การเดินทางนอกจากจะทำให้จิตใจแกร่งขึ้นแล้ว...ยังช่วยบ่มเพาะความคิดให้เติบโตตามไปด้วย...
Group Blog
 
All Blogs
 

ทานผลไม้เพื่อสุขภาพฟันที่ดี...ควรรู้ไว้..

การทานผลไม้เพื่อสุขภาพฟันที่ดี ควรรู้ไว้ค่ะ......

 

 

         เรื่อง มีอยู่ว่า วันหนึ่งเพื่อนพี่สาวได้ไปหาหมอฟันเนื่องจากรู้สึกว่าฟันจะผุเพราะเสียวฟันบ่อยๆ  แต่พอไปตรวจหมอบอกว่าไม่มีฟันซี่ไหน ผุเลย แต่รากฟันและเส้นประสาทฟันได้ถูกทำลายไป รวม 8 ซี่   ทีแรกหมอก็ถามว่า แปรงฟันถูกวิธี หรือไม่ แต่เพื่อนพี่มั่นใจว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่รักษาสุขภาพฟัน มากๆ  เพราะจะแปรงฟันหลังอาหารทุกครั้งรวมทั้งพก น้ำยาบ้วนปาก ติดกระเป๋าทุกวัน เพื่อนพี่จึงไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพฟัน

 

        แต่พอหมอซักต่อจึงทราบว่าเพื่อนพี่เขาชอบทานผลไม้มากๆ และนั่นก็คือสาเหตุของปัญหาที่คาดไม่ถึง ... ( งงล่ะสิ)                  

 

            หมอบอกว่าสาเหตุที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะผลไม้มีวิตามินซีสูง  การที่เราทานผลไม้เป็นจำนวนมากขณะที่ทานจะทำให้กรดวิตามินซี เข้าไปกัดทำลาย สารเคลือบฟัน และรากฟันได้ โดยเฉพาะคนที่ทานผลไม้บ่อยๆจะเป็นมื้อว่างหรือมื้อหลัก เมื่อทานเสร็จแล้วก็รีบแปรงฟันทันทีนั้น จะมีผลทำให้กรดวิตามินซีซึ่งกำลังกัดฟันเราอยู่และขณะนั้นจะทำให้ฟันเรามีสภาพอ่อนตัว ถ้าเราแปรงฟันทันที จะทำให้เป็นการทำลายสารเคลือบฟันไปได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว      

 

           ดังนั้นต้องระวัง วิธีรักษาฟันหลังทานผลไม้ที่ถูกต้อง คือหลังจากทานผลไม้เสร็จให้ดื่มน้ำหรือบ้วนปากทันที แต่!!!ห้าม แปรงฟันเด็ดขาด เราจะสามารถแปรงฟันได้หลังจากบ้วนปากแล้ว 30 นาทีเป็นต้นไป... ทีนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่า ฟันเราจะมีปัญหาอีกต่อไป

 

 

                 ( เป็น คำแนะนำจากแพทย์ขอนำมาบอกต่อเพราะอยากให้ทุกคนมีสุขภาพฟันที่ดีค่ะ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2556 15:08:07 น.
Counter : 724 Pageviews.  

12 สารอาหารที่สาวๆจะขาดไม่ได้ทุกวัน

        12 สารอาหารที่สาวๆจะขาดไม่ได้ทุกวัน 


            เมื่ออายุต่างกัน ผู้หญิงแต่ละวัยก็ต้องการสารอาหารแตกต่างกันออกไปด้วย แต่จะเป็นอะไรไปดูกันเลย
             อาหารของสาววัย 20 และ 30
ชีวิตมักเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงสำหรับสาว ๆ ผู้หญิงในวัยนี้มักจะไม่ได้กินสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ เช่น แคลเซียม กรดโฟลิก และธาตุเหล็ก ในขณะเดียวกัน กระดูกของคุณยังจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 20 ปลาย ๆ ดังนั้น การได้รับแคลเซียมน้อยจะส่งผลให้คุณเสี่ยงกับโรคกระดูกพรุน แถมคนวัยนี้ยังมักจะไม่กินข้าวเช้า ทำให้ได้รับใยอาหารต่ำ และอาจนำไปสู่โรคลำไส้ใหญ่ได้ในอนาคต

