:: Lonely in KL & ตลุยปุจตราจาย่า ::

• • Hello Malaysia :: ตอนจบ :: Lonely in KL & ตลุยปุจตราจาย่า • •



เช้าของวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2552 พี่ๆทั้งสองคนมีกำหนดกลับในสายวันนี้
วันนี้ วามีเรื่องเครียดคือ ปริ๊นใบวอเชอร์ HotelClub มาผิดใบ ดันเสล่อปริ๊นใบเสร็จมาซะได้
พี่นิพาไปติดต่อขอปริ๊นใหม่ที่ Business Center ของโรงแรม Citrus 
ซึ่งมันอยู่เลยห้องเราไป สองเมตรเท่านั้น เป็นห้องเล่นอินเตอร์เน็ต 
และมีขนมให้กินอีกต่างหาก (รอชมรูปได้ในรีวิวพี่นิค่ะ ^^)

เน็ตที่นี่อืดมาก กว่าจะปริ๊นได้เล่นเอาเสียเวลาไปหลายนาที
พอได้ปุ๊บก็จ่ายค่าปริ๊น 1 ใบ 1 ริงกิต (โหดได้อีก แต่ก็ยอมค่ะ)

ทานอาหารเช้าเหมือนกระทู้ตอนสอง เรียบร้อยแล้ว
ก็ออกเดินทางด้วยโมโนเรล แยกย้ายกับพี่ๆ บนรถไฟฟ้านั่นเอง

ก่อนจากกัน พี่นิบอกว่า ถ้าจะไปปุจตราจาย่า มีรถไฟไป แล้วไปต่อรถเมล์ได้
ส่วนถ้าไปเช็คอินที่โรงแรมแล้ว เค้ายังไม่ให้เช็ค (เช้าเกินไป) ก็ฝากกระเป๋าเค้าไว้
แล้วไปเที่ยวก่อนเลย วาก็จำๆๆๆทุกอย่างค่ะ เริ่มตื่นเต้นมากขึ้นอีกนะนี่


วา  " พี่นิ ฝากกระเป๋าไว้ พูดว่ายังไงอ่ะ นึกไม่ออก Y.Y "
พี่นิ " Can I leave my luggage here? "
วา " ลักเกจ คืออะไรอ่ะ " (ถามด้วยความงี่เง่ามาก) ...
พี่นิ " กระเป๋าสัมภาระ ทำนองนี้อ่ะ "

แล้ววาก็ท่องประโยคนี้เอาไว้ตลอดการเดินทาง
ไม่นานนักวาก็ต้องลงโมโนเรลที่ สถานี บูกิต บินตัง
พี่ๆไปลง KL Sentral กัน บ๊าย บาย เจอกันที่ไทย

การผจญภัยคนเดียว เริ่มขึ้นแล้ว นังนู๋วาเอ๋ยยยย . . .


ลากกระเป๋า ปุเรงๆ เดินลงโมโนเรลมา เดินข้ามถนนเข้าไปในซอย JALAN ALOR
หรือถนน ฟู๊ดสตรีทนั่นเอง ขณะนี้เป็นเวลา 10 โมงเช้า ร้านรวงไม่คึกคักเหมือนตอนดึกๆ
วาลากกระเป๋าไปจนถึงโรงแรม nova ที่วาจองล่วงหน้าตั้งเดือน ธันวาคมด้วย HotelClub 49$
ที่นี่ วาจ่ายเพิ่มราวๆ 8-9$ ค่ะ จำไม่ได้ นานจัด ค่อนข้างแพงเพราะอาจจะ
เป็นเพราะ อยู่ในย่าน บูกิต บินตัง

พกความมั่นใจแบบจำใจมาเต็มกระเป๋า พร้อมกับยื่นวอเชอร์ออกไปที่พนักงาน
แล้วใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี พูดออกไปว่า " Can I Check-in now? "
(นาทีนี้ พูดไปเลย ถ้าเค้าไม่เข้าใจ ค่อยคิดใหม่อีกที)
พนักงาน ตอบรัวเป็นปืนกลเลยค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดด พูดอารายฟระ T.T
ยังใจดีสู้เสือต่อ โดยการ ยื่น Passport และ วอเชอร์คู่กันไปให้เค้าทันที


