คลาย แต่ก่อนนั้นความสัมพันธ์เคยแนบแอบกาย หักใจไม่วายอยากเยี่ยมกรายหายเศร้าระทม....... ”

“เสียงมดเดินบนโพเดียม ยังดังกว่าเสียงคุณอีก” ประโยคเด็ดหลุดมาจากปากประธานเชียร์อีกครั้ง
เราร้องซ้ำไปซ้ำมาไม่จบเพลงเสียที ความอ่อนล้า อิดโรยทั้งกำลังกายและกำลังใจ คืบคลานเข้ามาแทนที่ เพื่อนผู้หญิงหลายคนก็เป็นลม และเป็น”ไฮเปอร์” เพื่อนผู้ชายหลายคนกัดฟันกรอด บ่นอยากจะชกหน้าประธานเชียร์ให้หายเจ็บใจ

“จะสามทุ่มครึ่งแล้ว แต่พวกคุณยังไม่ผ่านสักเพลงใครรู้เค้าคงภูมิใจแย่ ผมว่าโอกาสที่พวกผมให้คุณ มันคงไม่มีค่าอะไรสินะ พวกคุณถึงไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่งลงเถอะครับ ไม่ต้องระเบียบเชียร์หรอก จะทำอะไรก็ตามสบาย พวกคุณไม่ผิดหรอก” พวกเราก็นั่งลงตากฝนฟังเขาพูดต่อ

“ความผิดทั้งหมดมันเกิดจากคนที่สอนต่างหากที่ได้เรื่อง ไม่มีระเบียบ ไม่เป็นตัวอย่างที่ดี สตาฟ....สตาฟ” เสียงเขาดุดันขึ้นเรื่อยๆ พี่ๆสตาฟวิ่งตื๋อออกมาจากหลังแสตนด์โกลาหล

“นี่ยังไงล่ะ ขนาดพี่ยังไม่พร้อมกันเลย จัดแถวสิ ยืนยังกะมาดูหมอลำ จัดแถว..”
“เฮ้”
“ช้าๆ....ยังช้าอีก ก็เพราะมีพี่แบบนี้ไง น้องถึงได้ไม่ผ่าน อ้าวยังมีอีกคน ไปไหนมาครับจีบน้องอยู่เหรอ วิ่งเร็วๆสิเพื่อนรออยู่” พี่ๆกว่าร้อยคนออกมายืนเรียงหน้ากระดานคอตกต่อหน้าน้องๆกลุ่มตัวเอง ไม่เหลือเค้าความสนุกสนานขี้เล่นเหมือนก่อน

“หัวหน้าสตาฟ ประธานเทคนิคเชียร์ครับ จะว่ายังไง” ประธานเชียร์เสียงเข้ม
ใครคนหนึ่งในนั้นวิ่งออกมาที่หน้าไมค์

“กระผมในฐานะหัวหน้าสตาฟ ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียวครับ ผมปล่อยให้พี่สตาฟเล่นกับน้องมากไป จนลืมการสอนเพลง ผมขอลงโทษลุกนั่งสิบเท่ารุ่นครับ ” แล้วเขาก็ลุกนั่งต่อหน้าพี่สตาฟ ไม่ทันอึดใจก็มีอีกคนวิ่งมาที่หน้าไมค์

“กระผมในฐานะประธานเทคนิคเชียร์ ผมไม่วางแผนการซ้อม และอบรมที่ดีให้กับสตาฟและน้องใหม่ ผมขอรับผิดในสิ่งที่ทำทั้งหมด ผมขอลงโทษตัวเองลุกนั่งสิบเท่ารุ่นครับ” ว่าแล้วก็วิ่งไปสมทบกับหัวหน้าสตาฟกอดคอกันลุกนั่ง ไปได้ไม่ถึงสองเท่ารุ่นก็พากันล้มแต่ก็ประคองกันนับใหม่ พี่สตาฟหลายคนเริ่มขออนุญาตช่วยเพื่อนลุกนั่งด้วย จาก หนึ่ง เป็น สอง เป็น สาม และในที่สุดพี่ๆก็กอดคอกันลุกนั่งด้วยกันทั้งสนาม

“พวกคุณอย่าทำเลย มันทุเรศสายตา ลุกนั่งก็ยังไม่พร้อมกัน ผมขอสั่งให้หยุด....ได้ยินมั้ยครับ หน้าที่ของพวกคุณจบแล้ว คุณไม่มีศักดิ์ศรีพอที่จะเป็นพี่สตาฟได้ ผมขอป้ายสตาฟคืนครับ ผู้นำเชียร์ครับเชิญทดสอบเพลงต่อ”
เพลงมอดินแดงแห่งความหลังดังขึ้นอีกครั้ง น้องใหม่ทุกคนแหกปากร้องแทบสุดเสียง ขณะที่พี่ๆด้านหน้าเป็นลมร่วงราวใบไม้ ฝ่ายพยาบาลต้องลากกันโกลาหล บางคนหมดแรงเกลือกกับโคลนดินแดงของสนามกีฬา บ้างก็ตะโกนบอกให้น้องร้องดังๆด้วยน้ำตา บ้างก็กอดกันร้องไห้ แต่ปากยังร้องเพลงมอดินแดงแห่งความหลังกับน้อง

