:: เที่ยว KL มาเลเซีย ::

 • • บินลัดฟ้าโกอินเตอร์ครั้งแรกในชีวิต :: ตอนที่ 1 :: Hello Malaysia • • 



สวัสดีค่า เพื่อนๆชาว Blog ทริปนี้วาก๊อบมาจาก ที่เคยรีวิวที่ ห้อง BP มายัดใส่ Blog ไว้นะคะ



วาไป มาเลเซียมา 4 วัน 3 คืน เมื่อ 27 กุมภา - 2 มีนาคม 2552
เป็นการบินลัดฟ้าโกอินเตอร์ครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะ
(ไม่ได้นับ ลาวใต้ ที่นั่งรถปุเลงๆ ผ่านช่องเม็ก เมื่อเดือนมกราคมนะคะ แหะๆ)


ทริปนี้ เริ่มจาก พี่ นิโทเรีย NiToRiA ปิ๊งป่อง MSN มาถามเมื่อปลายปีที่แล้วว่า 
" วาๆ สนใจโกอินเตอร์มะ " อย่ากระนั้นเลยได้ ไกด์เทพชวนขนาดนี้แล้ว
เลยจัดแจงจองอย่างด่วน พี่เค้าจองเสร็จแล้วไป ศุกร์กลับอาทิตย์ 2 คน (พี่อีกคนที่ออฟฟิส)
พอวาจองมั่ง ไปศุกร์ ตะ ตะ แต่..... กลับวันอาทิตย์ มิมี 0 บาทปรากฏ
งานเข้าแล้วค่ะ เลยต้องตัดสินใจ กดวันกลับเป็น จันทร์ที่ 2 มีนาคม (คนเดียว) ซะงั้น
ราคาไปกลับ รวมโหลดกระเป๋า ทั้ง 2 ขา อยู่ที่ 1,565 บาท ค่ะ


บทนำยาวไปและ ตัดภาพมาที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์เลยดีกว่าค่ะ 
ก่อนมา ทำการบ้านดีมาก ซะจนไม่มีอะไรในหัวเลย กะไปพึ่งพี่นิเอาดาบหน้า
ก่อนเดินทางรู้สึกว่า ตูต้องฉายเดี่ยววันสุดท้ายนี่นา เลยได้หนังสือเล่มนี้ติดมือมาด้วย
ก่อนเดินทาง 2 วัน " ใครๆก็ไปมาเลเซีย "

7 โมงเจอกันที่ สุวรรณภูมิ เช็คอิน เรียบร้อย ก็ไปผ่าน ตม. ตื่นเต้นมากมายค่ะ
ไม่เค้ยไม่เคยเลยจริง จริ๊งงงงง (เคยผ่าน ตม. ที่ช่องเม็ก มันไม่ใช่แบบนี้น๊า)
ผ่านมาเรียบร้อยก็ ได้เวลา ชอปปิ้งงงงงงงง อุอุ





เข้ามาด้าน ขาออกต่างประเทศ ทุกคนจะคุ้นเคยกับ สัญลักษณ์นี้อย่างดี
แต่วาเพิ่งเคยเห็นด้วยตาตัวเองครั้งแรกค่ะ ขอเห่อ ชักภาพร่วมสิบใบทีเดียว สวยโนะ ^^


เกตของเราถ้าจำไม่ผิด เป็น F4 รักใสใสหัวใจ 4 ดวง ถ้าจำผิดคง F5 ล่ะมั๊งคะ 5555
แต่เมื่อวานก่อน พี่นิได้พาไปทำบัตร คิงพาวเว่อร์รุ่นใหม่มา ค่าธรรมเนียม 500 บาท
เป็นบัตรสมารทการ์ด แล้วได้ วอเชอร์มาเพื่อซื้อของจำนวน 750 บาท คุ้มซะไม่มี
อันดับแรก เราก็เลี้ยวซ้ายไปเข้าเล้า(ธรรมดา) กันก่อนดีกว่า รับอาหารเช้าเบาๆนิดนึง





