คุยไปเรื่อยๆตามประสาเด็กหัวตลาด

๙.ดราม่าเรื่อง การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ตอนที่ ๑

 

ดราม่าเรื่องการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ตอนที่ ๑

 

มีคนกล่าวว่านักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกไม่ใช่อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ ไม่ใช่โทมัส แอลวา เอดิสัน ไม่ใช่ไมเคิล ฟาราเดย์ ไม่ใช่เซอร์ไอแซคนิวตัน ไม่ใช่กาลิเลโอ กาเลอิ
แต่เป็น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรมพุทธศาสดาของเรา

ชาร์ล ดาร์วินเป็นคนค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการและกลไกคัดเลือกของธรรมชาติเพื่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตในขณะที่เกรเกอร์ เมนเดล ก็ค้นพบเรื่องของพันธุกรรม การถ่ายทอดลักษณะเด่นลักษณะด้อยจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลานผ่านสิ่งที่เรียกว่ายีนส์ และโครโมโซม

หลักพันธุศาสตร์ที่เกิดจากการค้นพบของเมนเดลบอกว่าคนเรามีหน่วยของพันธุกรรมเล็กๆอยู่ในเซลล์เรียกว่ายีนส์ยีนส์จะประกอบด้วยโครโมโซม ๒๓ คู่เป็นสิ่งที่เรียกง่ายๆว่าโครโมโซมพื้นฐานที่ทุกคนต้องมีหรือภาษาอังกฤษว่า autosomalchromosome จำนวน ๒๒ คู่
คู่ที่ ๒๓ นี่พิเศษหน่อยเป็นโครโมโซมที่ระบุเพศหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า sex chromosome เจ้าโครโมโซมเพศจะเป็นตัวแยกเพศชายเพศหญิงโดยเพศหญิงคู่ที่ ๒๓ จะเป็นโครโมโซมเอกซ์(x) ทั้ง ๒ ตัวแต่เพศชายจะเป็นโครโมโซมเอกซ์(x) ๑ตัวและอีกตัวจะเป็นโครโมโซมวาย(y) 
เราจึงแทนสัญญลักษณ์ของเพศหญิงว่า xx และเพศชายว่าxy

โครโมโซมจะเป็นตัวเก็บสิ่งที่เรียกว่าDNAซึ่งเป็นตัวที่ระบุเอกลักษณ์ทางกรรมพันธุ์ของแต่ละสายพันธุ์และถ่ายทอดไปยังลูกหลานเจ้าเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมนี้จะแบ่งเป็นลักษณะเด่น และลักษณะด้อยซึ่งมีทั้งสิ่งที่แสดงออกเป็นรูปร่าง หรือเรื่องของจิตใจ สติปัญญา
บางอย่างก็อยู่บนโครโมโซมพื้นฐานแต่บางอย่างก็จะอยู่เฉพาะบนโครโมโซมเพศ

เมื่อมีการผสมพันธุ์กันของน้ำเชื้อเพศชายกับไข่ของเพศหญิงก็จะเกิดการถ่ายทอดโครโมโซมของแต่ละฝ่ายไปสู่ลูก ลูกจะมีโครโมโซม ๒๓ คู่โดยแต่ละคู่จะเป็นของพ่อ ๑ ตัว ของแม่ ๑ ตัว
เนื่องจากแม่ไม่มีโครโมโซมวายดังนั้นลูกชายทุกคนจะได้รับโครโมโซมวายจากพ่อ
เวลาที่โครโมโซมมาจับคู่กัน ลักษณะด้อยจะถูกข่มด้วยลักษณะเด่นเสมอสิ่งที่ปรากฏออกมาจึงมีแต่ลักษณะเด่นลักษณะเด่นลักษณะด้อยบางอย่างจะอยู่บนโครโมโซมเพศจึงส่งผลให้ลักษณะบางอย่างเกิดกับเพศชายเท่านั้นบางอย่างก็เกิดกับเพศหญิงเท่านั้น
คนที่มีลักษณะด้อยบนโครโมโซมทั้งคู่ก็จะแสดงออกด้วยเอกลักษณ์ของโครโมโซมลักษณะด้อยนั้น
คนที่มีลักษณะเด่นกับด้อยอยู่ด้วยกันก็เป็นพาหะที่มีโอกาสถ่ายทอดลักษณะด้อยไปสู่ลูกหลาน