เค้าเอาไปกดคอมฯ แต๊กๆๆๆ แล้วรัวปืนกลอีกครั้งว่าอะไรซักอย่าง
วาจับใจความได้ว่า โน....รูม....นาว....เช็คอินเฟริส....แบค....อะเกน

(T.T) ประมวลผลแล้วได้ใจความว่า ห้องคงไม่มี แต่จะเช็คอินไว้ให้ก่อน
เลยตอบไปแบบมั่นใจว่า " โอเค แต้งกิ้ว เวรี่มัช " แล้วก็คิดถึงคำพูดฝากกระเป๋าทันที


วา     :: (ยื่นกระเป๋าขึ้นมานิดนึงแล้วพูดว่า) Can I le..a..v
nova :: OK Sure!...

อ้าวววววววววววว ยังพูดไม่จบเลย ทำไมรู้เรื่องไวปานนั้น
ท่องมาซะดิบดี ยังไม่ได้แสดงความสามารถเลย เซ็งงงงงงง



BellBoy เค้าให้ใบฝากกระเป๋ามา 1 ใบแล้วถามย้ำวาว่า ฝากใบเดียวใช่มั๊ย
วาก็ Yes OK ไปตามเรื่อง ในใจก็คิด โน๊ตบุ้คอีกกระเป๋าทำไง ไหนจะเป๋ากล้องอีก
ไม่เป็นไร ขอคิดก่อนแล้วกัน ...

เริ่มคว้าแผนที่มาวางแผนใช้เวลาที่เหลืออยู่ใน KL ทันที วาตัดสินใจที่จะไป
เมืองใหม่ปุจตราจาย่า ใน 10 นาทีต่อมา เอาเวลา ชอปปิ้งไว้เย็นๆแล้วกัน
สิ่งเดียวที่รู้มาจากพี่นิคือ วาต้องไปรถไฟสาย KLIA ทรานสิต 
แล้วไปต่อรถเมล์สายอะไรไม่รู้ ลองดู (- -")

ตอนนี้ 10 โมงกว่าๆแล้วแดดเริ่มแรงมาก หมวกอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้า
ก็ไปมั่ว ขอเอาหมวก แล้วฝากโน๊ตบุ้คไว้อีกกระเป๋าด้วย 
(ใช้ประโยคเดิมไปอะแด๊ปเอา เอิ๊กกก อย่าให้เล่า อายเป็นเหมือนกันค่ะ แหะๆ)

ขึ้นโมโนเรลไปลงที่ KL Sentral ทันที ลงจากสถานีแล้วข้ามถนน แล้วเดินตามทางเดินไป
ก็จะไปถึง ที่จอดรถ Sky bus ที่จะไปสนามบินนั่นเอง
ขึ้นไปข้างบนก็เจอป้ายแล้ววววว KLIA Transit



เดินเข้าประตูไป ก็เจอเลยค่ะ ขวามือ ตรงดิ่งไปซื้อตั๋วทันที
วาบอกเค้าว่า จะไป Putrajaya เค้าอ่าน ปุตราจาย่ามากกว่า ปุจตราป่าวหว่า
วาก็มั่วได้อีกแหะ (- -)

เค้าถามว่าเอาเที่ยวเดียว หรือ ตั๋วไป-กลับ เลยถามไปว่า ตี๋วไปกลับกี่บาท
เค้าตอบมาที่ 19 ริงกิต วาก็งงนิดหน่อย เที่ยวเดียว 9.5 ไปกลับ 19 มันราคาเท่ากันนี่
แต่ไม่เป็นไร เอาไป-กลับมาก็ได้ เพราะ ขากลับจะได้ไม่ต้องไป พูดกะใครอีก ไม่สันทัดเอาซะเลยค่ะ   

