คุยไปเรื่อยๆตามประสาเด็กหัวตลาด

๑.ดราม่าเรื่อง หมดสติ


ดราม่าเรื่องหมดสติ
 
 

หมดสติหมายถึงไม่รู้สึกตัวหรือเป็นลมหมดสติ ไม่ใช่หาม่ายสติสตังที่แปลว่าปราศจากสมาธิบ้าๆบอๆ

ถ้าเราเจอคนหมดสติไม่รู้สึกตัวสิ่งแรกที่ต้องทำคือตะโกนเรียกคนช่วย
ถ้ามีคนอื่นอยู่แถวนั้นให้โทร.แจ้งหมายเลข ๑๖๖๙ว่ามีคนหมดสติอยู่ที่ไหน พูดช้าๆให้ชัดเจน
ถ้าไม่มีคนอื่นเราต้องรีบหาโทรศัพท์โทร.แจ้ง ๑๖๖๙ด้วยตนเองก่อนทำอย่างอื่น

จากนั้นก็ดูสภาพแวดล้อมรอบๆตัวคนที่หมดสติว่ามีอะไรที่ไม่ปลอดภัยเช่นมีสายไฟพาดอยู่มีกลิ่นเหม็นของสารเคมีถ้าไม่พบอะไรที่บ่งว่าอาจเป็นอันตรายกับตัวเราด้วยก็ให้เข้าไปเขย่าที่หัวไหล่คนไข้แรงๆพร้อมกับส่งเสียงเรียก
ถ้าไม่มีการตอบสนอง ให้ลองคลำชีพจรที่คอการคลำชีพจรที่คอลองทำกับตนเองดูตอนนี้เลยแหงนหน้าขึ้นเอามือแตะตรงกลางคอซึ่งเป็นตำแหน่งของหลอดลมแล้วเลื่อนมือไปด้านข้างจะรู้สึกถึงการเต้นของชีพจรการคลำชีพจรคนที่หมดสติให้ใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ วินาที ถ้าคลำไม่ได้ก็ไม่ต้องพยายามให้คิดเสียว่าไม่มีชีพจร

จับคนไข้นอนราบบนพื้นแข็งๆคลำหาตำแหน่งลิ้นปี่คนไข้ แล้วเอานิ้วมือทาบจากลิ้นปี่ขึ้นไปทางหน้าอกสัก ๓นิ้วมือ เล็งตำแหน่งไว้
จากนั้นเอามือ ๒ ข้างซ้อนทับกันกดลงไปที่กระดูกหน้าอกในตำแหน่งที่เล็งไว้กดลึกประมาณ ๒ นิ้วฟุต ด้วยอัตราเร็วประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ ครั้งต่อนาทีให้กดไปเรื่อยๆห้ามหยุดนานเกิน ๑๐ วินาที กดปั๊มหัวใจไปจนกว่าคนไข้จะรู้สึกตัวหรือมีคนมาช่วย

เนื่องจากปัจจุบันมีโรคติดต่อสารพัดชนิดจึงไม่แนะนำเรื่องการเป่าปากช่วยหายใจให้กดหน้าอกนวดหัวใจก็พอ
แต่หากคนที่หมดสติเป็นคนในครอบครัวเราที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงเราอาจจะช่วยหายใจได้ ด้วยการจับเชยคางคนไข้ขึ้น มือข้างหนึ่งบีบจมูกคนไข้ไว้แล้วเอาปากประกบปากเป่าไปแรงๆ
กรณีนี้ให้กดหน้าอกด้วยอัตราเร็ว ๑๐๐-๑๒๐ ครั้งต่อนาที โดยกดไป ๓๐ครั้ง ให้หยุดเป่าปาก ๒ ครั้ง แล้วกดหน้าอกต่อ
ให้กดหน้าอกสลับกับการเป่าปากช่วยหายใจในอัตราส่วน ๓๐:๒ ไปเรื่อยๆที่สำคัญคือช่วงที่เป่าปาก ๒ ครั้งไม่ควรใช้เวลาเกิน ๑๐ วินาที

7 กรกฎาคม 2559




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 10 สิงหาคม 2562 9:02:58 น. 0 comments
Counter : 377 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เด็กหัวตลาด
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียนจบหมอ เคยผ่านการเป็นอาจารย์ แล้วลาออกไปเป็นหมอจนๆ เพราะไม่ชอบใช้วิชาชีพหากิน
ปัจจุบันเลิกรักษาคน หันไปบริหารเงิน คอยดูคนอื่นรักษาคนไข้แทน
รับผิดชอบการจัดชุดสิทธิประโยชน์สำหรับโรคเรื้อรัง
และโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงของผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง ๓๐ บาท)
สนใจเรื่องราวประวัติตระกูล และประวัติศาสตร์บ้านเกิด ณ หัวตลาด หรือตลาดจีนเมืองตานี เป็นพิเศษ
[Add เด็กหัวตลาด's blog to your web]