ดังนั้นทฤษฎีของเมนเดลจึงเป็นตัวอธิบายว่าทำไมบรรพบุรุษจึงมีแต่ลักษณะดีแต่ลูกหลานดันโผล่ลักษณะด้อยออกมา
ในขณะเดียวกันก็ยังพบว่ามีปัจจัยอื่นๆที่ลักษณะด้อยบางอย่างอาจจะปรับเปลี่ยนในแต่ละบุคคลได้จากสิ่งแวดล้อมจากการเรียนรู้

ทฤษฎีทั้งหมดนี้เกิดหลังพุทธกาลเพราะพระพุทธเจ้าได้สั่งสอนไว้ว่า

น ชจฺจา วสโลโหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ
กมุนา วสโล โหติ กมุนา โหติ พฺราหฺมโณ
คนเราจะดีจะชั่วมิได้เป็นที่ชาติกำเนิด
คนเราจะดีจะชั่วอยู่ที่การกระทำ

คนเราจะกระทำดีกระทำเลวคงไม่ใช่จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากบรรพบุรุษ แต่เกิดจากการอบรมสั่งสอนเกิดจาการเรียนรู้ เกิดจากจิตสำนึกที่มาจากการเรียนรู้

.....พันธุกรรมจึงไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะอธิบายถึงการกระทำของคนได้.....

 

 

30 กรกฎาคม เวลา 21:46 น.




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 12 สิงหาคม 2562 18:47:52 น.   
Counter : 106 Pageviews.  

๘.ดราม่าเรื่อง หอบ



ดราม่าเรื่องหอบ


หอบในที่นี้หมายถึงหอบเหนื่อย เหนื่อยหอบ หายใจลำบากไม่ใช่หอบผ้าหอบผ่อน

อาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบากมีได้หลายสาเหตุคนไข้จะหายใจเร็วมักจะหายใจทางปากมีการใช้กล้ามเนื้อท้องกล้ามเนื้อคอช่วยในการหายใจ
สาเหตุเป็นได้จากเป็นโรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพองโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจวาย สำลักสิ่งแปลกปลอม ฯลฯ





ถ้าเจอคนมีอาการเหนื่อยหอบหายใจลำบากสิ่งแรกที่ต้องทำคือเรียกคนมาช่วย โทร.แจ้งหมายเลข ๑๖๖๙ว่ามีคนมีอาการเหนื่อยหอบหายใจลำบาก อยู่ที่ไหน ให้แจ้งรายละเอียดสถานที่ให้ชัดเจน

การช่วยเหลือคนไข้เบื้องต้นคงทำได้แค่จัดคนไข้ให้นั่งสบายเพราะคนไข้กลุ่มนี้เมื่ออยู่ในท่านั่งจะรู้สึกดีกว่าท่านอนปลดกระดุมเสื้ออย่าให้รัด จัดให้มีการระบายอากาศให้ดี

ในกรณีที่คนไข้หายใจลำบากหน้าเขียว เอามือชี้ที่คอมักจะบอกถึงการสำลักสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจจนหายใจไม่ออก
อันนี้เราสามารถช่วยได้วิธีการที่เรียกว่า Heimlich Maneuverคือการจับคนไข้ยืนแล้วเราเข้าไปยืนประกบด้านหลังกำหมัดข้างที่ถนัดวางตรงลิ้นปีคนไข้ มืออีกข้างประกบหมัด กด ๒มือเข้าหาตัวในแนวเฉียงขึ้นด้านบนแรงๆ ๒-๓ ครั้งคนไข้จะไอ ทำให้สิ่งแปลกปลอมที่อุดทางเดินหายใจอยู่หลุด

ป.ล.มีคนบอกว่าไม่รู้หอบเหนื่อยเป็นยังไงเลยต้องเอาคลิปมาสาธิต





 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 14:29:06 น.   
Counter : 293 Pageviews.  

