www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Level 7 , ฆาตกรรมจากความเปราะบางของใจมนุษย์



...ชายหนุ่มคนหนึ่ง ตื่นมาที่ห้องแห่งหนึ่ง ข้างกายเขามีหญิงสาวคนหนึ่ง เขาจำอะไรไม่ได้เลย เธอเองก็เช่นกัน สิ่งที่บ่งบอกตัวตนของคนทั้งสองเป็นรอยสักบนแขนคำว่า Level 7 พร้อมกับข้าวของที่ต้องฉงนงงงวย ทั้ง ผ้าเปื้อนเลือด ปืน และ เงิน 50 ล้านเยน

...หญิงสาวคนหนึ่งหายสาบสูญไปจากบ้าน ในไดอารี่ของเธอบันทึกครั้งสุดท้ายไว้ว่า "พรุ่งนี้จะลองไปให้ถึง Level 7 อาจกลับมาไม่ได้?" หญิงสาวอีกคนจึงเดินทางตามหาเธอ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน เพื่อนในโลกสมัยใหม่ที่ติดต่อกันทางโทรศัพท์ในเครือข่ายของ เนเวอร์แลนด์

หนังสือเล่าเรื่องราวของ 2 คู่นี้ไปพร้อมๆกัน โดยมีตัวเชื่อมที่เป็นปริศนาคือ Level 7 และต่อมาก็จะเริ่มมีเหตุเชื่อมโยง เช่น คดีฆาตกรรม 4 ศพอย่างน่าเศร้าและสยดสยองของ 2 ครอบครัวที่บ้านพักตากอากาศในวันคริสมาสต์อีฟเมื่อ 1 ปีก่อน จนในที่สุดเรื่องราวก็มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว

... เรื่องราวในเรื่องมีที่มาที่ไปมาจากปมในจิตใจที่ไม่คลี่คลายของตัวละคร โดยเฉพาะเหตุการณ์สยดสยองนั้น ก็มาจากจิตใจที่แสนเปราะบางต่อการถูกกระทบของตัวละคร

....ความรุนแรงที่เกิดขึ้น มาจาก ความรู้สึกถูกดูหมิ่นดูแคลน แต่ การถูกดูหมิ่นดูแคลน หาใช่เหตุผลที่คนเรามีสิทธิจะไปทำร้ายคนอื่น ในหนังสือบอกไว้ว่า มีคนมากมายที่ล้วนเติบโตมาจากการดูถูกดูหมิ่น ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง และ มีอีกหลายคนที่ถูกรังเกียจโดยไม่รู้เหตุผล ดังนั้นมันก็ไม่ใช่คำอธิบายที่จะไปใช้ทำร้ายคนอื่นได้ ทำไมคนหลายคนที่ถูกดูแคลนไม่ทำร้ายคนอื่นกลับ มันเป็นปัญหาของบุคคลนั้นเองที่ไม่สามารถจะอดทนหรือรับต่อการดูถูกได้จึงแสดงออกมาทางความรุนแรง (rage attack) ตัวละครในเรื่อง มีลักษณะที่ออกไปในทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง( Narcissistic )ชัดเจน

... สมัยเด็กๆเราอยากจะเป็นเด็กดี ความเป็นเด็กดี นี้เอง ที่ทำให้เด็กบางคนทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งการเป็นเด็กดี จนบางคนเข้าใจผิดว่า การเป็นเด็กดีคือการมีแต่สิ่งดีๆ เขาจึงโยนความไม่ดี ความผิด ให้คนอื่น เพื่อที่ตัวเองจะได้มีแต่ ความเป็นเด็กดี เมื่อเติบโตขึ้นก็ใช้ชีวิตด้วยวิธีการเดียวกันนี้เพื่อไม่ให้คนดูถูกนั่นคือ หลีกเลี่ยงไม่ให้คนตำหนิ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น หลีกหนีที่จะรับรู้ แผลอันเน่าเฟะที่อยู่ในใจ ดังนั้นเมื่อพบความผิดพลาด ความบกพร่องของตัวเอง ก็จะโยนไปให้คนอื่นตลอด (projection) จนวันหนึ่ง มีคนมาแตะหรือเจ้าตัวหลีกหนีไม่ได้อีกต่อไป มันจึงลงเอยด้วยความรุนแรงในท้ายที่สุด

