ฟื้นคืนชีพ กลับมาเป็นคนปกติเหมือนเดิมแล้วนะ
ห่างหายจากการเขียนบล็อคไปนานมาก น่าจะ 2 - 3 ปีที่อยู่ในช่วงเหตุการณ์วิกฤตของชีวิต วิกฤตเศรษกิจ วันๆ ไม่อยากทำอะไรเลย นอกจากนอนๆๆ
ป่วยใจตลอดเวลา ป่วยกายบ้าง สามวันดี สี่วันไข้ อย่างว่า เราก็อายุสี่สิบกว่าแล้วนี่เนอะ
ในที่สุด ความอดทน ก็หมดไป เราก็ได้เออรี่รีไทร์ ด้วยอายุ 45 ปี และไม่อยากทำงานออฟฟิส อีกต่อไป ขอเป็นแม่บ้าน อยู่เฉยๆ
ตอนนี้ ฟื้นตัวมาได้ครึ่งปีพอดี
อาการเริ่มอยากทำงานฝีมือ อยากอ่านนิยาย อยากดู Series อยากดูหนัง อยากดูละคร อยากดูทีวี อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด ฯลฯ เริ่มกลับมาแล้ว
ที่บ้าซื้อๆ หรือ ช้อปปิ้งไว้ ตอนเครียด ก็จัดมาเรียงๆๆๆ ไว้ ทั้ง DVD ทั้งหนังสือนิยาย เตรียมอ่าน เตรียมทยอยดู
ฉันกลับมาเป็นคนปกติ คนเดิมแล้ว

ฉันไม่ต้องไปเครียดกับการทำงาน ที่ได้เงินเดือนน้อยนิด ความรับผิดชอบใหญ่หลวง เจ้าของได้กำไร ได้เงินจากสินค้าที่เราทำให้พวกเขาได้ ปีละ 50 - 100 ล้านบาท ทำงานที่นี่ มา 16 ปี ก็ไม่เท่าไรหรอกคะ อย่างน้อย พวกเขาน่าจะมีเงินเพิ่มขึ้นพันล้านบาทเอง
คนรวย ความร่ำรวย - มีเงินมีทรัพย์สิน สินทรัพย์มากแล้ว ก็ยังอยากได้อยากมีเพิ่มมากขึ้น ใช้เพียงข้ออ้างว่า เพื่อให้บริษัทอยู่ได้ เพื่อมีเงินเดือนจ่ายพนักงาน ฯลฯ
คนที่ดีต่อหน้า พวกที่ลับหลังนินทา บางคน ถึงขนาด แทงข้างหลังเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้ นินทาว่าร้าย ใส่ร้าย ตอแหล๋ โยนความผิดให้คนอื่น หาคนที่แหน่งเท่ากัน มาทำงานเดียวกัน กดดันต่างๆ เพื่อให้บริษัท มีกำไร? หรือ เพื่อให้ เงินในกระเป๋าตัวเองมีมากขึ้น? ก็ไม่รู้สินะ