ของจัดว่าน้อยมากทีเดียว เพราะพนักงานไม่ยอมมาเติม
เลยได้ คอนเฟลค กับ ข้าวต้มมารองท้องนิดหน่อยพอ
เดี๋ยวจะไปชอปปิ้งไม่ทัน ที่นี่คนว่างดีค่ะ คงเพราะไกลจัด
มีเน็ตให้เล่นด้วย แต่นาทีนี้ ขอทำเวลาก่อน





ไม่นานนัก เราก็ต้อง ลากสังขาร เอ้ย เดินไปขึ้นเครื่อง ได้อย่างตรงเวลา 
(ปกติ ต้อง Final Call เท่านั้นนะ วันนี้ผิดคอนเซปไปนิดนึง )

Flight ที่เราจะขึ้นวันนี้เป็น AK881 เป็นหางแดงของมาเลย์เซียค่ะ
หางแดง........หางแดง......... เฮ้ยยยย นี่มัน หางฟ้า นี่!!!
กรี๊ดดด แอร์เอเชีย หางฟ้า เพิ่งเคยพบเคยเจอ เท่ห์เป็นบ้าเลย โหะๆๆๆ






นี่เป็นไฟล์ทแรกที่มีการ Fix ที่นั่งแล้ว สำหรับวา ซึ่งการเลือกที่นั่งนั้น
ทำให้เราต้องเสียอัฐเพิ่มโดยไม่จำเป็น เลยไม่เลือกดีกว่า หุหุ
ทีนี้ พี่นิกะพี่อีกคน นั่งด้วยกัน น่าจะเพราะบุ้กกิ้งเดียวกัน
ส่วนวา ไปนั่งหลังโน่น ... แอร์มาเลย์ดุมากค่ะ ตอนแรกเราไม่รู้
จะนั่งด้วยกัน ชีแผดเสียง กังวานมาก ว่าให้นั่งตามเลขในบอร์ดดิ้ง
เลย เดินตัวลีบๆไปข้างหลัง เดชะบุญ ตรงพี่นิว่างซะงั้น
วาเลย มานั่งด้วยได้ แต่โน้ตบุ้ค ฝากไปที่นั่งเดิม
เลยต้องโน๊ตเตือนตัวเองนิดนึง ลืมล่ะยุ่งเรยยย . . . .

ไม่นานนัก เราก็มาถึง โลตัส LCCT ค่ะ  เดินลงจากเครื่องแล้วก็
เดินวนๆไปอีกไกลโขทีเดียว โลวคลอสสสสส ร้อน(รุน)แรงงงงงงมากค่ะ
(ยังไม่เลิกเห่อหางฟ้า)






เดินเข้าอาคารได้ก็ ขึ้นบันไดเลื่อน เพื่อไปผ่าน ตม. ค่ะ ตรงนี้วาตื่นเต้นมาก
เพราะวาพูดอังกฤษไม่ได้ งูๆปลาๆค่อนไปทางแย่ แล้วคนก่อนหน้า เค้าคุยกันด้วย
ตายละวา . . . ทำไงดี เดชะบุญ เจ้าหน้าที่นั้น มนุษย์สัมพันธ์แย่ เลยรอดตัวไป แหะๆ

ผ่านไปแล้วก็ลงไปรับกระเป๋าค่ะ มีดิวตี้ฟีด้วย แต่ไมได้แวะดู
แล้วก็ไปรอกระเป๋าตามที่เค้าบอกไว้ค่ะ





หลังจากได้กระเป๋าแล้วก็เดินออกไปที่ทางออกค่ะ ตรงนี้มีเคาเตอร์ information อยู่
เดชะบุญมีเจ้าหน้าที่ พอดีมีคนไปถามเกี่ยวกับโรงแรมอยู่
ข่าวว่าเป็นโรงแรมเดียวกับเรา คือ Citrus นั่นเอง เลยช่วยดูแผนที่ ตาม จนท.บอก

จนท.ก็โปรโมท ประเทศมากแนะนำ Taxi ลูกเดียว เราก็เลยตกลงกันว่า
Sky bus เป็นคำตอบสุดท้ายค่ะ 
เดินออกมา เค้ายังก่อสร้างอยู่เลย (- -") ตรงดิ่งไป ทางอาคารผู้โดยสารขาออก
แล้ว เลี้ยวขวา จะเจอท่ารถบัส เข้าเมืองค่ะ Sky bus ราคา 9 ริงกิต ก็กระโดดขึ้นไปทันที





