คุยไปเรื่อยๆตามประสาเด็กหัวตลาด

๑๔.ดราม่าเรื่อง LIS



ดราม่าเรื่อง LIS

ไม่ได้ดราม่าเสียนาน วันนี้นั่งดูละครช่อง ๓ตอนแรก ปกติผมจะดูละครตอนแรกกับตอนอวสานเป็นหลัก แค่นี้ก็รู้เรื่องหมดแล้วยกเว้นเรื่องที่มีการดำเนินเรื่องสนุกก็จะดูตอนอื่นๆด้วยมากขึ้น วันนี้ละครเรื่องคนละขอบฟ้าพูดถึงโรคประหลาดชนิดหนึ่งคือLIS หรือ Lock in syndrome

LIS เป็นความผิดปกติของสมองเกิดจากมีพยาธิสภาพที่ส่วนของสมองที่เรียกว่าPons ซึ่งเป็นบริเวณก้านสมอง คนไข้ที่มีพยาธิสภาพที่ Ponsเช่นเกิดเลือดออกที่เนื้อสมองส่วนนั้น หรือสมองส่วนนั้นขาดเลือดคนไข้จะเกิดอาการสำคัญคือเป็นอัมพาตทั้งตัวแขนขาขยับไม่ได้ขยับใบหน้าซีกล่างไม่ได้ทำให้พูดไม่ได้ เคี้ยวไม่ได้ กลืนไม่ได้ หายใจไม่ได้คนไข้สามารถกรอกตาขึ้นลงได้ แต่กรอกตาไปด้านข้างว้ายขวาไม่ได้ กระพริบตาได้ที่สำคัญคือคนไข้จะรู้สึกตัวดี เวลาตรวจร่างกายจะพบว่าคนไข้รู้สึกตัวขยับแขนขาไม่ได้ ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นความเจ็บปวดแต่สื่อสารกันได้ด้วยการให้คนไข้กระพริบตารับ หรือปฏิเสธ

เราคงเคยได้ยินคำว่าคนไข้นอนเป็นผัก (vegetativestate) จากการที่มีพยาธิสภาพในสมอง คือคนไข้นอนไม่รู้สึกตัวสื่อสารกันไม่ได้ การนอนเป็นผักของคนไข้ต่างจาก LIS เพราะคนไข้ที่นอนเป็นผักจะไม่รู้สึกตัวแต่อาจจะขยับแขนขาได้หายใจได้ บางรายอาจจะลืมตาได้ หาวได้ แต่ไม่รับรู้อะไร

ยังไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับ LIS คนไข้จะได้รับการรักษาแบบประคับประคองคือใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้สารอาหารป้องกันไม่ให้เกิดแผลกดทับ ที่สำคัญที่สุดคือดูแลด้านสุขภาพจิต เพราะคนไข้ยังมีสติปัญญาการรับรู้เหมือนปกติ มักจะมีความเครียดจากอาการป่วยของตน

ปัจจุบันมีการพยายามใช้คอมพิวเตอร์ช่วยให้คนไข้สื่อสารกับคนรอบข้างได้สะดวกขึ้น

การพยากรณ์โรคขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้เกิดพยาธิสภาพของสมองส่วนPons คนไข้บางรายเลือดที่ออกในเนื้อสมองมีปริมาณเล็กน้อยเมื่อก้อนเลือดละลายหมดคนไข้ก็อาจจะกลับมาเป็นปกติส่วนในรายที่เป็นโรคบางอย่างเช่นกลุ่มอาการกีแลงค์-บาเร่ต์ (Guillain-BarreSyndrome) คนไข้อาจจะดีขึ้นแต่ไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมด

สำหรับในรายที่มีเลือดออกปริมาณมากหรือสมองขาดเลือดเป็นบริเวณกว้างก็จะไม่มีโอกาสกลับมาเป็นปกติหรือดีขึ้น

คราวนี้ก็คงจะดูละครรู้เรื่องขึ้นบ้างนะครับและลุ้นกันต่อไปว่าคนไข้เป็น LIS จากอะไรจะหายกลับมาเป็นปกติหรือเปล่า




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 14:31:33 น.   
Counter : 133 Pageviews.  

