Hed003

(3) ตุ๊กตากระดาษ..ของเล่นของแม่ที่ลูกก็ชอบ



วันนี้รวบรวมตุ๊กตากระดาษสุดคลาสสิคจากpapergoodies.comมาให้รำลึกวัยเยาว์กัน
โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงรุ่นนับถอยหลังไปซักสามสิบ
หลายคนน่าจะเคยผ่านการเล่นเปลี่ยนเสื้อผ้าสวยๆให้สาวๆกระดาษมาแล้ว
โดยเฉพาะเรา..ที่ตอนเด็กๆเป็นเซียนตุ๊กตากระดาษ เก็บสะสมไว้หลายเซ็ท
สอดไว้ในสมุดหนังสือจนอ้วนหลายต่อหลายเล่ม
รวมทั้งการออกแบบและวาดชุดสวยๆให้สาวๆกระดาษด้วยตัวเอง
ตอนนี้เสน่ห์ของตุ๊กตากระดาษก็ยังคงหอมอยู่นะคะ
ยังมีร้านค้าเล็กๆ ร้านโชห่วย ร้านขายขนมเด็ก ฯลฯ แขวนตุ๊กตากระดาษขายอยู่
มีทั้งแบบดั้งเดิม และแบบเป็นสมุดเล่มๆให้เลือก ราคาย่อมเยาไม่เปลี่ยนค่ะ

มารำลึกความหลังกันค่ะ

























ถ้าหาโหลดไม่ได้ หรือหาซื้อไม่ได้ ก็วาดเองก็ได้ค่ะ
ลองวาดตัวตุ๊กตาหรือตัวสัตว์น่ารักๆก่อน แล้วตัดออกมา
จากนั้นค่อยๆออกแบบและวาดชุดทีละชุดตามแต่ต้องการค่ะ
เราลองทำเล่นกับลูกแล้วสนุกดีค่ะ แต่ปรากฎว่าลูกวาดสวยกว่าเรา ฮ่าๆๆๆ
แถมท้ายด้วยตุ๊กตาสองตัวกับบ้านตุ๊กตาสีหวานค่ะ







"ขอให้สนุกกับการเล่นตุ๊กตากระดาษนะคะ"




 

Create Date : 11 มีนาคม 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 15:42:29 น.
Counter : 5133 Pageviews.  

(2)เด็กพิเศษ...เด็กวิเศษ ตอน ดนตรีที่ดังอยู่ในหัวใจ


ละครที่ไม่มีเสียง

ฉันเคยไปอบรมละครให้เด็กหูหนวกที่จังหวัดพิษณุโลก
ใช่แล้วค่ะ...อบรมละครให้เด็กหูหนวกเมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว
เป็นเด็กๆชั้นม.ปลาย ประมาณ 30 คน
โดยมีครูเป็นล่ามภาษามือให้ในวันแรก
พอวันต่อๆมาก็แทบไม่ต้องใช่ล่ามเลยค่ะ
เพราะใช้ภาษาท่าทางและภาษาปาก(เด็กอ่านปากเรา)บ้าง
พอดีว่า"ละคร"ค่อนข้างเป็นภาษาสากลที่เด็กๆเรียนรู้ได้โดยผ่านภาษากาย
ซึ่งก็มีบางส่วนเท่านั้นที่จำเป็นต้องอธิบายให้เข้าใจความสำคัญของแบบฝึกหัดนั้นๆ

วันแรกที่เริ่มสอน...
เด็กบางคนก็มีท่าทีแอนตี้เพราะรู้สึกว่าละครเป็นเรื่องไร้สาระ
อย่างเช่น'เปี๊ยก' เป็นคนที่ฉันจำได้แม่นยำ
เพราะแววตาที่เขามองมามีแต่ความไม่เป็นมิตร
และท่าทีที่แข็งกระด้าง ดื้อดึง
และป่วนกลุ่มอยู่เสมอนั้นยังติดอยู่ในความทรงจำ

แต่เด็กส่วนมากจะชอบที่ได้แสดงออก
เด็กบางคนมีอาการร่วม
คือ นอกจากหูหนวกแล้วยังเป็นออทิสติกอีกด้วย
ที่จำได้แม่นยำ ก็คือ เด็กสาวที่ชื่อ'ปูเป้'
ซึ่งครูที่นั่นก็เตือนว่าอย่าเชื่อปูเป้มาก
เพราะเธอชอบทำอะไรเว่อร์กว่าความเป็นจริง
ปูเป้ชอบนั่งพูด(ทำภาษามือ)อยู่คนเดียวเป็นประจำ
ด้วยเหตุที่พ่อแม่ไม่ค่อยมารับเธอกลับบ้านอย่างที่สัญญาไว้
เธอจึงมักนั่งรอและคุยไปเรื่อยเปื่อย
เหมือนกับว่ากำลังคุยกับคนที่เธอรอ.....