รถหรูหราใช้ได้ค่ะ จ่ายเงินบนรถ 9 ริงกิต เงินแลกมาจากซุเปอริช เรทราวๆ 9.6 (มั๊ง)
ตีซะ 1 ริงกิต เท่ากับ 10 บาทไทยแล้วกันค่ะ รถอีกเจ้า ราคา 8 ริงกิต
แต่คนก็นิยม Sky bus มากกว่าอยู่ดี
ออกมานิดนึง ก็เจอโรงแรม Tune ด้วยค่ะ... สงสัยเอาไว้นอนตอนต่อเครื่อง สะดวกดีค่ะ





หลับตลอดทาง ไม่นานนักเราก็มาถึงท่ารถ Sky bus ที่ KL Sentral ค่ะ
ที่นี่จะมีสถานีรถไฟฟ้าหลายสาย พันกันยุ่งทีเดียว เมื่อลงจากรถแล้ว
ก็ตรงดิ่ง ขึ้นชั้นบน หาทางไปแถบๆ Chow Kit ซึ่งอยู่ระแวก โรงแรม Citrus ค่ะ





พี่นิจัดแจงเลือกได้เรียบร้อย สรุปที่เราจะไปรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ตามรูป
เพื่อไปลงที่ สถานี Sultan Ismail ดูจากรูปการณ์แล้ว 
เราต้องนั่งสายสีเขียวแก่ไปลงที่สถานี MASJID JAMEK ก่อน 
แล้วต่อสายสีเหลือง ว่าแล้วก็ ซื้อตั๋ว พร้อมลุยทันทีค่ะ

รถไฟฟ้า ที่ KL เดินทางค่อนข้างสะดวกและไม่แพง วาติดใจมากมาย
1-2 สถานี ราวๆ 1.2 ริงกิต หรือ 12 บาทไทย 3-4 สถานี ราวๆ 1.6 ริงกิต







มาเลย์ กลางวันร้อนมาก กลางคืนฝนตกค่ะ อากาศเท่ห์ชะมัดเลย T.T
ทุกๆท่าน ตามมาเลยจ้า จะเข้าโรงแรม ยอดฮิตแล้วน๊า ใกล้ถึงแล้ว (^^)


บนรถไฟฟ้า LRT มีฝรั่งมาถามทางด้วยค่ะ เค้าช่างเลือกคนถามจริงๆ
มาถาม กลุ่มที่ลากกระเป๋าเนี่ยนะ เลยให้ทูต LRT ด้วยบอกทางค่ะ เอิ๊กกก





พอถึง มัสยิด จาเม็ก แทนที่จะต่อกันได้เลย เปล่าาาา ต้องลากกระเป๋า ปุเรงๆ
ข้ามถนนไปขึ้น รถไฟฟ้าอีกฝั่งแทน ตึกแฝดสร้างได้ใหญ่โต 
สะพานเชื่อมแค่นี้ ทำไม่เป็นเหรอพี่น้องงงง (- -)

เลยได้ถ่ายรูปมัสยิด บนสถานีรถไฟฟ้า และเดินทางสู่ สถานี Sultan Ismail เรียบร้อย
แผนที่โรงแรม งงได้โล่ห์มากค่ะ ... ลงมาแล้วก็เลย ถามทางสาวแบงค์ผู้ใจดี
เธอก็พาเดินๆๆไป ด้วยความมีน้ำใจเป็นที่ซู๊ดดดด

เดินไปเรื่อย ข้ามสะพานลอยแบบโค้ง ที่โกรธคนสร้างมาก
เรือรบโปรตุเกส มันจะผ่านถนนเส้นนี้รึไง สะพานลอยต้องปีนบันไดสูงมาก
เหนื่อยที่สุด กรี๊ดดดดด





เดินตามถนน ผ่านแบงค์ อิออนไม่นานก็เจอป้ายโรงแรม Citrus Hotel อยู่ด้านหน้า
ถึงแล้วววววววววว เหนื่อยมากมาย ไปเช็คอินกันดีกว่า