"พอเพียง" พวกเขาเหล่านั้นคงไม่รู้จักคำนี้

พอกันที
คนแบบฉัน มันเป็นคนตรงๆ ไม่โกหก ไม่ตอแหล๋ ผิดก็ยอมรับผิด รับผิดชอบในแผนก /ฝ่ายที่ดูแล
งานทำเต็มที่ ทำไม่ทันก็อยู่ต่ออีกหน่อย ทำให้เสร็จกลับบ้าน ช้า 1-2 ชั่วโมงก็ไม่เป็นไร (ไม่ได้ค่า โอทีนะคะ, ไม่ได้อยู่เล่นเกมส์ หรือแชท แล้วทำเป็นรูดบัตรช้า กลับบ้านช้า เอาใจหัวหน้า)
คนที่รับเราเข้าทำงาน หัวหน้าคนที่เราเคยรัก มันมีวันเปลี่ยนไป เค้าเคยรักและเอ็นดูเรา เขาเคยชอบวิชาความรู้ที่เรามี ที่เราแก้ปัญหาให้กับสินค้าให้กับบริษัทได้ มันคือภาพแค่ความหลัง
คนตรงๆ แบบฉันเค้าไม่ชอบ เค้าชอบตอแหล๋ เฮ้ยไม่ใช่สิ เค้าเรียก ภาษาทางวิชาการว่า Positive thinking, Positive Talking,...
ฉันแต่งหน้าสวย แต่งตัวสวย ก็หาว่า เราไม่ทำงาน เอาเวลาไปแต่งหน้า กินขนมใต้โต๊ะ ในออฟฟิส ก็บอกว่า เราทำให้กฎของบริษัทไม่เข้มงวด เอากล้องวงจรปิด มาติดบนหัวฉันเลย ส่องดูสิว่าวันๆ มันแต่งหน้ากี่ครั้ง กินขนมกี่ชื้น
กดดันฉัน ลดจำนวนคน ลดน้องๆที่ช่วยงาน จนเหลือฉันคนเดียว ต่อให้มี สิบมือ ก็ทำงานที่มอบหมายมาไม่ทันหรอกคะ

ไม่เป็นไร "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง" หรือ ทำอย่างไร คุณก็ได้อย่างนั้น, รู้หน้าไม่รู้ใจ, หน้าเนื้อใจเสือ, น้ำลดตอผุด, ปลาใหญ่กินปลาเล็ก, น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย, ตบหัวแล้วลูบหลัง, ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด, แกะดำ, พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง, สวมหัวโขน และใส่หน้ากากเข้าหากัน,.... รู้จักสำนวน คำพังเพย สุภาษิตเหล่านี้มั้ย

ฉันให้อภัย และอโหสิกรรม ให้กับทุกๆ คน ที่เคยทำงาน ร่วมงานกับฉันมา เกือบ 20 ปี
ไม่ทำงาน ไม่มีเงินเดือน ขอเงินสามีกินก็ได้ ไม่เดือดร้อน แค่ใช้ให้น้อยลง ไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ และกลับมาเป็นคนธรรมดาเหมือนเดิม แม้ไม่ได้รวยแบบพวกเขา แค่นี้ฉันว่า ฉันก็พอใจ พอเพียง และมีความสุขกับครอบครัว กับลูก และสามีแล้วคะ

ขอให้ทุกคนที่ทำงานอยู่ในบริษัทโชคดี อย่าได้เจอะเจอ แบบฉันเลย แบบที่เรียกว่า "บีบให้ออก" อะคะ
โชคดีทุกๆ คนคะ สำหรับมนุษย์เงินเดือน



Create Date : 07 กรกฎาคม 2560
Last Update : 7 กรกฎาคม 2560 10:22:48 น.
Counter : 203 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
สวัสดีปีใหม่จีน 2559
สวัสดีปีใหม่จีน 12/2/2559

หลังจากปีที่แล้ว ว่าจะมาเขียนบล็อค ก็ไม่ได้เชียน พายุโหมกระหน่ำชีวิต

เลยไม่ได้ เข้ามาอัพเดท บล็อค เลย
ปีนี้ จะมี แฮนเมด น่ารักๆ ของตัวเองมา ลงรูป เก็บเป็นบันทึกไว้ หลายโปรเจคอยู่

เมื่อเช้า เข้า FB เลยได้อ่านฟีดข่าว ของพันทิพย์ เรื่อง "เหตุผลอะไร ที่ทำให้เพื่อนสนิท เลิกสนิทกัน"
อืม มันโดน
ต้องเขียน ในบล็อกซะหน่อย