๗.ดราม่าเรื่อง หัวใจโดนรัด



ดราม่าเรื่อง หัวใจโดนรัด

คราวก่อนพูดถึงเรื่อง PCI หรือหัตถการรักษาโรคหลอดเลือดโคโรนารี่ผ่านสายสวนเวลาที่เราไปประเมินหน่วยบริการเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่มีคุณภาพสามารถให้บริการคนไข้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง๓๐ บาท ทุกครั้งผู้เชี่ยวชาญจะต้องถามหาชุดอุปกรณ์เจาะระบายช่องเยื้อหุ้มหัวใจหรือที่เรียกว่าpericardiocentesis เพราะในการทำ PCI อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้หลอดเลือดโคโรนารี่ทะลุมีเลือดออกมาอยู่ในช่องเยื่อหุ้มหัวใจต้องรักษาด้วยการอุดรอยทะลุนั้นและระบายเลือดที่อยู่ในช่องเยื่อหุ้มหัวใจให้เร็วที่สุด

อวัยวะของคนเราที่อยู่ในช่องภายในได้แก่ สมองหัวใจ ปอด อวัยวะภายในช่องท้อง จะถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อบุบางๆเยื่อบุนี้จะมีคุณสมบัติยืดหยุ่นได้ และภายในช่องไม่ว่าช่องเยื้อหุ้มสมองช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ช่องเยื่อหุ้มปอด ช่องท้องจะมีน้ำหล่อลื่นอยู่เล็กน้อย ในคนปกติช่องเยื่อหุ้มหัวใจจะมีน้ำประมาณ๒๐ ซี.ซี.

คราวนี้มาดูการทำงานของหัวใจคนเราจะมีเลือดแดงกับเลือดดำเลือดแดงคือเลือดที่ผ่านการแลกเปลี่ยนออกซิเจนที่ปอดทำให้เม็ดเลือดแดงเต็มไปด้วยออกซิเจนไหลจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจทางหัวใจห้องซ้ายบนแล้วไหลลงสู่หัวใจห้องล่างซ้าย หัวใจจะทำหน้าที่บีบตัวเพื่อให้เลือดแดงในหัวใจห้องล่างซ้ายไหลไปตามหลอดเลือดแดงไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายเม็ดเลือดแดงจะปล่อยออกซิเจนให้อวัยวะต่างๆจนตัวเองมีปริมาณออกซิเจนต่ำเรียกว่าเลือดดำเลือดดำจะไหลไปตามหลอดเลือดดำเพื่อกลับเข้าสู่หัวใจห้องขวาบนแล้วไหลลงสู่หัวใจห้องขวาล่างเมื่อหัวใจบีบตัวเลือดดำในหัวใจห้องขวาล่างจะไหลไปยังปอดเพื่อทำการแลกเปลี่ยนออกซิเจนกลับมาเป็นเลือดแดง

แต่การทำงานของหัวใจมันจะบีบตัวพร้อมกันทั้งด้านซ้ายและขวาดังนั้นเมื่อหัวใจบีบตัว ๑ ครั้ง ห้องขวาล่างก็จะส่งเลือดดำไปปอดห้องซ้ายล่างจะส่งเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกาย พอหัวใจคลายตัวเลือดดำจากร่างกายจะไหลเข้าหัวใจห้องขวาบนแล้วลงห้องขวาล่างในขณะเดียวกันเลือดแดงจากปอดจะไหลเข้าหัวใจห้องซ้ายบนแล้วลงห้องซ้ายล่างพอบีบตัวห้องขวาล่างก็จะส่งเลือดดำไปปอด ห้องซ้ายล่างก็ส่งเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกายหมุนเวียนเป็นวัฏจักรอัตโนมัติแบบนี้ไปตลอดเวลา

ปริมาณเลือดที่หัวใจบีบออกไปจะประมาณ ๕ ลิตรต่อ๑ นาที เราเรียกค่านี้ว่า cardiac output ปกติระบบไหลเวียนเลือดเป็นระบบปิดดังนั้นเลือดที่บีบออกจากหัวใจ ๕ ลิตรต่อนาทีก็จะไหลกลับเข้าหัวใจในอัตรา ๕ลิตรต่อนาทีเช่นกัน

ในภาวะผิดปกติบางอย่างส่งผลให้ cardiac outputต่ำกว่าปกติ เลือดที่หัวใจบีบออกมาน้อยกว่า ๕ลิตรต่อนาทีส่งผลให้คนไข้เกิดภาวะช็อค ภาวะผิดปกติที่ส่งผลให้ cardiacoutput ต่ำเช่นเสียเลือดหรือมีอะไรบีบรัดหัวใจทำให้เลือดไหลกลับเข้าหัวใจได้น้อย