โรงแรมนี้เราเตรียมการอย่างดี คือจองก่อนมาเพียง 3-4 วัน เอิ๊กกก
ใช้ HotelClub ฟรี 15$ ค่ะ เราเลือกจองแบบ Triple เรทอยู่ที่ 62$ 
จอง 2 คืน (แยกชื่อละคืน) อีกอันมีลด 20$ สรุปหารสาม 
ประมาณ 1000 บาท / คน / 2 คืน

จนท. เช็คอิน พูดอะไร งงๆ มีถามเราว่า จะเอาเตียงแบบไหน วัน เบด
ทรีเบด ไรซักอย่าง ก็เลยบอกไปว่าถ้าได้ ทรี เบดก็ดีค่ะ เราก็ได้ห้อง 1012 มา


ชั้น 10 ห้องที่ 12






อ้อ เค้าเก็บค่ามัดจำ 100 ริงกิตนะคะ 1000 บาทไทยค่ะ ขึ้นไปที่ห้อง
สรุปเปิดห้องมา ผ่างงงงงงงงงง วัน เบด จริงๆ มีเตียงอันเดียวในห้องเลย กำ!
เมื่อกี้ มีมาถาม จะเอา ทรีเบดมั๊ย ทำไมเนี่ย งงไปงงมา ก็สรุปว่า ที่นี่ไม่มีหรอก
ทรี เบดอ่ะ มันก็มีแต่แบบนี้ล่ะ แล้ว Extra เอา สรุป Triple ก็คือ Extra นั่นเองค่ะ (Y.Y)

เราเลยไม่เอาเตียงเสริม นอนเบียดกันก็ได้(ฟร่ะ!)... แต่ห้องแอบสวยอยู่นะ
LCD TV ,เครื่องเล่น DVD, Wi-fi ฟรี, เตียงคิงส์ไซส์, ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำด้วยค่ะ




หลังจากพักผ่อนไม่กี่นาที ก็ตัดสินใจ ตลุยเมือง KL กันดีกว่า
ลงไปรับ เวลคัมดริ๊งฟรีกันก่อน อย่าถามว่าน้ำอะไรนะคะ 3 คนกินเหมือนกัน
แต่บอกไม่เหมือนกัน ว่ามันคือน้ำอะไร 

เริ่มออกเดินๆๆๆกลับไปที่ สถานีเดิม ขึ้นรถไฟฟ้าไปตั้งต้นที่ มัสยิดจาเม็กเช่นเดิมค่ะ
เราจะเดินทางไปแถวๆ ตลาดกลาง หรือ Sentral Market ตึกสีฟ้าๆนั่นเอง
ต้องเปลี่ยนสายไปลงรถไฟฟ้าที่สถานี Pasar Seni ค่ะ

ทางเข้ารถไฟฟ้าที่ มัสยิด จาเม็ก ดันพังซะงั้น น่าจะเป็นช่วงเลิกงานพอดี
คนเยอะมากมาย ร้อนมากๆ พอดีเราไป สถานีเดียวเค้าเลยให้เราไปทางด่วน
คือไม่ต้องหยอดบัตรนั่นเองค่ะ รถไฟก็แน่นได้อี๊กก




ที่ มัสยิดจาเม็ก รถไฟอยู่ช่วงใต้ดิน พอมาสถานีนี้ ขึ้นมาลอยฟ้าแล้วค่ะ
ลงปุ๊บ ก็เดินข้ามถนน นิดเดียวก็เจอ Sentral Market ทันที แต่แลดูแล้ว
มันก็คือแหล่งชอปปิ้งติดแอร์ เลยไมได้เข้าไป เลาะข้างๆ เดินดูตึกรามบ้านช่องไป




สีสวยดีนะคะ แปร๊นมากๆ สวยดีค่ะ
พอเดินไปเรื่อยๆก็หันไปเจอ Bangkok Bank กรี๊ดดดด เบิกเงินเดือนได้ม๊ายย
ข่าวว่าเงินเดือนออกวันนี้ (27 กุมภาพันธ์) บ่ายสอง แต่เบิกไม่ได้ (Y.Y)
ได้แต่มองตึก แล้วก็ภาษาไทยหน้าตึก แล้วเดินผ่านไปค่ะ
พี่เค้าแอบสนกับข้าวแถวนั้นด้วย หุหุ