แต่ก่อน เราคิดว่า เพื่อนสนิท ในสมัยมัธยม มีความจริงใจกับเรามากที่สุด เราคบเพื่อนๆ กลุ่มนี้ นานที่สุด แม้มีบางช่วงจะห่างหาย บางคนไปเรียน มหาวิทยาลัยต่างจังหวัด
บางคน ไปเรียนต่อ ปริญญาโท ต่างประเทศ
จนเมื่อพวกเราเติบโต จนเป็นสาวเก่ง ได้งาน ได้การทำ ก็เริ่มคุย นัดเจอ และ อัพเดทชีิวตกันบ่อยๆ
บ่อยครั้ง ก็ไปเที่ยว ต่างจังหวัด ประสา สาวๆ
มีหนุ่มๆ มาจีบบ้างไรบ้าง
จนบางคน แต่งงงาน มีครอบครัว
เราก็ แต่งงาน มีลูกชาย เลิฟๆ หนึ่งคน
จนเมื่อ สี่- ห้าปีมานี้ เพื่อนสนิทเราคนนึง ได้งาน ใน Filed เดียวกับเรา สาขาเดียวกับเรา ด้วยความที่เราทำงานนี้ มา 7-8 ปีแล้ว เราก็ มีความรู้เยอะกว่่านาง นิ้สนุง
นางโทร. มาถาม ว่าบริษัท ที่รับนาง เป็นเยี่ยงไร มีความมั่นคงขนาดไหน คนเก่า ที่นางทำงานแทน เป็นเยี่ยงไร ฯลฯ
เราก็ ตอบนาง มิได้ บิดเบือน หรือโกหก สตอเบอร์แหล อะไร

หลังจากนั้นนางก็ นัดเจอกัน ต่างจังหวัด ประมาณ เสาร์อาทิตย์ไปพัก ไปว่ายน้ำ ไปเดินเล่นริมทะเล ไปเล่นน้ำ-สระว่ายน้ำ ไปกินส้มตำกัน
นางหอบ Catalog บริษัท ที่นางจะทำงาน เอามาถามว่า แต่ละ Product item คืออะไร
เรา ไม่เคยหวงวิชา กับเพื่อนกับฝูง รู้ไรก็แชร์กัน
ต่อมานางก็ทำงานอย่างมีความสุข
เราก็ดีใจกับเพื่อนด้วย มิได้ มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ได้แบ่งค่าคอม อะไรทั้งสิิ้น เพือ่นทำงานอย่างมีความสุข เราก็มีความสุข

ต่อมา เราได้ข่าว จาก Supplier ว่า นางเปลี่ยนงานใหม่
อ้าว นางมิเห็น เล่าให้เราฟังเบย
Supplier รู้แล้ว ว่านางทำงานที่บริษัทไหน แต่ไม่บอกเรา ให้นางบอกเราเอง
เราก็ เฝ้ารอ นางก็ไม่บอก
เราก็ เริ่มหงุดหงิด ความอยากรู้อยากเห็นบังเกิด ถามนาง ทั้ง หน้า FB, ไม่มีสัญญาณตอบรับจาก หมายเลขที่ท่านเรียก
แอบถาม ใน FB Messenger ,... ไม่ตอบ
อิฉัน ก็สเร่อ
อยากรู้อย่ากเห็น เข้าไปเขียน ในหน้า wall ของนาง ใน FB ว่า "แก ย้ายงานไปบริษัทไหนเหรอ?" นางไม่ตอบ
ถามนางมากๆ เข้า ประมาณเราเขียนว่า "แหม๋แก ทีงานที่แรก ในฟิลล์นี้ แกยังถามชั้นเลย ทีคราวนี้ไม่ถามเหรอ?"