หลายคนเห็นภาพสะเทือนใจนี้ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความสงสารพี่ๆ

“ครั้งหนึ่ง เคยตรึงเคยคะนึงซาบซึ้งวิญญา ร่มกาลพฤกษ์เฝ้าแต่นึกไม่หวนคืนมา แสนเศร้าอุราสุดปรารถนาใฝ่หามาชม......” แม้จะร้องจบแต่เราก็ต้องร้องซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้ง

“อกเอ๋ยเคยชมเคยชิดเคยเชยเคยใกล้ ครั้งก่อนแต่ไรฝากหัวใจเฝ้ารักรำพัน ถิ่นสุขสันต์ดังวิมานเหนือคำจำนรรจ์ ร่มสวรรค์ดังฟ้านั้นเสกสรรประทาน”

“อดีตสตาฟครับ กลับไปได้แล้วครับ อย่าอยู่ให้รกหูรกตา....พวกคุณ...นักศึกษาใหม่ก็พอแล้วครับผมทนฟังต่อไปไมได้อีกแล้ว คุณอย่าเอาเพลงมหาลัยของผมมาร้องเล่นอีกเลย ผมขอร้องล่ะ กลับไปอาบน้ำนอน รอเปิดเทอมแต่งชุดนักศึกษาไปเรียนเถอะครับ แต่ขอร้องว่าอย่าไปบอกใครล่ะว่าเป็นนักศึกษารุ่นนี้ ผมอายแทน”
พี่ๆสตาฟที่เหลือจากเป็นลมพากันหิ้วปีกออกจากสนาม หลายคนหันมามองกลุ่มตัวเองแล้วปาดน้ำตาที่ไหลจนตาแดงก่ำ

“ยามนี้จำไกล ดวงใจของฉันหมองไหม้ แสนเศร้าฤทัยสุดหักใจหลงรักไม่คลาย แต่ก่อนนั้นความสัมพันธ์เคยแนบแอบกาย หักใจไม่วายอยากเยี่ยมกรายหายเศร้าระทม.....” เรายังร้องเพลงต่อด้วยเสียงทั้งหมดที่มี เพื่อนผู้หญิงหลายคนร้องไห้จนไม่อาจร้องเพลงต่อได้ แต่ก็ไม่ยอมไปไหน แม้ประธานเชียร์จะไล่ให้กลับ แต่เราก็ยังแหกปากร้องเพลงต่อไปจนกว่าจะจบเพลง

“พอแล้วครับ จะห้าทุ่มแล้วครับ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกคุณจะร้องต่อ เวลาของคุณหมดแล้วครับ เวลาได้พิพากษาทุกคนแล้ว หน้าที่ของสตาฟ,ลีดด์,เทคนิคเชียร์ และหน้าที่ของผมก็จบลงตรงนี้แล้วอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครจะบอกได้ว่าพวกคุณจะเป็นกาลพฤกษ์ช่อใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิหรือไม่ นอกจากตัวของพวกคุณเองที่จะมีสำนึกว่าเลือดสีอิฐนั้นเข้มข้นแค่ไหน
ผมขอปิดการเชียร์กลางเพียงเท่านี้.....”


ไฟทั้งสนามดับลง เสียงประธานเชียร์เงียบลง เหลือเพียงเสียงร้องเพลงมอดินแดงแห่งความหลังอีกครั้งจนจบเพลง ความมืดเข้าครอบคลุมทุกอย่าง ไม่มีใครสักคนที่จะลุกขึ้นกลับหอพัก ข้าพเจ้าสับสนว่านี่มันอะไรกัน มันจบลงแล้วเหรอ ความทุ่มเทพยายามทั้งหมดของเราตั้งแต่กลุ่มสัมพันธ์จนถึงเชียร์กลางกว่า ๖ วัน มันส่งผลอย่างนี้เหรอ
......................