ดังนั้น แม้ว่าหลายคนที่เติบโตมาจะมีความคิดที่ดี มีแนวคิดที่ดี แต่ไม่มี จริยธรรมในใจ คนๆนั้นก็อาจจะกลายเป็นเชื้อโรคที่คอยกัดกร่อนสังคมให้เสื่อมโทรมมากขึ้น ด้วยความฉลาดที่ไร้ศีลธรรม

...ดังแนวคิดหนึ่งในเรื่อง เกี่ยวกับการลบความทรงจำบางส่วนของคน เป็นแนวคิดที่น่าสนใจเมื่อนำมาประยุกต์กับการรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติด เพราะหากเราสามารถลบความจำเกี่ยวกับการใช้ยาหรือความอยากยาของคนเหล่านั้นได้ ก็น่าจะแก้ปัญหาการใช้ยาเสพติดได้ น่าเสียดาย ที่ทุกวันนี้คนเราคิดกันโดยใช้สมองมากขึ้นแต่ใช้ใจไตร่ตรองน้อยลง ความเน้นไปที่ Intelligent quotient มากกว่า Moral quotient อาจทำให้เราได้ค้นพบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆแต่มันก็กำลังทำลายมนุษย์ด้วยกันอย่างไม่รู้ตัว

ผลลัพธ์จึงเป็นเช่นในเรื่องที่ ผู้ป่วยติดยาเสพติด ถูกตีตราและถูกลดสถานะในสังคม กลายเป็น เหยื่อของคนไร้ศีลธรรม ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเขาติดยา ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะตัวผู้ร้ายเท่านั้น แต่เป็นเพราะ สังคมเองก็ลดทอนคุณค่าความเป็นคนของเขาลงจากยาที่เขาใช้ เมื่อสังคมไม่ใส่ใจและไม่เห็นคุณค่าของมนุษย์ด้วยกันเอง พวกมักมากในผลประโยชน์ก็ฉกฉวยโอกาสจากกลุ่มคนเหล่านั้นได้อย่างไม่ยากเย็น

น่ากลัวว่า หากต่อไปความเลวร้ายรุนแรงในสังคมมากขึ้นจนยากที่เราจะหลีกหนี เราอาจเหมือนตัวละครในเรื่อง ที่ต้องหลีกหนีความจริงด้วยกลไกทางจิตอื่นๆที่อยู่ในระดับจิตใต้สำนึก เช่น ความจำเสื่อม ( dissociate amnesia ) หรือ มองไม่เห็น (hysterical conversion) เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้ความจริงที่เจ็บปวดอีกต่อไป

.... ความเปราะบางของใจมนุษย์ยุคสมัยปัจจุบัน ยังมีตัวอย่างอีกดูได้จาก ในหนังสือเราจะพบว่า เพื่อน กลายเป็น สิ่งที่หาได้ยากในสังคมยุคใหม่ ในยุคสมัยที่ผู้คนล้วนแสวงหานวัตกรรมใหม่ๆ พัฒนาก้าวเข้าสู่ยุคนาโนเทคโนโลยี นำไปสู่การค้นพบสิ่งเล็กๆที่หาได้ยากแสนสาหัส แต่สิ่งที่น่าจะหาได้ง่ายกว่ากลับหาได้อย่างยากเย็นนั่นคือ มิตรภาพ

การหาเพื่อนจึงเปลี่ยนรูปแบบให้ง่ายขึ้น กลายเป็นธุรกิจเหมือนในหนังสือ คือ เนเวอร์แลนด์ เครื่อข่ายที่จ้างให้คนมานั่งคุยเป็นเพื่อน คอยบริการให้คนที่ต้องการเพื่อนโทรมาคุยด้วย มิตรภาพ กลายเป็น ความสัมพันธ์ทิศทางเดียว(unidirectional) ที่ง่าย สำเร็จรูป เหมือน มาม่า หรือ ไวไวควิก โดยคุณค่าของมันนั้นก็น้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน คนที่ให้บทสรุปคือหัวหน้าของตัวละครเอกในเรื่องที่ทำงานในเนเวอร์แลนด์ พูดถึงคนที่หาเพื่อนจากเนเวอร์แลนด์ไว้ว่า