ตั๋วไปกลับ จะมีปั๊มที่ตั๋วว่าไป-กลับนะจ้ะ เป็นตั๋วกระดาษ น่ากลัว ยับและขาดประมาณนึง
ไม่นานนัก รถไฟก็มาค่ะ




การขึ้นรถไฟอันนี้ ตรงประตูจะมีปุ่มกด แล้วประตูจะเปิดนะคะ
ดีว่ามีคนขึ้นไปก่อนหน้า วาเลยไม่เอ๋อ เพราะคนอื่นมายืน งงๆ หลายคนเลย
จะเข้ายังไง ทำไมไม่เปิด หันไปหันมา ยืนอ่านก็ กดปุ่มแดงๆตรงประตูแล้วเข้ามากัน

ที่นั่งนั่งสบายได้โล่ห์มากค่ะ อยากให้เมืองไทยมีแบบนี้จัง
ระหว่างเดินทาง ก็อ่านข้อมูลในหนังสือประดับความรู้ได้ความว่า
KLIA Transit จะจอดราวๆ 4 สถานี และสิ้นสุดที่สนามบิน
KLIA Express จะตรงดิ่งสู่สนามบินเลยไม่จอดตามสถานี

ราวๆ 20 นาที ก็มาถึงสถานี ปุตราจาย่าค่ะ ลงไปปุ๊บ ก็ขึ้นไปด้านบน
หยอดตั๋วออก แล้วเลี้ยวขวาตามป้ายบอกทาง ว่าไปที่จอด Bus
ลงไปถึง เจอรถของ Nadi เต็มไปหมดจนงง ว่าตกลงจะไปสายไหนดี

นักท่องเที่ยว สามแม่ลูกในรูป วิ่งขึ้นสาย 200 ไป เพราะเห็นว่า จากตารางมันวนรอบเมือง
(เค้าคุยจีนกัน แต่มือชี้อะไรซักอย่าง วาแปลมั่วเอาค่ะ )
ดูท่าทางเค้าต้องไปมัสยิดสีชมพูเหมือนเราแน่ๆ วาเลยวิ่งขึ้นสาย 200 ตามไป


ก้าวขึ้นไปปุ๊บ คุณลุงคนขับรถมองหน้า วาเลยพูดว่า "มัสยิด ปุตรา?"
เค้าก็พยักหน้าแทนคำตอบ แล้วมองไปที่หยอดเงิน และพูดว่า ฟิปตี้เซน!
อะไรหว่า แบงค์อะไร ไอ้ ฟิปตี้ๆ เนี่ย คุ้ยกระเป๋าไปมาก็เจอเหรียญ 50Sen 
เลยนึกออกทันที หยอดลงไปปุ๊บ ตั๋วก็จะออกมาค่ะ ไม่มีเงินทอน
รถเมล์สวยแอร์เย็น ราคา 5 บาท ตลอดสาย มันมีแบบนี้ในโลกด้วยหรือคะพี่น้อง?


รถเมล์พาเรา วนเข้าหมู่บ้านไปเรื่อยเปื่อย เพลินดีเหมือนกันค่ะ เราได้ซิตี้ทัวร์ในราคา 5 บาทซะงั้น
บ้านเมืองที่นี่ถูกจัดวางไว้อย่างสวยงามและเป็นระเบียบ คนโดสวยๆทั้งนั้นเลย

แล้วก็แอบเห็นมัสยิดเด่นแต่ไกล แต่ก็ไม่รู้ว่าถึงรึยังเลยนั่งต่อไปเรื่อยๆค่ะ
วนต่อไปๆ จนมาข้ามสะพานพระรามแปดอันนี้ค่ะ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละนะ

พอพ้นสะพานไป ก็เลี้ยวขวา แล้วรถก็จอดค่ะ
คุณลุงคนขับหันมา ชี้ๆแล้วพูดว่า มอสคิ้ววววว! วาก็กำลังเพลินๆกับตึกสวยๆ
ก็หันไปงง กะลุงแกด้วย อะไร คิ้วๆฟระ เห็นแกชี้ๆ วาเลยมองตามมือไป