๑๓.ดราม่าเรื่อง กล้ามเนื้อฉีก



ดราม่าเรื่อง กล้ามเนื้อฉีก

ผมกลับไปปัตตานีเพื่อร่วมพิธีหามพระลุยน้ำลุยไฟของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวแต่ปีนี้เกิดอุบัติเหตุกล้ามเนื้อน่องฉีกจนเดินไม่ได้อดหามพระลุยไฟ ทั้งๆที่ปีนี้ต้องหามพระหมอซึ่งเป็นพระประธานของศาลเจ้าฯคู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีที่เป็นเพื่อนรักลุยไฟ

มาว่ากันถึงเรื่องของกล้ามเนื้อฉีกหรือ musclestrain ว่าคืออะไร ก็ต้องมาเริ่มจากโครงสร้างกล้ามเนื้อของคนเรากล้ามเนื้อของคนจะมีกล้ามเนื้อลายกับกล้ามเนื้อเรียบกล้ามเนื้อลายคือกล้ามเนื้อเป็นมัดๆที่ทำหน้าที่พยุงร่างกายและทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้

การทำงานของกล้ามเนื้อจะมีการหดตัวและการคลายตัวและในการพยุงหรือขยับร่างกายจะมีการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำงานตรงข้ามกันเสมอคือในขณะที่กล้ามเนื้อมัดนี้หดตัวกล้ามเนื้ออีกมัดจะคลายตัว สลับกันไปมาแบบนี้ทุกครั้ง

คราวนี้เมื่อเกิดการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อทั้ง ๒ มัดดันหดตัวพร้อมกันขึ้นมา ก็จะเกิดแรงดึงเย่อกันกล้ามเนื้อมัดที่อ่อนแรงกว่าก็จะถูกกระชากทำให้เกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ

ปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติจนเกิดกล้ามเนื้อฉีกได้แก่การขาดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหรือจากการขาดความสมดุลจากท่าทางที่ผิดเช่นกระโดดหรือวิ่งผิดท่า

ความรุนแรงของการฉีกขาดก็มีได้ตั้งแต่มีการฉีกขาดของเส้นใยกล้ามเนื้อบางส่วนไปจนถึงรุนแรงที่สุดคือฉีกขาดทั้งมัด

อากรของกล้ามเนื้อฉีกคือเจ็บแปร๊บขึ้นมาทันทีทันใดจนต้องหยุดการขยับกล้ามเนื้อส่วนนั้นจะกดเจ็บบริเวณที่มีการฉีกขาด ถ้ารอยฉีกขาดเยอะอาจจะเห็นจ้ำเลือดทันทีแต่โดยมากมักจะพบจ้ำเลือดหลังจากมีการฉีกขาด ๑-๒ วัน



การรักษาต้องหยุดเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อนั้นทันทีเพื่อลดความเจ็บปวดและไม่ให้เกิดการฉีกขาดเพิ่มต้องรีบประคบเย็นเพื่อลดการซึมของเลือดจากเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดทำให้ไม่บวมมากและลดอาการปวด
ควรพันด้วยผ้ายืด
elastic bandage เพื่อลดอาการบวมและลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต้องยกส่วนที่มีการฉีกขาดให้สูงเพื่อลดบวม

การป้องกันไม่ให้เกิดกล้ามเนื้อฉีกคือก่อนการออกกำลังกายทุกครั้งควรมีการ warm-up สร้างความอบอุ่นและยืดเหยียดกล้ามเนื้อช้าๆ




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 14:31:10 น.   
Counter : 830 Pageviews.  