แคลเซียม

              เพื่อให้แน่ใจว่า คุณได้รับแคลเซียมเพียงพอต่อความต้องการ คุณต้องกินอาหารในกลุ่มที่ทำจากนมอย่างน้อย 3 หน่วยบริโภคต่อวัน (1หน่วยบริโภค=นม 200 มล.,โยเกิร์ต 1 ถ้วยเล็ก หรือชีส 30 กรัม) แต่ถ้าคุณไม่กินนมก็อาจจะเลือกอาหารอย่างอื่น

Try: ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ผักโขม ถั่วเขียว บร็อกโคลี งา คะน้า กวางตุ้ง อัลมอนด์

ใยอาหาร

           มันทำให้ระบบขับถ่ายของคุณทำงานได้ไหลลื่น และยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานอื่น ๆ เช่น การรักษาระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอล หากเราไม่กินใยอาหาร นอกจากจะทำให้ท้องผูก เรายังเสี่ยงกับโรคลำไส้แปรปรวน ลำไส้อักเสบ โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน และมะเร็งบางชนิด

Try: ขนมปังโฮลวีต เนยถั่ว ( 1 ช้อนโต๊ะก็เพียงพอ) แอปเปิ้ล ลูกแพร์ มันฝรั่งต้ม (ไม่ปอกเปลือก) อัลมอนด์ ป๊อปคอร์นไม่ใส่เนย หรือเกลือ สตอรว์เบอร์รี่ ลูกพรุน และลูกเกด

กรดโฟลิก

          คือวิตามินบี มันจะช่วยให้ร่างกายผลิตเซลล์ใหม่ ๆ เช่น ผิวหนัง เส้นผม เล็บ ฯลฯ สำหรับสาว ๆ ที่วางแผนจะเป็นแม่ กรดโฟลิกสำคัญมาก ผู้หญิงโดยทั่วไปควรได้รับกรดโฟลิกไม่น้อยกว่า 400 ไมโครกรัมต่อวัน

Try: ผักโขม บีตรูต บร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง กล้วย ลูกพีช อกไก่ ตับ ไต ไข่แดง ถั่วชนิดต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

อาหารที่มีโซเดียมต่ำ

           หลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่เกลือมาก เช่น ขนมกรุบกรอบ มันฝรั่งทอด เนื้อสัตว์แปรรูป หรืออาหารจำพวกซุปกระป๋องที่มักใส่เกลือปรุงรส

              สารอาหารที่สาววัย 40 ขาดไม่ได้

           การออกกำลังกายและธาตุเหล็กสำคัญมาก ยิ่งเมื่อเรามีอายุมากขึ้นด้วยแล้ว ตอนนี้คือเวลาที่คุณจะลงทุนในด้านสุขภาพร่างกาย การกินอาหารที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องคุณจากโรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคต้อกระจก และมะเร็งบางชนิด

           พอคุณอายุ 40 อัตราการเผาผลาญพลังงานจะลดลง ณ จุดนี้ น้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้คุณเสี่ยงกับโรคต่าง ๆ ตามที่กล่าวมา และ 1 ใน 4 ของผู้หญิงวัยนี้จะมีธาตุเหล็กน้อยลง จึงมีอาการอ่อนเพลียตลอดเวลา ข่าวดีก็คือแอลกอฮอล์ (ในปริมาณที่พอเหมาะ) จะช่วยให้หัวใจคุณแข็งแรง

แอลกอฮอล์

           National Institute on Alcohol Abuse and alcoholism เปิดเผยว่า คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ในระดับปานกลาง มีแนวโน้มจะอายุยืนกว่าคนที่ไม่ดื่ม หรือดื่มหนัก แถมยังช่วยลดโอกาสเป็นโรคหัวใจ และบำรุงระดับคอเลสเตอรอลอีกด้วย

วิธีดื่ม : ผู้หญิงดื่มวันละ 1-2 ดริงก์ ส่วนหนุ่ม ๆ ดื่มวันละ 3-4 ดริงก์ (1 ดริงก์ = เบียร์ 12 ออนซ์ ไวน์ 5 ออนซ์ เหล้าเพียว ๆ เช่น ว็อดก้า 1 ช็อต)

ธาตุเหล็ก

           มีความสำคัญในการผลิตเฮโมโกลบิน ซึ่งช่วยในการเก็บและพาออกซิเจนเข้าไปในเซลล์เม็ดเลือดแดง และนำไปยังทุกส่วนของร่างกาย อย่างไรก็ดี ภาวะโลหิตจางจากธาตุเหล็กต่ำนั้นพบได้ทั่วไปในผู้หญิงที่มีประจำเดือนอยู่ เป็นเพราะการมีประจำเดือน หรือการตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดภาวะขาดธาตุเหล็ก

Try: เนื้อแดง ไข่แดง ผักใบเขียว ผลไม้แห้ง (ลูกพรุน ลูกเกด) ซีเรียลเสริมธาตุเหล็ก (ต้องเช็กฉลากก่อน) หอยแครง หอยนางรม หอยเชลล์ ไก่งวง เนื้ออกไก่ ตับ

สารต้านอนุมูลอิสระ

               เมื่อเซลล์ต่าง ๆ ใช้ออกซิเจน ของเสียที่หลงเหลืออยู่ก็คืออนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับปัญหาต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ กล้ามเนื้อเสื่อมถอย โรคเบาหวาน มะเร็ง และโรคอื่น ๆ สารต้านอนุมูลอิสระคือ แร่ธาตุ สารอาหาร และไฟโตเคมีต่าง ๆ (เช่น วิตามินเอ ซี อี ซีลีเนียม ฟลาวานอยด์ CoQ10 กลูต้าไธโอน ฯลฯ) ที่จะมาปกป้องเซลล์ของเรา ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดังนั้น จึงช่วยลดความเสี่ยงโรคดังที่กล่าวได้โดยปริยาย

สาวใหญ่วัย 50 ไม่ควรพลาด

              ณ เวลานี้ คอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานประเภทที่สอง ถือว่าพบได้ทั่วไป ร่วมด้วยกับอาการวัยทอง ทำให้สูญเสียมวลกระดูก ข้อต่าง ๆ เริ่มฝืดและปวด หากคุณไม่กินปลาที่มีไขมันเยอะ ก็ได้เวลาแล้วที่จะต้องคิดถึงแคปซูลอาหารเสริม

อาหารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล

              เพราะเมื่อคอเลสเตอรอลสูง คุณอาจมีไขมันสะสมอยู่ในหลอดเลือด ทำให้ออกซิเจนส่งไปหาหัวใจและสมองได้น้อยกว่าที่ควร จึงเพิ่มโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดในสมองแตกด้วย

Try: ผักใบเขียว แอปเปิ้ล ถั่วดำ อะโวคาโด กระเทียม แซลมอน บลูเบอร์รี่ เห็ดหอม วอลนัต

โปรตีนจากถั่วเหลือง

           ระดับคอเลสเตอรอลของคุณอาจดีขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยการกินถั่วเหลือง 25 กรัมต่อวัน ไฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จาถั่วเหลืองอาจช่วยลดอาการวัยทองได้ เนื่องจากมันจะทำหน้าที่คล้ายกับเอสโตรเจนซึ่งสาว ๆ วัยนี้ขาดไป

Try: ใช้เต้าหู้ผัดแทนเนื้อสัตว์ กินนมถั่วเหลืองแทนซีเรียล

กรดไขมันโอเมก้า-3

            ประโยชน์ของโอเมก้า-3 ได้แก่ ลดอาการอักเสบภายในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก ลดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน ลดระดับไขมันในเส้นเลือด หากขาดไปแล้วคุณจะมีอาการผิวแห้ง ผมขาด หลุดร่วง ท้องผูก เป็นไข้หวัดบ่อย ๆ เป็นโรคซึมเศร้า ขาดสมาธิ และเจ็บข้อ

ประโยชน์ของโอเมก้า-3 ได้แก่ ลดอาการอักเสบภายในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก ลดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน ลดระดับไขมันในเส้นเลือด หากขาดไปแล้วคุณจะมีอาการผิวแห้ง ผมขาด หลุดร่วง ท้องผูก เป็นไข้หวัดบ่อย ๆ เป็นโรคซึมเศร้า ขาดสมาธิ และเจ็บข้อ

Try: วอลนัต ปลาแฮร์ริ่ง ปลาทู ปลาแซลมอน เมล็ดแฟล็กซ์ ปลาซาร์ดีน กุ้ง

                      บทความดีๆจากนิตยสาร Lisa




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2556 15:43:15 น.
Counter : 653 Pageviews.  