พลัน! แสงจากเทียนเล่มเล็กๆ กับเสียงเพลงมอดินแดงแห่งความหลังจากพี่สตาฟของเรา ที่เดินออกมาจากด้านหลังแสตนด์มายืนอยู่ข้างๆพวกเรา ก็ส่องสว่างไล่ความมืดมนและหนาวเย็น แปรเป็นความอบอุ่น เพลงมอดินแดงแห่งความหลังค่อยๆกระหึ่มขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงของน้องพี่มอดินแดง

เหมือนมีก้อนอะไรมาติดที่คอข้าพเจ้า กับน้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหน ข้าพเจ้าร้องไห้อย่างไม่อายเหมือนกับเพื่อนอีกหลายๆคน น้องบางคนโผเข้ากอดพี่ร้องไห้ราวกับจะปลดปล่อยทุกอย่าง

พบจบเพลงเสียงปรบมือโห่ร้องก็ดังขึ้นแทนที่ และเสียงเพลงคึกคักก็ถูกเปิดขึ้น ทุกคนก็วิ่งกรูไปรวมกันที่สนาม สไลด์ภาพกิจกรรมตั้งแต่วันที่เราเข้ามอ จนถึงวันเชียร์ก็ถูกฉายขึ้นบนจอหนังขนาดใหญ่ เสียงเฮมีขึ้นเป็นระยะๆที่มีรูปกลุ่มตัวเองหรือรูปพี่ๆบนจอ หลายๆกลุ่มพากันเต้นตามเพลงเพลงแดนซ์อย่างสนุกสนาน


มันจบลงแล้ว...ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นกาลพฤกษ์ช่อใหม่อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว......

ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่ามันไม่ได้อยู่ที่การร้องเพลงผ่าน หรือร้องเพลงเสียงดัง แต่มันอยู่ที่ใจของเราได้หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว และร้องเพลงออกมาจากใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักและภาคภูมิใจในมอดินแดงแห่งนี้ ที่ที่จะเป็นบ้านหลังที่สอง ที่เราต้องใช้ชีวิตอีก ๔ ปี ข้าพเจ้าเช็ดคราบน้ำตาสุดท้ายแล้ววิ่งไปสมทบกับเพื่อนที่ด้านล่าง
.............................
ฟ้ายังไม่สาง แต่ข้าพเจ้าสวมเสื้อสตาฟ ห้อยป้าย สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะรีบบึ่งออกไปกับเพื่อนลีดด์และสตาฟใหม่ที่สถานีรถไฟ เพราะวันนี้เป็นวันที่น้องจะเข้ามอ
กาลพฤกษ์ช่อใหม่กำลังจะบานประดับใจชน อีกครั้ง...

.......
เขียนเมื่อ 5 เม.ย. 48


Create Date : 27 มีนาคม 2549
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 0:47:46 น. 20 comments
Counter : 397 Pageviews.

 
ผ่านมานานสิบกว่าปี...พี่ก็ยังบูมได้นะ

From K From K From KKU and Who and who are We can See can See Hey Ha Ha Ha We are KhonKaen

ฮือๆๆๆ คิดถึงจังเลย ...
ฝากรับน้องด้วยนะจ๊ะ...


โดย: เสือจ้ะ วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:20:26:22 น.  

 
ทำไมมันเหมือนเรื่องของมอเราอย่างงี้นะ อ่านไประลึกความหลังไป ซึ้งไป น้ำตาจะไหล ขนาดผมกำลังจะขึ้นปี 3 นะเนี่ย เหอๆ


โดย: กลับมาแล้วคนดี วันที่: 18 พฤษภาคม 2549 เวลา:1:02:45 น.  

 
คิดถึงมอขอ จัง


โดย: mimu (mimu ) วันที่: 19 ตุลาคม 2549 เวลา:7:29:52 น.  

 
ปาดน้ำตาคิดถึงความหลัง


โดย: paula IP: 58.8.78.29 วันที่: 28 มกราคม 2550 เวลา:22:39:18 น.  

 
oh อ่านแล้วน้ำตาซึมอ่ะ ไม่ได้จบ มข. แต่ก็คิดถึงตอนปี 1 ของตัวเอง นานโคตรๆ ค่ะ น้อง


โดย: นิว IP: 203.144.135.241 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:51:10 น.  

 
รุ่นเดียวกันนะเนี่ย แต่ต่างคณะ เสียดายเราไม่จบหุๆๆแต่ตอนนี้กลับมาแล้วมาอยู่ที่นี่..ทีมอดินแดง ดินแดนแห่งความหลัง อ่านแล้วทำไมร้องไห้.................น้าตาซึม


โดย: 36คือกัน IP: 202.12.97.116 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:42:17 น.  

 
กาลพฤกษ์ ร้างใบ.... คิดถึงฤดูกาลสอบจังเลย แถว ๆ กุมภา มีนานี่แหละ


โดย: ป้า หอ ๑๘ IP: 58.147.80.97 วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:1:23:37 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงจัง คิดถึงมากๆ ทั้งความรู้สึกตอนเข้าหอของมอดินแดงวันแรก วัวันรับน้อง ไหว้เจ้าพ่อมอ บรรยากาศตอนเชียร์กลางตอนร้องเพลงก็มีฝนตกแบบนี้เลย

คิดถึงวันเก่าๆ


โดย: กาลพฤกษ์33 IP: 202.183.233.12 วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:14:55:36 น.  