เอ๊ะ . .  นั่นมันถนน ตรงไปสู่ มัสยิดนี่ เลยเข้าใจทันทีว่า มัสยิด ลงป้ายนี้นะ
วาก็แต๊งกิ้วลุงแล้ววิ่งลงรถทันที นาทีนี้สาวจีนแม่ลูกก็คงกำลังถูกลุง ไล่ลงเช่นกัน
ซักพัก ก็ลงตามกันมาจนได้ หุหุ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก แดดดดดดดด ร้อนนนนนน ได้อีกกกกกกกกกกกกกกกก



ฟ้าจัดขนาดนี้ ไม่ดีใจเลย เพราะตอนนี้ เกรียมไปหมดแล้วค่ะ ฮืออออออ
ลงจากรถก็คว้าน้ำขึ้นมาเติมพลัง (เตรียมมาจาก 7-11 แถว nova พร้อมเต็มที่)
เห็นน้ำพุแล้วอยากโดดไปเล่นด้วยจัง ร้อน เหลือเกินนนน


หนทางช่างยาวไกลนัก วาเดินๆแล้วก็หยุดพักเป็นระยะ เพราะความร้อนของแดด
แต่ความสวยของมัสยิดสีชมพู ก็ทำให้เราต้องเดินต่อไปให้ถึงให้ได้
มาขนาดนี้แล้ว ต้องไปให้ได้ ............... แดดก็ไม่ปราณีกันเลยยย


เดินต่อไป เดิน เดิน กินน้ำ นั่งพัก หลบแดด เดิน ถ่ายรูป
เมื่อไหร่จะถึงเนี่ยยยยยยย


และแล้ว ก็ใกล้เข้ามาทุกทีค่ะ
เหนื่อยและร้อนมากจริงๆ มีรถเมล์สายไหนมาส่งในนี้บ้างมั๊ยเนี่ย
โอ้ยยยยยยย จะละลายแล้ว เจ้าข้าเอยยยย


หลังจากเดินเข้าไปในส่วนของลานแถวๆมัสยิด หันหลังกลับมา จะเจอสะพานสวยงาม
ที่นี่เค้าช่างคิดจัง สร้างอะไรอลังกาลไปหมดทุกอย่างเลย


มัสยิดสวยงาม เด่นเป็นสง่าอยู่กลางแดด วาอยากได้รูปตัวเองคู่กับมัสยิดบ้าง
เลยเหลือบไปเห็น ที่กดน้ำดื่มตรงนั้นพอดี เลยฝากวางกล้อง แล้วตั้งเวลา
ถ่ายรูปตัวเอง ลำบากลำบน อย่างน่าเวทนา ที่กดน้ำ เอียงอีก รูปเบี้ยวซะงั้นY.Y

ข้างใต้มีทางลงไป ข่าวว่าเป็นร้านอาหาร ตอนนี้มุ่งไปที่มัสยิดก่อน
ไปถึงก็เจอป้ายเวลาเข้าชม ขนาดนี้เป็นเวลา 12.45 เพิ่งหมดเวลาเข้าชมไปเมื่อ 12.30
เปิดให้ชมอีกที ..... 14.00น. (- -)

ไปกินข้าวรอก่อนแล้วกัน เง้ออออออ


ก่อนลงไปข้างล่าง วาเดินเนียนเข้าไปเพราะเห็นสาวมุสลิมเดินเข้าไปตรึม
ลุง รปภ. ถามว่า มุสลิม รึเปล่า? ถ้าไม่ใช่ กลับมาใหม่บ่ายสองนะ

วาเลยโอเค แล้วก็เข้าใจว่าเค้าอาจจะมาละหมาดกันรึเปล่า คนเยอะมากมาย
ไปหาอะไรใส่ท้องก่อนดีกว่า เจอร้าน ข้าวมันไก่ เลยเอามันง่ายๆนี่ล่ะ
ข้าวมันไก่บาบีคิว + Coke  7 ริงกิต จานใหญ่มาก กินได้ค่ะ จานนี้ หมดเกลี้ยงงงง