นางคงรำคาณฉันหนะ
นางตอบว่า " การที่ชั้นจะย้ายงาน ไปทำงานบริษัทไหน มันเกียวกับแก ที่ตรงไหน แกไม่ต้องมามีส่วนร่วมในการตัดสินใจของชั้น ไม่ว่า บริษัทใหม่ ที่จะย้ายไป จะดีกว่า หรือแย่กว่า แกก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรด้วย ชั้นตัดสินใจไปแล้ว การที่ที่ชัั้นตัดสินใจไปทำงานใหม่ มันคือ อนาคตของชั้น มันจะดี หรือไม่ดี มันก็อยู่ที่ชั้น หากชั้นไปอยู่แล้วดี ฉันจะได้ไม่เสียใจ ในการตัดสินใจของชั้น,..." ประมาณนี้นะ ไม่เป๊ะ เพราะไม่ได้ คร้อปภาพหน้าจอไว้ ลบไปแล้ว
อืมมมมม,.....
หลังจากนั้น นางก็ลงรูป นางไปต่างประเทศ นางไปดูงาน บริษัทใหม่ ที่จะจ้างนางมาทำงาน , นางไปสัมมนา Training, นางไปซื้อของเข้าออฟฟิสใหม่, นางมีรถคัมรี่ใหม่ ประจำตำแหน่ง - นางถามใน FB ของนาง
เอิ่ม ไอ้เบรถมือของ คัมี่มันไม่มีเหรือ มีแต่เบรคเท้า?,
รถคัมรี่ นี่มันจะมีจอโทรทัศน์ - วิทยุ ไว้ทำไม ในเมื่อ เวลา รถเคลื่อน -D หน้าจอมืด จะดับไป ขับไป ฟังเพลงไป ดูหนังไปไม่ได้เหรอ ฯลฯ,,,
บางครั้ง ฉันก็มีเสร่่อไปตอบนางเหมือนกัน
แต่นางก็ ไม่ค่อยตอบไรฉัน
ผ่านมาอีก 3 เดือน นางก็ยังคงไม่บอก ฉันว่า นางไปทำงานอะไร
เพื่อนนางมี 2-3 ร้อยคน ใน FB,... นางคงจะยินดี ที่จะตอบ จะคุย
กับเพื่อนสนิท (แบบฉัน) นางไม่ตอบ,...โอเคร้

ในที่สุด เราก็ ห่างกัน ไม่คุย ไม่พูด ไม่เม้นท์
ไม่ไร ทั้งสิ้น
มาบัดนี้ ผ่านมา 3 ปี แล้ว ฉันยังไม่รู้เลย ว่า นางทำงานอะไร
แล้วเรามาถึงจุดนี้ ได้เยี่ยงไร

เพื่อนสนิทในกลุ่มอีกคน พยายาม เป็นตัวกลาง ใช้กาวใจช่วย โดยการบอกว่า นางไปทำงานบริษัทไหน
พอฉันรู้ ก็ อืม ... "อ๋อ บริษัท นี้เอง รู้จักจ้ะ" แค่นั้นจบ
ไม่ได้อิจฉา ไม่เคยคิดจะออกจากงานบริษัท ที่ตัวเองทำงานอยู่ ไปแย่ง หรือไปทำงาน บริษัท เก่าที่ นางออกมา หรือ ไปแย่ง บริษัทใหม่ ที่นางเพิ่งได้งาน
ไม่เคยคิด

ไม่ว่า นางจะไป เทรนนิ่ง บริษัทแม่ ที่ต่างประเทศ
ไม่ว่า นางจะ มีรถประจำตำแหน่งเป็น คัมรี่ มืือใหม่ป้ายแดง

ฉันไม่เคย อิจฉาแกเลย

สามปีผ่านไป ไว อย่างกับโกหก นางโพส ในเฟสของนางว่า เราไมไ่ด้ เจอกัน สามปีแล้ว...
อิม ใช่...ฉันตอบ
แค่นั้น