Oilpulling..อมน้ำมันรักษาโรค..ดีจริงๆค่ะลองดูนะคะ



 
มีเรื่องดีๆมาแนะนำค่ะ

 

                       “การอมน้ำมันเพื่อดูดเชื้อโรคในร่ายกาย”

        ทุกวันนี้เราดำเนินชีวิตอยู่เราทานอาหารต่างๆเข้าไปมากมายที่เป็นพิษกับร่างกายเราหรือการที่เราต้องติดต่อกับสังคมภายนอกก็อาจทำให้เราได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัวทำให้เป็นโรคสารพัด เช่น ติดหวัดจากเพื่อนร่วมงาน หรือเป็นไมเกรน เจ็บคอ คันคอ แม้แต่คนที่เป็นความดัน เส้นเลือดขอด Leukemia โรคไต bronchitis ฯลฯ

 

    คนที่มีอาการดังกล่าวหลายคนได้ลอง ทำ Oilpulling ดูปรากฏว่าหายจากโรคที่เป็น และเห็นผลกันมามาก นอกจากนั้น การทำ Oilpulling ยังมีผลทำให้ ฟันขาวขึ้น หินปูนในช่องปากจะค่อยๆละลายจนหลุดหายไปหมด เหงือกแน่นขึ้น มีผลดีต่อสุขภาพผมด้วย เช่น ทำให้รากผมแน่นขึ้น ผมร่วงน้อยลง อ้อ...รอยคล้ำที่ใต้ตาก็ค่อยๆหายไปด้วย ประโยชน์ของOilpulling มีอีกมากมาย

 


        วิธีการทำ Oilpulling

 

                หลังจากตื่นนอน แปรงฟันเรียบร้อย ให้อมน้ำมันงาหรือน้ำมันดอกทานตะวันหนึ่งช้อนโต๊ะแต่น้ำมันนี้ต้องเป็นน้ำมันชนิดกลั่นเย็น ( Cold Processed ) ระหว่างที่อมน้ำมันให้กลั้วไปมาให้ทั่วปาก หากรู้สึกว่าเหมือนมีเสมหะในลำคอก็ให้ขย้อนออกมาอมไว้ เพราะนั่นหมายความว่าน้ำมันกำลังดูดเอาเชื้อโรคออกมาจากลำคอ โดยทำประมาณ 15-20 นาทีทำจนน้ำมันเริ่มเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นน้ำสีขาว นั่นหมายถึงน้ำมันได้ดูดสารพิษที่อยู่ในร่างกายเราออกมาผสมกับน้ำมัน  

 

           หลังจากที่ทำเสร็จให้บ้วนลงถังขยะ หรือกระดาษทิชชู ห้ามบ้วนลงอ่างล้างหน้า เพราะมิฉะนั้นสารพิษที่ถูกดูดออกมาจะอยู่ในอ่างล้างหน้าของเรา หลังจากนั้นให้เราบ้วนปากด้วนน้ำเปล่าใช้นิ้วถูฟันเล็กน้อยก็เรียบร้อย

 

          นอกจากทำตอนเช้าแล้ว ช่วงที่ท้องว่างระหว่างวัน ก็ทำได้ หรือก่อนนอนก็ทำได้ สามเวลาเลยก็ดี สารพิษที่ถูกดูดออกมา ถ้านำไปขยายด้วยกล้องMicroscope 600 เท่า ก็จะเห็นเชื้อ Bacteria ทดสอบได้ด้วยตัวเองเลยค่ะ

               สิ่งทีห้ามทำคืออย่ากลืนน้ำมันที่อมไว้ลงไป เพราะก็เหมือนการกลืนสารพิษ เชื้อโรคกลับลงไปใหม่ และหากว่าเราแพ้น้ำมันตัวใดตัวหนึ่งก็ให้เปลี่ยนไปใช้น้ำมันชนิดอื่น แทน(เช่น น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ)

 

            ประโยชน์ของการทำ Oilpulling มีเยอะมากเสียเวลาเพียงแค่ 20นาทีแต่คุณประโยชน์ต่อร่างกายนั้นนับว่า อนันต์ น่าลองนะคะ จะทำระหว่างที่อาบน้ำ แต่งตัว แต่งหน้าก็ยังทำได้  ถ้าทำทุกวันสามารถมีอายุยืนอยู่ได้ถึง 150 ปีเชียวนะคะ
 
ที่สำคัญใครอยากหน้าใส หน้าเด็กลง ทำแล้วเห็นผลจริงๆ มีคนทำแล้วประมาณ 6 เดือนหน้าใสตึงดูสาวขึ้น สดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่สำคัญวิธีนี้ไม่ได้สิ้นเปลืองค่าใชจ่ายอะไรมากมายเลย เป็นวิธีธรรมชาติจริงๆ 

 

 

เคล็ดลับก็คือ

 

        โมเลกุลของน้ำมันมีคุณสมบัติพิเศษคือจะดูดโมเลกุลของเชื้อโรค

 

         ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก   

 

 

 www.Oilpulling.com <

 

//www.oilpulling.com/> <
//www.oilpulling.com/>

                 
โชคดีนะคะ
แล้วก็ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนค่ะ
…………………
 
 

 




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2555 17:21:07 น.
Counter : 1004 Pageviews.  

