www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

เรื่องของ"ตัวเลข" (Digital fortress+ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา)

....สองเรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดยมีตัวเลขเป็นตัวเอก เราจะได้พบว่าตัวเลขเหมือนๆกันแต่มันสามารถเป็นคนละรสชาดได้หนึ่งคือระทึกขวัญกับอีกหนึ่งคือดรามาโรแมนติก


Digital Fortress(แดน บราวน์ - เขียน / แบลคโอลีฟ - แปล)

.....หลังจากอ่านทั้ง The Da Vinci code และ Angels & Demonsจบแล้วมาอ่านเล่มนี้ ผมรู้สึกว่าแดนบราวน์เริ่มติดกับดักตัวเองคือความเป็นแดน บราวน์ที่สลัดรูปแบบตัวเองไม่หลุดเริ่มเห็นความซ้ำซาก และน่าสนใจว่าถ้ายังคงเป็นแบบนี้ไปอีกสามสี่เล่มแฟนๆจะยังติดตามต่อหรือไม่ อย่างไรก็ดีจุดเด่นของแดนบราวน์ยังมีอยู่คือ1.ทำการบ้านมาดีข้อมูลแน่นและสร้างความเชื่อถือให้กับคนอ่านได้(ชนิดที่เรียกว่าต่อให้มั่วก็ไม่รู้) 2.เดินเรื่องสนุกชวนติดตาม
กับดักแดนบราวน์
ส่วนร่วมคือ 1.ผู้ร้ายจะมีชื่ออะไรซักอย่างให้รู้ก่อนแต่ไม่รู้ว่าตัวจริงเป็นใครแต่ก็เป็นตัวละครที่เดินไปมาในเรื่องนั่นแหละ (เช่นอริงกาโรซา ฯลฯ) 2.ผู้ร้ายจะมีผู้ช่วยป่วยจิตรักความรุนแรงตามทำร้ายฝ่ายพระเอก(เช่นสิลาส , ฮัสซันซิน) 3.เรื่องราวเริ่มจากการตายของใครซักคนที่พูดอะไรที่มันไม่รู้เรื่องแต่ไปมีความหมายตอนท้าย 4.เป็นความตายของญาตินางเอกทุกที 5.มีการ กระชากหน้ากากตัวผู้ร้ายตอนท้ายพร้อมความประหลาดใจ 6.จับเรื่องจริงมาสร้างเป็นทฤษฎีสมคบคิดแล้วมายำเป็นเรื่อง

ความแตกต่างที่เปลี่ยนไปในDigital fortressคือ1.เปลี่ยนตัวเอกจากชายเป็นหญิง 2. เปลี่ยนจากเรื่องศาสนาเป็นเรื่องดิจิตอล 3.คู่รักของตัวเอกไม่มีญาติที่ต้องตายอีกแล้ว


....Digital fortress เป็นเรื่องของ ซูซาน เฟล็ตเชอร์ นักถอดรหัสสาวฝีมือเยี่ยมได้รับมอบหมายอย่างลับๆจากหัวหน้าของเธอให้มาแก้รหัสที่ไม่สามารถถอดได้ซึ่งมีความหมายต่อโลกหากไม่สามารถจะถอดได้ การเดินเรื่องยังคงเป็นรูปแบบเดิมๆทุกประการมีความไม่คาดฝันพลิกไปพลิกมา ภารกิจในครั้งนี้จะว่าไปก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่าที่โรเบิร์ต แลงดอนจากทั้งสองเรื่องต้องเผชิญมา อาจมีความแตกต่างตรงที่การแยกเล่าเหตุการณ์สองเหตุการณ์ไปพร้อมๆกันเป็นความแปลกใหม่ที่สร้างความลุ้นได้อยู่พอสมควร กับการสร้างความประหลาดใจในตอนจบสำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เดาตัวร้ายได้ง่ายที่สุดยิ่งถ้าอ่านงานของเขามาแล้วซักสองเล่มยิ่งง่ายดาย น่าสนใจตรงที่แรงผลักดันที่นำไปสู่การกระทำของคนร้ายแปรเปลี่ยนไปทั้ง3เล่ม คือมีทั้ง ความโลภ ความหลงผิด และความรัก ความพยายามที่สอดแทรกความเป็นดราม่าในตอนท้ายของเรื่องยังไม่ราบรื่นกลมกลืนเท่าที่ควร ความสนุกของเล่มนี้สำหรับผมไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นตัวบงการแต่อยู่ตรงความสงสัยใคร่รู้ว่าแดน บราวน์จะไปผูกเรื่องจริงไว้กับนิยายส่วนไหนอีก


ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา
(ผู้เขียน-โอกาวะ โยโกะ/ ผู้แปล อัษฎา-น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ)


....ถ้าจะให้ผมสรุปคร่าวๆนี่คือเรื่องของ50 first dates+ memento+the notebook หากใครได้ดูหนังเรื่อง 50 first dates ลองนึกเปลี่ยนภาพของดรู แบรี่มอร์มาเป็น ศาสตราจารย์คณิตศาสตร์วัย60ปีที่หลังเกิดอุบัติเหตุไปแล้วยังจำเรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนได้แต่กับความจำใหม่ๆที่เกิดขึ้น เขามีความจำได้เพียง80นาที หลังจากนั้นเขาก็จะลืมเรื่องราวใน80นาทีที่ผ่านมาแล้วเริ่มต้นความจำใหม่ หากคุณเข้าไปแนะนำตัวกับเขาอีก80นาทีเขาก็จะลืมว่าคุณเป็นใคร ดังนั้นดอกเตอร์จึงต้องจดเรื่องสำคัญใส่กระดาษแล้วปะไว้ที่เสื้อนอกของเขา(คล้ายๆกับ mementoแต่เรื่องนั้นพระเอกจดใส่ผิวหนัง) ทุกวันนี้เขาจะนั่งอยู่ที่บ้านทำงานเดิมๆแก้โจทย์เลขตอบปัญหาชิงรางวัลโดยพี่สะใภ้จะจ้างแม่บ้านมาดูแลแต่ก็ต้องเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ จนการมาของแม่บ้านลูกติดที่มาดูแลเขาด้วยใจคอยช่วยเปิดให้เขาออกจากโลกส่วนตัวมาสู่โลกภายนอก ให้เขาได้รู้จักกับคนอื่นๆนอกจากตัวเอง เขาตั้งชื่อลูกเธอว่ารูท และเขาได้สอนให้เธอรู้จักกับตัวเลขพร้อมกับคนอ่านที่จะได้รู้ว่าตัวเลขก็มีความโรแมนติกในตัวของมันเอง(บางคนอาจเมาตัวเลขไปเสียก่อนแต่ถ้าลองตั้งใจอ่านดีๆก็จะพบว่ามันน่าสนใจดีทีเดียวที่ผู้เขียนสามารถเชื่อมโยงโลกของชายคนหนึ่งที่มีแต่ตัวเลขแล้วถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดนั้นผ่านตัวเลขออกมาสื่อกับคนอื่น) หนังสือเดินเรื่องความสัมพันธ์ของแม่บ้านกับดอกเตอร์ในรูปแบบความรักที่จริงใจเป็นมิตรภาพที่บริสุทธิ์ไม่ได้ออกมาเป็นนิยายรักโรแมนติกแต่อย่างใด โดยมีลูกของแม่บ้านมาเป็นตัวเชื่อมโยงมิตรภาพนี้นำไปสู่ความเป็นครอบครัวที่คอยเติมเต็มส่วนที่หายไปของกันและกัน ตอนต้นและตอนกลางหนังสือชวนอ่านน่าติดตาม มีความรู้สึกเบื่อเล็กน้อยเป็นช่วงๆกับตัวเลข ผมไม่ค่อยชอบตอนท้ายก่อนจบนักเพราะมันรู้สึกเหมือนพลังหรือแรงดึงดูดชวนอ่านกลับค่อยๆผ่อนลงไปเรื่อยๆในท้ายที่สุด




Create Date : 20 เมษายน 2548
Last Update : 21 เมษายน 2548 5:17:34 น. 15 comments
Counter : 1026 Pageviews.