หลังจากเริ่มสนใจอาหารมากกว่าการชอปปิ้ง พี่นิเลยตัดสินใจพาเราเข้าไปที่ ไชน่าทาวน์ค่ะ
ถามคนแถวนั้น ก็ งงๆ หลงๆ มาเจอจนได้ เจอห้างตรงข้ามไชน่าทาวน์สวยดีจังเลย
เดินตรงเข้าไปก็จะเจอ ร้านขายของที่ระลึก แล้วก็ของกินมากมาย
หลายร้านก็ประหนึ่ง ตลาดนัดบ้านเราดีๆนี่แหล่ะ แต่มีอาหารจีน
ให้เลือกดูชมมากว่าอาหารแขก

วาไปติดใจของเล่นอันนี้มาก มันหุบอยู่ ถ้าเตะเหมือนลูกบอล มันจะบานออก
แล้วหุบไปใหม่ อยากได้ๆๆ พี่นิไปถามราคาให้ พี่แก ลากยาวมาตั้งแต่ เมดอินอะไร
ยังไง ราคาต่างจาก เมดอินไชน่า วัสดุดีกว่า บลาๆๆ สรุปที่ ราคาหลักสิบกว่าริงกิต
ถ้าของจีน ราวๆ 7 ริงกิต แพงอ่ะ หาไรกินดีฟ่า แหะๆๆๆ





กลางแยก เดินมาเรื่อยๆ จะเจอร้านขายเกาลัด น่ากินมากค่ะ
เม็ดใหญ่ได้โล่ห์สุดๆ แถวเยาวราชก็ราคาใช่ย่อย มาเจอเม็ดขนาดนี้
ได้แต่มองไม่กล้าถามราคาเลย ตัดสินใจเลี้ยวซ้ายไป
ก็พบกับ ร้านขายน้ำลำใย เลยได้มาแก้กระหาย คนละ 1 แก้ว ราคาราวๆ 10 บาท นิดๆ
อร่อยใช้ได้ค่ะ ไม่หวานๆเหมือนของที่ไทยบางร้าน มันบาดคอเกิ๊นน

มีร้านเป็ดย่างริมทางแลดูน่ากิน แต่สุดท้ายเราก็ไปหยุดที่ร้าน ... Beef Noodle
แลดูดีมีสกุลกว่า ระแวกแถวนั้น วาไม่ทานเนื้อ แต่ว่าไม่ได้เคร่งอะไรมาก
นาทีนี้เลยตกลงปลงใจเรียบร้อย . . . นั่งเลยๆ





อ่ะ รูปบน ผิดๆ มันคือ นก หรือ ห่านซักอย่าง คอยาวขนาดนั้นไม่ใช่เป็ดแล้วล่ะเนอะ
วาสั่งเป็นเส้นเหมือนเส้นใหญ่ แต่ออกกลมๆมากกว่า แลดูนิ่มๆนุ่มๆ
พอสั่งมาก็ นุ่มลิ้นมากมายค่ะ แต่มันมีน้ำส้มมาถ้วยเดียว
กินไปก็คิดไป จะเรียกอร่อยดีป่าวน๊อ .... เอาน่ะ กินเพื่ออยู่ ท่องไว้ๆ


พี่อีก 2 คน รับแบบเส้นเหลืองๆมา รสชาติไม่อยากจะเอ่ยเช่นกัน 
สนนราคาที่ ชามละ 6 ริงกิต 60 บาทไทยค่ะ




อิ่มแล้ว มีเรี่ยวแรงเดินต่อ ... ตามหนังสือที่แบกมา
และ แผนที่ ที่ได้มาจากโรงแรม Citrus สีส้มๆ ... Tourist Map Of MALAYSIA
(แผนที่นี้เริ่ดมาก ใครไปอย่าลืม เก็บมาเป็นอาวุธคู่กายค่ะ)


ก็พบว่ามีวัดแขกอยู่แถวๆนี้ เมื่อเดินไปเรื่อยๆกลับเจอ สิ่งปลูกสร้างนึง กำลังปิดปรับปรุง
เมื่อเอาเทียบกับรูปที่มีแล้ว ใช่เลยค่ะ วัด Sri Maha Mariamman " ปิดปรับปรุง! "


ใกล้จะมืดแล้ว กลับไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานี Pasar Seni ไปลงที่สถานี KLCC
เพื่อไปเที่ยว ตึกแฝดกันดีกว่า...