แต่ปูเป้กลับเป็นคนเดียวที่ลุกไปเปิดไฟในเย็นวันที่เรานั่งสรุปงานจนเย็นย่ำ
และไม่มีใครคิดที่จะลุกไปเปิดไฟ.......

และปูเป้นี่ล่ะ...
ที่ร้องไห้ตอนแสดงเป็นแม่..ในฉากที่ลูกโดนตำรวจจับ
ในขณะที่คนอื่นแค่นั่งเฉยๆในบทบาทเดียวกัน
..................................................................

เราจำไม่ได้ว่าเพราะอะไร
วันที่สองสายตาของเปี๊ยกถึงอ่อนลง
และอ่อนลงเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือแค่แววตาอ่อนโยนและออดอ้อนในที่สุด
เปี๊ยกกลายเป็นคนคอยนำและอัพให้เพื่อนๆกะตือรือร้นในการเข้าอบรม
เปี๊ยกทำแบบฝึกหัดอย่างเต็มที่
ตั้งอกตั้งใจ...แววตาอ่อนโยนนั้นมุ่งมั่น
ทำให้เรามีกำลังใจในการสอนมากขึ้น
รวมทั้งจากความน่ารักของเด็กคนอื่นๆที่เข้าร่วมอบรมด้วย
เป็นการอบรมที่มีความสุขที่สุดอีกครั้งหนึ่ง
และไม่เคยลืมจนวันนี้...

คืนวันที่สี่..เพื่อนๆกลุ่มพระจันทร์พเนจรได้เอาละครเงามาแสดงให้เด็กๆดู
เด็กๆมีอารมณ์ร่วมตามจนจบเรื่อง แม้ว่าจะเป็นละครเงาไร้เสียง
แต่เสียงหัวเราะของพวกเขากลับดังที่สุดจนเราอดหัวเราะตามไม่ได้
ตอนทำกิจกรรมคืนนั้น...
พวกเราจับมือกันเป็นวงกลม
เปี๊ยกรีบวิ่งมายืนข้างๆฉัน..จับมือฉันไว้แน่น
รู้สึกได้ถึงคำขอบคุณที่ผ่านมืออุ่นๆนั้น
ฉันขอบคุณตอบผ่านมือนั้นเช่นกัน....

........................................................

วันสุดท้ายของการอบรม
เด็กต้องแสดงละครบนเวทีโรงเรียน
ทุกคนสั่น..ตื่นเต้น..ลุ้น
และสุดท้าย..ภูมิใจ...ที่ได้สื่อสารเรื่องราวที่อยากบอกเล่าผ่านละคร
ภูมิใจที่ตัวเองทำได้
ภูมิใจที่ได้ทำสิ่งดีๆ......

...................................................

ทุกวันนี้เด็กๆยังเขียนจดหมายมาหา
บางคนก็โทรมาแล้วก็ส่งเสียงอ้อแอ้ๆดังลั่น
ได้ยินเขาพยายามเรียกชื่อ"พี่เกด"
ไม่ชัด..แต่รับรู้
พอเขาวางฉันก็จะเมซเซจกลับไปว่า"คิดถึงนะ"
เพราะถึงตอบไปทางโทรศัพท์..เขาก็ไม่ได้ยิน

...................................................................