“พวกเขาเป็นคนเย็นชาและเห็นแก่ตัว หากพวกเขาไม่ต้องการคุณขึ้นมา หรือรู้สึกรำคาญที่ถูกก้าวก่าย พวกเขาก็จะทิ้งคุณไปอย่างง่ายดาย โทรศัพท์เป็นสัญลักษณ์ของความเห็นแก่ตัว เราสามารถโทรศัพท์เข้าไปแทรกในชีวิตของอีกฝ่ายตามความสะดวกของเรา”

...ถึงกระนั้นก็ตาม เราก็จะเห็นว่าขนาดมีวิธีการหาเพื่อนที่สำเร็จรูปเช่นนี้แล้ว แต่เมื่อคนเราเปราะบาง อ่อนไหว มีความรู้สึกไม่มั่นคงในตัวเอง (insecure) อยู่มาก มันก็จะไม่สิ้นสุดเท่านี้ จึงทำให้ตัวละคร มิซาโอะ ต้องหาใครสักคนเป็นที่พึ่งพิง เมื่อได้รู้จักใครคนนั้นแล้วก็ยังเกิดความรู้สึกและความคิดกังวลอีกว่า คนอื่นคิดอย่างไรกับตัวเอง ถึงกับมีการจ้างนักสืบเพื่อไปสืบถามคนอื่นๆว่า เขาคิดกับตัวเองอย่างไร

ในสภาพจิตใจของคนในสังคมที่เปราะบาง ทำให้คนที่ไม่มั่นคงแสวงหาแหล่งพึ่งพิง บางคนก็อาจได้ที่พึ่งพิงที่มั่นคง แต่บางคนที่ไร้หลักคิดวิธีการก็อาจพาตัวจมดิ่งลงลึกไปกว่าเดิม

...การตามหาตัวตนที่แท้จริง พามิซาโอะไปสู่ Level 7 ที่ๆเธอคิดว่าจะได้พบตัวตนของตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่า Level 7 ก็เหมือนกับยาเสพติดทั้งหลาย ที่เป็นเพียงการพาเธอหลุดพ้นจากความสับสนชั่วขณะ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ใครพบตัวตนที่แท้จริง มิหนำซ้ำยังเป็นการทำให้คนๆนั้นต้องสูญเสียตัวตนดั้งเดิมเสียอีก


...Level 7 เป็นนิยายลึกลับ สยองขวัญ ที่เริ่มต้นด้วย Cliché ที่ดูจะซ้ำซาก ด้วยใส่ความงุนงงให้กับคนอ่านด้วยการเปิดตัวแบบแรงๆเป็นการเรียกร้องความสนใจจากคนอ่าน ประเภท คู่พระ-นางตื่นมาในห้องพร้อมความจำเสื่อม ฯลฯ จนน่าห่วงว่าจะประคองเรื่องไปจนจบพร้อมคำอธิบายที่ดีได้หรือไม่ แต่เพราะคนเขียนมีการวางโครงทุกอย่างไว้อย่างดี บวกด้วยกลวิธีการเล่าที่ซับซ้อนจึงทำให้ยิ่งอ่านยิ่งน่าสนใจ เพราะคิดไม่ออกว่ามันจะมาขมวดพบกันอย่างไร ครั้นเมื่อเฉลยในตอนท้าย ก็ได้แต่ทึ่งคนเขียน