พอลงที่สถานี KLCC แล้วก็เดินทะลุไปถึง ห้าง Suria ค่ะ วนๆไปก็จะไป
ก็จะเห็นตึกแฝดอยู่บนหัวเราพอดี ตอนแรกวางงมากไปไหนก็จะเห็นไง
แต่นี่ไม่เห็น มารู้อีกที อ้าว ตึกบนหัวเรานี่เอง โอ้ว สวยจัง ฟ้าเริ่มมืดแล้วจ้า




หลังจาก มองด้วยตาเปล่าแล้วก็ยืนตะลึงในความยิ่งใหญ่อลังกาล ของตึกแฝด เปโตรนาสอยู่ซักพัก
ก็เริ่มจัดแจง ถ่ายรูป เก็บความประทับใจกันให้ได้มากที่สุด
ถ่ายออกมายังไงก็สวยไม่เท่าตาเห็นเลยจริงๆ ...
วาลองหลายโหมดมาก จนมึนไปหมด แต่ก็ชอบทุกรูป
เพราะตึกมันสวยด้วยตัวเอง ^^




การถ่ายรูปกลางคืน โดยไม่มี ขาตั้งกล้อง ช่างยากเย็นอะไรเช่นนี้
รูปที่ ออกมาแล้วดูโอเคที่สุด ก็คือรูปที่ต้องใช้กำลังภายในมากที่สุด
นั่นก็คือ ... การนอนราบลงไปกับพื้นเลย ทำให้เก็บภาพ มุมกว้างได้ประมาณนึง

เห็นหลังจากนั้น ก็มีคนนอนถ่ายหลายคนอยู่นะ ^^





ถ่ายรูปได้ประมาณนึงก็อ้อมไปด้านหน้าห้าง ที่มีน้ำพุกัน น้ำพุ สูง สวยงามดีค่ะ
ฝั่งนี้จะเห็นเป็นตึก 3 ตึกด้วยกัน ก็สวยไปอีกแบบ นาฬิกาบนยอดตึก บอกเวลาเกือบ 3 ทุ่ม
แต่เราก็ยังนั่งเล่นอยู่ตรงนี้อีกนานเลยทีเดียว พักขาที่เดินกันมาทั้งวัน ^^




ซักพัก ก็ตัดสินใจ ไปฟู๊ดสตรีทกันต่อ ... ถ่ายรูป ตึกแฝดกับห้าง Suria เป็นการทิ้งท้าย
หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีก " เปโตรนาส "




มั่วงง หลงทิศ ตามแบบฉบับ รีวิว ชาว BP เราจำได้แค่นี้ 
เราเลยยึดถือ ปฏิบัติตามกันไปค่ะ 
เดินตามแผนที่ ทะลุมั่วได้อีกเหอะ และสุดท้ายก็ถามทาง สาวคนนึง

จุดหมายอยู่ที่ ฟู๊ดสตรีท ย่าน บูกิต บินตัง หรือ ละแวก สยามสแควร์บ้านเรา
เธอบอกว่า เลยโนโวเทลไป ก็เจอห้าง Pavilion แล้ว จากแผนที่ก็ไม่ไกล
เลยเดินตามที่บอกดู พอผ่านโนโวเทล ก็เจอสะพานลอย 
ต่อไปทางเข้าห้าง Pavilion เลยค่ะ ก่อนเข้าเจอห้าง TANGS ด้วย
แล้วมันก็เลาะมาออก ด้านหน้าพอดี ตอนนี้ มีเป็นเค้กก้อนโต วางหน้าห้างค่ะ