ภาวะที่หัวใจถูกบีบรัดก็มีได้จากหลายสาเหตุเช่นมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ หรือมีการอักเสบจนเกิดพังผืดของเยื่อหุ้มหัวใจที่พบบ่อยก็คือมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ

น้ำที่พบในช่องเยื่อหุ้มหัวใจอาจจะเป็นเลือดหรือเป็นน้ำขึ้นกับสาเหตุเช่นถ้าเป็นจากการฉีกขาดของหลอดเลือดก็จะเป็นเลือดสดๆถ้ามีสาเหตุจากการติดเชื้อก็จะเป็นน้ำขุ่นหรือหรืออาจจะเป็นหนองถ้ามีสาเหตุจากการลุกลามของมะเร็งก็มักจะเป็นน้ำใสๆหรือน้ำปนเลือดเก่าๆ

ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรคนที่ไม่ใช่หมอพยาบาลจึงจะมองภาพออกว่าภาวะหัวใจถูกรัดเป็นอย่างไร ลองจินตนาการตามนี้นะครับสมมุติว่าเรามีขวด ๑ ใบ เราเอาลูกโป่งใส่ในขวดแล้วเป่าลูกโป่งให้โป่งเต็มขวดนั่นคือสภาพของหัวใจปกติในช่องเยื่อหุ้มหัวใจคราวนี้ลองเอาลมออกจากลูกโป่งทำให้ลูกโป่งแฟบ เอาน้ำเติมลงในขวดสัก ๑ ใน ๓แล้วลองเป่าลูกโป่งจะเห็นว่าเราจะได้ลูกโป่งเล็กลงเพราะแรงดันของน้ำในขวดดันให้ลูกโป่งพองได้ไม่มากเท่าเดิม ลูกโป่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจที่ถูกรัดและปริมาตรลมในหัวใจคือ cardiac output นั่นเองครับ

แต่ในบางกรณีเช่นมะเร็งลุกลามไปเยื่อหุ้มหัวใจเยื่อหุ้มหัวใจจะมีการสร้างน้ำเพิ่มขึ้นมากขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปเยื่อหุ้มหัวใจซึ่งมีความยืดหยุ่นก็ค่อยๆขยายตามปริมาณน้ำคนไข้จึงไม่เกิดภาวะ cardiacoutput ต่ำ จนกว่าปริมาณน้ำมีมากขึ้นอาจะถึง ๑.๕-๒ ลิตรคนไข้จึงจะมีอาการ

กรณีนี้ลองจินตนาการว่าเราเอาลูกโป่งลูกหนึ่งยัดไว้ในลูกโป่งอีกลูกหนึ่งเป็นลูกโป่ง๒ ลูกซ้อนกัน เวลาเราเป่าลูกโป่งลูกในให้พอง ลูกโป่งลูกนอกก็จะพองตามไปด้วยถ้าเราเอาน้ำใส่ในลูกโป่งลูกนอกแล้วเป่าลูกโป่งลูกในให้พองลูกโป่งลูกนอกก็ยังคงพองตามไปด้วยทั้งๆที่มีน้ำจนเมื่อเราเติมน้ำเข้าไปมากขนาดหนึ่งลูกโป่งลูกนอกจะขยายตามปริมาณน้ำเราเป่าลูกโป่งลูกในไม่ได้เพราะมีแรงน้ำกดไว้นั่นแหละครับคือภาวะหัวใจถูกรัดแบบเรื้อรัง

การรักษาภาวะหัวใจถูกรัดมีอย่างเดียวคือการระบายสิ่งที่รัดอยู่ออกมาเพื่อไม่ให้คนไข้เกิดภาวะช็อคหรือเสียชีวิตจากการที่ cardiac output ต่ำกว่าปกติ ซึ่งวิธีการมีตั้งแต่การใช้เข็มเจาะดูดออกมาที่เรียกว่า pericardiocentesis หรือการผ่าตัดให้เป็นรูใหญ่เพื่อระบายน้ำออกมาได้เร็วเรียกว่าpericardiotomy

พูดแล้วจะหาว่าคุยไอ้การเจาะ pericardiocentesisหรือการผ่า pericardiotomy นี่หมอศัลยกรรมทรวงอกแบบพวกผมหลับตาทำได้เลยครับ(หลับตาข้างเดียวนะ ฮิๆๆ)




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 14:28:40 น.   
Counter : 155 Pageviews.  