กับเพื่อนสนิท อีกนางนึง เพิ่งเจอกันปีที่แล้ว แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
นางเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกัน นางเป็นเพื่อนสนิทเรา จะว่า อะไรเราตรงๆ
จริงๆ เราก็ชอบ อะไร ตรงๆ แม้ความจริง ตรงๆ ้นั้นมันจะทำให้เราเจ็บปวด บอกมาเหอะ แก...
นางมา วุ่นวายกับคิ้วของฉัน
คิ้ว คือ มงกุฎ ... เอิ่มรู้
คิ้ว... วาดอย่างไร ไม่ให้ปลิง... เ้อิ่มรู้ เคยเรียนจากบริษัท ขายตรงแห่งหนึ่ง
การที่เรารู้ แล้ว เราจำเป็นต้องทำ ต้องเป็น แบบนั้นเหรอ
นางจะคะยั้นคะยอ ว่า แก คิ้วแกเบี้ยว คิ้วแกตก คิ้วแก โน่นนี่นั่น
เราก็ ตอบนางไปว่า ไม่เป็นไรแก เบี้ยวบ้างไรบ้าง ฉันชอบ มันเป็นศิลปะ ฉันไม่ชอบเป๊ะ
คนเราไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเป๊ะ ทุกวันก็ได้

นางเจอเรา กับกลุ่มเพื่อนมัธยม มีเพื่อนกลับจาก ต่างประเทศ นัดกินข้าวกัน นางก็ บอกเราว่า ฉันจะจับแก เขียนคิ้ว ใหม่
หลังจาก กินข้าวเสร็จ เราก็บอกเพื่อนว่า ไม่ต้องหรอกแก ฉันชอบที่คิ้วฉันเป็นแบบนี้
นางก็ ยังตะโกนใส่ฉันว่า นางจะเขียนคิ้วให้ฉัน
วันรุ่งขึ้น อิฉันก็ทำการเขียนคิ้ว ตามหลักการ ที่ได้ร่ำเรียนมา ถ่ายรูป ทีละช๊อต เอาดินสอเขียวคิิ้ว พาดผ่านลูกตา เฉียงลงจมูก ได้จุดสูงสุด ของหัวคิ้ว, เอาดินสอเขียนคิ้ว พาดผ่านหางตา และจมูก ก็จะได้จุดหางคิ้ว วาดๆๆ ปัดมาสคาร่าที่ขนคิ้ว นู่นนี่นั่น บลา บลา บ้าๆๆๆ

ในที่สุด หลังจากวันนั้น นางก็ไม่มายุ่ง วุ่นวาย กับคิ้วฉันอีกเลย
แล้ว นางก็ หายไปจาก ชีวิต เพื่อนสนิทฉันอีกคน

ตอนนี้.
นอกจากสามี ลูก และเพื่อนสนิท อีกไม่กี่คน
ใน FB ฉัน คัดเฉพาะ เพื่อนสนิท สมัย เรียนมัธยม สมัยเรียนมหาวิทยาลัย กลุ่มคุณแม่ ผู้ปกครอง ที่สนิทกัน ฉันมีเพืิ่อนแค่ 50 - 60 คน,...
ฉันเขียนระบาย อะไรต่างๆ มากมาย
แต่ฉันจะบอกเพื่อนๆ ที่สนิทกัน ใน FB เสมอ ว่า
วันไหน ฉันบ่นยาวๆ ถ้าพวกแก ไม่อยากอ่าน ก็ข้ามไป
อ่านได้ คอมเม้นได้ ไม่มีปัญหา
ฉันก็เป็นของฉันเยี่ยงนี้
ขี้บ่น

ฉันมีเพื่อนไม่เยอะ แต่บางครั้ง เพื่อนสนิท ที่เราเคยสนิทด้วย ก็มาไม่สนิท เพราะเหตุผล หรือ อะไรที่มันติงต๊องมากๆ
ก็แค่นั้นหละ สองเรื่องที่ว่าไป

ปีที่ผ่านมา ทุกข์ใจเรื่องงาน เรืิ่องที่ทำงาน ก็เล่าให้สามีฟังเป็นหลัก เล่าให้ลูกฟังบ้าง นิดหน่อย แบบย่อ
ฉันก็ยังเป็น ฉันเหมือนเดิม
ส่วนที่ทำงาน งาน ชีวิต
ฉันเชื่อว่า ทำดี-ได้ดี ...
คนทำช่ัว รอรับผลกรรม ที่ตนเองกระทำเถิด ฉันไม่สาปแช่ง ไม่อาคาตมาตร้าย ให้อภัยนะจ้ะ

ไม่ได้ว่าเพื่อนสนิทด้วย ...