หูไม่ได้ยินเสียง..แต่ใจสดับฟัง
เด็กหูหนวกเป็นเด็กพิเศษกลุ่มที่น่าเห็นใจและมีปัญหามาก
ด้วยเหตุที่ร่างกายเขาปกติ
อีกทั้งโดยมากเด็กกลุ่มนี้จะหน้าตาดี
ทำให้คนทั่วไปคิดว่าเขาไม่มีปัญหาหรือไม่ต้องการความช่วยเหลือ
แต่อย่าลืมว่ามนุษย์เราพัฒนาและมีสังคมได้ด้วย"ภาษา"
ทารกเรียนรู้และพัฒนาสมองก็จาก"ภาษา"
จากเสียง..ไปสู่คำ..จากคำไปเป็นประโยค
ในขณะที่เด็กที่ไม่ได้ยินเสียงจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าโลกภายนอกเขาเรียกสิ่งไหนว่าอะไร คนๆที่อุ้มเราอยู่นี่ถูกเรียกว่า"แม่"นะ
สีเขียวๆนั่นคือ"ต้นไม้"
และก้อนขาวๆบนฟ้านั่นเรียกว่า"เมฆ"............
และเมื่อสื่อสารไม่ได้....สิ่งที่ตามมาคืออารมร์ที่แปรปรวนและรุนแรง

ในขณะที่คนตาบอดแม้จะมองไม่เห็น
แต่สามารถรู้เรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่างเพียงแค่ได้ฟังและพูด
อย่างน้อยก็ถามเรื่องที่สงสัยได้
อย่างน้อยก็ฟังเพลงเพราะๆได้
อย่างน้อยก็บ่นได้
อย่างน้อยก็บอกรักใครซักคนได้....

จึงไม่แปลกหากจะเห็นคนตาบอดระดับด๊อกเตอร์มากมาย
หรือคนที่มีหน้าที่การงานดีๆ
ในขณะที่คนหูหนวกมีโอกาสการเรียนรู้น้อยกว่ามาก
เพราะแม้แต่ประโยค 1 ประโยค
เขายังไม่สามารถเชื่อมโยงได้อย่างลึกซึ้ง
ก็เขาไม่เคยได้ยินคำว่า "ที่ ซึ่ง และ อัน"
เขาไม่เคยรู้จักคำว่า"ก็"
เขาไม่รู้จักคำว่า"อ๋อ" และอีกมากมาย

แต่แน่นอน...เขารู้จักคำว่า"รัก"

........................................................

ครั้งแรกที่ฉันเห็นพวกเขาเล่นดนตรี
บางคนตีกลองทอม
บางคนเคาะโต๊ะ
อีกคนกำลังเขย่าลูกแซ๊ก
ส่วนคนโน้นน่ะเหรอตบมืออย่าเมามัน

ฉันได้ยินเสียงเพลง(ดนตรี)ที่ไม่เข้ากันเลย
เพราะเขาเล่นมันทั้งที่ไม่ได้ยิน
ไม่มีใครได้ยินเครื่องดนตรีของใครเลย
แม้แต่ของตัวเอง
แต่น่าแปลกที่พวกเขาเต้นและโยกตัวได้เป็นจังหวะเดียวกัน
โดยเฉพาะหน้าตาที่เบิกบานสนุกสนานนั่น
ทำให้ฉันคิดว่าเสียงเพลงของพวกเขาคงจะไพเราะมากทีเดียว
เพียงแต่ไม่มีใครได้ยิน
แม้แต่ตัวฉันเอง....
ก็เพราะเสียงเพลงของพวกเขามันดังอยู่ในหัวใจของพวกเขานั่นเอง....


เสียงเพลงที่ไม่มีใครได้ยิน
บทกวีที่ก้องอยู่ในหู
และคำบอกรักที่ดังอยู่ในหัวใจ

แต่ฉันได้ยิน..จดจำเสมอมา









 

Create Date : 20 สิงหาคม 2550    
Last Update : 24 สิงหาคม 2550 15:55:07 น.
Counter : 315 Pageviews.  

(1)นิทานสว่างจ้า..เรื่องลูกหมูนอนไม่หลับ (='(oo)'=)



เด็กหนอเด็ก...
ยังไงก็ต้องคู่กับนิทานวันยันค่ำ

กลางวันนี้เจ้ากุนยังไม่ยอมนอน
เราก็ต้องขึ้นมานั่งเขียนงานข้างบน
ส่วนพ่อหมู..กล่อมยังไงลูกก็ไม่ยอมนอน
มีแต่จะชวนเล่นเฮ้ออออ....
ก็เลยต้องด้นนิทานสดๆ..กลางวันแสกๆ ฮ่าๆๆๆ