รักษาโรคแบบธรรมชาติ..ตำรับอินเดีย..ดีมากๆค่ะ

ลองอ่านดูนะคะ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินหลายโรครักษาได้ไม่ยาก...เพียงหากเรารู้เท่านั้น

 

***ตัดต่อจากคำบรรยายของคุณหมอจากอินเดีย... ที่เสถียรธรรมสถาน

 

 

 

                    การรักษาโรคแบบธรรมชาติบำบัด ตามตำรับหมออินเดีย.......ดีมากๆค่ะ

 

 

      คุณหมอเล่าให้ฟังว่า คนเราส่วนใหญ่ มักนิยมกินยาพิษในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

 

 1. ยารักษาโรค (ยาพาราเซตามอล, ยาทิปฟี้ ฯลฯ)

 

 2. อาหารเสริม และ 3. อาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น McDonald. KFC, Pizza ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักและเป็นบ่อเกิดโรคต่างๆ

 

 

      คุณหมอบอกว่าร่างกายเราเป็นสิ่งที่วิเศษมาก มันสามารถเปลี่ยนแปลงอาหารที่เรากินเข้าไปให้กลายเป็นสารอาหารต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป และมีวิธีการกำจัดของเสียในร่างกาย ออกเป็น 5 ทางคือ

 

 

 1.ทางลมหายใจ

 

2.ทางเหงื่อ

 

3.ทางปัสสาวะ

 

 4.ทางอุจจาระ และ

 

5.ทางประจำเดือน

 

                 และร่างกายเรายังมีความวิเศษอีกอย่างคือ หากเรามีของเสียมาก ร่างกายจะกำจัดโดยแสดงออกในรูปแบบต่างๆ เช่น การเป็นหวัด คือ ร่างกายเราจะมีน้ำมูกมาชะล้างเชื้อโรคบริเวณเยื่อบุจมูก แต่คนเราส่วนใหญ่เมื่อมีการอาการเหล่านี้ ก็มักจะกินยา เพื่อรักษาอาการโรคเหล่านี้ ซึ่งความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ได้ ทำให้โรคต่างๆ ยังคงอยู่ในร่างกายเราต่อไป

 

 

               คุณหมอบอกว่าคนเราส่วนใหญ่ เวลาที่เราปวดหัว เราก็จะกินยาพารา 1 เม็ด แล้วกินน้ำตาม แต่วิธีการของคุณหมอจะแตกต่างจากคนทั่วไป คือคุณหมอจะใช้ยาพารา 2 เม็ด มาบดให้ละเอียดแล้วคลุกกับข้าว แล้วไปตั้งที่ห้องครัว 2-3 วัน เมื่อกลับมาดูอีกครั้ง คุณหมอจะพบหนูตายประมาณ 10-15 ตัว นี่แสดงว่า ยาพาราเซตามอลเป็นยาฆ่าหนูชนิดหนึ่ง และเมื่อเราเป็นไข้ เรากินยาพาราเซตามอล แสดงว่าเราได้กินยาพิษเข้าไปในร่างกายด้วย

 

 

                       ยาพิษอีกตัวหนึ่งที่คุณหมอกำชับหนักหนากับพวกเราที่นั่งฟังอยู่ก็คือ น้ำตาลทรายขาว ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน คุณหมอถามพวกเราว่า เคยรู้หรือเปล่าว่าน้ำตาลทรายขาว มาจากไหน ? ทุกคนก็ตอบว่ามาจาก “ อ้อย ” ซึ่งคุณหมอบอกว่า “ ใช่ ” แต่ก่อนที่มันจะเป็นน้ำตาลทรายขาว ผู้ผลิตได้นำอ้อยที่มีประโยชน์ไปใช้ในขบวนการผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เรียบร้อยแล้ว นำน้ำตาลส่วนที่เหลือซึ่งมีสีดำและไม่มีประโยชน์ ไปผ่านมาฟอกสี จนกลายเป็นน้ำตาลทรายขาวที่เรากินอยู่ทุกวัน น้ำตาลทรายขาวนี้จะเข้าไปทำร้ายร่างกายเรา ตั้งแต่ลำคอ ผ่านไปกระเพาะ ลำไส้ ดังนั้นคุณหมอจึงอยากให้พวกเราทุกคนเลิกกินน้ำตาลทรายขาว และหันมากินน้ำตาลทรายแดง ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า