๑๒.ดราม่าเรื่อง ปวดท้อง



ดราม่าเรื่อง ปวดท้อง

อาการปวดท้องนี่นับว่าเป็นโรคที่วินิจฉัยยากมากเป็นอันดับต้นๆเลยเพราะมันเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่างๆมากมายหลายระบบ

อาการปวดท้องเฉียบพลัน หรือที่เรียกว่า acuteabdomen นี่ถ้าไปอ่านตำราทางการแพทย์จะปวดกบาลมาก เพราะคาดว่า ๑ปีก็อ่านไม่จบ เรื่องมันเยอะ ตำราก็มาก มีการเขียนไปกันคนละแนวทาง แบบทางใครทางมัน

เอาเป็นแบ่งแบบวิธีการรักษาก็แยกเป็น ๒ กลุ่มคือsurgical acute abdomen หรืออาการปวดท้องเฉียบพลันที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดกับ medical acute abdomen หรืออาการปวดท้องเฉียบพลันที่รักษาทางยาไม่ต้องผ่าตัด

หรือจะแบ่งตามอวัยวะว่าเป็นจากอวัยวะภายในช่องท้องหรืออวัยวะภายนอกช่องท้องทำเป็นเล่นไปหมอบางคนนำคนไข้ไปผ่าตัดแล้วไม่พบพยาธิสภาพหรือร่องรอยโรคในช่องท้องใดๆเลยแต่หลังผ่าตัด ๒ วันคนไข้มีผื่นปวดแสบปวดร้อนที่ผนังหน้าท้องกลายเป็นว่าคนไข้ปวดจากโรคงูสวัดก็เคยมีมาแล้วหรือคนไข้ปวดจุกลิ้นปี่ทุรนทุรายจนหมอเกือบเอาไปผ่าเพราะคิดว่ากระเพาะอาหารทะลุแต่กลายเป็นว่าปวดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายก็มีมาแล้วเราถึงมีคำพูดว่า......ไม่มีอะไรแน่นอนใน medicine ร่างกายมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรที่เวลาเสียแล้วตรงไปตรงมา.....

หรือจะแบ่งตามพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นกับอวัยวะภายในช่องท้องก็มีตั้งแต่การอักเสบของอวัยวะต่างๆเช่นไส้ติ่งอักเสบ ตับอ่อนอักเสบถุงน้ำดีอักเสบ ปีกมดลูกอักเสบ และอีกสารพัดโรคหรือเกิดจากการอุดตันเช่นลำไส้เล็กอุดตัน ลำไส้ใหญ่อุดตัน จากสารพัดสาเหตุหรือเกิดจากภาวะเลือดออกเช่นท้องนอกมดลูกแตก หลอดเลือดแดงปริแตกหรือเกิดจากภาวะหลอดเลือดอุดตันเช่นลำไส้บิดตัวจนเส้นเลือดอุดตันลำไส้เน่าจากขาดเลือด

เห็นมั๊ยครับว่ามันยุ่งยากแค่ไหนกับไอ้แค่คนไข้๑ คนเดินตัวงอเอามือกุมท้องเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินแล้วบอกว่าปวดท้องมาก หมอจะวินิจฉัยแยกโรคว่าคนไข้ที่มาด้วยเรื่องปวดท้องเฉียบพลันเป็นโรคอะไรโดยคิดถึงโรคที่พบได้บ่อยๆก่อนเสมอ เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า.....hear hoofbeats, think about horse……หรือแปลเป็นไทยว่า....ถ้าได้ยินเสียงม้าควบมาก็คิดถึงม้าไม่คิดถึงลาที่การควบไม่เหมือนกับม้า.....