 
อ่าน แดน บราวน์ ไปสองเล่ม ดาวินชีโค้ด และ เทวา ซาตาน
อ่านจบแล้ว รู้สึกว่าเสียเวลา แต่เวลาอ่านนี้ก็ตลุยอ่านไป คนเขียนมีความเป็นมืออาชีพอยู่ที่วางจังหวะให้แต่ละช่วงมีความน่าสนใจ อยากรู้เรื่องต่อไป แต่ข้อเสียของหนังสือประเภทนี้คือ พอได้รู้ ปริศานาถูกเฉลยแล้ว ความน่าสนใจของหนังสือจะลดลงทันที แถมพออ่านจบมันไม่ได้มีความลุมลึก ให้เราใคร่ครวญอะไรได้เลย


โดย: grappa วันที่: 20 เมษายน 2548 เวลา:23:37:11 น.  

 
แดน บราวน์ก็อ่านสนุกเพลินๆ เหมือนกันทุกเล่ม
แต่แฟนๆ ของทอม แคลนซี่บอกว่าถ้าอัมรินทร์
พิมพ์เรื่องของแคลนซี่ก็สามารถใส่คำว่า Unputdonwable Series ได้เหมือนกัน

"ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา" น่าสนใจเหมือนกันครับ
ถ้าใครชอบ "ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข" ของมติชนน่าจะลองหาอ่าน
แล้วก็กลับกัน อ่านนิยายแล้วลองไปอ่านเรื่องจริงของคนจริงๆ อย่างเล่มแรกก็น่าสนใจนะ

ผมยังตามหานิยายไทยเก่าๆ เรื่อง "ปลายทางที่อินฟินิตี้" ไม่ได้เลย
ใครเจอเอามาแบ่งกันอ่านบ้างนะ

อืม คุณ aorta ครับ ผมว่ารูปคอปเปอร์บอทท่อม(นายก้นทองแดง)ในช่องคอมเมนท์เนี่ย ทำให้อ่านคอมเมนท์ก่อน Submit ยากจัง


โดย: redlud god IP: 203.170.228.229 วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:10:07:44 น.  

 
อ่านแล้วครับ Digital Fortress

ผมว่าเรื่องนี้ตอนจบมันเดาง่ายจริงๆด้วยแหละ... เพราะพอมีอะไรมาสะกิดคนอ่านนิดๆ มันก็เหมือนกับจะชวนให้คนคิดตามไปว่า มันต้องใช่แน่ๆ


โดย: nanoguy วันที่: 24 เมษายน 2548 เวลา:15:13:23 น.  

 
เป็นเล่มสุดท้ายที่ซื้อมาและกำลังจะอ่าน

>_< ตอนนี้มีครบสี่เล่มแล้ว เย้

นิยายแดนบราวน์เป็น Pattern จริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้สำนักพิมพ์ที่มาซื้อลิขสิทธิ์ทำเลยก็คือ

ทำปกหนังสือเป็นแนวคล้ายๆ กัน ซึ่ง ที่จริงแล้ว คนเขียนต่างกันอยากให้เน้นให้เห็นชัดๆมากกว่า มันคล้ายๆว่า คุณจะเข้าใจว่ามันเป็นนิยายของแดนบราวน์ หรือเซ็ตของแดน ซึ่งอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่

อะไรประมาณนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าคิดมากเกินไปไหม แต่อยากให้ปกของนักเขียนคนอื่น ซึ่งก็มีความสนุกไม่แพ้กัน ทำให้เด่นออกไปเป็นเอกลักษณ์

ค่ะ


โดย: p.ivy IP: 202.129.50.158 วันที่: 2 พฤษภาคม 2548 เวลา:17:29:18 น.  