แล้วก็เดินไปถ่ายรูปรอเวลา


เมื่อเวลาบ่ายสองมาถึง วาก็เข้าไปแบบมั่นใจมาก ซักพักคนคุมผู้หญิงเรียกเสียงดัง
วาได้ยินเป็น .......... เกสินี!!!! หันควับ กลับไปมอง เพราะ คล้ายเรียกชื่อเราเลย
แล้วก็งานเข้าค่ะ เรียกเราจริงๆด้วย เมื่อวาไปสบตาเค้า เค้าก็พูดด้วยเสียงอันดังก้อง
พร้อมชี้ไปที่ราวแขวนผ้า Pink!

แปลเอาเองได้ว่า วาต้องใส่ชุดคลุมแบบนั้นก่อนเข้าใช่มั๊ยเนี่ย
โอ้ย ลนลานๆ รีบกลับไปใส่ชุดสีชมพูๆ แล้วเดินสงบเสงี่ยมเข้าไปด้านใน
เมื่อไปถึงห้องโถงใหญ่ มีผู้คุมเดินมาที่เราแล้วบอกว่า NO!
ห้ามเข้าใช่มั๊ย โอเคๆ เลยถามไปว่า ถ่ายรูปได้มั๊ย เค้าก็ตอบแบบ ได้แต่ไม่เต็มใจนัก
กดไปรูปเดียวเลยเดินเลาะไปอีกทาง เสียง NO! NO! ดังกว่าเดิม 7 เดซิเบล - -"

สรุปเค้าให้เดินไปเมียงมองแล้วออกเลย อย่าไปพลุกพล่านเด็ดขาด 
เรียกว่าสถานที่ต้องห้ามก็คงไม่ผิดนัก วาเลยเดินตัวลีบๆออกมาอย่างรวดเร็ว
ว่าไป ก็แอบคิดว่า แต่งตัวเหมือน แฮร์รี่พอตเตอร์กำลังจะ
ไปเรียนวิชาสมุนไพรศาสตร์อะไรแบบนั้นเลย เอิ๊กก


แต่นาทีนี้ มาคิดพิเรนๆแบบนี้ไม่ได้นะ อย่าลบหลู่ๆ ถอดผ้าคลุมแล้วกลับดีกว่าค่ะ


ออกมาด้านนอกก็ไปที่ลานที่มีธงชาติ แล้วตั้งใจถ่ายรูป ศาลากลางจังหวัด (ใช่ป่าวหว่า) อยู่กลางแดด
แต่ดูจากฟ้าเริ่มไม่น่าไว้ใจนะคะ ก่อนเข้าไปในมัสยิด ฟ้ายังใสอยู่เลยนะ


เลยเริ่ม คิดว่าเราควรจะกลับทางเดิม (ใช่มั๊ยเนี่ย ไกลมาก)
มองไปไกลๆ ฟ้ามืดดำ และเหมือนเห็นเส้นๆฝนอีกต่างหาก
งานเข้าแล้วค่ะ รีบไปดีกว่า


กลั้นใจเดินกลับมาจุดเดิมที่ลงรถ แล้วก็เพิ่งรู้ว่า นี่คือ ป้ายรถเมล์
โห เล็กได้อีกค่ะ เห็นแล้วปวดตับเลย เหอๆ
ว่าแต่ถ้ายืนฝั่งเดิมมีหวังได้ ซิตี้ทัวร์ รอบในแน่นอน
เลยพยายามเดินมั่วไปฝั่งตรงข้าม เผื่อจะมีป้ายรถเมล์บ้าง