กาลครั้งหนึ่ง...ไม่นานเท่าไหร่
บ้านหมูสีซีดริมทุ่งนาบ้านหลังนี้มีพ่อแม่และลูกหมูอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

อยู่มาวันหนึ่ง..เจ้าลูกหมูจอมซนไม่ยอมนอนกลางวัน
แม่หมูกับพ่อหมูกล่อมยังไงก็ไม่ยอมนอน
พ่อหมูน่ะ..กล่อมจนตัวเองหลับไปแล้ว

แม่หมูกลุ้มใจ "ทำไมเด็กคนอื่นเค้านอนกลางวันกันไปหมดแล้ว กระต่ายน้อยบ้านโน้นก็หลับไปแล้ว เหมียวน้อยก็นอนไปตั้งนานแล้ว ส่วนเจ้าลูกหมีก็กรนคร่อกฟี้ๆน่าสบาย เฮ้อออ"
>"ถ้าเรามีมนตร์วิเศษเสกให้ลูกหมูหลับได้ก็คงดีนะ" แม่หมูคิดเสียงดังเชียว จนนางฟ้าตัวจิ๋ว ที่อยู่ในดอกกุหลาบหน้าบ้านได้ยิน

>"แม่หมูเรียกหาเราเหรอจ้ะ" นางฟ้าขานเสียงหวาน แล้วค่อยๆขยับปีกออกจากกลีบดอกกุหลาบ

แม่หมูตกใจ..เหมือนฝันไป แต่ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เจอนางฟ้าตัวจิ๋ว

"มีอะไรให้นางฟ้าช่วยมั้ยจ้ะ..บอกมาได้เลย" นางฟ้าบอกอย่างอาทร
"ฉันอยากให้ลูกหมูนอนหลับตอนกลางวันน่ะจ้ะ ลูกหมูไม่ยอมนอนเลย เอาแต่เล่นอย่างเดียว"
"ได้เล้ย...นางฟ้าจะเสกมนตร์ให้ลูกหมูนอนหลับสบายตอนกลางวันนะจ้ะ" แม่หมูดีใจเป็นที่สุด รีบพานางฟ้าไปหาลูกหมูทันที

ลูกหมูกำลังเปลี่ยนจากเล่นขายของ ไปวาดรูปเล่นอยู่พอดี แต่ก็ไม่สนใจนางฟ้ากับแม่หมูที่เดินเข้ามา

ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง..ดิ๊ง ดิ๊ง ดิ๊ง นางฟ้าร่ายมนตร์แล้วชี้คฑาดาวไปที่พื้นห้อง

แล้วที่นอนสีเหลืองเข้มก็วางอยู่กับพื้น
ที่นอนหนานุ่ม กว้างใหญ่ สีสวยเหลือเกิน แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆอีกด้วย

ลูกหมูหันมามอง แล้วหันกลับไปเล่นต่อ

ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง...ดิ๊ง ดิ๊ง ดิ๊ง
นางฟ้าร่ายมนตร์อีกครั้ง คราวนี้มีหมอนหนุนสีเหลืองอ่อนใบโต มีลายดอกไม้เล็กๆน่ารักน่านอนเป็นที่สุด วางอยู่บนที่นอน

ลูกหมูเริ่มสนใจ แต่ยังนั่งดูอยู่ห่างๆ

ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง...ดิ๊ง ดิ๊ง ดิ๊ง
นางฟ้าร่ายมนตร์อีกครั้ง

คราวนี้มีหมอนข้างสีเหลืองอ่อนใบนุ่มเป็นตุ๊กตาหมีตัวโตเกือบเท่าลูกหมูมาวางอยู่บนที่นอนสีเหลืองเข้มใบนั้น พอแม่หมูเอามือลูบหัวเจ้าตุ๊กตาหมี มันก็จะมีเสียงเพลงเบาๆที่แสนจะไพเราะดังออกมา

ลูกหมูยิ้มแก้มปริ รีบเดินตรงไปที่นอน ค่อยๆล้มตัวลงนอนบนที่นอนแสนนุ่ม ลูกหมูกอดหมอนข้างไว้ แล้วลูบหัวมันเบาๆ เพลงไพเราะ และความนุ่มสบายทำให้ลูกหมูหลับไปในที่สุด....