 
อิอิ ไม่ได้แวะเข้ามานานเลย

เรื่อง digital เป็นเรื่องที่ผมว่า ด้อยสุดของ แดน แล้วครับ แต่ว่า ลองอ่านอีกเรื่องนะครับ

แต่ยอมรับว่า การหาข้อมูล ของเขาแน่นจริงๆ ทุกเรื่องเลยครับ

Deception point นะครับ ผมว่า ส่วนตัวแล้วผมชอบมากกว่า ดาวินชี นะครับ

ผมให้อันดับสองเลยครับ ของผลงานของ แดน

ผมได้หนังสือ เรื่อง โกรธ ตัดข้อ มือ มาแล้วนะครับ กว่าจะหาได้ ค่อยข้างยากเหมือนกัน แต่ว่า แนะนำให้ลองอ่าน แนวญี่ปุ่นนะครับ จะเป็นอีกสไตล์หนึ่ง

เพราะผมเพิ่งอ่าน โทรศัพท์สลับมิติไป ของ โอตสึ พักนี้ อ่านแล้วเรื่องแบบนี้ แล้ว สบายใจดีครับ ลองหามาดูนะครับ

ส่วนตัวผมตอนนี้ กำลัง อ่านเรื่อง เกาะลับแล อยู่ ยังไม่ถึงไหนเลย แต่จะพยายาม


โดย: BIZZARE IP: 61.90.112.198 วันที่: 2 พฤษภาคม 2548 เวลา:18:06:30 น.  

 
อ่านของ แดน บราวน์ มา 3 เรื่อง ก็เดาคนร้ายได้ทั้ง 3 เรื่องเลยอะ แบบว่าเป็น pattern เดิมๆตลอด เรื่องใหม่ที่เพิ่งแปลออกมา เลยขี้เกียจซื้ออ่าน ไว้ว่างๆจะยืมเพื่อนอ่านดู แต่ก็ชอบนะแนวนี้ เพียงแต่เริ่มจะเบื่อ เพราะหลังๆจะเดาง่านขึ้นเรื่อยๆ
อ่านมา 3 เรื่อง ชอบ angels and demons ที่สุดเลยล่ะ


โดย: airi วันที่: 3 พฤษภาคม 2548 เวลา:12:43:57 น.  

 
อ่านของ dan brown ทั้ง 4 เรื่องแล้ว
คิดเหมือนคุณ grappa อ่านตอนแรกก็หนุกดี
แต่พอเข้าไปกลางเรื่องเริ่มเฉลยปม
ก็เฉยๆนะคะ
ส่วนตัวว่า Angel and Demon สนุกสุดคะ
อาจจะเพราะว่าไปอ่านตอนที่เค้ากำลังจะเลือกโป๊ปใหม่หรือเปล่าไม่รู้นะ :)


โดย: tong IP: 202.28.181.7 วันที่: 3 พฤษภาคม 2548 เวลา:23:30:06 น.  

 
Deception Point ยังไม่ได้เริ่มเลยอะครับ เพราะก็ค้างเติ่งอยู่กับ A Darkness More Than Night...


โดย: nanoguy วันที่: 5 พฤษภาคม 2548 เวลา:10:05:49 น.  

 
Deception Point เป็นเรื่องที่ชอบน้อยที่สุดในบรรดานิยาย 3 เรื่องของแดน บราวน์นะ เพราะไม่ค่อยเร้าใจเท่าไร เรื่องที่ชอบมากๆ ก็คือ เทวากับซาตาม อ่านแล้วลุ้นเหนื่อยมาก


โดย: หลังจอ IP: 203.150.206.9 วันที่: 11 พฤษภาคม 2548 เวลา:8:14:56 น.  