ตัดสินใจวิ่งข้ามไป ก็เจอป้ายเล็กๆเช่นกัน แต่ที่ทำให้มั่นใจก็คือ กรอบบนพื้นถนนนี่แหล่ะ
มันคงไม่ได้เอาไว้แบ่งลอคขายผลไม้ตลาดนัดเป็นแน่แท้ ชิมิคะ?
คงเป็นที่จอดรถบัสแน่นอน . . .
แล้วมนุษย์ ก็ไม่ได้มีเดินไปมาซักคน ให้ใจชื้นได้บ้างเลยนะคะเนี่ย (- -)


ผ่านไปสิบนาทีเห็นจะได้ ก็มีรถของ Nadi วิ่งผ่านมา หน้ารถติดป้าย 501
วิ่งขึ้นไปก่อนค่ะ ถามไปคำนึง ปุตรา เซนทรัล ? เค้าพยักหน้า ก็หยอดลงไปเลย 50Sen
ดีนะว่ามันราคาเท่ากัน ไม่งั้นหน้าแตกค่ะ เหอๆ


ไม่ถึง 5 นาที รถก็เลี้ยวเข้าสู่ ปุตรา เซ็นทรัลซะงั้น ขามาทำไมนานกว่านี้มากกก
เอาเถอะ มาเร็วดีกว่าช้า ขอบคุณมาก สำหรับรถเมล์ที่น่าประทับใจในราคา 5 บาทค่ะ

มาถึงก็วิ่งขึ้นชั้นบนเพื่อไปต่อรถไฟกลับเมือง KL
หยอดบัตรเดิมเข้าไป (บัตรแอบยับมาก เดชะบุญที่มันยังใช้ได้ค่ะ)
แล้วก็ลงไปที่แพลตฟอร์มค่ะ รถไฟที่นี่ไฮโซวมาก มีบอกเวลาด้วยว่ากี่นาทีรถไฟจะมา
ตอนมาถึง ของวาอีก 15 นาทีถึงจะมาเลยถ่ายรูปเล่นไปก่อน
ระหว่างนั่งเล่นอยู่ ก็มีเสียงประกาศ ว่า KLIA Express กำลังจะผ่านสถานี
โปรดยืนหลังเส้นเหลือง ว่างั้นเถอะ สายนี้วิ่งไวมากจริงๆค่ะ ได้รูปมาแบบนี้เลย


พอมาถึง KL Sentral ก็ต่อ โมโนเรลไปลง บูกิต บินตัง
แล้วก็เข้าเช็คอิน รับกุญแจห้องกันซักทีค่ะ วันนี้ได้ห้องริมเบอร์ 1000
เปิดห้องไปเจอโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะเครื่องแป้งซักอย่างค่ะ


ห้องนอนเบสิกมากๆค่ะ ราคาสูงอีกต่างหาก
ไม่มีอ่างอาบน้ำ คิดถึง Citrus ขึ้นมาจับใจ
แถมไม่มี Wi-fi อีกด้วย พอดีเสริชเจอ ของใครไม่รู้
เลยพอออนได้เล็กๆ เป็นบางเวลาค่ะ

วากลับห้องมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่ เตรียมไปชอปปิ้ง + หาอะไรอร่อยๆกิน
แต่ฟ้ากลั่นแกล้งมากค่ะ ฝนตกไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นเลย ออกไปไหนไม่ได้ ฮือออ
สามทุ่มปลายๆ ฝนซาเล็กน้อย วาก็มุ่งหน้าห้างพาวิเลี่ยนทันที
ตรงดิ่งไปที่ Vincci  เป็นที่น่าเสียดายมาก ช่วงนี้ sale 20%
แต่ไซส์ 10 อย่างวา คู่ที่อยากได้ ไม่มีไซส์ กรี๊ดดดดดดดด
ไหนๆก็มาแล้ว เลยได้กระเป๋าสะพายมาใบนึง 55555
ขากลับฝนตกหนักมากมาย แต่ห้างปิดแล้ว วาเลยต้องวิ่งสู้ฟัดอย่างเดียว
ผ่าน 7-11 เลยแวะซื้อขนม และมาม่ามากินด้วยค่ะ
แต่จนแล้วจนรอด มาม่าก็ยังไม่ได้กินเลย กลัวไม่อร่อยอย่างสิ้นเชิง
สรุปมื้อเย็นวันนั้น กินชอคโกแลต M&M (- -)