 

 

                    คุณหมอ บอกว่ายาสีฟัน ก็เป็นสารซักฟอก เช่นเดียวกับสบู่ที่เราใช้อาบน้ำนั่นแหละ เพราะเมื่อเราแปรงฟัน จะมีเศษของยาสีฟันตกลงไปอยู่ในท้องของเรา อาจทำให้เรามีปัญหาอาจเป็นโรคกระเพาะได้ คุณหมอบอกว่าคุณหมอใช้ใบมะม่วงหรือผงสมุนไพร ในการแปรงฟัน คุณหมอก็ใช้แปรงสีฟันธรรมชาติที่พระเจ้าประทานให้มาแล้ว ( นั่นก็คือนิ้วชี้ของคุณหมองัย) คุณหมอแปรงฟันด้วยวิธีนี้มานาน 28 ปี แล้ว ฟันของคุณหมอยังขาวและแข็งแรงอยู่เลยนะ

 

 

                     มีผู้ฟังถามคุณหมอว่า “เราควรจะบริโภคนมวัวหรือเปล่า” คุณหมอบอกว่า “แล้ว เราเป็นลูกวัวหรืเปล่าล่ะ ที่ต้องกินนมแม่ (แม่วัว) ถ้าไม่ใช่ เราก็ไม่ควรกิน มีนมอยู่อย่างเดียวที่เรากินได้ คือนมของแม่เราเอง ซึ่งเป็นนม ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราจริงๆ นอกนั้นนมอื่นๆ นั้น ไม่มีประโยชน์สำหรับร่างกายเราเลย” คนฟังก็ถามต่อว่า “แล้วเราจะกินนมอะไรได้บ้าง หรือเปล่า กินนมแพะ ได้ไหมค่ะ” คุณหมอบอกว่า “แล้วเราเป็นลูกแพะหรือเปล่าล่ะ ถึงจะไปกินนมแพะนะ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ควรกิน แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบระหว่างนมวัวและนมแพะ นมแพะจะมีคุณค่าสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเรามากกว่านมวัวนะ” และมีผู้ฟังถามเรื่องโยเกิร์ต คุณหมอบอกว่ากินได้บ้าง แต่ไม่ควรจะบ่อยๆ เพราะมันก็ไม่มีประโยชน์และไม่ดีอย่างที่เราคิดไว้

 

 

                    การรักษาแบบธรรมชาติบำบัดของคุณหมอ สามารถรักษาโรคได้หลายๆ โรค เช่น โรคผิวหนัง, ภูมิแพ้ต่างๆ, โรคมะเร็งบางชนิด, โรคไมเกรน ฯลฯ มีบางโรคที่รักษาให้หายขาด และ มีบางโรคที่ช่วยให้ทุเลาลงได้มาก

 

 

                  วิธีการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อน

 

1. การตากแดด ควรเป็นแสงแดดช่วงเวลาก่อน 9 โมงเช้าและหลัง 4 โมงเย็น

 

2. น้ำมะพร้าว คือ น้ำมะพร้าวสดแต่ไม่ต้องทานเนื้อ (ไม่ใช่มะพร้าวเผา) และต้องเป็นมะพร้าวที่ยังมีเปลือกสีเขียว เนื่องจากยังไม่ผ่านมาใช้สารฟอกเปลือกให้เป็นสีขาว

 

3. กินผลไม้สด (ไม่ควรแช่ตู้เย็น) คือ การกินผลไม้ 2 ชนิด โดยให้มีรสชาติเดียวกัน เช่น รสชาติหวานเหมือนกันทั้ง 2 อย่าง หรือเปรี้ยวทั้ง 2 อย่าง

 

4. น้ำหยวกกล้วย คือการนำหยวกกล้วยที่ผ่านการมีผลมาแล้ว นำมาสับและปั่นแล้วคั้นน้ำออกมา

 

5. การออกกำลังกายที่ดี คือ การเดิน, การว่ายน้ำ และการเล่นโยคะ

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ก่อน 8 โมงเช้า และ 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม และควรออกทุกวัน

 

 

               การดำรงชีวิตประจำวัน

 

1. ตื่นนอนก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือตื่นนอนก่อน 6 โมงเช้า