หมอจึงมักจะคิดว่าคนไข้ปวดท้องจากกระเพาะอาหารอักเสบไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ มากกว่าที่จะคิดว่าหลอดเลือดแดงปริแตกหรือมีฝีหนองที่กล้ามเนื้อผนังช่องท้องด้านหลัง

อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าอาการปวดท้องเฉียบพลันนี่มีสาเหตุสารพัดความรุนแรงของโรคก็ต่างกัน ถึงจะเป็นภาวะฉุกเฉินเหมือนกันแต่ลำดับความรุนแรงต่างกันความเร่งด่วนในการรักษาจึงต่างกัน ปวดจากกระเพาะอาหารอักเสบเหรอนอนรอก่อนนะอีกคนเป็นไส้ติ่งอักเสบสำคัญกว่า เพราะถ้าช้าไส้ติ่งแตกจะยุ่งอ้าวไส้ติ่งอักเสบเหรอรอแป๊บนะมีคนไข้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันต้องรีบให้ยาทันทีก่อนหัวใจจะหยุดเต้นกล้ามเนื้อหัวใจตายเหรอคุณพยาบาลเปิดเส้นเลือดให้น้ำเกลือให้ยาไปพลางๆนะหมอขอไปช่วยคนไข้หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องปริแตกก่อนเดี๋ยวเลือดหมดตัว

นึกภาพออกมั๊ยครับว่ามันยุ่งยากเพียงใดกับการตัดสินใจรักษาคนไข้ที่มาด้วยเรื่องปวดท้องเหมือนกันอย่าว่าแต่เป็นหมอจบใหม่ประสบการณ์น้อยที่ดูคนไข้ที่ห้องฉุกเฉินเลยถึงจะเป็นครูแพทย์ประสบการณ์มากบางครั้งก็วินิจฉัยผิดตัดสินใจผิดเพราะคนไข้ดันเป็นโรคที่ชีวิตนี้ไม่เคยเจอเลยเห็นแต่ในตำราที่เราเรียกกันว่า โคตร rare มหา rare เลย

หรือบางครั้งยุ่งมากจนทำให้การประเมินคนไข้บางคนเป็นไปแบบหละหลวมอดีตครูแพทย์อย่างผมยังเคยส่งคนไข้ไส้ติ่งอักเสบไปอยู่หอผู้ป่วยอายุรกรรมด้วยเรื่องลำไส้อักเสบจนหมอเวรอายุรกรรมมันโทรศัพท์มาด่ากลางดึกแล้วยังไปฟ้องผู้อำนวยการตั้งแต่ผู้อำนวยการเพิ่งตื่นนอนล้างหน้าแปรงฟัน

ผมจึงเห็นใจหมอที่ต้องดูคนไข้ที่มาด้วยอาการปวดท้องเฉียบพลันแล้วมีข้อผิดพลาดทุกคนขอเพียงแต่การที่เกิดความผิดพลาดในการวินิจฉัยหรือการรักษานั้นเกิดขึ้นจากการที่ได้ทำหน้าที่สุดความสามารถแล้วไม่ใช่เกิดจากความไม่รับผิดชอบในหน้าที่  




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 14:30:51 น.   
Counter : 134 Pageviews.  

๑๑.ดราม่าเรื่อง การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ตอนที่ ๓

 

 

ดราม่าเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรม ตอนที่ ๓

พูดถึงพันธุกรรมไป ๒ ตอนแล้ว วันนี้ขอขยายความต่อจากเดิมว่าคนเรามีองค์ประกอบในเซลล์เรียกว่ายีนส์(genes)เป็นหน่วยทางพันธุกรรมที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมลงไปสู่ลูกหลานสิ่งที่ยีนส์ถ่ายทอดนั้นจะเป็นโครงสร้างของโปรตีนที่เรียกว่า DNA ซึ่งจะเรียงตัวอยู่บนโครโมโซม
ปกติจะมียีนส์ที่ควบคุมลักษณะด้อยกับลักษณะเด่นลูกจะได้รับยีนส์จากพ่อและแม่ ถ้าฝ่ายหนึางฝ่ายใดมียีนส์ด้อย อีกฝ่ายมียีนส์เด่นเมื่อมารวมกันยีนส์เด่นจะข่มยีนย์ด้อย ทำให้ลูกได้รับเอกลักษณ์ของยีนส์เด่น
ถ้าพ่อกับแม่มียีนส์เด่นทั้งคู่ ลูกก็จะเป็นยีนส์เด่นแต่หากทั้งพ่อและแม่มียีนส์ด้อย ลูกก็จะเป็นยีนส์ด้อย

