การเดินทางนอกจากจะทำให้จิตใจแกร่งขึ้นแล้ว...ยังช่วยบ่มเพาะความคิดให้เติบโตตามไปด้วย...
Group Blog
 
All Blogs
 
อินเดีย...เดินเดี่ยวสู่สิกขิม /กังต๊อก ตอน 34.ต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์

ต้นน้ำศักดิ์สิทธ์

............

วันนี้เราซื้อทัวร์ไปเที่ยวทะเลสาบฉางกูหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าทะเลสาบซอมโก(Changgu /Tsomgo lake) ชื่อหลังน่าจะมาจากภาษาทิเบต ทะเลสาบนี้อยู่ห่างจากกังต็อกประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนจีนเพียง 18 กิโลเมตร

                การไปเที่ยวที่นี่เราต้องซื้อทัวร์ไปเพราะเขาไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันเองจะต้องไปกับบริษัทนำเที่ยวเท่านั้น เพราะการเข้าไปในเขตพื้นที่แถบนี้จะต้องมีใบอนุญาต(permit) เหตุผลคงเพราะพื้นที่แถบนี้อยู่ใกล้ชายแดนจีนถือเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว บริษัทนำเที่ยวเท่านั้นที่ได้สิทธิ์ในการขอใบอนุญาตจากภาครัฐ ให้กับนักท่องเที่ยว เป็นนัยว่าหากมีเหตุเกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวบริษัทนำเที่ยวจะต้องเข้ามารับผิดชอบนั่นเอง

จี๊ปเคลื่อนที่เมื่อสองหนุ่มเยอรมันเพื่อนร่วมทริป

หนึ่งวันของเรามาถึง หนุ่มหนึ่งดูจะอ้อนแอ้นและสำอางกว่าชายหนุ่มทั่วๆไป ฉันส่งสายตาและแย้มริมฝีปากเป็นเชิงทักทายก่อนเยี่ยงมิตรที่จะร่วมทางไปจุดหมายเดียวกัน แต่ทั้งสองดูจะไม่รู้สึกรู้สมกับคนภายนอกท่าทีเหมือนอยู่ในโลกกันสองคน เราสามคนเลยอยู่เฉพาะในโลกของเราเช่นกัน

ฝนพรำลงมาอีกไม่ต่างจากเมื่อวาน รถไต่ขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่ หมอกหนาทำให้บรรยากาศรอบๆดูขาวไปทั่ว เส้นทางดูแคบลง บางช่วงรู้สึกได้ว่ารถไต่ขึ้นเขาสูงชันข้างๆเป็นหุบเหวลึกช่างโชคดีที่มีหมอกขาวมาบดบังความน่าหวาดเสียวไว้ได้

ทราบมาว่าเส้นทางที่รถวิ่งมานั้นส่วนหนึ่งทับไปบนเส้นทางคาราวานขนสินค้าในสมัยโบราณระหว่างอินเดียกับจีน หากนับระยะทางจากแถบนี้ไปยังกรุงลาซาของทิเบตจะห่างกันเพียงประมาณ 400 กิโลเมตรเท่านั้น..ทิเบต..ดินแดนในฝันของฉันอยู่แค่เอื้อมนี่เอง...!

ถึงทะเลสาบฉางกูแม้ฝนจะยังคงโปรยปรายลงมาเราก็ไม่หวั่นคงเดินฝ่าหมอกบางและละอองฝนท่องไปยังทะเลสาบที่อยู่เบื้องหน้า...หมอกขาวทำให้เราไม่อาจรู้ว่าขอบฝั่งทะเลสาบมันอ้อมไปเจอกันตรงไหนและไม่สามารถวัดด้วยสายตาได้ว่ามีความกว้างเพียงใด เราแค่รับรู้จากไกด์ว่าเราจะเดินได้แค่ครึ่งรอบทะเลสาบที่พอมองเห็นได้ลางๆเท่านั้น เหตุผลก็เพราะเขาให้เดินได้แค่นั้น นั่นคือคำตอบจากเจ้าไกด์หนุ่มที่ช่างทำตัวได้แสนจะสบายจริงๆ ไม่มีการอธิบายหรือให้ความรู้ใดๆเกี่ยวกับสถานที่ทั้งสิ้น ตลอดทริปนับได้แกพูดอยู่ 2-3 ประโยค

“ยูเดินได้แค่ครึ่งทะเลสาปนะนอกนั้นห้ามเดินไป” มือชี้ไปยังทะเลสาปเบื้องหน้า”