 
ชอบนิยายของแดนค่ะ ที่ชอบเพราะเค้ามีข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอดีค่ะ แต่เห็นด้วยค่ะว่าการดำเนินเรื่องเหมือนกันทั้ง 4 เล่ม เริ่มต้นมีคนตาย ทิ้งท้ายตามบทให้ต้องอ่านต่อและลงท้ายความสุขของพระเอกกับนางเอกในบทสุดท้าย (อันนี้คงคล้ายกับนักเขียนคนอื่นบ้าง) ถ้ามีเล่มต่อมาการดำเนินเรื่องเหมือนเดิมแบบนี้อีกคิดว่าก็ยังคงอ่านนิยายของแดนอีกค่ะ ติดใจเนื้อหามากกว่า แต่ที่ผ่านมาทั้ง 4 เล่มส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า Digital Fortress นี้ข้อมูลดูน่าเชื่อถือน้อยที่สุด


โดย: ZAZaSassY (ZAZaSassY ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2548 เวลา:14:13:45 น.  

 
อ่านของแดนครบ 4 เล่มแล้วเหมือนกันค่ะ

ยังคงชอบดาวินชี่มากสุด

"รักแรก" ก็อย่างนี้แหละค่ะ

Deception Point เราชอบเป็นอันดับ 3 แฮะ รองจากดาวินชี่กับเทวากะซาตานน่ะ

เราเดาคนร้ายของ DP ถูกตั้งกะตอนที่เขานัดกะเทนช์น่ะแหละ

เพราะแดน บราวน์เขาชอบทำให้ผู้ร้ายตัวจริง "พ้นวิสัยแห่งการสงสัย" ไปก่อนอยู่บ่อยๆ น่ะค่ะ

เราไม่ค่อยแปลกใจกับการที่เขาฝีมือตกนะ เพราะหลายเรื่องเขาก็เขียนก่อนเล่ม peak สุดของเขานี่คะ

แต่อย่างว่า

สำหรับเรา..เราถือว่า การที่นักเขียนคนหนึ่ง

มีหนังสือที่เขาเขียนแค่ "หนึ่ง" เล่ม ที่จะเป็นที่รู้จัก
ที่จะเป็นอมตะ (แต่ของบราวน์นี่ยังไม่รู้ว่าจะขั้น "อมตะ" มั้ยนะ)

อย่างจินตนาการไม่รู้จบ
อย่างเจ้าชายน้อย

แค่นี้เราว่าก็คุ้มค่ากับการเป็นนักเขียนแล้วล่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 23 พฤษภาคม 2548 เวลา:12:12:56 น.  

 
อ่านแล้ว ลืมแล้วอ่ะค่ะ

เหมือนไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำ

แต่ก็ คิดว่าจะติดตามงาน

ของเฮียแดน ต่อไป

^^____^^


โดย: yiba_aey IP: 203.113.67.103 วันที่: 25 พฤษภาคม 2548 เวลา:23:47:36 น.  

 
ซื้อดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขามาตั้งนานแล้วอ่ะค่ะ(ตั้งแต่ในงานสัปดาห์หนังสือ)แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้อ่านเลย อืม..อารมณ์เดียวกับ 50firstdate เหรอคะ เห็นทีต้องไปอ่านซะแล้วซิเรา


โดย: พุดดิ้งสีชมพู IP: 203.118.120.103 วันที่: 1 มิถุนายน 2548 เวลา:11:47:00 น.  

 
อืม อ่านเล่มแรกก็ดาวินชีโคดอ่ะ ก็ว่าชอบแล้วนา แต่ชอบ angel&demon มากสุด(ยังไม่ได้อ่านเล่ม4นะ) แล้วกะ fortress ก็พอได้อ่ะ มันมีแง่มุมที่เราคาดไม่ถึงใน 2 เล่มแรกน่ะนะ (แล้วเรานับถือคริสต์+เรียนประวัติศาสตร์ศิลปะมาซะด้วยดิ) แต่ข้อมูลพี่แกปึ้กเจงๆนับถือๆ


โดย: quin toki (quin toki ) วันที่: 12 มิถุนายน 2548 เวลา:22:06:40 น.  