สิ่งที่ปรากฏออกมากับลูกทางกายภาพเรียกว่าphenotype ส่วนสิ่งที่เป็นจริงทางพันธุกรรมเรียกว่า genotype 
phenotype จะตรงกับ genotype เมื่อเป็นยีนส์เด่นทั้งคู่หรือยีนส์ด้อยทั้งคู่ แต่ถ้ามียีนส์เด่นจับตู่กับยีนส์ด้อย phenotype จะเป็นลักษณะของยีนส์เด่น

รูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ นิสัยใจคอ ก็เป็น phenotype ที่แสดงออกตามลักษณะของ genotype ของสายตระกูลนั้นๆ
แต่เราจะเห็นว่าคนเราหน้าตาไม่เหมือนกันเลยตั้งแต่บรรพบุรุษจนลูกหลานมีเพียงส่วนคล้าย ทั้งหมดนี้เป็นผลจากเรื่องของยีนส์เด่นยีนส์ด้อย phenotypegenotype
เพราะลูกจะมียีนส์ของพ่อและแม่ผสมกันเสมอ
บางครั้งยีนส์พ่อเป็นลักษณะด้อย ยีนส์แม่เป็นลักษณะเด่นลูกจึงมีหน้าตาคล้ายแม่มากกว่าพ่อ แต่ถ้าเราดูดีๆจะเห็นว่าต้องมีอะไรหลายอย่างที่เหมือนพ่อ อาจจะเป็นนิสัยใจคอที่เหมือนพ่อ
หรืออาจจะมีการกลายพันธุ์ (mutation) จนหน้าตาหรือนิสัยใจคอไม่เหมือนบรรพบุรุษไปเลย



ลองวิเคราะห์รูปที่ผมนำมาให้ดู เป็น ๗ ชั่วคนจะเห็นว่าลักษณะหน้าตาจะแตกต่างกันออกไป
แต่มีที่เหมือนกันคือ ๗ คนนี้เป็นคนตรง ไม่คดโกง ไม่เอาเปรียบคนอื่นไม่เจ้าเล่ห์เพทุบาย ยอมหักไม่ยอมงอ เหมือนกันทั้ง ๗ คน ยังไม่มีการกลายพันธุ์ (mutation)เรื่องนิสัย

1 สิงหาคม 2016 7:35




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 12 สิงหาคม 2562 18:56:03 น.   
Counter : 195 Pageviews.  

๑๐.ดราม่าเรื่อง การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ตอนที่ ๒



ดราม่าเรื่องการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ตอนที่ ๒


เมื่อวานพูดถึงพื้นฐานของพันธุศาสตร์ว่าคนเรามีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมทำให้มีลักษณะทางกายภาพ ตลอดจนสติปัญญา ที่คล้ายกันกับบรรพบุรุษหรือพี่น้องที่ได้รับลักษณะเหล่านั้นมาเหมือนกัน
โดยการถ่ายทอดทางพันธุกรรมนี้ผ่านมาทางหน่วยเล็กๆของเซลล์ที่เรียกว่ายีนส์(genes) และยีนส์แต่ละตัวจะประกอบด้วยโครโมโซม (chromosome)๒๓ คู่ คู่ที่ ๒๓ เรียกว่าโครโมโซมเพศ (sex chromosome) เป็นตัวทำให้เกิดความแตกต่างของเพศชายเพศหญิง
การผสมพันธุ์ของน้ำเชื้อเพศชายกับไข่ของเพศหญิงตัวอ่อนจะได้รับโครโมโซมจากพ่อและแม่ลักษณะเด่นบนโครโมโซมจะข่มลักษณะด้อยทำให้ลูกแสดงออกด้วยลักษณะเด่นยกเว้นลักษณะด้อยของพ่อและแม่มาเจอกัน ลูกจะแสดงออกด้วยลักษณะด้อย