 

2. ดื่มน้ำมะพร้าวหรือน้ำผึ้ง

 

3. ไปนั่งถ่าย และแปรงฟันด้วยมือกับใบมะม่วงหรือผงสมุนไพร นวดเหงือกและฟันประมาณ 10 นาที

 

4. ชโลมน้ำมันงาหรือผงถั่วเขียว (แทนสบู่) ที่ศีรษะ, หน้าและร่างกาย หลังจากนั้นให้นวดศีรษะ, นวดหน้า (เป็นการนวดเป็นนวดขึ้น เพื่อทำให้หน้าตาเต่งตึง), นวดร่างกาย เช่น นวดท้อง และนวดหัวใจ พร้อมทั้งพูดคุยกับอวัยวะของตัวเอง ประมาณ 15-20 นาที แล้วนวดฝ่าเท้าประมาณ 15-20 นาที รอให้น้ำมันซึมเข้าผิว ประมาณ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออก

 

5. กินอาหารเช้าประมาณ 8 โมง ควรเป็นผักหรือผลไม้

 

6. เวลาเที่ยง 12.00 น. ให้ทานอาหารมื้อหลัก

 

7. เวลา 6 โมงเย็น ให้หยุดกิจกรรมให้น้อยลง

 

8. อาหารเย็นควรเป็นผักและผลไม้ หรือน้ำผลไม้หรือน้ำมะพร้าว

 

9. ให้นอนประมาณ 4 ทุ่ม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้เราหลับง่ายที่สุด หากเลยเวลานี้ ร่างกายเราจะดึงพลังงาน แล้วทำให้เรานอนหลับยากขึ้น

 

 

การรับประทานอาหารที่ดี คือ ให้ทานผลไม้ 2 มื้อ คือมื้อเช้าและมื้อเย็น ทานอาหารหลัก 1 มื้อ คือ มื้อเที่ยง

 

 

 

วิธีการรักษาโรคแบบต่างๆ โดยวิธีธรรมชาติบำบัด

 

โรคปวดท้องประจำเดือน

 

วิธีรักษา วันแรกให้กินน้ำมะพร้าวและผลไม้ กินไปประมาณ 3-4 วัน ประมาณ 3 เดือน จะหายปวดท้อง และดีต่อการคลอด

 

โรคปวดหัว

 

วิธีรักษา ให้เอาน้ำเปล่าราดหัว ประมาณ 5 นาที

 

โรคสิว

 

วิธีรักษา ไม่ให้กินขนมปังเบเกอรี่, ของทอด, พวกน้ำมัน, อาหารเผ็ด, แป้งขัดสี, น้ำตาลทรายขาว ควรกินแต่ผัก, ผลไม้ และน้ำมะพร้าว

 

 

โรคปวดเมื่อย

 

วิธีรักษา ให้เอาผ้าเปียกมาคลุมบริเวณที่ปวดเมื่อย ประมาณ 1 ชม. (ไม่ให้เกินกว่านี้)

 

 

ผู้มีสุขภาพเรื้อรัง

 

วิธีรักษา

     1.ให้กินน้ำหยวกกล้วยตอน 6.00 โมงเช้าประมาณ 1 เดือน หรือให้กินหยวกกล้วยสดก็ได้

 

      2.ให้ตากแดดวันละ 1 ชม. ทั้ง เช้า 0.30 ชม.และเย็น 0.30 ชม.

 

 

โรคผิวหน ัง

 

วิธีรักษา ใส่เสื้อผ้าที่ทำด้วยผ้าฝ้ายและไปตากแดด วันละ 2 ชม. เช้าและเย็น

 

โรคหัวใจ

 

วิธีรักษา ให้กินเจ และกินผลไม้ตอนเย็น ประมาณ 3 เดือน และไปตากแดดเช้า 1 ชม. และเย็น 1 ชม. กินน้ำเปล่า, น้ำมะพร้าว, น้ำผึ้ง หรือน้ำผลไม้ต่างๆ

 

 

โรคไมเกรน

 

วิธีรักษา ใช้น้ำราดศีรษะวันละ 5 ครั้ง ๆ ละ 5 นาที และกินผลไม้ทั้งวัน 3 มื้อ ประมาณ 1-2 วัน

 

 

คนสายตาสั้นหรือยาว

 

วิธีรักษา ให้บริหารสายตาด้วยการกรอกลูกตา

 

1. จากบนลงล่าง

 

2. จากขวาไปซ้าย

 