ที่นี่เทียบได้กะ Paragon บ้านเราเลยทีเดียว หรูหราไฮโซวได้อีกแหน่ะ




ห้างนี้จะอยู่ สามแยกพอดี หันหลังให้ห้าง แล้วเดินตรงไป
ก็จะเจอห้าง Lot 10 แล้วก็มีรถราง โมโนเรล อยู่ข้างบน แสดงว่าเรามาถูกทิศแล้ว
ตอนอยู่ที่ไทย จะเดินผ่าน ต่างชาติที่ถ่ายรูปคู่กับถนนบ่อยๆ
ก็แบบคิดในใจ ถนนก็ถ่ายกันเนอะ ตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
เพราะตูก็เป็นเหมือนกานนนนนน (- -) 

เดินข้ามแยกมานิดนึงก็เจอ KFC ขวามือ เลี้ยวขวาเข้าซอยไปเลยค่ะ
นิดเดียวก็จะเจอซอย ฟู๊ดสตีทแล้ว หรือที่เรียกว่า ถนน JALAN ALOR นั่นเอง




เลี้ยวไปก็จะเจอ ถนนที่มีแต่อาหาร อาหาร แล้วก็อาหาร
ตอนนี้ไม่ได้หิวมากหรอก แต่อยากมาดูที่นี่ว่าเป็นยังไงบ้าง
ก็เลยเดินไปจนสุดซอย .... ซึ่งท้ายซอยนั้น ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอ


มันคือโรงแรมที่วา จองเอาไว้อยู่คนเดียวนั่นเองค่ะ เอาล่ะมาถูกแล้ว
เอาไว้เล่ายาวๆ วันที่มาพักแล้วกัน แถวโรงแรม มีร้านขายอาหารไทยด้วย
พนักงานพูดไทยซะงั้น เกรงว่าจะเป็นคนไทยโดยกำเนิดเลยทีเดียว

สุดท้ายเราเลือกกลับไปกินอะไรร้านแรก เพราะดูน่าตื่นตาตื่นใจดี
สิ่งเดียวที่จะไม่สั่งคือ "น้ำมะพร้าว" เพราะ มีรถคันนี้จอดหน้าร้านเลย
COCONUT THAILAND ไว้เจอกันที่บ้านเกิดนะลูก (- -)

วากับพี่นิสั่ง ชามะนาวมาแก้กระหาย พี่อีกคนสั่งขนมอะไรไม่รู้มาลองชิม
ข่าวว่า ไม่หวาน เย็นๆมีเส้นๆเหมือวุ้นเส้นแต่ชิมแล้ว เหมือนเส้นบุก
แต่ที่น่าแปลกคือ มีไข่นกกระทามาได้ไง โดยรวมพี่เค้าบอก ก็โอเคนะ หุหุ


แล้วก็ได้ หมี่ฮกเกี้ยน ที่ใส่ซอสดำมาครึ่งขวดได้ 1 จานยักษ์ มาแย่งกันกิน




มื้อนี้ ชามะนาวอร่อยเทพมาก อย่างอื่นไม่ขอ Comment 
แต่มาอยู่นี่เหมือนน้ำหนักจะลงหลายขีดอยู่ เป็นที่น่าปลาบปลื้มยิ่งนัก (Y.Y)


ก่อนกลับเราได้เห็น ร้านๆนึง ที่ดูแปลกดี ทั้งๆที่มันก็น่าธรรมดา คือร้านขายผลไม้
ความแปลกอยู่ตรงที่ ร้านขายผลไม้ มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งด้วยค่ะ


ยกตัวอย่างเช่น พอซื้อ เงาะ 1 กิโลกรัม ก็มานั่งแกะกิน กันเลยที่โต๊ะ
ทุเรียนก็แกะกินกันเลยทีเดียว เออเนอะ เย็นวันศุกร์ ที่ไทยจะนั่งคุยจิบเบียร์
แต่ที่โน่นนั่งคุยกัน แกะผลไม้กิน เอ้อ...น่ารักดี 

วันนี้ พี่นิตัดสินใจ พาขึ้นรถรางโมโนเรล กลับโรงแรมกัน เป็นการศึกษาเส้นทางใหม่กัน
ก่อนทางขึ้นสถานีรถไฟ มีกลุ่มนึง ร้องรำทำเพลงอยู่ 3 คนนี้เป่ากระบอกอะไรซักอย่าง
เสียงฟังเพลินๆดี แต่ท่าทางจะเหนื่อยนะคะเนี่ย