มิยาเบะ มิยูกิ เป็นนักเขียนนิยายลึกลับสยองขวัญที่มีเอกลักษณ์ในงานเขียนตัวเอง ด้วยการใส่จิตวิทยาและปมทางจิตใจของตัวละคร ร่วมกับการสะท้อนภาพสังคมปัจจุบัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองถัดจาก เสียงกระซิบสังหาร ช่วยทำให้ผมเห็นตัวตนของเธอในนิยายของเธอมากยิ่งขึ้น ที่ต้องชมคือเธอทำการบ้านมาดีในการใส่ปมรายละเอียดของตัวละคร ไม่น่าแปลกใจที่ในส่วนประวัติผู้เขียนตอนท้ายเล่มบอกว่า นิยายของเธอมีรูปแบบชัดเจนจนได้ชื่อว่า Miyabe Genre



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง


Create Date : 28 ตุลาคม 2548
Last Update : 28 ตุลาคม 2548 1:33:15 น. 20 comments
Counter : 846 Pageviews.

 
ว้าว หนังสือดี ดี อีกแระ


โดย: ชายคา วันที่: 28 ตุลาคม 2548 เวลา:1:21:15 น.  

 
ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆมาให้อ่านเรื่อยๆค่ะ
เป็นหนึ่งกำลังใจตรงนี้นะคะ


โดย: SevenDaffodils (SevenDaffodils ) วันที่: 28 ตุลาคม 2548 เวลา:1:37:20 น.  

 
อ่านเสียงกระสิบสังหารแล้วค่ะ แต่กับ Level 7 เก็บตกมาจากงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา ยังไม่ได้อ่าน แต่วันเสาร์นี้จะถึงคิวหยิบเล่มนี้มาอ่านแล้วค่ะ


โดย: ZAZaSassY วันที่: 28 ตุลาคม 2548 เวลา:8:37:34 น.  

 
ยังไม่ได้ซื้อเล่มนี้เลยค่ะ
แต่ชอบงานเขียนของนักเขียนคนนี้มากๆ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 28 ตุลาคม 2548 เวลา:10:16:55 น.  

 
อ่านเล่มนี้จบไปนานหลายเดือนแล้วค่ะ(ประมาณงานหนังสือครั้งก่อนนู้น)
ชอบค่ะ อ่านแล้วได้คิด วิเคราะห์ ว่าเป็นยังไงกันแน่


โดย: LE BALLON วันที่: 28 ตุลาคม 2548 เวลา:11:09:42 น.  

 
ตอนอ่านสนุกจนไม่อยากวางเลยครับ ดำเนินเรื่องได้ชวนติดตามสุดๆ


โดย: Formula 25 IP: 221.128.82.66 วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:13:24:29 น.  

 
เรื่องนี้ซื้อมาตั้งแต่งานสัปดาห์หนังสือครั้งก่อนแล้วค่ะ แต่จวบจนบัดนี้ก็ยังอ่านไม่จบ เพราะรู้สึกว่าช่วงต้นๆมันน่าเบื่อยังไงก็ไม่รู้ แต่หลังจากมาอ่านบทความนี้ก็ชักอยากอ่านให้จบขึ้นมาตงิดๆแล้วค่ะ ว่าแล้วก็ไปอ่านต่อให้จบดีก่า หุหุ


โดย: พุดดิ้งสีชมพู IP: 58.8.251.41 วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:14:01:12 น.  

 
ชอบเสียงกระซิบสังหารมากเหมือนกันค่ะ ส่วนเรื่องนี้ซื้อมาแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านเลย


โดย: azzurrini วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:23:04:54 น.  

 
เพิ่งอ่านเล่มนี้จบเช่นกันค่ะ

แอบอึ้งเล็กน้อยกะการกระทำของมนุษย์ที่ทำกับมนุษย์ด้วยกัน

แต่เนื้อเรื่องเดาไม่ยากเท่าไหร่นะคะ


โดย: เจ้าหญิงส้ม วันที่: 3 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:04:11 น.  

 
เพิ่งอ่านหนังสือชื่อ Zoo จบ ลองหาอ่านดูนะ ถ้ายังไม่เคยอ่าน เป็นรวมเรื่องสั้นของคนเขียน โกธ อ่ะ Zoo เล่มนี้วางไม่ลงเลย สนุกทุกเรื่องจริงๆ แล้วงงมากว่าคิดพลอตได้ไง


โดย: http://thunska13.exteen.com/ IP: 58.8.26.59 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2548 เวลา:3:52:31 น.  