เอ่ม ฝันดี



Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2559 21:06:47 น.
Counter : 182 Pageviews.

Happy New Year 2015
สุขสันต์ วันปีใหม่คะ


มีความสุขมากๆ ทุกๆ คนเลยนะคะ


ขอให้สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใด สมดังใจปรารถนา นะคะ


2 มกราคม 2558



Create Date : 02 มกราคม 2558
Last Update : 2 มกราคม 2558 7:08:52 น.
Counter : 344 Pageviews.

1 comment
ศัลยกรรม ของดาราตลก USA
Joan Rivers Plastic Surgery – If you are talking about plastic surgery, then you have to put Joan Rivers on the list. She is one of the best comedians on her age, the best businesswomen until this time, a great host, and also a woman with a lot of plastic surgery.
Joan Rivers plastic surgery is considerably crazy for a woman like her. She had her first surgery before the end of 80s, the time when plastic surgery is something that many people scare to do, even when they know that this might be able to give them a better facial.

Her firs plastic surgeon makes her chin looks pointier. In the next five years, she also change the look of her nose because of the plastic surgery to make the nose looks thinner. A few years later, she also did some other plastic surgery to make her looks for younger than her actual age. Joan Rivers plastic surgery is not stopping there.
Even in the age of 60 or around the 2010, she still did many plastic surgery to make her looks younger. We can see it from the tight face that she had time to time. As an addition, in some occasions she even stated that the youth is something that you need in this industry, which indirectly mean that she will do anything to stay young.
Joan Rivers plastic surgery is done every twice a week. This is one fact that only few people know about Joan Rivers. On one occasion, she personally stated that all of this time she had done more than 700 times of plastic surgery in her life by spending more than eighty thousand US dollars. One thing is for sure, your face in a total danger if you have done this much plastic surgery for the face. Therefore, you should be careful.





เธอ ผ่าตัดศัลยกรรม ทั้งชีวิต กว่า 700 ครั้ง ใช้เงินกว่า Eighty thousand USD x32 ก็ประมาณ 2.5 ล้านบาท
เธอเสียชีวิตแล้ว เมื่อเดือนที่แล้ว ก.ย. 57 ด้วยวัย 81 ปีคะ

The New York Times this week tried to piece together what happened to comedian and TV host Joan Rivers before her death last month at a New York hospital. There are still a lot of questions surrounding the case, the Times noted, but some details have emerged.

Why was Joan Rivers at a clinic?
Her family hasn’t released any specifics about the procedure that Rivers was undergoing at the Yorkville Endoscopy clinic, but her spokesman has said that doctors at the Manhattan clinic were working on her vocal cords.

A source told E! News that Rivers, a host of the cable channel’s “Fashion Police” show, was undergoing a minor procedure.

“They were putting a scope down her throat to check her vocal cords,” the source told E!. “She stopped breathing.”

A friend who had a “lovely, festive” dinner with Rivers the night before she went to the clinic said the 81-year-old Rivers described it as a “a little procedure” and didn’t seem alarmed, according to the Times report.

“She laughed it off,” her friend, Jay Redack, told the paper. “It was a thing like she’d go in for plastic surgery, not something that had been of any concern to her.”

So what went wrong?
That’s still unclear.

The New York Daily News on Tuesday reported that Rivers’s condition deteriorated when a doctor tried to perform a biopsy on her vocal cords, which was not part of the day’s original medical plan.

“A biopsy like that should only be done in a hospital setting,” the source told the paper.

Yorkville Endoscopy has denied that procedure happened, however. the Daily News on Wednesday reported that the facility pushed back on their report, and also said Rivers wouldn’t have been under general anesthesia, which the paper had also reported.