ปลายทาง สถานี Chow Kit ... ได้ตั๋วแล้วก็ไปรอรถไฟค่ะ
เสียบบัตรเข้าไปที่ทางเข้า แล้วก็ไปหมุนเหล็กเอา 
ไม่ต้องมาเสี่ยงโดนบานพับหนีบบั้นท้ายเหมือน BTS บ้านเราดี 

พอลงที่สถานี Chow Kit แล้ว เราก็มองเห็นโรงแรมสุดฮิต ซิตี้เทล อยู่ใกล้ๆเลย
ตามแผนที่ จากสถานีโมโนเรล ถือว่าไม่ไกลจากโรงแรมเราเลย
แต่ก็กลัว สเกลแผนที่ จะหลอกเราอีก เลยตัดสินใจ เรียก Taxi ดูระยะทาง

ไม่มีคันไหนรู้จักโรงแรมเราเลย แต่คันที่ 4 แลดูจะฉลาดหน่อย
เค้าบอกว่า เค้ารู้จัก อิออน แบงค์ เลยให้เค้าเสี่ยงดวงพาไป เพราะ ปากซอยโรงแรม
อยู่เยื้อง อิออนแบงค์นั่นเอง

มิตเตอร์ Taxi สตาร์ทที่ 2 ริงกิต ถูกจัง... เลี้ยวขวา 2 ที ถึงแล้ว Citrus Hotel
มิตเตอร์โชว์ราคา 2.3 ริงกิต สรุปที่ราคา 23 บาทเท่านั้น เดินมาก็ได้มั๊งงงง เหอๆๆ
เราเลยมีวิธีการเดินทางแบบใหม่ ที่สะดวกมากมาย ไม่ต้องเดินตั้งแต่นั้นมา ^^




กลับถึงสวรรค์แห่ง Citrus ของเราแล้ว ดีใจประหนึ่งประเทศไทยไปบอลโลก..
แยกย้ายกันไปอาบน้ำ และทำธุระประปรังกันคนละทิศทาง นาฬิกาบอกเวลา เกือบ 5 ทุ่มบ้านเรา
แสดงว่าตอนนี้ มาเลย์ก็จะเที่ยงคืนแล้วสิ เที่ยวกันทรหดมากมายจริงๆ
มีผลไม้ มาโผล่ที่ห้องเรา 1 จาน จำได้ว่า ไม่เคยแกะกินเลยแหะ

วาเปิดโน๊ตบุ้ค นั่งเช็คเมลล์และโม้กะพี่ๆในลิสต์ MSN เล็กน้อย
แต่เข้าเวปอื่นใด ช้าและอืดมาก ก็อืม ไม่เป็นไร คุย MSN ได้ก็ยังดี
เห็นป้ายติดไว้ว่า ห้องด้านล่างๆ ปรับปรุงอินเตอร์เน็ตเลยดึงกันใช้รึไงน๊อ
ไม่ก็ เน็ตบ้านเค้า เร็วได้แค่นี้เป็นเรื่องปกติหว่า




พี่นิโด๊ปกาแฟก่อนนอน (แล้วหลับได้ด้วยนะ ไม่ธรรมดา)
พี่อีกคนไปอาบน้ำ หรือหลับไปแล้วซักอย่าง
ส่วนวาก็นั่งเล่นกล้อง และชื่นชม สมาชิกใหม่ที่ได้จากดิวตี้ฟีเมื่อกลางวัน หุหุ

ไม่นานนัก ก็ปิดไฟเข้านอน พี่นิบอกว่า ถ้าพรุ่งนี้ตื่นไม่สายมาก จะพาไปมะละกา
โอ้ว...เย คืนนี้ขอรีบนอนก่อนแล้วกัน บ๊าย บาย Z z z z  . . . .


- To be Continue - 




Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 3 กรกฎาคม 2554 3:45:42 น. 1 comments
Counter : 5724 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ ถึงจะอยู่ใกล้กันแต่เราก็ไม่เคยไป


โดย: wiwan (wiwan K ) วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:16:39:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นังนู๋วา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]













Blog date ล่าสุด ..



Google+



วิธีสั่งซื้อไอเฮิร์บคลิ๊ก


cool hit counter <-- My Blog Stat




Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นังนู๋วา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.