๖.ดราม่าเรื่อง หลอดเลือดโป่งพอง




 

ดราม่าเรื่องหลอดเลือดโป่งพอง

 

จากประสบการณ์ที่เป็นหมอ๑ ใน ๒ คนเท่านั้นของ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ที่ทำผ่าตัดหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เมื่อ๓๐ปีที่แล้ว

ทำผ่าตัดทุกเดือนบางเดือนหลายราย ทำอยู่ร่วม ๑๐ ปี

บอกได้เลยว่าโรคนี้ไม่ธรรมดาเป็นเหมือนระเบิดเวลาในตัวคนไข้ที่รอระเบิด ก่อนหน้านั้นก็ยากที่จะรู้เพราะไม่มีอาการอะไรเลย จนกว่าถึงเวลาใกล้ระเบิด

 

การผ่าตัดในอดีตก็ยุ่งยากบางครั้งก็ตายคามือบนเตียงผ่าตัด บ่อยครั้งหลังผ่าตัดมีภาวะแทรกซ้อนตามมาเยอะ

แต่มากกว่าร้อยละ๙๐ เป็นคนไข้อายุมาก มีโรคเดิมอยู่โดยเฉพาะภาวะไขมันในเลือดผิดปกติพบในเด็กน้อยมาก

ซึ่งในคนหนุ่มหรือวัยเด็กก็จะมีโรคเดิมอีกแบบเช่นเป็นกลุ่มอาการมาร์แฟน(Marfansyndrome) หรือมีติดเชื้อโรคบางชนิดเช่นทัยฟอยด์ ซิฟิลิส


Marfan syndrome เป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีความผิดปกติของยีนส์ซึ่งเป็นหน่วยทางพันธุกรรมทำให้เกิดความผิดปกติทางโครงสร้างของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connectivetissue) ทำให้เกิดความเปราะบางของผนังหลอดเลือด

 

คนที่เป็น Marfan syndromeจะมีอาการที่เป็นลักษณะเฉพาะคือแขนขายาวผิดปกติ ความยาวช่วงแขนหรือ๑ วา ของคนไข้จะมากกว่าความสูง ใบหน้าผอมยาวจากความผิดปกติของกระดูกใบหน้ามักจะมีปัญหาเรื่องสายตาสายตาสั้นผิดปกติและอาจจะมีเลนส์ตาเลื่อนหลุดจากการผิดรูปของเบ้าตาตรวจร่างกายมักจะพบความผิดปกติของลิ้นหัวใจเอออร์ติก

 

ที่แย่คือถึงแม้ว่าจะเป็นโรคทางพันธุกรรมแต่เป็นโรคที่ยังไม่สามารถตรวจค้นหาเพื่อการป้องกันและเป็นโรคที่ไม่มีการรักษาเฉพาะ ได้แต่รักษาไปตามอาการ

 

ส่วนหลอดเลือดแดงโป่งพองนี่ถ้าไม่มีอาการก็จะพบโดยบังเอิญเช่นถ่ายภาพรังสีทรวงอกเห็นหรือไปตรวจแล้วหมอคลำเจอก้อนเต้นได้ในช่องท้อง หรือไม่ก็โน่นมาเจอหมอตอนที่มันเริ่มปริแตกถ้าเป็นส่วนในช่องอกก็มีอาการเหนื่อยหอบหรือเจ็บแปร๊บที่หลังถ้าเป็นในช่องท้องก็มีอาการปวดท้องเฉียบพลันปวดรุนแรงร้าวไปที่หลัง

 

สรุปว่าไม่ต้องไปกังวลจนกลัวเกินเหตุ ทุกอย่างอยู่ที่ฟ้าลิขิตว่าจะให้เป็นหรือไม่เป็นเป็นแล้วตายจากมันหรือตายจากเหตุอื่น

 




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 10 สิงหาคม 2562 19:06:33 น.   
Counter : 140 Pageviews.  