 
เห็นด้วยว่าหนังสือของแดนบราวน์ เป็นแพทเทิร์นเดียว ไม่รู้พี่แกจะหนีตัวเองได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็คงต้องวางงานหนังสือไว้แค่นี้แล้วไปต่ออย่างอื่นดีกว่า เพราะว่าแกพีคไปแล้ว อย่าตกลงมาเลย

เราอ่านมาสามเล่ม แล้วมาเจอ deception point แล้วอ่านต่อไม่ได้ ฉันเบื่อเธอแล้ว ประมาณนั้น

ชอบเทวากับซาตานมากที่สุด เพราะเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ศาสนา แล้วก็เกี่ยวข้องกับศิลปะอิตาลี (ชอบหมดเลย) อ่านแล้วสาบานกับตัวเองว่าจะไปเดินชมโรมแบบจริงๆ จังๆ ให้ได้ในชีวิตนี้

แต่ยังไงก็ชื่นชมการหาข้อมูล ผูกเรื่อง และเชื่อมโยงของแดนบราวน์ พลอตพี่ท่านแน่นมาก ๆ
เห็นด้วยกับคุณสาวไกด์ใจซื่อว่าถ้าเขียนหนังสือได้แบบนี้ เล่มเดียวก็พอแล้วในหนึ่งชีวิต อย่างน้อยๆ ทั้งดาวินชีและเทวากับซาตานก็ออกมางดงามทั้งคู่

ขอถามนิดนึงว่าทุกท่านได้รู้รึยังว่ารหัสที่อยู่ข้างหลังปกเรื่องดิจิตอล ฟอร์เทรสนั้น แปลว่าอะไร ตรงนี้ทำให้เราค่อนข้างชอบใจในความ "เก็บทุกเม็ด" ของแดนบราวน์

ถึงคุณเจ้าของบลอก
"6.จับเรื่องจริงมาสร้างเป็นทฤษฎีสมคบคิดแล้วมายำเป็นเรื่อง" อันนี้มันก็เป็นวิธีการเขียนทั่วไปของนิยายอิงประวัติศาสตร์ การเมือง หรือแม้แต่ไซไฟบางเรื่องด้วยซ้ำ ไม่ถึงว่าเป็นกับดักของแดน บราวน์หรอกมั้งคะ เพราะว่าการนำเรื่องจริงมายำเนี่ยมันทำให้คนเข้าถึงและอึ้งทึ่งได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องเป็นแดนบราวน์

ส่วน ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา แปลชื่อเป็นไทยได้เลิศอีกแล้ว สำหรับคุณอัษฎา-น้ำทิพย์ ชื่อภาษาญี่ปุ่นถ้าแปลตรงตัวคล้ายๆ a man who loved only number เลยค่ะ แปลว่า สมการที่ดอกเตอร์รัก แบบนั้นน่ะค่ะ เด็กโรงเรียนเรารู้จักเรื่องนี้กันทุกคน เพราะว่าใช้เนื้อหาส่วนหนึ่งเป็นข้อสอบสอบเข้าน่ะ เพิ่งรู้ว่ามีแปลภาษาไทยด้วย ตอนนี้กำลังมีหนังอยู่นะคะ ดังมากในญี่ปุ่น อาจารย์ประจำชั้นเราก็มาเล่าให้ฟังจนอยากไปดูเหมือนกัน
//www.hakase-movie.com/
เสียดายที่ไม่มีเว็บเป้นภาษาอังกฤษ แต่มีเทรลเลอร์ให้ดูค่ะ ลองคลิกๆ ดูล่ะกัร


โดย: หยุงหญิง IP: 222.149.219.171 วันที่: 24 มีนาคม 2549 เวลา:1:18:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 เมษายน 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.