“มื้อกลางวันกินที่ร้านอาหารแถวนี้ก็ได้” พลางเบนนิ้วชี้ไปยังทิศตรงกันข้ามกับทะเลสาบซึ่งจะเห็นร้านอาหารเล็กๆเป็นเพิงบนไหล่เขาลางเลือนในกลุ่มหมอกเหนือทางเดินขึ้นไปเล็กน้อย

“เราจะกลับกันประมาณบ่ายสองโมง” แล้วเจ้าหนุ่มก็ละจากไปอย่างไร้ร่องรอยจนได้เวลากลับค่อยโผล่หน้ามาให้เห็น

โชคดีที่เมื่อคืนฉันได้ทำการบ้านไว้บ้างแล้วเลยทำให้พอมีความรู้เกี่ยวกับทะเลสาบแห่งนี้พอสังเขป ที่นี่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 12,300 ฟุตอากาศค่อนข้างเบาบาง นับว่าดีที่พวกเราไม่มีใครมีอาการแพ้อากาศที่เบาบางกันเลย ส่วนหนึ่งคงเพราะพวกเราเที่ยวกันแบบไต่ความสูงขึ้นมาเรื่อยๆเลยทำให้ร่างกายมีโอกาสได้ปรับตัวอย่างช้าๆ

ทะเลสาบแห่งนี้มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 50 ฟุต ถือเป็นแหล่งต้นน้ำธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของผู้คนในดินแดนนี้ และเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลุงเฌ่ซู ( Lungtze Chu ) ฤดูหนาวน้ำในทะเลสาปจะกลายเป็นน้ำแข็ง ในอดีตลามะจะใช้สีของน้ำในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทำนายทายทักอนาคตและความเป็นไปของบ้านเมือง หากสีของน้ำดูคล้ำดำนั่นหมายความว่าบ้านเมืองจะต้องประสบกับปัญหาและความยุ่งยาก

บรรยากาศคลุมเครือรอบๆตัวทำให้เราไม่มีทางเลือกในการเดินเที่ยวเท่าใดนัก เราสามคนเลยต้องเดินตามไอ้หนุ่มเยอรมันสองคนไปตามทางเดินแคบๆริมทะเลสาบ.... ‘ หากแตกแถวเดี๋ยวจะหลุดเข้าไปในกลุ่มหมอกแล้วเจ้าไกด์ขี้เกียจจะไม่ยอมตามหาสุดท้ายเราอาจโดนทิ้งกลางทะเลสาบได้…’เริ่มคิดประชด

ซึ่งก็ดีเหมือนกันนอกจากจะสนุกกับการเดินแล้วยังเพลินกับการได้เห็นเจ้าหนุ่มอ้อนแอ้นเอวบางร่างน้อย ละเมียดละไมประณีตบรรจงกับการยกกล้องประสิทธิภาพสูงถ่ายภาพแบบใกล้ชิดกับดอกไม้เล็กๆสีสันสดใสที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดินโดยมีไอ้หนุ่มที่สุดจะแม้น..แมน..แมน...คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ซึ่งก็ไม่วายที่จะเล่นเอาหนึ่งสาวแก่กับสองสาวกลางๆที่เดินตามต้องแอบอิจฉาตาร้อนผ่าว....

ผละจากทะเลสาปอยากจะปีนขึ้นไปบนเนินเขาข้างๆก็กลัวลื่นตกลงมา จะเช่าเจ้ายัค ( yak: จามรี ) ขี่ก็ใช่ว่าบรรยากาศจะอำนวย เลยเดินดูร้านค้าขายของที่ระลึกที่มักมีอยู่ทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยวและสินค้าก็เหมือนๆกันทุกแห่ง ดูได้สักพักไม่มีอะไรน่าซื้อเลยชวนกันไปกินมื้อกลางวันแล้วก็นั่งรถกลับ

สรุปแล้วสำหรับที่นี่หากมาช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม บรรยากาศและทัศนียภาพทั่วไปน่าจะสวยกว่านี้มาก ปลอดจากฝน อาจต้องทนหนาวหน่อย แต่คงจะได้ความรื่นรมย์มากกว่ามาช่วงนี้เป็นแน่

...............................




Create Date : 25 พฤษภาคม 2555
Last Update : 18 กรกฎาคม 2557 18:42:22 น. 0 comments
Counter : 326 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

SmileIce
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"คนฉลาดที่อยู่แต่ที่เก่า...ไม่เท่าคนโง่ที่เดินทาง.."
จากหลวงปู่หล้าตาทิพย์ วัดป่าตึง


"การเปลี่ยนแปลง...ต้องนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า..."

New Comments
Friends' blogs
[Add SmileIce's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.