 
คิดจะซื้อมาหลายครั้ง แต่กลัวไม่สนุก พออ่านบล๊อกนี้แล้ว เห็นทีต้องรีบไปซื้อมาอ่านเสียแล้ว


โดย: รักบังใบ วันที่: 14 พฤศจิกายน 2548 เวลา:7:58:54 น.  

 
...เป็นหนังสือที่น่าสนใจดีเหมาะกับคนยุคนี้เลย...


โดย: onenice IP: 61.91.77.235 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:31:43 น.  

 
เพิ่งอ่านจบค่ะ เป็นหนังสือที่สนุก ตื่นเต้น และน่าสนใจชะมัด ชอบบรรยากาศของเรื่องกับวิธีบรรยายเรื่องของนักเขียนคนนี้จัง ยกให้มิยาเบะ มิยูกิเป็นนักเขียนในดวงใจอีกคนนึงเลยค่ะ


โดย: azzurrini วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:15:26 น.  

 
อ่านจบแล้วค่ะ ตอนแรกงง ๆ นิดนะคะ ว่าเกี่ยวกันยังไง แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ค่อยค้นพบว่าแต่ละเหตุการณ์ และ ตัวละครแต่ละตัวมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างลงตัว ถือว่าเทคนิคการเล่าเรื่องนี่ยอดเยี่ยมเลยค่ะ เสียดายอย่างเดียวที่พล็อตเรื่องตอนจบ เหมือนจะง่ายไปนิดนะคะ ไม่งั้นจะเป็นเรื่องที่เฟอร์เฟคอีกเรื่องเลยหล่ะค่ะ ส่วนตัวชอบมากกว่า หายกับใครฆ่าค่ะ

อ้อ อีกอย่าง ขอบคุณ คุณเจ้าของ blog ที่อุตส่าห์มา review เรื่องสนุก ๆ อีกหลายเรื่อง จะได้ไปหาอ่านบ้างค่ะ


โดย: คานิจัง IP: 158.108.211.155 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:21:28 น.  

 
อยากอ่านบทความที่เขียนถึงทั้ง the notebook และ the wedding ในบทความเดียวกัน ยากแต่ท้าทายและให้อะไรกับคนอ่านเยอะพอควร จะรออ่านนะจ๊ะ ส่วนตัวชอบ the notebook มากกว่า


โดย: คนที่คุณก็รู้ว่าใคร IP: 202.28.181.9 วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:9:26:47 น.  

 
^
^
รับปาก


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 15 ธันวาคม 2548 เวลา:23:03:26 น.  

 
เป็นเล่มแรกของ มิยาเบะ มิยูกิ ที่อ่าน เล่มหนามาก แรกๆ คิดว่าจะเบื่อเสียก่อน แต่อ่านแล้ว ก็ยิ่งอยากคลายปมที่ผู้เขียนที่นำเสนอไว้ สนุกมาก จนต้องหาเล่มอื่นๆ ที่ มิยาเบะ มิยูกิ เขียนไว้อีก แล้วก็ไม่ผิดหวัง กับ เสียงกระซิบสังหาร ส่วนเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไปคือ ico (อิโคะ) สนุกไปอีกแบบค่ะ

ป.ล. คุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" เขียนบทความได้น่าอ่านจังค่ะ


โดย: แวะทักทาย IP: 61.19.59.160 วันที่: 30 ธันวาคม 2548 เวลา:23:25:24 น.  

 
^
^
... ขอบคุณมากครับ สวัสดีปีใหม่นะครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:18:44:58 น.  

 
เป็นหนังสือที่สนุกมากครับ
อยากอ่านเล่มต่อไปจัง(ผลงานต่อไป)


โดย: ผู้เฝ้าค้นหาผลงานของมิยาเบะ IP: 61.47.122.8 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:34:08 น.  

 
แรกอ่านอาจจะเบื่อหน่อยแต่พออ่านไปอ่านมาวางไม่ลง สุดยอดมากค่ะ


โดย: ขาจร IP: 203.155.76.129 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:5:14:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.