หลับไม่รู้เรื่องเลย ตื่นมาก็อาบน้ำแต่งตัว เตรียมกลับบ้านค่ะ
ตื่นมาถ่ายรูปวิว แถวหน้าต่างในห้อง และหน้าห้องค่ะ เห็นไปทัวเลย


อาหารเช้าที่นี่ มีไม่เยอะค่ะ แต่รสชาติดีนะ ข้าวผัดก็โอเคกินได้
แฮม ไข่ กินไปนิดหน่อย และไม่ได้ถ่ายรูป ราวๆ 5 นาทีวาก็กลับไปลากกระเป๋าลงมาเช็คเอาท์ทันทีค่ะ
ขึ้นโมโนเรลไปลงที่ KL Sentral อีกครั้ง
รอบนี้ได้ชมเมืองเพิ่มอีกนิดหน่อยด้วย ผ่านทางหน้าต่างโมโนเรล ^^

ลงแล้วก็ไปขึ้น Sky Bus เลยค่ะ เวลาเหลือเฟือไม่รีบบบ


แล้วเราก็มาถึง LCCT ค่ะ สนามบินสำหรับ Air Asia สายการบินต้นทุนต่ำเท่านั้น
ตอนนี้ วากลับมาเครียดอีกครั้ง เมื่อเดินตามคนอื่นเค้าไปเรื่อยๆ
ไปโผล่ตรงเคาท์เตอร์เช็คอินเยอะๆ ก่อนเข้าไปต้องตรวจสัมภาระก่อน
วาก็งง AK 882 ไม่เห็นมีบอกเลยว่าเคาท์เตอร์เปิดรึยัง 
ก็ต่อแถวตรวจของ แล้ววิ่งไปในคอกด้านในค่ะ เห็น Bangkok อยู่
แต่เป็น FD ซะงั้น ไม่มี AK ไม่รู้จะทำไง เลยวิ่งไปถามเคาท์เตอร์ที่บินไปภูเก็ตค่ะ
เค้าก็หาให้ สรุปที่เคาท์เตอร์ 9 ค่ะ ที่มันขึ้น FD นั่นล่ะค่ะ
แล้วก็ได้บอร์ดดิ้งพาสมาซักที เสร็จแล้วไปผ่าน ตม.
เค้าเห็นเป็นคนไทย พูดไทยกะวาซะงั้น พอผ่านไปด้านใน
ระหว่างรอเวลา เงินริงกิตเหลือค่ะ เค้าบอกว่าแลกคืนเศษๆไม่ได้
เลยเอาไปผลาญซะเลย ไปซื้อชอคโกแลต ในดิวตี้ฟี ขำๆ  ติดตัวกลับบ้านค่ะ

เครื่องมาถึง วาก็ขึ้นเครื่องแล้วหลับจนถึงไทยเลยอ่ะ ง่วงมาก
ลงจากเครื่อง ผ่านตม.ไทย ไม่รู้ว่าแวะดิวตี้ฟี ขาเข้าได้ด้วย วารีบจั้มไป ตม. ทำไมเนี่ย
รับกระเป๋าเสร็จ รอชัตเติ้ลบัสไปต่อรถตู้เสาวรีย์ชัย กลับบ้าน นอนนนนน





จบแล้วสำหรับทริปมาเลเซีย โกอินเตอร์ครั้งแรกจ้า (^____^)




Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 6 กรกฎาคม 2554 16:26:25 น. 1 comments
Counter : 4367 Pageviews.

 
555 ตามอ่านจนจบเหมือนกันนะเนี่ย สนุกดีค่ะ


โดย: วิวรรณ (wiwan K ) วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:17:17:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นังนู๋วา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]













Blog date ล่าสุด ..



Google+



วิธีสั่งซื้อไอเฮิร์บคลิ๊ก


cool hit counter <-- My Blog Stat




Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นังนู๋วา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.