"ขอบคุณนางฟ้ามากเลยจ้ะ ที่ทำให้ลูกหมูนอนหลับได้ซะที"
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ คราวหน้าแม่หมูคงไม่ต้องเรียกหานางฟ้าแล้วล่ะมั้ง"
แม่หมูพยักหน้ารับคำอย่างมั่นใจ
นางฟ้าก็กลับไปนอนสบายอยู่ในกลีบดอกกุหลาบ เพื่อรอไปร่ายมนตร์หลับสบายให้เด็กคนอื่นต่อไป


ที่นอนนุ่มสบายกำลังดี ตุ๊กตาหรือของที่เด็กๆชอบ
บรรยากาศน่านอน
ไม่สว่าง ไม่ร้อน ไม่เย็นจนเกินไป
ความเงียบสงบ หรือเสียงเพลงเพราะๆเบาๆ... เพลงจากแม่นั้นเพราะที่สุด
ไม่อิ่มหรือหิวจัด
ไม่มีเรื่องที่เด็กๆ ยังกังวล อยากทำหรืออยากเล่นค้างคาอยู่....
นี่ล่ะค่ะ..มนตร์หลับสบายของนางฟ้าตัวจิ๋ว

กลางวันนี้..กุนหลับสบาย โดยไม่ต้องกินนมเลยล่ะ






 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2550 15:18:38 น.
Counter : 1947 Pageviews.  

เปิดสนามเด็กเล่น..มาเล่นกันเถอะ

"ยินดีต้อนรับสู่สนามเด็กเล่นค่ะ"

ตั้งใจว่าคอลัมน์นี้จะมีไว้สำหรับเล่าเรื่องราวของเด็กๆ ทั้งเรื่องการสะเล่น ของเล่น ของใช้ พัฒนาการเด็ก เกร็ดความรู้ ประสบการณ์กรทำนเรื่องเด็ก และสารพัดเรื่องเด็กๆ รวมทั้งเรื่องของผู้ใหญ่หัวใจเด็กอย่างเราด้วย ฮิฮิ

รออ่านคราวหน้านะคะ





 

Create Date : 15 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2550 16:18:49 น.
Counter : 619 Pageviews.  


mrs.postman
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คุณนายไปรษณีย์วัย(ย่าง) 37 ปี
ที่ไม่ได้ทำงานไปรษณีย์
แต่หลงรักจดหมาย/โปสการ์ด
และตู้จดหมายแบบถอนตัวไม่ขึ้น!
หลังจากที่ได้เดินทางไปในที่ต่างๆ
แล้วพบเสน่ห์ของPostbox ที่แตกต่างกัน

สถานะไม่โสดมาเกือบ 6 ปี
พ่วงด้วยลูกสาวจอมป่วนสองคน
หนูณัฏวัย 4 ขวบกับหนูพิมวัยขวบครึ่ง
กับพ่อหมูสุดที่รัก
ณ บ้านหมูริมทุ่งนานครปฐม

มีความสุขกับการสอนหนังสือในมหา'ลัยเอกชน
มีโรงเรียนสอนศิลปะเล็กๆชื่อ"แตะล๊อกต๊อกแต๊ก"
และอยากเขียนหนังสืออ่านเล่นซักเล่ม
กับหนังสือนิทานที่ลูกเป็นคนวาดภาพประกอบ







หลังไมค์ถึงคุณนายไปรษณีย์



Google
บล๊อกล่าสุด

ครอบครัวตัวดี ตอนที่ 12 พี่ช่างเจรจา กับน้องภาษาต่างดาว

สนามเด็กเล่น ชวนเล่นตุ๊กตากระดาษ

กระเตงทัวร์ : หัวหินชะอำ

กระเตงทัวร์ : ครบเครื่องเรื่องเที่ยว

ครอบครัวตัวดี ตอนที่ 11 ครบรอบแต่งงานกับลมหายใจเดอะมิวสิคัล

จดหมายรักจากใครหลายคน


บล๊อกและลิ้งค์น่าสนใจ คลิ๊กได้เลย

เรื่องราวดีน่าสนใจจากบล็อกคุณ@mantras “ เรื่องของเจ..หนุ่มไทยที่ถูกประหารชีวิตในอเมริกา”

เพลงหลากหลายที่บล๊อกคุณ nilz

ขอบคุณคุณนวลกนกสำหรับcbox

Post box gallery จากคุณyyswim

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mrs.postman's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.