แต่แค่การถ่ายทอดทางพันธุศาสตร์ยังไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดการกระทำของคนเพราะลักษณะด้อยบางอย่างเช่นสติปัญญา จิตสำนึก สามารถปรับได้ด้วยการสั่งสอนอบรมการเรียนรู้แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังสอนว่าคนเราจะดีจะชั่วไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิดแต่อยู่ที่การกระทำ

อันที่จริงทางหลักพันธุศาสตร์ยังมีอีกคำหนึ่งคือคำว่ากลายพันธุ์หรือ mutationการกลายพันธุ์เป็นการเปลี่ยนแปลงของยีนส์หรือโครโมโซมต้นแบบไปเลยการกลายพันธุ์เกิดจากโครงสร้างของโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของโครโมโซมเปลี่ยนแปลง
ยีนส์หรือโครโมโซมที่กลายพันธุ์บางตัวสามารถส่งผ่านไปยังลูกหลานโดยเฉพาะเป็นส่วนของโครโมโซมเพศเป็นเหตุให้รุ่นลูกหลานจะเกิดการกลายพันธุ์แตกต่างไปจากบรรพบุรุษ
อันนี้เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่รู้

เราจะเห็นว่ามีกรณีที่บรรพบุรุษดีเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบมีครอบครัวที่เพียบพร้อมอบรมเลี้ยงดูลูกหลานทุกคนเป็นอย่างดีเหมือนกันหมดให้การศึกษาจากสถาบันที่ดีเหมือนกัน
แต่ก็มีลูกหลานที่มีพฤติกรรมผ่าเหล่าผ่ากอบรรพบุรุษเป็นคนตรงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมไม่ปลิ้นปล้อนหลอกลวงขี้โกงแต่มีลูกหลานบางคนมีไอ้ที่บรรพบุรุษไม่มีครบทุกเรื่องในขณะที่พี่น้องคนอื่นไม่เป็น พวกนี้ก็อาจจะเกิดจากการกลายพันธุ์


สุดท้ายสิ่งที่กลายพันธุ์ก็จะถูกถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกหลานจนกลายเป็นพันธุ์ใหม่
แต่ก็มีเหมือนกันที่เกิดการกลายพันธุ์หรือ mutation ซ้ำในชั้นลูกหลาน กลับมาเหมือนชั้นบรรพบุรุษอันนี้นับว่าเป็นความโชคดีของลูกหลาน

ปัจจุบันวิทยาการด้านพันธุศาสตร์มีความก้าวหน้าไปมากจนสามารถคัดสายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการที่เรียกว่าวิศวพันธุศาสตร์ หรือ genetic engineering การคัดเลือกเพศทารกก็เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาการด้านนี้


31 กรกฎาคม เวลา 9:57 น.




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 14:30:05 น.   
Counter : 144 Pageviews.  

1  2  3  4  

เด็กหัวตลาด
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียนจบหมอ เคยผ่านการเป็นอาจารย์ แล้วลาออกไปเป็นหมอจนๆ เพราะไม่ชอบใช้วิชาชีพหากิน
ปัจจุบันเลิกรักษาคน หันไปบริหารเงิน คอยดูคนอื่นรักษาคนไข้แทน
รับผิดชอบการจัดชุดสิทธิประโยชน์สำหรับโรคเรื้อรัง
และโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงของผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง ๓๐ บาท)
สนใจเรื่องราวประวัติตระกูล และประวัติศาสตร์บ้านเกิด ณ หัวตลาด หรือตลาดจีนเมืองตานี เป็นพิเศษ
[Add เด็กหัวตลาด's blog to your web]