3. บนขวาไปเฉียงล่างซ้าย

 

4. บนซ้ายไปเฉียงล่างขวา

 

5. บน ซ้าย ล่าง ขวา

 

6 . บน ขวา ล่าง ซ้าย

 

แล้วใช้น้ำมะพร้าวหยดตา รวมทั้งให้มองพระอาทิตย์ตอน 7 โมง และตอน 6 โมงเย็น และไม่ให้กินอาหารเย็น และให้กินผลไม้ , ผัก และน้ำมะพร้าว ประมาณ 2 อาทิตย์ อาการจะดีขึ้น

 

 

   โรคเหน็บชา

 

วิธีรักษา ไปนั่งตากแดด เช้าเย็น และกินเจ

 

โรคเบาหวาน

 

วิธีรักษา กินผักสด 1-2 เดือน และหลังจากนั้น หากอยากกินน้ำผลไม้ก็ได้

 

ความดันโลหิตสูง

 

วิธีรักษา เอาน้ำราดศีรษะ 5 ครั้งและกินผลไม้

 

โรคสะเก็ดเงิน

 

วิธีรักษา กินผลไม้ 2-3 เดือนและตากแดด

 

 

โรคคลอเรสเตอรอส

 

วิธีรักษา กินผักและผลไม้

 

โรคกระเพาะ

 

วิธีรักษา กินผักและผลไม้   

 

โรคหวัด

 

วิธีรักษา กินแต่ผลไม้  

 

ท้องเสีย

 

วิธีรักษา กินน้ำผลไม้และน้ำมะพร้าว และพักผ่อนเยอะๆ

 

โรคนอนไม่หลับ

 

วิธีรักษา ก่อนนอนให้ราดหัว ประมาณ 10 นาที

 

การเตรียมตัวตั้งครรภ์และการคลอดให้ราบรื่น

 

1. ให้กินผลไม้ 2 มื้อและอาหารเจ 1 มื้อ

 

2. การตากแดด ( เช้า-เย็น)

 

3. รักษาจิตใจ ให้มีความสุข จะช่วยให้เด็กแข็งแรง และไม่ปวดท้องตอนคลอด

 

(คุณหมอให้คนไข้ของคุณหมอในประเทศอินเดียทำอย่างนี้นะค่ะ)

 

การล้างสารพิษในผักและผลไม้

 

ใช้น้ำผสมเกลือเล็กน้อย แช่ผักและผลไม้ทิ้งไว้ ประมาณ 1 ชม.

 

  

 

………………

 

 

 

 

 

 

 




 

Create Date : 29 เมษายน 2555    
Last Update : 29 เมษายน 2555 9:01:33 น.
Counter : 1959 Pageviews.  

มาดูกันค่ะว่า...เราจะเป็นคนสุขได้ง่ายๆได้อย่างไร(2)

แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ?

 ๑.    อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อยๆ

 ๒.    จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน

๓.    จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง

 ๔.    จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6ขวบ

๕.    พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน

๖.     คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่ เรื่องของคุณซักหน่อย

 ๗.     งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัว และเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ                  ดังนั้น อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด  

 และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้ก็ควรจะทำ ดังต่อไปนี้  

๑.   ทำสิ่งที่ควรทำ 

 ๒.   อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่สวยไม่น่ารื่นรมย์,จงทิ้งไปเสีย เก็บไว้ทำไม

๓.   เวลาย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้ 

 ๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใดเดี๋ยวมันก็ปลี่ยน 

๕.  ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวันจงลุก  จากเตียงแต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน   ด้วย...get up, dress up and show up

๖.   คิดไว้เสมอสิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง 

 

๗.  ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย 

 

๘.  เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ ดังนั้น ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

 

         " ส่งบทความนี้ต่อไปให้คน ที่คุณรักและห่วงหาอาทรด้วย... " 

 ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้แต่ไม่ต้องเอามาโชว์

 

 

 

..............

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

Create Date : 28 เมษายน 2555    
Last Update : 29 เมษายน 2555 7:19:26 น.
Counter : 309 Pageviews.  

1  2  3  4  

SmileIce
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"คนฉลาดที่อยู่แต่ที่เก่า...ไม่เท่าคนโง่ที่เดินทาง.."
จากหลวงปู่หล้าตาทิพย์ วัดป่าตึง


"การเปลี่ยนแปลง...ต้องนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า..."

New Comments
Friends' blogs
[Add SmileIce's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.