“General anesthesia has never been administered at Yorkville Endoscopy,” the clinic said in a statement. “The type of sedation used at Yorkville Endoscopy is monitored anesthesia care. Our anesthesiologists utilize light to moderate sedation.” According to the Daily News, the clinic “did not mention Rivers by name in its statement,” citing confidentiality rules.




Create Date : 04 ตุลาคม 2557
Last Update : 4 ตุลาคม 2557 15:07:13 น.
Counter : 330 Pageviews.

0 comment
ปล่อยไปตามลมเลย
ความเป็นเพื่อนสนิท
ที่นับวันจะห่างไกล กันไปทุกที

มีหลายคนในชีวิตที่จุดนึง สนิทกันมากถึงขนาดคิดว่า คงไม่มีวันที่เราจะไม่สนิทกัน
แต่นั่นก็มักจะเป็นความคิดที่ผิดไปเสมอ
วันเวลาผันผ่าน
คนเติบโต
เรามักจะพบตัวเอง อยู่ในช่วงขณะที่ระลึกว่า สุดท้าย เราก็ไม่สนิท กันอีกแล้ว
บางครั้งเป็นการจากกันที่แสนขม
และบางครั้งก็เป็นการจากลาที่ไม่มีใครสังเกต
คนเติบโต
วันหนึ่ง ส่วนที่เคยเชื่อมต่อของเรา ก็เติบโตจนมันไม่ลงล็อคกันอีก
อาจจะเป็นการเติบโต ในจังหวะที่ไม่ตรงกัน หรือในแบบแผนที่แตกต่าง
สุดท้ายเงื่อนที่ผูกไว้ มันก็คลาย เราเดินต่อไป เพื่อหาจิ๊กซอว์ ชิ้นใหม่ๆ มาประกบกับตนเอง

ขอบคุณคะ คุณ Champ Teepagorn,...

เคยมั้ย เคยเป็นแบบนี้
วันนึง ก็กลับมาพบว่า เพื่อนสนิท ไม่เป็นเพื่อนสนิท อีกต่อไป
คนที่เคยรักมากๆ วันเวลาผ่านไป ความรักลดน้อยถอยลง
คนที่เรา เคยเข้าใจ เคยมีวิถีชีวิตที่คล้ายๆ กัน ชอบทำอะไรคล้ายๆ กัน กลับไม่เข้าใจกัน ต่อไป
เราปล่อยให้ ระยะทาง และระยะห่าง ห่างกันไปเรื่อยๆ
ปล่อยให้ความสนิท ถูกแทนด้วยช่องว่างเล็กๆ จนมันกลายเป็นช่องโหว่ ที่ห่างหันมากขึ้นๆๆ จนไม่สนิทกันอีกต่อไป
ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป วงจรชีวิต ของคนรู้จัก - เพื่อน - เพื่อนสนิท - เพื่อน - คนเคยรู้จัก,.. ผ่านมา ผ่านไป เหมือนสายลม
ปล่อยไปตามลมเลย,..





Create Date : 05 กันยายน 2557
Last Update : 5 กันยายน 2557 10:20:17 น.
Counter : 293 Pageviews.

0 comment
1  2  

BlogGang Popular Award#13



NongPenquin
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



น้องเพนควิน เองค่า.........

จงทำดีต่อไป ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น อย่างน้อย ตัวเราที่เห็น ทำดี แล้วมีความสุข อย่างน้อยก็ สุขใจ...ที่ได้ทำความดี
บล๊อก มีไว้บันทึก ความทรงจำดีๆ,,, มีไว้บ่น เรื่องที่ไม่อยากคุย-ไม่อยากพูด แต่อยากจะระบายความในใจ,,, มีไว้อวด ผลงาน-งานฝีมือ ที่ได้สร้างสรรค์ ได้ทำมา,,, มีไว้เตือน ความทรงจำ กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ประทับใจ, รูปภาพประทับใจ, หนังสือที่ได้อ่าน,,, มีไว้ซ่อนตัวเอง จากความเป็นจริง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน,,,...