 
รักมอขอคือกัน....
รักมาก....


โดย: kku35 IP: 202.143.164.30 วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:20:30:04 น.  

 
ซึ้งจังเลยค่ะ อ่านแล้วน้ำตาจะไหล ประทับใจไม่หายเลยจริงๆ รักมอขอจัง


โดย: จูน IP: 203.150.84.166 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:23:05:33 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาจะไหลเลยค่ะ จำได้ว่าวันที่ร้องเพลงวันสุดท้ายต้องกอดกับเพื่อนที่อยู่กลุ่มสัมพันธ์เดียวกันร้องไห้เลยทั้งที่ไม่เคยคุยกันเลยตลอดช่วงที่อยู่กลุ่ม
แต่วันนั้นอะไรหลายอย่างทำให้เราต้องร้องไห้ทั้งสงสารพี่เทคนิคเชียร์ ทั้งเบื่อตัวเองที่ทำไมยังร้องเพลงไม่ได้ดั่งใจพี่เค้าสักทีเพื่อนก็เป็นลมกันไปหลายคน วันนั้นฝนตกลงมาไม่ขาดสายเลยค่ะแต่สุดท้ายเราก็พิสูจนว่าเราคือเลือดสีอิฐอีกรุ่นที่พร้อมจะเบ่งบานไปพร้อมกับพี่ๆรุ่นก่อนๆ
เชียร์กลางยังขนาดนี้ขอบอกว่าเชียร์คณะโหดกว่านี้เยอะค่ะโดยเฉพาะศึกษาศาสตร์หนักจริงๆ


โดย: เลือดสีอิฐ IP: 118.174.163.46 วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:49:49 น.  

 
ภูมิใจที่เป็นคน ขอนแก่น
จะดูแลเพื่อนต่าง จังหวัดเอง


โดย: เด็กใหม่ ประติมากรรม มข 51* IP: 125.26.138.23 วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:29:42 น.  

 
ภูมิใจมาก รักพี่เลี้ยงน้องใหม่ จะไม่มีวันลืมบรรยากาศ
เชียร์กลาง


โดย: กาลพฤกช่อ 45 IP: 202.12.97.117 วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:24:42 น.  

 
เลือดสีอิฐ พิชิตผองภัยหาญกล้า ....

คิดถึง มอดินแดง......

ร่มกาลพฤกษ์...เฝ้าแต่นึกไม่หวนคืนมา...


โดย: เก๋ไก๋ IP: 61.19.222.31 วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:16:42:07 น.  

 
เรารักมข.


โดย: nu 29 IP: 118.173.237.220 วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:17:33:20 น.  

 
ปีนี้เปนอีกปีที่มอเราทำได้ยิ่งใหญ่นะค่ะ




ถึงแม้ว่า สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยมากนัก



น้องๆปีนี้เข้าเชียร์กลางเป็นจำนวนมาก


ล้นลู่วิ่งเลยทีเดียว

อาจจะเปนเพราะปีนี้มีการเช็คชื่อ



แต่น้องๆ ทุกคนก็ทำออกมาได้ดีเหมือนกับปีที่ผ่านๆมา




มาเล่าให้ศิษย์เก่ารุ่นพี่ฟัง



รักมหาวิทยาลัยขอนแก่นจัง^^


โดย: Major3*KKU*2009 IP: 192.168.103.157, 61.7.191.254 วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:21:56:23 น.  

 
ร้องไห้เลยอ่ะค่ะ ไม่ได้เรียนที่นี่แท้ๆ แต่อ่านแล้วซึ้งอ่ะ

T^T


โดย: Z. IP: 125.24.13.65 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:10:37 น.  

 
ไม่มีที่ใด สุขหัวใจ เท่าที่บ้านเรา "มอดินแดง" ครับ


โดย: KKU #40 IP: 61.91.248.195 วันที่: 10 ธันวาคม 2554 เวลา:11:18:16 น.  

 
ช่วงชีวิตที่ล้ำค่าที่สุดคือการเรียนรู้ชีวิตที่ มข. และนำไปใช้ในสังคมอย่างมีคุณค่า
เลือดสีอิฐเป็น DNA ของเราทุกคน


โดย: ED13 KKU28 IP: 223.205.101.27 วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:38:54 น.  

 
ช่วงชีวิตที่ล้ำค่าที่สุดคือการเรียนรู้ทักษะชีวิตในรั้วสีอิฐ
รักและภูมิใจในความเป็นครอบครัว มข.
เลือดสีอิฐเป็นDNA ของเราชาวมข.ทุกๆๆๆคน


โดย: ED.13 KKU.18 IP: 223.205.101.27 วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:42:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

cybrarian
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add cybrarian's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.