๕.ดราม่าเรื่อง เจ็บหัว



ดราม่าเรื่องเจ็บหัว


เจ็บหัวหรือปวดหัวหรือซาเก๊ะกะปะลอไม่ใช่เรื่องกิ๊กก๊อก

หากมีอาการปวดหัวหน้าชาซีกเดียว หรือพูดไม่ชัด หรือปากเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรงซีกเดียว
อาการเหล่านี้บ่งบอกว่ากำลังมีอาการของโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองจะมี ๒ อย่างคือ ตีบกับแตก
โรคหลอดเลือดสมองตีบมักจะเกิดกับคนที่มีไขมันในเลือดสูงผิดปกติ
โรคหลอดเลือดสมองแตกมักจะเกิดกับคนที่มีประวัติของความดันโลหิตสูง
ทั้ง ๒อย่างถือเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤติที่ต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดและรักษาให้ถูกทาง
การตรวจพิเศษคือการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง หรือ CT scanbrain

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ และยังอยู่ในช่วง golden period คือไม่เกิน ๔ ชั่วโมงครึ่งนับตั้งแต่มีอาการการรักษาจะให้ยาละลายลิ่มเลือดแต่ถ้าเกินระยะเวลานี้ไปแล้วการให้ยาละลายลิ่มเลือดจะไม่ได้ผล
ปัจจุบันอาจจมีหมอบางคนแนะนำให้ทำการสวนหลอดเลือดสมองเพื่อฉีดสีดูว่ามีการอุดตันที่ตำแหน่งไหนแล้วทำการดูดลากก้อนลิ่มเลือดออกมา
มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าได้ผลดีกว่าการให้ยาละลายลิ่มเลือดแต่หาหมอที่มีประสบการณ์ทำหัตถการนี้ได้น้อยคนในบ้านเรา

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองแตกจะมีเลือดออกในเนื้อสมองถ้าก้อนเลือดมีขนาดใหญ่ก็จะไปกดเนื้อสมอง
และเพิ่มความดันในกะโหลกศีรษะจนกลายเป็นอัมพาตอย่างรุนแรงหรือเป็นเจ้าชายนิทรา
หรือตายได้การรักษาจึงเป็นการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดพร้อมที่จะทำการผ่าตัดเอาก้อนเลือดออก

เช่นกันหากมีอาการดังกล่าวสิ่งแรกที่ต้องทำคือพยายามหาคนมาช่วยแล้วโทร.แจ้งหมายเลข ๑๖๖๙ บอกรายละเอียดของคนไข้ อาการ และสถานที่ให้ชัดเจน
เคยมีเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์คือมีพยาบาลคนหนึ่งเกิดอาการปากเบี้ยวพูดไม่ชัดโทร.ไปแจ้ง ๑๖๖๙ เจ้าหน้าที่ฟังเสียงพูดแล้วหาว่าคนไข้เมาโทร.มากวนวางสายทิ้ง
คนไข้โทร.กลับไปใหม่เจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์ก็ยังคงหาว่าคนเมาโทร.ไปกวน

สุดท้ายคนไข้ตัดสินใจโทร.ไป ๑๙๑ ขอให้ตำรวจช่วยรายนั้นน่าเสียดายมากเพราะกว่าคนไข้จะถึงมือหมอก็เลยระยะเวลา golden periodไม่สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้แล้ว


6 กรกฎาคม 2559




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 14:27:53 น.   
Counter : 320 Pageviews.  

1  2  3  4  

เด็กหัวตลาด
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียนจบหมอ เคยผ่านการเป็นอาจารย์ แล้วลาออกไปเป็นหมอจนๆ เพราะไม่ชอบใช้วิชาชีพหากิน
ปัจจุบันเลิกรักษาคน หันไปบริหารเงิน คอยดูคนอื่นรักษาคนไข้แทน
รับผิดชอบการจัดชุดสิทธิประโยชน์สำหรับโรคเรื้อรัง
และโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงของผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง ๓๐ บาท)
สนใจเรื่องราวประวัติตระกูล และประวัติศาสตร์บ้านเกิด ณ หัวตลาด หรือตลาดจีนเมืองตานี เป็นพิเศษ
[Add เด็กหัวตลาด's blog to your web]